ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 209 ถูกลักพาตัว กักขังในห้องมืด
“พี่หมิงเยวี่ย พี่หมิงเยวี่ย…”
ท่ามกลางเสียงเรียกของอวี๋ซินซิน เซียวหมิงเยวี่ยค่อย ๆ ลืมตา ขึ้นและพูดอย่างอ่อนแรงว่า
“ที่นี่ที่ไหน?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยโดยรอบ นี่คือ ห้องมืดขนาดเล็ก ไม่มีไฟ ไม่มีหน้าต่าง ประตูเหล็กปิดตาย แสงสลัว ๆ ส่องผ่านช่องเหล็กบนประตูสาดส่องเข้ามาในห้องมืด
ในห้องมีเด็กสาวประมาณสิบกว่าคน บางคนนั่งร้องไห้ บางคน ขดตัวอยู่ในมุมห้อง ร้องไห้สะอึกสะอื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้น หวัง ยังมีบางคนที่ร้องไห้จนหลับไป
“ในที่สุดพี่หมิงเยวี่ยก็ตื่น”
อวี๋ซินซินดีใจมาก ประคองร่างเซียวหมิงเยวี่ยให้พิงไหล่ของเธอ และพูดด้วยน ้าเสียงเศร้า
“ฉันก็ไม่รู้ว่าสถานที่นี้คือที่ไหน ฉันกำลังเดินอยู่บนถนน จู่ ๆ ก็มี คนมาปิดปากฉัน แล้วฉันก็หมดสติไป พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในรถตู้ แล้ว
หลังจากนั้นไม่นานพี่ก็ถูกโยนขึ้นมาบนรถ พวกเขาบอกว่าใช้ ยาสลบสำหรับสัตว์กับพี่หมิงเยวี่ย ฉันนึกว่าพี่จะตายแล้ว ฉันกลัว มากจริง ๆ ดีใจเหลือเกินที่พี่ตื่นขึ้นมา”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซียวหมิงเยวี่ยด่าคำหยาบคายในใจ ไม่แปลก ใจเลยที่เธอรู้สึกอ่อนแรงจนแทบยกมือไม่ขึ้น ไอ้พวกบ้าเอ๊ย ฉีด ยาสลบสำหรับสัตว์ให้เธอ คิดว่าเธอเป็นช้างรึไง?
เผลอ ๆ ตายได้เลยนะ โชคดีที่เธอยังพอมีบุญอยู่บ้าง
เซียวหมิงเยวี่ยเทน ้าค้างแจ่มชัดใส่ปากเพื่อจิบทีละนิด ร่างกายจึง เริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นมา
“พี่หมิงเยวี่ย ฉันกลัว ฉันอยากกลับบ้าน พี่คิดว่าเราจะกลับไปได้ ไหม?” อวี๋ซินซินพูดทั้งน ้าตา
หลังจากดื่มน ้าค้างแจ่มชัด เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกดีขึ้นมาก มือเริ่มมี กำลังวังชา เธอเอนกายพิงกับผนัง
“อย่ากลัวเลย ฉันจะพาเธอออกไปเอง หิวไหม?”
อวี๋ซินซินเป็นแค่เด็กสาวอายุไม่ถึง 17 ปี การที่เธอหวาดกลัวจึง เป็นเรื่องปกติ
เซียวหมิงเยวี่ยแอบยัดช็อกโกแลตชิ้นหนึ่งใส่มือเธอ โดยบอก เป็นนัยให้เธอกินมันอย่างรวดเร็ว อย่าให้ใครเห็น
ดวงตาของอวี๋ซินซินเป็นประกาย รีบคว้าช็อกโกแลตไว้ เธอหิว มากจริง ๆ ทั้งคืนที่ผ่านมาท้องของเธอส่งเสียงร้องจ๊อกจ๊อก ตลอดเวลา
เธอแกะกระดาษห่อออก แอบยัดใส่ปาก ไม่ได้กัด เพียงรอให้ ช็อกโกแลตละลายในปากอย่างช้า ๆ
หลังจากกินของหวาน ความหิวของอวี๋ซินซินบรรเทาลง และรู้สึก ดีขึ้นมาก
ภายในห้องอันมืดมิด ไม่มีใครสังเกตเห็นสองคนที่ซ่อนอยู่ตรง มุม
เซียวหมิงเยวี่ยรู้ว่าโทรศัพท์ของเธอถูกนำออกไปแล้ว โชคดีที่
เธอเก็บปืนไว้ในมิติส่วนตัวก่อน ไม่อย่างนั้นคงถูกยึดไปด้วย
“ฉันหลับไปนานแค่ไหน ตอนนี้เวลาประมาณกี่โมงแล้ว?” เซียวห มิงเยวี่ยถาม
อวี๋ซินซินกระซิบตอบ “พี่หลับไปทั้งคืน ตอนนี้น่าจะใกล้สว่าง แล้วล่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยหลับตาลง นึกถึงความกังวลของครอบครัวที่เธอ ไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน
เมื่อวานชายสองคนนั้นตั้งใจมาหาเธอ ดูเหมือนพวกเขาจะจับตา ดูวิลล่าตระกูลเซียวมาสักพักแล้ว ทันทีที่เธอออกจากบ้าน พวกเขาก็
ติดตามเธอและยังนำเข็มยาสลบมาด้วย แสดงว่าพวกเขาตั้งใจจะจับ เธอไป
ที่สำคัญพวกเขายังมีปืน ไม่น่าจะเป็นคนดีแน่ ๆ เธอไปทำอะไร ให้คนพวกนี้ไม่พอใจ?
