ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 203 ทางเหนือเกิดจลาจลครั้งใหญ่
ครึ่งเดือนผ่านไปนับตั้งแต่เหตุการณ์ฆาตกรรมโดยคู่สามีภรรยา คนแคระ ตำรวจทำการสอบสวนหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่พบโจวเหิง
ครอบครัวเซียวซึ่งมีความกังวลใจอย่างมากในตอนแรก ค่อย ๆ กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แม่เซียวกลับไปทำงานเหมือนปกติเช่นเคย แต่ทุกคนยังไม่กล้าถอดเสื้อกันกระสุน หากออกนอกบ้านเมื่อไหร่ก็ ต้องระแวดระวังเต็มที่ แล้วยังก่อกำแพงให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง จากคนแปลกหน้า
ต่อมา เซียวหมิงเยวี่ยได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งกล่าวว่า คู่สามีภรรยาคนแคระสารภาพ เกี่ยวกับการฆาตกรรมเพื่อกันโจวเหิงออกจากเรื่องนี้ ในระหว่างการ สอบสวน เขาบอกได้เลยว่าทั้งสองคนดูเหมือนจะไม่ได้โกหก
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นฆาตกรที่โหดเหี้ยม แต่ด้วยความรักที่มีต่อ ลูกชาย จึงไม่อยากให้ลูกชายมาเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมาย นี่ก็ เป็นสัญชาตญาณโดยธรรมชาติของพ่อแม่
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งจึงแนะนำเซียวหมิงเยวี่ยว่าไม่ต้องกังวลมาก เกินไป
โจวเหิงไม่รู้รายละเอียดของเหตุการณ์ในวันนั้น มันจึงเป็นไป ไม่ได้ที่เขาจะรู้ว่าเซียวหมิงเยวี่ยเป็นคนแจ้งตำรวจ ยิ่งไปกว่านั้น พ่อ
แม่ของเขาถูกจับที่วิลล่าข้าง ๆ และสมาชิกสามคนของครอบครัว เสียชีวิตทั้งหมด
ดังนั้นเขาจึงไม่มีเหตุผลที่จะโกรธแค้นตระกูลเซียว หากมองเผิน ๆ เรื่องนี้ดูจะไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเซียวเลย
เซียวหมิงเยวี่ยคิดทบทวนคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งอย่าง ละเอียด รู้สึกว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง เธอคงกังวลมากเกินไปจนเกือบเสีย สติ กลัวว่าตระกูลเซียวจะต้องเดือดร้อน คิดวนเวียนอยู่กับเรื่องที่โจ วเหิงจะกลับมาแก้แค้น
หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก เธอ กลับมากินข้าว ดื่มน ้า และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
…
ในวันนี้ แม่เซียวกลับมาบ้านอย่างร้อนรน
“แย่แล้ว ทางเหนือเกิดจลาจลขึ้นแล้ว!”
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังเล่นหมากรุกกับคุณตา มือของเธอสั่นจนตัว หมากตกลงบนกระดาน
“อะไรนะคะ ทางเหนือเกิดจลาจลขึ้นงั้นเหรอ?”
คุณตาไม่มีอารมณ์เล่นหมากรุกต่อ “ลูกพูดช้า ๆ หน่อย”
แม่เซียวเรียบเรียงความคิด “เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะปลาสากครีบ แดง ทางเหนือเป็นพื้นที่ต ่า อยู่ใกล้แหล่งน ้า ผู้คนจำนวนมากจึงไปจับ
ปลาที่นั่น โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ทางเหนือ ต่างก็ไปที่ริมน ้าทุกวัน เพื่อลองเสี่ยงโชค
มีข่าวลือว่ามีคนโดนจับมาสับเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนลงน ้าเพื่อจับ ปลาสากครีบแดง เริ่มมีคนสูญหายไปทุกวัน ส่งผลให้ผู้คนตกอยู่ใน ความหวาดระแวง เหตุการณ์รุนแรงทั้งเล็กและใหญ่เกิดขึ้นนับร้อย ครั้ง รัฐบาลพยายามใช้กำลังเข้าควบคุม แต่ก็ไม่เป็นผล พวกเขา ถึงกับทุบรถตำรวจ ไม่กี่วันมานี้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คุณตาก็ถอนหายใจยาว คิ้วขมวดมุ่นด้วย ความกังวล
“ตอนที่ไปตกปลาทางเหนือเมื่อคราวก่อน ฉันเดาแล้วว่าต้องมี คนใช้เพื่อนร่วมชาติเป็นเหยื่อล่อปลาหลังจากรู้ว่าพวกมันกินเนื้อคน ชีวิตคนสมัยนี้ยังไม่คุ้มกับไก่ครึ่งตัวเลยด้วยซ ้า พวกปีศาจที่ไร้หัวใจ กล้าทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ได้ลง!”
