ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 208 ถูกจับตามอง!
“โอ๊ย นี่ซุ่มอยู่สองวันแล้ว ทำไมผู้หญิงคนนี้ยังไม่ออกจากบ้าน เลย? เหล่าหลิน เรารีบบุกเข้าไปจับตัวเธอในบ้านเลยเถอะ” ชายผู้มี ไฝดำขนาดใหญ่บนคอพูดด้วยความหงุดหงิด
ชายที่ถูกเรียกว่าเหล่าหลินตอบกลับ “แกตาบอดหรือไง มองไม่ เห็นเหรอว่านี่มันบ้านเดี่ยว? บนรั้วยังมีโครงข่ายไฟฟ้าอีก บ้านนี้ไม่ ธรรมดา บุกเข้าไปตรง ๆ เดี๋ยวพวกเราก็ซวยกันหมดหรอก”
มีชายอีกคนหนึ่งอยู่ด้านข้างพวกเขา เขามีชื่อว่าไป๋หู ผิวสีซีด ดวงตาแคบ และมีความโหดเหี้ยม ในบรรดาสามคนนี้ ดูเหมือนเขาจะ เป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจ
“อดทนรออีกหน่อย ผู้เฒ่ากุ่ยบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของดีและ ต้องเอาตัวมาให้ได้ ปัจจุบันนี้ผู้หญิงคุณภาพดีแบบนี้มีไม่มากนัก พวกเธอส่วนใหญ่ผอมแห้งจนกระดูกโผล่ ราวกับว่าพวกเธอถูกดูด เลือดเนื้อออกไป ไม่เจริญตาสักเท่าไหร่”
“ทราบแล้วครับพี่หู”
ผิวพรรณดีเกิดจากการบำรุง ผู้หญิงที่ยังรักษาความงามได้นั้น หายากมาก ครอบครัวต้องมีอาหารและเครื่องดื่มให้เพียงพอ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเหลืองจากความหิวโหย ไม่ว่าจะ งดงามสักแค่ไหน แต่หากขาดสารอาหารเป็นเวลานาน ใบหน้าก็ย่อม หมองคล ้า ดูโทรมไม่ต่างจากคุณป้าแถวบ้าน
ภารกิจของพวกเขาคือการค้นหาผู้หญิงหน้าตาดีจากทั่วทุกหน แห่ง แล้วส่งไปให้ผู้เฒ่ากุ่ย โดยใช้ผู้หญิงเหล่านี้เพื่อทำกำไร
ไม่ว่าภูมิหลังหรือครอบครัวจะเป็นเช่นไร ผู้เฒ่ากุ่ยก็ไม่สนใจ ตราบใดที่ผู้หญิงคนนั้นยังหน้าตาสะสวย
ผู้หญิงที่อยู่ในกำมือของเขา ไม่มีใครกลับออกมาได้สักคน การ หนีมีเพียงสองทางเลือกเท่านั้น คือตายหรือพิการ
พี่หูมองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวดระวัง “พวกแกสองคนเฝ้าตรง นี้ไว้ เดี๋ยวฉันจะไปดูใกล้ ๆ ว่ายังมีของดีอีกไหม”
“ครับ”
หลังพี่หูเดินออกไป ชายที่มีไฝดำและเหล่าหลินก็จับตามองวิลล่า ต่อไป
เมื่อเวลาพลบค ่า ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ชายที่มีไฝดำเกาหัวด้วย ความหงุดหงิด “ผ่านไปอีกวันแล้ว ออกไปหาอะไรกินกันเถอะ!”
ขณะที่เหล่าหลินกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เขาก็เห็นประตูบ้าน ตระกูลเซียวเปิดออกพร้อมร่างของผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมา
“ออกมาแล้ว ออกมาแล้ว!” เหล่าหลินพูดด้วยความตื่นเต้น
ชายที่มีไฝดำมองดูอย่างพิจารณา และพบว่าเธอเป็นผู้หญิงที่อยู่ ในวิดีโอจริง ๆ เขาแทบรอไม่ไหวที่จะพูด
“ในที่สุดก็ออกมาสักที รอนานจนรากงอกแล้ว ไปกันเถอะ!”
เหล่าหลินคว้าตัวเขาไว้แล้วพูดว่า “เดี๋ยวก่อน ผู้เฒ่ากุ่ยบอกว่า ผู้หญิงคนนี้มีทักษะการต่อสู้ งั้นใช้ปืนยาสลบเพื่อความปลอดภัย แล้ว ค่อยเอาตัวไปดีกว่า”
ผู้ชายที่มีไฝพูดเหยียดหยาม “ใช้ให้เปลืองปืนยาสลบไปทำไม ฉันลักพาตัวผู้หญิงตั้งมากมาย ใช้แค่ผ้าขนหนูก็พอแล้ว!”
