ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 202 ตื่นตระหนก
สองวันต่อมา ผลการสอบปากคำคู่อาชญากรคนแคระก็ออกมา
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กชาย โดยใช้เทคนิค การสอบสวนเพื่อทำลายแนวป้องกันทางจิตใจของพวกเขา
ทั้งคู่ตกตะลึงทันที และสารภาพทุกอย่างที่พวกเขาทำ พวกเขา บอกว่าได้วางแผนและลงมือฆ่าคนทั้งหมดด้วยตัวเอง เด็กชายไม่รู้ เรื่องอะไรเลย
แต่เมื่อถามถึงสถานที่ที่เด็กชายอาศัยอยู่ พวกเขาก็ไม่ยอมบอก แม้จะถูกทรมานจนตาย ส่วนคนแคระผู้หญิงก็กัดลิ้นตัวเองพยายาม ฆ่าตัวตาย
หลังจากการสอบสวน พบว่าพวกเขาตระเวนก่อคดีในหลาย ๆ ชุมชน และก่อเหตุฆาตกรรมมาแล้วเกือบ 10 คดี โดยเฉพาะกับ ครอบครัวที่ร ่ารวย พวกเขาจะฆ่าทั้งบ้านไม่เว้นแม้แต่ทารกในเปล
มีคู่สามีภรรยาที่เป็นดาราดังถูกพวกมันฆ่าตาย รวมไปถึง เจ้าหน้าที่รัฐด้วย
ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า คนร้ายที่แท้จริงคือคนแคระที่เสแสร้ง เป็นเด็กผู้หญิง
หลังจากตัดสินคดีของคู่สามีภรรยาคนแคระ ศาลชั้นต้นก็ รายงานต่อผู้บริหารระดับสูงของเมืองเผิงจิง ผู้บริหารให้ความสำคัญ
กับคดีนี้มาก โดยใช้คดีนี้เป็นตัวอย่างในการอบรมภายใน และยัง ติดต่อญาติของเหยื่อทุกคนเพื่อแสดงความเสียใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจิ้งและคนอื่น ๆ ล้วนได้รับรางวัล…
แน่นอนว่าเซียวหมิงเยวี่ยไม่รู้เรื่องนี้ มันเป็นการตัดสินใจของทาง ตำรวจ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งโทรหาเซียวหมิงเยวี่ยและเปิดเผย ข้อมูลบางอย่าง เธอจึงรู้ว่าเด็กชายคนนั้นเป็นลูกชายของคู่สามี ภรรยาคนแคระ เขาชื่อโจวเหิง อายุ 20 ปี
ข้อมูลนี้ถูกดึงออกมาจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ แม้ว่าคู่สามี ภรรยาคนแคระจะไม่ยอมบอก แต่การคลอดบุตรจำเป็นต้องมีการ ลงทะเบียนการเกิด ระบบจึงมีข้อมูลอยู่ เพียงแต่มีแค่รูปถ่ายตอนแรก เกิดเท่านั้น
โจวเหิงโชคไม่ดี เขาได้รับยีนจากแม่และเป็นคนแคระเช่นกัน ใน วัย 20 ปี ร่างกายของเขายังคงเหมือนเด็ก
คดีของคู่สามีภรรยาคนแคระเป็นคดีที่สร้างความฮือฮาให้กับ ตำรวจ ทุกคนรู้ดีว่าคดีแบบนี้ปกติแล้วจะเก็บเป็นความลับ ไม่เปิดเผย ต่อสาธารณชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก
ตำรวจเริ่มติดตามหาตัวโจวเหิงในเงามืด แต่เนื่องด้วยมี ผู้ประสบภัยจากชุมชนหวาฮั่นเป็นจำนวนมาก จึงยังไม่พบตัวเขา
…
“แม้แต่ลุงใหญ่ยังไม่กล้าปล่อยให้จ้วงจ้วงและคนอื่น ๆ ออกไป ข้างนอก คนแคระอีกคนยังหาตัวไม่เจอ เรื่องนี้ทำให้คนทั้งบ้าน หวาดกลัว แต่ไม่ว่าเด็กผู้ชายซ่อนตัวที่ไหนก็ตาม ตำรวจต้องหาเจอ แน่”
แม่เซียวพูดขณะเลือกผัก
“เขาก็ต้องกินต้องใช้นะ เวลาไปรับอาหารยังชีพ ทำไมใช้บัตร ประชาชนตรวจสอบไม่ได้ล่ะ?” คุณยายถาม
แม่เซียวเงยหน้าขึ้นมาพูดว่า “เขาคงไม่ใช่คนโง่แบบนั้น คนที่ทำ ผิดกฎหมายจะใช้บัตรประชาชนของตัวเองเหรอ ยังไงก็ต้องใช้ของ คนอื่นสิ”
“จริงด้วยสินะ” คุณยายพยักหน้า
เธอหยิบปลาน ้าเค็มที่ละลายน ้าแข็งแล้วออกมาล้างในน ้า ปลานี้
คือของที่จี้ซานซานส่งมาเมื่อคราวก่อน
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้น แม่เซียวลุกขึ้นไปเปิดประตู
“พี่ใหญ่มาแล้ว เห็นเขาบอกว่าจะแวะมาหา”
ลุงใหญ่พาเจี่ยงลี่เจียวและเจี่ยงจ้วงเข้ามาในบ้านอย่างรีบร้อน
“เมื่อกี้เธอบอกอะไรฉันทางโทรศัพท์นะ เธอพูดว่ามีฆาตกรคน แคระในชุมชน แล้วยังมีคนแคระอีกคนที่ยังจับตัวไม่ได้ใช่ไหม?”
