ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 204 น้องชายของป้าสะใภ้ใหญ่ตายแล้ว
เกี๊ยวแสนอร่อยถูกนำมาวางบนโต๊ะ
เมื่อกัดลงไป น ้าเกี๊ยวจะระเบิดออก กลิ่นหอมของเนื้อปลาอบอวล ไปทั่วปาก ส่วนเกี๊ยวไส้หมูผสมต้นหอม กลิ่นหอมของเนื้อหมูช่างเย้า ยวน ชวนให้น ้าลายสอจนอยากกลืนลิ้นลงท้องไปในทันที
เกี๊ยวที่คุณยายและแม่เซียวทำนั้นมีขนาดไม่ใหญ่มาก เซียวหมิง เยวี่ยจึงสามารถกินได้ในคำเดียว เธอรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างมาก เกี๊ยว แต่ละคำเต็มไปด้วยกลิ่นอายของบ้าน
สำหรับการทำเกี๊ยวครั้งนี้ใช้ปลาสากครีบแดงสองตัว ส่วนที่เหลือ อีกสามตัว เธอได้แล่เนื้อออกและเก็บไว้ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เพื่อ ไว้ใช้ในโอกาสต่อไป
แน่นอนว่าไม่ได้เอากระดูกไปทิ้งให้เสียเปล่า มันสามารถเก็บไว้ ทำอย่างอื่นต่อไปได้
เนื้อหมูใช้ไปทั้งหมด 3 ชั่ง เกี๊ยวจำนวนขนาดนี้ย่อมกินไม่หมด ในมื้อเดียว เกี๊ยวที่เหลือจึงถูกเก็บไว้ในตู้เย็น เมื่อไหร่ที่อยากกินก็ สามารถนำออกมาต้มได้
“ถุงนี้ให้บ้านลุงใหญ่ ถุงนี้ให้บ้านลุงสอง หมิงเยวี่ย หลานนำไป ส่งให้พวกเขาทีนะ”
คุณยายยังมีแป้งติดมืออยู่ เธอรีบจัดการห่อเกี๊ยวให้บ้านลุงใหญ่ กับลุงสองก่อนที่จะหันไปล้างมือ
คุณตามองดูเกี๊ยวสองถุงนั้น ถามขึ้นว่า “เป็นไส้หมูล้วนเลยหรือ เปล่า? ไส้ปลาต้องเก็บไว้ ใกล้ถึงวันหยุดของลูกเขยแล้ว”
“ใช่ ๆ เป็นไส้หมูล้วน”
คุณยายมัดปากถุง แล้วใช้ถุงผ้าแจกฟรีจากธนาคารสมัยก่อน มาใส่ มองเผิน ๆ ไม่มีใครรู้เลยว่าข้างในเป็นอาหาร
คุณตาพึมพำ “ไอ้ลูกชายคนโตไม่สมควรได้กินเกี๊ยวไส้หมูด้วย ซ ้า ให้เขากินหมั่นโถวเย็น ๆ ไปก็พอ”
คุณยายและแม่เซียวสบตากัน คุณยายชี้ไปทางคุณตาแล้วพูด เป็นภาษามือว่า
“ตาเฒ่าขี้เหนียว”
แม่เซียวกลั้นขำไม่อยู่ คุณพ่อเจ้าคิดเจ้าแค้นจริง ๆ
“พวกเธอพึมพำอะไรกัน คิดว่าฉันหูหนวกเหรอ?” คุณตาพูด ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
คุณยายมองสามีเฒ่าด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เราบอกว่า ไม่ให้ลูก ชายคนโตกินก็ไม่เป็นไร แต่ทำไมไม่ให้หลานชายกับหลานสาวกิน ด้วยล่ะ?”
คุณตาหันหน้าหนี ไม่พูดอะไร
“แป้งถุงนี้เจี่ยงย่วนเป็นคนส่งมา นึกว่าคงเก็บไว้กินได้นาน แต่ไม่ คิดว่าพวกเราใช้หมดภายในวันเดียวซะแล้ว”
แม่เซียวพูดพลางยื่นถุงให้เซียวหมิงเยวี่ย หญิงสาวรับถุงมาด้วย ความคล่องแคล่ว
“งั้นหนูไปก่อนนะคะ”
หลังจากที่เซียวหมิงเยวี่ยพูดแบบนั้น เธอก็หิ้วถุงแล้วเดินออกไป ข้างนอกเพื่อไปส่งเกี๊ยว
เมื่อมองดูแผ่นหลังของเซียวหมิงเยวี่ยเดินจากไป คุณตาก็พูด ขึ้นน ้าเสียงจริงจัง
“คนในบ้านเรา ไม่ว่าใครก็ตาม ก็ไม่ควรทำให้สองพ่อลูกเฉียง เชิ่งและหมิงเยวี่ยต้องลำบาก พวกเธอเข้าใจไหม?”