ขณะที่พูด เขาก็เทยาสลบลงบนผ้าขนหนูผืนหนึ่ง
เหล่าหลินอ้าปากคิดกล่าวคำ แต่เห็นชายที่มีไฝดำเดินออกไป แล้ว เขาจึงไม่พูดอะไรอีกและรีบตามออกไป
…
เซียวหมิงเยวี่ยเป็นคนขี้เกียจ ถ้าไม่ใช่เพราะทนกลิ่นมูลสัตว์ใน มิติส่วนตัวไม่ไหวจริง ๆ เธอคงไม่ออกจากบ้านเป็นเวลาครึ่งเดือน
ไม่มีทางเลือก ถึงแม้จะขี้เกียจแค่ไหนก็ต้องจัดการกับกองมูล สัตว์เหม็นตุในมิติส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่อย่างนั้น แค่เธอเดินเข้า ไปในมิติ กลิ่นเหม็นก็ตีเข้าหน้าจนทำให้เวียนศีรษะ
เธอออกจากประตูและมุ่งหน้าไปทางภูเขาด้านหลัง ในความเงียบ งัน เธอได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ ราวกับว่ามีคนกำลังติดตามอยู่
ปกติแล้วการไปภูเขาหลังบ้านต้องผ่านพื้นที่รกร้าง ซึ่งไม่ค่อยมี คนมาแถวนี้สักเท่าไหร่ ดังนั้นจึงไม่ยากที่จะสังเกตเห็นว่ามีคนสองคน กำลังเดินตามเธออยู่
เซียวหมิงเยวี่ยหันกลับไปพูดเสียงเรียบ
“มีอะไร?”
ชายผู้มีไฝรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่แล้วเขาก็ผิวปากและพูด อย่างไม่ใส่ใจว่า “ประสาทสัมผัสไวจริง ๆ ถึงได้รู้ถึงตัวตนเราเร็วขนาด นี้ คนสวย อยากเล่นกับพี่ชายหน่อยไหม?”
พอได้ยินคำพูดนี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็รู้ทันทีว่าคนสองคนนี้มาหา เธอ เธอเพิ่งออกจากบ้านมา แต่คนสองคนนี้กลับตามมาติด ๆ จึงไม่ น่าแปลกใจเลย
“ใครส่งพวกแกมา?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
ชายที่มีไฝดำรู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าเซียวหมิง เยวี่ยไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย ต่างจากผู้หญิงคนก่อน ๆ ที่มักจะ ร้องไห้ด้วยความกลัว หรือหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไป
ทันใดนั้นเขาก็เริ่มสนใจพลางค่อย ๆ ก้าวขาไปด้านหน้า ดวงตา จับจ้องบนเรือนร่างของเซียวหมิงเยวี่ยอย่างไร้ยางอาย ก่อนจะเลียริม ฝีปากของตนอย่างหื่นกระหาย
“ฉันยังไม่เคยลิ้มลองของดีแบบนี้มาก่อน ถ้าคุยกับผู้เฒ่ากุ่ย หน่อย บางทีอาจจะให้ฉันใช้ฟรีสักครั้ง”
เหล่าหลินเร่งเร้า “อย่ามัวแต่เล่น รีบลงมือได้แล้ว”
ได้ยินดังนั้น เซียวหมิงเยวี่ยหรี่ตาลงอย่างเย็นชาแล้วยกขาเตะ เป้ากางเกงของชายที่มีไฝตรงหน้า เสียงที่คล้ายกับมีบางอย่างแตกดัง ออกมาแผ่วเบา ของสกปรกนั่นคงใช้การไม่ได้แล้ว
ชายผู้มีไฝดำคุกเข่าลงบนพื้นด้วยความเจ็บปวด สองมือกุมเป้า กางเกงพร้อมแผดเสียงร้อง ใบหน้าซีดขาวเหมือนกระดาษ
เซียวหมิงเยวี่ยคว้าผมของเขาไว้ “เจ็บไหม? ขันทีน้อย”
ชายที่มีไฝดำคำรามอย่างบ้าคลั่งและชักปืนพกออกมาจากเอว ของเขา “หน็อย! ฉันจะฆ่าแกซะ”
ทันใดนั้นรูม่านตาของเซียวหมิงเยวี่ยหดเล็กลง เธอหักคอของ เขาโดยไม่ลังเล
คนที่ส่งเสียงคำรามขู่ฆ่าเซียวหมิงเยวี่ยเมื่อครู่ล้มลงกับพื้น ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง หมดลมหายใจไปพร้อมกับความแค้นเคือง
พวกมันเป็นใครกันถึงได้มีปืนติดตัวแบบนี้?