สีหน้าเซียวหมิงเยวี่ยซับซ้อน “แต่ไม่นึกเลยว่าความวุ่นวายทาง เหนือจะเกิดเร็วขนาดนี้ มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อเราใช่ไหมคะ?”
แม่เซียวส่ายหัว “คิดว่าคงไม่ ที่นี่ห่างไกลจากทางเหนือมาก ความปลอดภัยสาธารณะในปัจจุบันนี้ยากที่จะควบคุม แต่ถ้ามอง ภาพรวม ทางใต้ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล ไม่เหมือนทาง เหนือ ทหารของรัฐบาลถอนกำลังออกจากหลายชุมชนแล้ว”
“ทหารถอนกำลังออกไปหมดแล้วเหรอ? คงจะร้ายแรงมากเลย สินะ” ดูเหมือนว่าจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้แล้วจริง ๆ
“ใช่ ผู้คนก่อการจลาจลและเกลียดชังรัฐบาล บางคนระบาย ความโกรธต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ถึงขนาดจับพวกเขามาทรมานจนตาย นี่
เป็นข้อมูลภายในที่ผอ.ซูบอกมา เรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามบอกใครนะ ฉันก็เอามาบอกพ่อกับหมิงเยวี่ยเท่านั้น”
แม่เซียวจิบชาเพื่อให้ชุ่มคอ
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่นาน “เป็นไปได้ยังไง? แม้จะเกิดจลาจล แต่ก็ควรมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ไม่น่าจะเร็วขนาดนี้ แบบนี้พวก นั้นยิ่งได้ใจ ยิ่งไม่มีใครกล้ายุ่ง พวกมันฆ่าคนเหมือนฆ่าไก่เลยไม่ใช่ หรือไง?”
ในเวลาเพียงครึ่งเดือน เมืองก็ตกอยู่ในความวุ่นวายอย่างใหญ่ หลวงขนาดนี้ แม้แต่กองทัพของรัฐบาลยังต้องถอนกำลังออกไป เซียวหมิงเยวี่ยไม่เชื่อเด็ดขาดว่า เรื่องนี้จะไม่มีเงามืดของใครบางคน อยู่เบื้องหลัง
ใครเป็นคนปลุกปั่นให้เกิดพายุพัดโหม?
“เดาไม่ถูกเลยว่ามีกี่ชีวิตที่ตกลงไปอยู่ในท้องของปลาสากครีบ แดง” คุณตาพึมพำ
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผู้คนชนชั้นรากหญ้าต้องกลายเป็นฝ่ายทน ทุกข์ทรมานเสมอ
แม่เซียวพูดอย่างจริงจังว่า “สิ่งที่กำลังจะบอกต่อไปนี้คือข่าว ภายใน ทางเหนือมีผู้ประสบภัยหนีลงมาทางใต้ ถ้าเป็นฉัน ฉันก็หนี เหมือนกัน ใครอยากเป็นอาหารปลาล่ะ!
ผอ.ซูพูดว่า ผู้ประสบภัยเหล่านี้จะผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด ก่อน จากนั้นจึงส่งไปยังบ้านพักในเขตปลอดภัย ผู้ประสบภัยหนีตาย มาครั้งนี้มีจำนวนไม่น้อย บางทีชุมชนของเราก็อาจจะมีโควตารับ ผู้ประสบภัยเพิ่มด้วย”
พื้นที่ริมน ้าทางตอนเหนือกลายเป็นนรกบนดิน มันน่ากลัวยิ่งกว่า ทางตอนเหนือของประเทศพม่าเสียอีก
สิ่งนี้ย่อมทำให้เกิดความตื่นตระหนกในวงกว้าง ส่งผลให้ ผู้ประสบภัยหนีตาย ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการต้องทนทุกข์ทรมาน จากการเดินทาง อดทนต่อความยากลำบาก และอาจถึงขั้นเสียชีวิต
จู่ ๆ เซียวหมิงเยวี่ยก็นึกถึงคุณย่าและคนอื่น ๆ “ครอบครัวลุง ใหญ่ก็อยู่ทางเหนือเหมือนกัน ไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า”
บางที พวกเขาอาจจะอยู่ในระหว่างการอพยพครั้งใหญ่ก็ได้ เพราะว่าคนชั่วมีอายุยืนยาว คนพวกนี้คงไม่ตายง่าย ๆ
แม่เซียวรู้สึกไม่พอใจเมื่อได้ยินเกี่ยวกับครอบครัวลุงใหญ่ “จะไป สนใจพวกเขาทำไม พวกเขาทำตัวเอง มีสำนวนที่พูดกันว่าอะไรนะ? กินข้าวนิ่ม เกาะผู้หญิงกิน สมควรได้รับผลกรรมแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยเอนตัวพิงโซฟา ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะปลาสาก ครีบแดง ผลกระทบของปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก ทำให้เกิด เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดมากมาย
เมืองเผิงจิงคงจะตกอยู่ในความวุ่นวายชั่วระยะเวลาหนึ่ง
โชคดีที่ชุมชนหวาฮั่นอยู่ทางใต้ของเมือง ไม่ต้องกังวลว่าจะถูก ฆ่ากลางดึก แล่เป็นชิ้น ๆ แล้วโยนลงน ้า ระยะทางจากทางใต้ไปเมือง ทางเหนือนั้นไม่ใกล้เลย ถ้าจะขนศพจากทางใต้ไปใช้ มันคงยุ่งยาก และเสียค่าใช้จ่ายมากเกินไป ดังนั้น ตามหลักการยิ่งใกล้ยิ่งสะดวก คนเหล่านั้นน่าจะลงมือกับผู้ประสบภัยทางเหนือของเมืองมากกว่า เพราะมีความสะดวกกว่า
ปลาสากครีบแดงที่ตกได้ด้วยศพมนุษย์จะปรากฏบนโต๊ะอาหาร ของบางคนด้วยขั้นตอนที่ไม่โปร่งใส
การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ มักเกิดขึ้นในมุมมืด และยังเต็มไป ด้วยเลือด
อยากจะรู้นักว่าพวกตะกละอยากกินเนื้อเหล่านั้น พวกเขาจะยัง สามารถกินได้อย่างสบายใจหรือไม่หลังจากรู้ว่าปลาสากครีบแดงที่
อยู่บนโต๊ะอาหารกินเนื้อมนุษย์มา?
