ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 207 เธอมีอาการป่วยทางจิต
เซียวหมิงเยวี่ยมองจางเฟิ่งด้วยสายตาเย็นชา “หยุดตะโกนได้ แล้ว พวกเขาจัดการอะไรไม่ได้หรอก ต่อให้เรียกนายกเทศมนตรีมา เธอก็ไม่มีสิทธิ์อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้”
จางเฟิ่งกลอกตา คิดจะใช้ไม้ตายงัดข้ออีกครั้ง ขณะที่เตรียม กำลังจะร้องตะโกนลั่น เซียวหมิงเยวี่ยก็ขัดจังหวะเสียก่อน
“บัญชีดำ…”
เสียงของจางเฟิ่งหยุดชะงักทันที เธอจ้องมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วย ความหวาดกลัว เมื่อครู่ผู้หญิงคนนี้กล้าด่าแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ แสดง ว่าเธอต้องมีคนหนุนหลัง
นอกจากนี้ แม่ของเซียวหมิงเยวี่ยยังเป็นเจ้าหน้าที่จัดสรรที่พัก เช่นกัน ถ้าเธอถูกขึ้นบัญชีดำจริง ๆ ต่อจากนี้เธอจะไม่มีสิทธิ์ได้รับ อาหารยังชีพ ซึ่งหมายความว่าเธอไม่มีทางรอด
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของจางเฟิ่ง เซียวหมิงเยวี่ยต้องยอมรับว่ากล ยุทธ์นี้ได้ผลดีจริง ๆ
จางเฟิ่งคิดหาวิธีแก้ไขอย่างรวดเร็ว รีบก้มลงคุกเข่าพูดอ้อนวอน
“พี่คะ ฉันผิดไปแล้ว แต่ฉันไม่มีทางเลือกจริง ๆ ฉันเป็นผู้หญิงตัว คนเดียวที่ต้องดูแลลูกสองคน ชีวิตมันลำบากมาก เห็นแก่น้องชาย ของพี่ โปรดช่วยเหลือพวกเราเถอะนะคะ ฉันขอร้องล่ะ”
ป้าสะใภ้ใหญ่หันหลังกลับและพูดอย่างเย็นชา “ถ้าเธอพูดดีตั้งแต่ แรก ฉันก็คงไม่ใจร้ายแบบนี้ แต่ตอนนี้มันสายไปแล้ว”
จางเฟิ่งเบิกตากว้าง “พี่…”
ในเวลาเดียวกันกับที่ลุงใหญ่เดินเข้ามา “หมิงเยวี่ย ขอบคุณมาก นะที่ช่วยพวกเรา ลุงกับป้าเป็นแค่คนธรรมดา ไม่กล้ามีเรื่องกับพวก เจ้าหน้าที่หรอก แต่ว่าสองคนนั้นเป็นเจ้าหน้าที่จัดสรรที่พัก ถ้าหลาน ไปมีเรื่องกับพวกเขาแบบนี้ มันจะส่งผลเสียต่อหลานหรือเปล่า?”
เซียวหมิงเยวี่ยโบกมือ “ไม่เป็นไรค่ะ ในเมื่อเรื่องได้รับการจัดการ แล้ว หนูขอตัวกลับก่อนนะ”
พูดตามตรง ต่อให้มีคนอย่างหลิวเฉินอีกสิบคน เธอก็ไม่กลัวอยู่ ดี
จากท่าทางของหลิวเฉินเมื่อครู่ พอจะเดาได้ว่าเจ้าหน้าที่จัดสรร บางคนทำตัวกร่างเอาการ ผู้ประสบภัยคงไม่กล้าไปต่อกรกับพวกนี้ เพราะกลัวว่าคนพวกนี้จะหาเรื่องใส่ร้ายมากกว่า
การใช้อำนาจเหยียบย ่าผู้ประสบภัยเพื่อโอ้อวดอำนาจ ต่างอะไร กับขุนนางโหดร้ายในอดีตที่ข่มเหงประชาชน?