เหล่าหลินไม่โต้ตอบและมองดูเพื่อนร่วมแก๊งเสียชีวิตต่อหน้าต่อ ตา
“ถึงตาแกแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ลังเล ยกปืนขึ้นเล็งไปที่ขาของเหล่าหลิน ขณะที่กำลังจะลั่นไกปืน ทันใดนั้น ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นมาที่
ลำคอ สายตาเริ่มมืดมน และล้มลงไปกองกับพื้น
ที่คอของเธอมีเข็มยาสลบปักอยู่ชัดเจน
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากและไม่ทันได้ตั้งตัว
สิ่งสุดท้ายที่เซียวหมิงเยวี่ยเห็นก่อนจะหมดสติคือ ใบหน้าที่ตก ตะลึงของเหล่าหลิน เธอไม่มีเวลาตอบสนองและเข้าไปในพื้นที่มิติ ก่อนจะหมดสติ
ในระยะไกล พี่หูเก็บปืนยาสลบ และเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา
“ยาสลบสำหรับสัตว์จากต่างประเทศนี่มันดีจริง ๆ ฉีดปุ๊บสลบ ปั๊บ”
เหล่าหลินมองดูพี่หูด้วยความตื่นตระหนก “พะ พี่หู อาซานตาย แล้ว เขาถูกผู้หญิงคนนี้ฆ่า”
สีหน้าของพี่หูยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “ไอ้พวกขยะ ถ้าตายไปแล้วก็ ช่างมัน คนไม่มีสมองอยู่ได้ไม่นานหรอก เอาร่างมันไปโยนไกล ๆ จะ ได้ไม่มีใครมาเจอ”
เหล่าหลินพยักหน้าและรีบจัดการทันที
พี่หูหยิบปืนพกลูกโม่ในมือของเซียวหมิงเยวี่ยขึ้นมาพลางยิ้ม เยาะ
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้เฒ่ากุ่ยขอให้ใช้ปืนยาสลบ ได้ยินมาว่า คนที่บอกเบาะแสของเธอจะขอเรื่องนี้มาซ ้า ๆ เหมือนว่าผู้หญิงคนนี้
จะเก่งจริง ๆ หรือว่าเธอจะเป็น… ทหารหญิง? ฮ่า ๆ นั่นคงจะน่าสนใจ ไม่น้อย”
พี่หูอุ้มเซียวหมิงเยวี่ยขึ้นมา เดินไปยังรถตู้ที่จอดอยู่ตรงมุมหนึ่ง แล้วโยนร่างบางขึ้นรถ
มีร่างของอีกคนอยู่บนรถ เธอคืออวี๋ซินซิน มือและเท้าของเธอถูก มัด และมีเทปพันอยู่รอบปาก
“อื้อ อื้อ อื้อ…”
อวี๋ซินซินนอนขดตัวอยู่ที่มุมรถ ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัว เธอ ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ถึงหมดสติระหว่างเดินอยู่บนถนน และพอตื่นขึ้นมาก็ พบว่าอยู่บนรถตู้คันนี้แล้ว
นั่นมันพี่หมิงเยวี่ย!
ดวงตาของอวี๋ซินซินเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของเซียวหมิงเยวี่ย พี่หมิงเยวี่ยก็ถูกพวกมันจับมาด้วยเช่นกัน เด็กสาวขยับตัวไปอยู่ข้าง ๆ เซียวหมิงเยวี่ย และพยายามปลุกให้อีกฝ่ายตื่น
“พี่หู ทำไมยังมีคนอื่นอยู่ในรถล่ะ เป็นคนที่พี่ลักพาตัวมาเมื่อกี้นี้
เหรอ?” เหล่าหลินถาม
พี่หูเหลือบมองเขา “ไร้สาระ แล้วแกคิดว่าหล่อนจะเดินขึ้นรถตู้ มาเองหรือไง”
เหล่าหลินบีบหน้าอวี๋ซินซินแล้วพูดว่า “ดูไม่เลวเลย”
“ขึ้นรถได้แล้ว” พี่หูพูดออกคำสั่ง
เหล่าหลินรีบกระโดดขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ “แล้วไม่ต้องมัด มือมัดเท้าผู้หญิงคนนั้นด้วยเหรอ?”
“ไม่จำเป็น ความเข้มข้นของยาสลบสูงมาก เธอคงไม่ตื่นไปอีก สักพัก”
เหล่าหลินมองไปข้างหลัง “ผมเคยได้ยินมาว่ายาสลบไม่ควรใช้ มั่วซั่ว ความเข้มข้นที่มากเกินไปอาจทำให้คนตายได้ ยิ่งกว่านั้นมัน เป็นยาที่ใช้กับสัตว์ ความเข้มข้นยิ่งสูง เธอก็ยิ่งมีโอกาสตาย ถ้าเธอ ตายขึ้นมา พวกเราจะสูญเสียครั้งใหญ่”
พี่หูไม่สนใจ “งั้นก็ต้องดูว่าเธอยังมีบุญวาสนาเหลืออยู่ไหม”
เขาเพิ่งจะสตาร์ทรถและกำลังจะออกเดินทาง ทันใดนั้นก็มีใคร คนหนึ่งเข้ามายืนขวางทางรถ
เตียวเซี่ยเซี่ยตบกระโปรงรถและพูดด้วยความโกรธ
“ลงมา ๆ ใครอนุญาตให้พวกคุณขับรถเข้ามาในชุมชน? ลงทะเบียนแล้วหรือยัง?”
พี่หูใช้ลิ้นดุนฟันกรามก่อนพึมพำกับตัวเอง มาอีกคนแล้ว