แม่เซียวและคุณยายต่างก็ตกตะลึง
คุณตาถอนหายใจเบา “โดยเฉพาะเฉียงเชิ่ง เด็กคนนั้นน่าสงสาร มาก เติบโตมาในครอบครัวแบบนั้น ผ่านเรื่องราวที่น่าหดหู่มา มากมาย ตอนนี้เขาเป็นลูกเขยตระกูลเจี่ยง ในเมื่อครอบครัวนั้นไม่รัก เขา เราก็ต้องรักเขาให้มาก!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาของแม่เซียวแดงก ่า ชีวิตของพ่อเซียว กว่ายี่สิบปีที่ผ่านมานั้นยากลำบากมาก เธอเห็นมันมาด้วยตาตลอด
ทั้งคู่ผ่านอะไรกันด้วยกันมามากมาย แล้วจะไม่รู้สึกเป็นทุกข์ได้ อย่างไร?
พ่อเซียวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และความ ซื่อสัตย์ จิตใจอ่อนโยน จึงถูกพี่ชายแท้ ๆ เกาะกินมาตลอด เขาเป็น คนซื่อสัตย์มาก ใครก็ตามที่แสดงที่ปฏิบัติต่อเขาอย่างกรุณา แม้จะ เพียงเล็กน้อย เขาก็จะตอบแทนผู้อื่นด้วยใจจริง
คุณยายก็รู้สึกตื้นตันใจเช่นกัน “อย่าห่วงไปเลยตาเฒ่า สมอง ปลาน่ะฉันเก็บไว้แล้ว รอให้เฉียงเชิ่งกลับบ้านมาในวันหยุด เดี๋ยวฉัน จะต้มซุปให้เขากิน”
…
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังเดินขึ้นบันได แต่ก่อนที่จะไปถึงหน้าห้องลุง ใหญ่ เธอก็เห็นคนสามคนคุกเข่าอยู่ด้านหน้าประตู
ผู้หญิงคนหนึ่งพาเด็กมาด้วยสองคน
พวกเขาหน้าตาดูคุ้น ๆ เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยตั้งใจมองให้ดี จึงรู้ว่านี่
คือน้องสะใภ้ของป้าหวังเวย เหมือนว่าเธอคนนี้จะชื่อจางเฟิ่ง
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เซียวหมิงเยวี่ยส่งข้อความหาลุงใหญ่ เพื่อขอให้เขาเปิดประตู
หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อประตูเปิดออกเพียงเล็กน้อย จางเฟิ่งก็รีบ พุ่งตัวเข้าไปพลางร้องไห้ระงม
“พี่เขย ในที่สุดคุณก็ยอมเปิดประตูสักที พี่เขยเมตตาพวกเรา ด้วยเถอะ อนุญาตให้เราเข้าไปเถอะนะ!”
ลุงใหญ่จับประตูแน่น “ทำบ้าอะไรของเธอ ปล่อยมือนะ”
จางเฟิ่งหลั่งน ้าตาและระบายความคับแค้นใจ
“หวังเวยออกมาเดี๋ยวนี้นะ เป็นพี่น้องกันประสาอะไรทำไมถึงใจ ร้ายได้ขนาดนี้ น้องชายของแกตายไปแล้ว แกจะทอดทิ้งพวกเราแม่ ลูกกำพร้าไม่ได้นะ เด็กพวกนี้คือลูกหลานทางสายเลือดของตระกูล หวัง ถ้ายังจะเพิกเฉย ฉันจะฆ่าตัวตายหน้าบ้านพวกคุณซะ!”
เด็กสองคนที่อยู่ด้านหลังเธอก็ร้องไห้เสียงดังลั่น
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้ว เสียงร้องไห้ดังก้องกังวานเหมือนปีศาจ ร้าย เธอรู้สึกเหมือนแก้วหูจะแตกจากเสียงร้องไห้นั้น
“ไปให้พ้น!”