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาเนิ่นนานตั้งแต่อดีตกาลแล้ว
…
ในเวลานี้ หลิวเฉินและเตียวเซี่ยเซี่ยอยู่ระหว่างเดินทางกลับ สำนักงาน
“หลิวเฉิน ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเมื่อกี้คุณมีท่าทีหวาดกลัวผู้หญิง คนนั้น”
ความชื่นชอบของเตียวเซี่ยเซี่ยที่มีต่อหลิวเฉินลดลงอย่างมาก และรู้สึกดูถูกเขาด้วยซ ้า ผู้ชายคนนี้ช่างขี้ขลาดจริง ๆ ผู้หญิงคนนั้น แค่ยกมือขึ้น หลิวเฉินถึงกลับรีบหลบไปด้านหลัง เขากลัวอะไรของ เขา?
นึกว่าเป็นคนเก่งซะอีก
หลิวเฉินทำท่าอึดอัด “เซี่ยเซี่ย คุณเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ คงยังไม่รู้ เรื่องอะไร เซียวหมิงเยวี่ยคนนั้น…”
“เธอทำไมเหรอ?” เตียวเซี่ยเซี่ยถามอย่างสงสัย
หลิวเฉินมองไปรอบ ๆ และกระซิบ “เธอมีอาการป่วยทางจิต เหมือนกับคนคลุ้มคลั่ง เธอดูเหมือนคนทั่วไปในเวลาปกติ แต่เมื่อเธอ คลุ้มคลั่งขึ้นมา เธอกล้าฆ่าคนด้วยมีดโดยไม่กะพริบตาด้วยซ ้า”
เตียวเซี่ยเซี่ยยกมือขึ้นปิดปาก “พระเจ้า จริงเหรอ? ฉันคิดว่าเธอ ดูเหมือนคนปกติมากเลยนะ”
หลิวเฉินพยักหน้ารับ “เวลาปกติก็เป็นแบบนั้นแหละ แต่จะน่า กลัวเป็นพิเศษเมื่อเธอถูกกระตุ้น เนื่องจากแม่ของเธอคือพี่เจี่ยง ทุก คนจึงปล่อยเธอไปและไม่กล้าพูดถึงมัน
เธอเองก็อย่าไปบอกใครล่ะ ถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูพี่เจี่ยง หล่อนจะต้อง โกรธมากแน่ ๆ แม้แต่ผอ.ซูก็ยังต้องระวังเวลาพูดคุยกับเซียวหมิง เยวี่ย เพราะกลัวว่าจะทำให้เธอหงุดหงิด”
เตียวเซี่ยเซี่ยจึงตระหนักได้ “ที่คุณรีบพาฉันออกมาก็เพราะกลัว ว่าเธอจะคลุ้มคลั่งเหรอ?”