บางทีอาจยังคงกินได้หน้าระรื่น ไม่อย่างนั้นทำไมปลาสากครีบ แดงถึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ใครบ้างจะไม่อยากกินของดีที่
ได้ชื่อว่าสามารถรักษาโรคและยืดอายุขัยได้
แต่อายุขัยที่ยืนยาวขึ้นเหล่านั้นแลกเปลี่ยนมาด้วยชีวิตของผู้ บริสุทธิ์มากมาย ช่างน่าขันจริง ๆ
“ว่าแต่ปลาสากครีบแดงที่เราเลี้ยงไว้ กินได้แล้วหรือยังคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยยังไม่ลืมพวกมัน
คุณตาเปิดฝาแก้วน ้าชา แล้วนำใบชาออก เขาจิบชาร้อนและ ตอบว่า
“เลี้ยงมาครึ่งเดือนกว่าแล้ว น่าจะกินได้แล้วล่ะ”
ในเวลาเดียวกัน คุณยายเดินลงมาจากชั้นบน เธอยกมือปิดปาก หาวและพูดว่า
“พวกเธอกำลังคุยกันเรื่องกินปลาสากครีบแดงเหรอ? ช่วงไม่กี่
วันนี้ฉันอยากกินเกี๊ยวมาก ไม่ได้กินนานแล้ว เอาเนื้อปลามาบดเป็น ไส้เกี๊ยวดีไหม?”
ทั้งเซียวหมิงเยวี่ย แม่เซียว และคุณตาต่างไม่พูดอะไร “…”
ทั้งสามต่างหันมามองคุณยายเป็นตาเดียว คุณยายลูบใบหน้า แล้วพูดว่า “มองฉันกันทำไม?”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างมีความสุข “เรากำลังพูดถึงปลาสากครีบ แดงจริง ๆ แหละค่ะ หนูก็อยากกินเกี๊ยวเหมือนกัน ทำเยอะ ๆ หน่อย แล้วเอาไปใส่ในช่องแช่แข็ง เดี๋ยวหนูไปฆ่าปลาเลยดีไหมคะ?”
สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากปลาสากครีบแดง จึงถือได้ว่ากำลังพูดถึง ปลาสากครีบแดงอยู่จริง ๆ
คุณตาค่อย ๆ วางแก้วชาลงแล้วพูดว่า “ตาจะช่วยฆ่าพวกมันเอง ฆ่าให้หมดนั่นแหละ ปลาชนิดนี้เลี้ยงยากจริง ๆ พวกมันกินจุ และต้อง เปลี่ยนน ้าตลอดเวลา ลำบากมาก! สองสามวันนี้มันดูซึมเซา รีบฆ่า ตอนยังมีชีวิตอยู่ ตายไปแล้วจะเสียของเปล่า ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า ถังน ้าเล็กเกินไป และไม่เหมาะสำหรับ การเลี้ยงปลา ทำให้พวกมันซึมเซาและตายได้ง่าย
แม่เซียวลุกขึ้นยืนและพูดว่า “ทำไมไม่สับไส้หมูด้วยล่ะ ฉันอยาก กินเกี๊ยวยัดไส้หมูสับต้นหอม”
คุณยายสวมผ้ากันเปื้อนพร้อมพูดด้วยรอยยิ้ม “ได้สิ เดี๋ยวแม่ไป นวดแป้ง ทุกคนลุยกันได้เลย!”
ทั้งครอบครัวตกลงแล้วลงมือทำทันที ต่างคนต่างทำหน้าที่ของ ตัวเองเพื่องานเลี้ยงเกี๊ยวอย่างขะมักเขม้น