ลุงใหญ่ยกเท้าถีบจางเฟิ่งออกไป จากนั้นก็ลากเซียวหมิงเยวี่ย เข้ามาในบ้าน ปิดประตูโครม ก่อนที่เสียงรอบตัวจะเงียบสงบลง
เซียวหมิงเยวี่ยถูกดึงเข้ามาในบ้าน พบว่าทุกคนในบ้านมีสีหน้า ไม่ดี โดยเฉพาะป้าสะใภ้ใหญ่ที่ดูหงุดหงิด โกรธ และเศร้า อารมณ์ ของเธอตอนนี้ค่อนข้างซับซ้อน
“เอ่อ… เกิดอะไรขึ้นคะ? อยากกินเกี๊ยวกันไหม?” เซียวหมิงเยวี่
ยยกถุงในมือขึ้น
ด้านนอกประตู จางเฟิ่งทรุดตัวนั่งบนพื้นพร้อมตะโกนสาปแช่ง
“หวังเวย แกมันไม่ใช่มนุษย์ น้องชายของแกตาย แกไม่คิดสนใจ ลูก ๆ ของเขาด้วยซ ้า แกมันไร้หัวใจ! เลวทรามยิ่งกว่าปีศาจ! แกมัน เป็นป้าประสาอะไรถึงทอดทิ้งหลาน แกหลับตานอนเมื่อไหร่ น้องชาย จะต้องมาหาแกแน่…”
“ทำไมชีวิตฉันถึงน่าสังเวชขนาดนี้ สามีตาย พี่สามีก็ไม่สนใจ แม่หม้ายลูกน้อยจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร…”
เมื่อได้ยินเสียงจากนอกประตู สีหน้าของป้าสะใภ้ใหญ่ก็ยิ่งดูตึง เครียดขึ้น
“หมิงเยวี่ย ลุงจะเล่าเรื่องตลกให้ฟังนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยจ้องมองลุงใหญ่ด้วยความสงสัย ใบหน้าของลุง ใหญ่แดงก ่าด้วยความโกรธ เขาอธิบายให้เธอฟังว่า
“น้องชายของป้าเขาได้ยินมาว่าสามารถสร้างโชคลาภในทาง เหนือได้ จึงถูกคนหลอกไปจับปลาสากครีบแดง คนพวกนั้นบอกว่า ถ้าจับได้สักตัว ชีวิตจะพลิกผันกลายเป็นคนรวยมีอันจะกิน
สมองโง่ ๆ ของเขาคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ทำไมคนอื่นต้องช่วยให้ เขาร ่ารวยขึ้นด้วย? สุดท้าย เขาก็ถูกฆ่าตายระหว่างทางก่อนจะไปถึง ทางเหนือด้วยซ ้า”
“จากนั้นภรรยาของเขาก็หอบลูก ๆ มากดดันอยู่หน้าประตูบ้าน เราเป็นเวลานาน เธอยืนกรานให้เราเลี้ยงดูครอบครัวทั้งสามของพวก เขา เจ้าเด็กสองคนนั้นเกิดมาเพื่อเป็นหมาป่าตาขาว แล้วทำไมฉัน ต้องเลี้ยงด้วย? เพ้อเจ้อ!”
ลุงใหญ่ตะโกนไปทางประตูด้วยความโกรธว่า “ออกไป! ถ้ายังส่ง เสียงดังอีกฉันจะแจ้งตำรวจ!”
จางเฟิ่งตอบอย่างมั่นใจว่า “ก็ลองแจ้งดูสิ ฉันจะแจ้งความพวกแก ฐานละทิ้งด้วย ดูสิว่าตำรวจจะเชื่อใคร!”
ตอนนี้สามีของเธอตายไปแล้ว เธอจำเป็นต้องเกาะติดหวังเวย ถ้า ตัวฉันลำบาก ก็อย่าคิดว่าพวกแกจะสามารถอยู่อย่างสุขสบาย
ลุงใหญ่โกรธจนหน้าอกสั่นสะท้านอย่างรุนแรง “ละทิ้งเหรอ? เด็ก พวกนั้นไม่ใช่ลูกของฉัน แล้วจะละทิ้งได้ยังไง”
นอกบ้าน จางเฟิ่งเท้าสะเอวตะโกนกลับ
“พวกเขาเป็นทายาทของตระกูลหวัง พวกเขาเรียกหล่อนว่าป้า ตอนนี้หวังฟู่เฉียงตายไปแล้ว หวังเวยจึงต้องรับผิดชอบต่อ!”