แม่เซียวยังคงคัดผักต่อไป “ใช่ ทำไมถึงต้องรีบร้อนขนาดนั้น? นั่งลงแล้วพูดช้า ๆ สิ”
ลุงใหญ่ชี้ไปที่เจี่ยงจ้วง “ไอ้เด็กดื้อรั้นได้ยินหรือยัง? พ่อบอกแก แล้วว่าข้างนอกอันตราย เขาคิดว่าฉันโกหกเพราะไม่อยากให้เขา ออกไป เด็กนี่ยังชอบแอบออกไปจับหนอนฟันตลอด ฉันล่ะโมโหจริง ๆ แกมาตรงนี้เลย มาฟังสิ่งที่น้าสี่ของแกพูด!”
เจี่ยงจวงก้มหน้าลง ท่าทางเหมือนทำผิด “พอไม่ได้ไปโรงเรียน ผมเบื่อจนจะล้มป่วยอยู่แล้ว”
ลุงใหญ่จ้องเขม็ง “แกยังกล้าเถียงอีกเหรอ!”
แม่เซียวถอนหายใจ “จ้วงจ้วง พ่อเธอไม่ได้โกหกหรอก เรื่องนี้
มันน่ากลัวมาก ฉันจะบอกเธอให้นะ…”
คุณยายพูดแทรกเป็นระยะ ๆ อยู่ด้านข้าง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใจของเจี่ยงจ้วงแทบจะหลุดออกจากอก เจี่ยงลี่
เจียวตกใจมากเช่นกัน ทั้งสองพูดอะไรไม่ออก
เมื่อได้ฟังแม่เซียวเล่าเรื่องราวทั้งหมด ลุงใหญ่ก็ตกใจจนส่งเสียง ดังขึ้น
“ได้ยินไหม ได้ยินแล้วใช่ไหม! แทงคนตายด้วยมีดเล่มเดียว! แก ยังกล้าออกไปเล่นอีกเหรอ?”
เจี่ยงจ้วงรีบส่ายหน้าทันที “ผมไม่ไปแล้ว ต่อให้ตายก็ไม่ไป”
คุณยายยังคงรู้สึกหวาดกลัวเช่นกัน “พวกหลานไม่รู้หรอก เห็น กับตาตัวเองมันน่ากลัวกว่าเยอะ ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูบันทึกจากกล้อง วงจรปิดสิ สองสามวันมานี้ยายนอนฝันร้ายตลอด ฝันเห็นคนแคระ ผู้หญิงบุกเข้าบ้าน ยกมีดฆ่าทุกคน แล้วยายก็สะดุ้งตื่นกลางดึกทุก คืน”
คุณยายหยุดชั่วครู่แล้วพูดต่อว่า “ดังนั้น ทุกคนห้ามสงสารคน อื่น คนเลวร้ายมักหลอกใช้ประโยชน์จากความเมตตาของคนดี เข้าใจใช่ไหม?”