เมื่อเห็นว่าเตียวเซี่ยเซี่ยหาข้ออ้างที่สมเหตุสมผลให้ หลิวเฉินก็ เออออตามน ้าทันที
“ใช่ครับ ถึงผมจะเป็นผู้ชาย แต่ก็ยังทำอะไรเธอไม่ได้ตอนที่คลุ้ม คลั่ง คุณเป็นผู้หญิง อยู่ที่นั่นนานเกรงว่าจะถูกลูกหลงจนบาดเจ็บ ก็ เลยรีบดึงคุณออกมา เราจะเสียเวลาไปทะเลาะกับคนป่วยทางจิต ทำไม? อย่าไปคิดถึงมันเลยครับ”
เตียวเซี่ยเซี่ยรู้สึกซาบซึ้งใจ “ฉันนึกว่าคุณกลัวเธอซะอีก ขอ โทษนะพี่เฉิน ฉันเข้าใจคุณผิดไป”
หลิวเฉินแสดงท่าทีสุภาพ “ไม่เป็นไรครับ คุณแค่จำไว้ว่า ห้าม บอกใครเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น…”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” เตียวเซี่ยเซี่ยรับคำ
หลิวเฉินยิ้มอย่างมีชัย “คุณกลับเข้าไปในสำนักงานก่อน ผมขอ โทรศัพท์คุยธุระครู่หนึ่ง”
หลังจากเตียวเซี่ยเซี่ยเดินจากไป สีหน้าของหลิวเฉินก็ค่อย ๆ มืดมนลง เขาหามุมสงบเพื่อโทรศัพท์ ใบหน้าฉายแววความโหดเหี้ยม ยากจะบรรยาย
“สวัสดีครับ ผู้เฒ่ากุ่ย ผมเองหลิวเฉิน ผมยินดีลักพาตัวคนไปให้ คุณ ครั้งก่อนคุณบอกว่าถ้ามีของดีให้ไปหาคุณ ผมมีของสุดยอดอยู่ คนหนึ่ง สวยสุด ๆ ไปเลย แน่นอนว่าเป็นของคุณภาพระดับ A!”
“คิดดีแล้วเหรอ? ของแบบไหน ถ่ายรูปมาให้ดูหน่อย”
น ้าเสียงของชายที่อยู่ปลายสายฟังดูสบาย ๆ ขณะที่เสียงพื้นหลัง ค่อนข้างวุ่นวาย เหมือนจะมีเสียงการเล่นพนันดังอยู่ด้วย
“ได้ครับ ได้ ผมจะส่งให้คุณทีหลัง แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นพวก อารมณ์ร้อนและต่อสู้เก่ง ก็เลยอาจจะลำบากนิดหน่อย…”
ผู้เฒ่ากุ่ยยิ้มเยาะอย่างหยิ่งยโส “ไม่ว่าผู้หญิงจะดุร้ายแค่ไหน พวกหล่อนจะเชื่องเหมือนลูกแมวเมื่ออยู่ในมือฉัน และไม่มีทาง หลบหนีไปไหนได้อีก”
“ถ้าอย่างนั้นผมก็สบายใจหน่อยครับ ผู้เฒ่ากุ่ย เพื่อความแน่ใจ ควรวางยาสลบเธอ แล้วแอบพาตัวเธอออกไปเงียบ ๆ เพราะตัวตน ของเธอค่อนข้างพิเศษนิดหน่อย เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนร่วมงาน ของผม”
“ทำไม นายมีความแค้นกับเพื่อนร่วมงานและใช้ฉันเพื่อแก้แค้น งั้นเหรอ?” จู่ ๆ เสียงผู้เฒ่ากุ่ยก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา
“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่แบบนั้น” หลิวเฉินรีบพูดแก้ต่าง
“พ่อหนุ่ม ครั้งก่อนผู้หญิงคนนั้นรับใช้นายเป็นอย่างไรบ้าง พอใจ ไหม?”
ใบหน้าหลิวเฉินเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย “พอใจมากเลยครับ ถึงแม้เซียงเซียงจะสวย แต่ก็ยังไม่สวยเท่าผู้หญิงคนนี้แน่นอนครับ หล่อนเป็นผู้หญิงใช้คำว่างามล่มเมืองได้เลย แค่ให้เธอยืนเฉย ๆ ใบหน้าเย็นชานั้นก็ยังดีกว่าพวกผู้หญิงที่ยิ้มแย้มแจ่มใส หล่อนจะต้อง เรียกลูกค้าให้คุณได้มากแน่ ๆ!”
แม้ว่าหลิวเฉินจะเกลียดเซียวหมิงเยวี่ย แต่เขาก็ต้องยอมรับว่า เธอมีเสน่ห์ดึงดูดใจกว่าเหล่าโสเภณีที่แต่งตัวฉูดฉาดเหล่านั้นมาก
เซียวหมิงเยวี่ย เธอคิดว่าตัวเองสูงส่งอยู่เหนือเมฆสินะ งั้นฉันจะ ดึงเธอลงมาสู่โคลนตมให้ได้!