ป้าสะใภ้ใหญ่ลุกขึ้นยืนพรวดพราด เดินไปที่ประตูด้วยท่าทาง โกรธจัดแล้วสาปแช่ง
“หุบปาก! แกมันหน้าซื่อใจคด ทำไมฉันต้องรับผิดชอบด้วย อยากแจ้งตำรวจนักใช่ไหม งั้นก็ไปแจ้งเลยสิ คิดว่าฉันกลัวแกหรือ
ไง? ตอนแรกพวกแกปฏิเสธที่จะช่วยครอบครัวฉัน ต้องขอบคุณที่เรา รอดมาได้
ตอนนี้หวังฟู่เฉียงตายไปแล้ว แกก็เลยอยากให้ฉันเลี้ยงลูกของ เขาให้ ฉันติดหนี้อะไรแกหรือไง? ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน แกจะเลี้ยง ลูกของฉันด้วยไหม? แน่นอนว่าแกไม่ทำ เพราะแกมันเป็นนางหญิง ชั่วเลือดเย็น พาลูกของแกออกไปจากที่นี่ซะ!”
ป้าสะใภ้ใหญ่เดือดดาลอย่างหนัก เธอถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่า พี่สาวต้องดูแลน้องชาย ผู้หญิงต้องอยู่เพื่อผู้ชาย เธอยังสอนสั่งลูก ๆ ของตัวเองในลักษณะเดียวกัน และต้องการบงการตระกูลเจี่ยง ด้วย ความคิดที่บิดเบี้ยวเหล่านั้น เธอจึงรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เจี่ยงชิง หว่านจะดูแลลุงใหญ่เป็นพิเศษ
เธอใช้ชีวิตแบบนี้มาเกือบค่อนชีวิต กระทั่งเกือบผ่านเข้าสู่ประตู นรก เธอถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองถูกล้างสมอง ต้องเป็นน้องชายไร้ ค่าแบบไหนที่ถูกตามใจจนเสียคน?
เธอจะไม่เป็นนางฟ้าคอยประคองน้องชายอีกต่อไป
พี่สาวของเขาทำงานหนักเหมือนวัวควายเพื่อเขามาเกือบทั้ง ชีวิต ซึ่งนับว่าเธอทำดีที่สุดแล้ว แต่หวังฟู่เฉียงตอบแทนพี่สาวของ เขาอย่างไรล่ะ?
ตอนที่ครอบครัวสี่คนของพวกเขาตกอยู่ในอันตราย ป้าสะใภ้ ใหญ่ร้องขอหวังฟู่เฉียงกับภรรยาอย่างสุดความสามารถ พวกเขาอยู่
ใกล้และสามารถมาช่วยเหลือได้ แต่พวกเขาปฏิเสธที่จะช่วยชีวิต ครอบครัวเธอ แถมยังพูดจาดูถูก
ถ้าไม่ใช่เพราะเซียวหมิงเยวี่ย พวกเขาคงกลายเป็นเพียงร่างศพ ที่เน่าเปื่อยที่ไหนสักแห่ง
ตอนนี้ป้าสะใภ้ใหญ่เข้าใจโลกมากขึ้นแล้ว ต่อให้เธอต้องตาย เธอก็จะไม่มีวันดูแลครอบครัวของหวังฟู่เฉียง และหมาป่าตาขาวที่
เนรคุณสองตัวนี้
“นางผู้หญิงชั่วร้าย พ่อของฉันพูดถูก แกสมควรตาย”
“นางแม่มดเฒ่า ฉันโตขึ้นเมื่อไหร่จะมาทุบตีแกให้ตายคามือ!”
เด็กทั้งสองคนที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังจางเฟิ่ง มองป้าสะใภ้ใหญ่ ด้วยสายตาโกรธแค้น ราวกับมองศัตรู
จางเฟิ่งถูกป้าสะใภ้ใหญ่ด่าจนอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อตั้งสติได้ เธอก็ กรีดร้องและวิ่งเข้าไปหาป้าสะใภ้ใหญ่
ทั้งสองทะเลาะตบตีกัน
“หน็อย กล้าตบแม่ฉันงั้นเหรอ?” เจี่ยงจ้วงพับแขนเสื้อขึ้นแล้วพุ่ง เข้าไปช่วย
ลุงใหญ่และเจี่ยงลี่เจียวรีบเข้าไปช่วยเช่นกัน จากนั้นเด็กทั้งสอง คนที่จางเฟิ่งพามาก็เข้าร่วมในสนามรบด้วย
สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย ใบหน้าของป้าสะใภ้ใหญ่มีรอยเลือด ปรากฏขึ้นหลายรอย เส้นผมของจางเฟิงก็ถูกกระชากออกเป็น กระจุกใหญ่
เซียวหมิงเยวี่ยถูกทิ้งให้ยืนอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่น มองดูกลุ่ม คนทะเลาะกันด้วยความงุนงง
ในมือของเธอยังถือถุงใส่เกี๊ยวอยู่ โดยไม่ทันได้วางลงเลยด้วยซ ้า