“เข้าใจแล้วค่ะคุณยาย” เจี่ยงลี่เจียวตอบ
ลุงใหญ่กำหมัดแน่นแล้วพูดว่า “เป็นไงล่ะ ไปเปิดดูบันทึกกล้อง วงจรปิดด้วยตัวเองเลย ดูสิว่าจะยังกล้าออกไปวิ่งเล่นอีกหรือเปล่า เจ้า เด็กดื้อรั้นคนนี้ไม่เห็นจะฉลาดเหมือนพี่สาวเขาเลย ทำแต่เรื่องให้ฉัน ปวดหัวทุกวี่วัน”
เจี่ยงจ้วงกลอกตาไปมา รู้สึกอยากดูขึ้นมาจริง ๆ เขาอยากรู้ อยากเห็น มันคงจะน่าตื่นเต้นน่าดู
จู่ ๆ เซียวหมิงเยวี่ยก็นึกบางอย่างขึ้นได้ “ว่าแต่จ้วงจ้วง เธอเคย เล่นกับเด็กในชุมชนอยู่บ่อย ๆ เคยเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ สูง ประมาณนี้ไหม”
เซียวหมิงเยวี่ยทำท่าทางประกอบ
เจี่ยงจ้วงเกาหัว “มีเด็กผู้ชายที่สูงประมาณนั้นเยอะเลย ผมรู้จัก หลายคน เสี่ยวเลี่ยง เซวียนเซวียน ต้าไฉ ซวนเจ๋อ แล้วก็เสี่ยวอวี่ เทียนเทียน…”
แม่เซียวพูดแทรกขึ้น “จ้วงจ้วงรู้จักเพียงไม่กี่คนเท่านั้นแหละ ผล การสำรวจออกมาแล้ว เด็กในชุมชนเรามีจำนวนเยอะมาก เด็กอายุ ระหว่าง 5 ถึง 7 ขวบก็มีมากกว่า 1,500 คนแล้ว เขาจะไปจำได้หมด ได้ยังไง”
เซียวหมิงเยวี่ยคิดดูแล้วก็เห็นด้วย และโจวเหิงก็เป็นผู้ใหญ่อายุ 20 ปี คงไม่น่าจะไปเล่นกับเด็ก ๆ ในชุมชน
“สรุปก็คือ ยังมีชายคนแคระลอยนวลอยู่ข้างนอกอีกคน ทุกคน ระวังตัวกันหน่อยนะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูด
“พี่หมิงเยวี่ย ผมอยากดูกล้องวงจรปิด” เจี่ยงจ้วงพูดเสียงเบา
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะ เด็กผู้ชายก็เป็นซะแบบนี้ พวกเขามีความ อยากรู้อยากเห็นและกล้าหาญ
“เข้ามาสิ มาดูว่าเธอจะยังกล้าวิ่งเล่นข้างนอกอีกไหม” เซียวหมิง เยวี่ยพูด
เจี่ยงจ้วงเดินตามลูกพี่ลูกน้องสาวเหมือนลูกหมาที่ติดสอยห้อย ตาม
…
หลังจากดูกล้องวงจรปิดเสร็จ ลุงใหญ่ก็จับหูเจี่ยงจ้วงขึ้นเพื่อสั่ง สอนอีกยก เด็กชายร้องขอความเมตตาอยู่ตลอดเวลา ส่วนเจี่ยงลี่
เจียวเพียงยืนยิ้มอยู่ข้าง ๆ
เมื่อบอกลาครอบครัวเซียวแล้ว ลุงใหญ่ก็พาเด็กทั้งสองคนกลับ บ้านทันที พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีเงาร่างเล็ก ๆ กำลังแอบมอง พวกเขาอยู่
“ในที่สุดก็ออกมาซะที พี่ชายคิดถึงเธอแทบตาย น่าเสียดายที่
พี่ชายต้องจากไปแล้ว”
โจวเหิงแอบซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งพลางมองแผ่นหลังของเจี่ยงลี่
เจียวด้วยความหลงใหล
เพื่อปกป้องเขา พ่อแม่ของเขาไม่เคยบอกเขาเกี่ยวกับการ ออกไปข้างนอก พ่อแม่มักพาเขาเปลี่ยนบ้านใหม่และกินอาหารอร่อย ๆ อยู่ตลอดเวลา แม้ว่าพวกเขาจะไม่พูดอะไร แต่โจวเหิงก็สามารถ คาดเดาได้ เขาไม่เคยถาม และไม่ต้องการถามด้วย
ช่างพวกเขาเถอะ
ใครให้สองคนนั้นสร้างตัวเขาให้เป็นคนแคระ พ่อแม่เป็นหนี้เขา และควรจะให้เขามีชีวิตที่ดี
ทุกครั้งที่เขาคิดถึงเรื่องนี้ โจวเหิงก็รู้สึกไม่พอใจ เขาไม่พอใจ ร่างกายนี้ ไม่พอใจพ่อแม่ที่ทำให้เขากลายเป็นคนแคระ เขาเป็นชาย
วัย 20 ปี แต่กลับไม่สามารถมีความรักเหมือนกับคนปกติ มีผู้คนตั้ง มากมายบนโลกใบนี้ แต่ทำไมต้องเป็นเขาด้วย?
สองสามวันมานี้มีตำรวจในชุมชนมากขึ้น พวกเขาจับจ้องไปที่
เด็ก ๆ เสมอ โจวเหิงจึงคาดเดาว่า คงจะเกิดเรื่องขึ้นกับพ่อแม่ระหว่าง ลงมือที่บ้านหลังหนึ่ง
เขาจะต้องออกจากชุมชนนี้ให้เร็วที่สุด และหาที่ซ่อนตัว รอ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย แล้วเขาจะกลับมาอีกครั้ง
แต่เขาไม่อยากทิ้งเจี่ยงลี่เจียว การได้พบกับเธอทำให้เขารู้สึก ใจเต้นเป็นครั้งแรก หญิงสาวที่อ่อนโยนเช่นนี้ต้องเป็นของเขา เธอ ต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น
รอยยิ้มประหลาดปรากฏขึ้นที่มุมปากของโจวเหิง
“รอผมก่อนนะที่รัก”