ผู้เฒ่ากุ่ยหัวเราะ “ได้ยินนายพูดแบบนี้ ฉันก็เริ่มคาดหวังขึ้น มาแล้ว สิทธิพิเศษจากการพาสาว ๆ มาให้ฉันมีมากมาย ทำงานให้ดี ล่ะ แล้วนายจะได้รับของรางวัลตอบแทนไม่น้อยเลย”
ดวงตาของหลิวเฉินเป็นประกาย “ขอบคุณครับผู้เฒ่ากุ่ย!”
หลังจากวางสายแล้ว หลิวเฉินแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว เขาถ่ม น ้าลายลงพื้น แล้วรีบกลับไปหาวิดีโอวงจรปิด บางครั้งเซียวหมิงเยวี่ย ก็มาที่สำนักงาน ดังนั้นเขาน่าจะหาบางอย่างได้จากภาพบันทึก
นางสารชั่ว แกกล้ามาหาเรื่องกับฉัน ฉันก็จะทำให้แกเหมือนตาย ทั้งเป็น แล้วขายร่างกายของแกให้กับผู้เฒ่ากุ่ย
ยิ่งหลิวเฉินคิดเรื่องนี้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น ในอนาคตเมื่อเขาอารมณ์ดี เขาจะแวะไปดูผลงานสักหน่อย แม้ว่า ผู้หญิงคนนั้นจะปากร้าย แต่เธอก็มีเสน่ห์ดึงดูดใจจริง ๆ
คงจะน่าตื่นเต้นน่าดูที่ได้พิชิตผู้หญิงประเภทนี้
…
เซียวหมิงเยวี่ยกลับบ้านแล้วเล่าเรื่องราวที่บ้านลุงใหญ่ให้แม่ เซียวและคนอื่น ๆ ฟัง โดยเฉพาะเรื่องการปรากฏตัวของหลิวเฉินใน ภายหลัง
“หลิวเฉินอยู่กับผู้หญิงเหรอ? ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเป็นยังไง” แม่ เซียวถาม
“ก็… แต่งหน้าจัดจ้าน หุ่นสะบึม ดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่” เซียวห มิงเยวี่ยอธิบายสั้น ๆ
แม่เซียวรู้ได้ทันทีว่าใคร “ชื่อเตียวเซี่ยเซี่ยหรือเปล่า? คงเป็น หลานสาวของเตียวหรงหรง เนื่องจากเตียวหรงหรงตั้งครรภ์และทารก
ในครรภ์ยังไม่มั่นคง เธอจึงต้องดูแลตัวเองอยู่ที่บ้านและไม่สามารถมา ทำงานได้ ดังนั้นเธอจึงให้หลานสาวมาทำงานส่วนของเธอ”
เซียวหมิงเยวี่ยตกใจ “เตียวหรงหรงท้องเหรอคะ? อายุมากขนาด นี้แล้วยังท้องได้อีกเหรอ?”
นี่มันข่าวลือสุดฮือฮาเลยนะเนี่ย
แม่เซียวยักไหล่ “เธอกับสามีสนใจสวัสดิการสำหรับครอบครัวที่
มีทารกแรกเกิด จึงปล่อยให้ตั้งครรภ์ ผอ.ซูถึงกับยกย่องเธออย่างมาก ท้องตอนแก่ แล้วยังอ้วนขึ้นอีก เด็กในครรภ์ก็ท่าทางไม่ดี เกรงว่าเธอ อาจจะมีปัญหาลำบากในภายหลัง”
เซียวหมิงเยวี่ยกะพริบตาพูดด้วยความรู้สึกทึ่งว่า “แก่แล้วแต่ยัง แข็งแรงจริง ๆ”