เซียวหมิงเยวี่ยคิดหาคำตอบไม่เจอ
เธอเป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัวมากที่สุด คนพวกนั้น จะทำอะไรกับพ่อแม่ของเธอหรือเปล่า? และอวี๋ซินซินมาทำอะไรอยู่ ที่นี่?
พวกเขาต้องการอะไรกันแน่?
เซียวหมิงเยวี่ยเต็มไปด้วยความสงสัย เธอลิ้มรสช็อกโกแลตใน ปากอย่างไม่สบอารมณ์ รอจนร่างกายฟื้นฟูเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นปีศาจ หรือมารจากไหน เธอจะไม่ปล่อยพวกมันไปอย่างแน่นอน
ทันใดนั้น มือหนึ่งก็คว้าแขนเซียวหมิงเยวี่ยไว้
“แกเป็นคนทำร้ายฉันใช่ไหม ทั้งหมดเป็นเพราะแกฉันถึงถูกจับ ตัวมาที่นี่ ทั้งหมดเป็นเพราะแก เป็นเพราะแก!”
เซียวหมิงเยวี่ยลืมตาขึ้นมอง เห็นว่าเป็นเตียวเซี่ยเซี่ย
“เธอมาที่นี่ได้ยังไง?”
เตียวเซี่ยเซี่ยโมโห “แกยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ แกจะต้องเป็น พวกเดียวกับพวกมันแน่ ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยอยากจะกลอกตา “ใช้สมองหมูของเธอคิดดูสิ ถ้า ฉันเป็นพวกเดียวกับพวกมัน ฉันจะมาอดอยากและหนาวเหน็บอยู่ที่นี่
ทำไม?”
เตียวเซี่ยเซี่ยพูดไม่ออก จ้องมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความโกรธ ราวกับต้องการจ้องมองอีกฝ่ายจนเป็นรูพรุน
“พวกคุณรู้จักกันเหรอ?” อวี๋ซินซินถาม
เซียวหมิงเยวี่ยตอบสั้น ๆ “เธอเป็นเจ้าหน้าที่ใหม่ที่เพิ่งมาประจำที่
ชุมชนเรา”
อวี๋ซินซินอึกอัก เธออยากพูดว่า ไม่ใช่หล่อนเองหรือไงที่เข้ามา ขวางรถคนร้าย ก็เลยถูกจับตัวมาด้วย?
แต่เธอรู้ว่าพูดแบบนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเตียวเซี่ยเซี่ยคงยิ่งโกรธ เกรี้ยว
“พี่สาวเจ้าหน้าที่จัดสรรใจเย็น ๆ นะคะ พวกเราถูกจับมาด้วยกัน ถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทะเลาะกัน คิดหาวิธีหนี ดีกว่า”
เตียวเซี่ยเซี่ยส่งเสียงฮึดฮัดเย็นชาและไม่พูดอะไร
ทันใดนั้น ประตูเหล็กก็เปิดออกเสียงดัง ชายร่างกำยำลากผู้หญิง คนหนึ่งเข้ามาและโยนเธอลงพื้น
“เข้าไป!”
ชายร่างกำยำจ้องมองไปรอบห้องด้วยสายตาโหดเหี้ยม “ทำตัวดี ๆ แล้วเงียบ ๆ ซะ”
หญิงสาวทุกคนต่างหวาดกลัวตัวสั่น
ชายร่างกำยำหันหลังกลับออกไป และล็อกประตู
ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหว วิ่งไปที่ประตูเหล็กพร้อมตะโกนทั้งน ้าตา “ทำไมถึงจับฉันมา พวกแกเป็นใครกันแน่? ปล่อยฉันออกไป! ปล่อย ฉันออกไป!”
หญิงสาวที่เพิ่งถูกโยนเข้ามาค่อย ๆ ลุกขึ้นจากพื้นและหามุม หนึ่งเพื่อนั่งลง เธอพูดเสียงเบา
“อย่าเสียเวลาเลย เข้ามาในรังรื่นรมย์สุขฤดีแล้ว ต่อให้ตาย กลายเป็นผีก็หนีออกไปไม่ได้”
หญิงสาวคนนั้นตกตะลึง “เธอเป็นใคร เธอรู้ใช่ไหมว่าที่นี่คือที่
ไหน? แล้วรังรื่นรมย์สุขฤดีคืออะไร?”
หญิงสาวในห้องมืดทุกคนต่างมองไปที่หญิงสาวคนใหม่ รวมถึง เซียวหมิงเยวี่ยและพรรคพวก
หญิงสาวดูเหมือนจะคุ้นเคยกับสถานที่นี้เป็นอย่างดี เธอพูดขึ้น อย่างเหนื่อยหน่าย
“ฉันชื่อจางฮุ่ย พวกเธอถูกจับมาที่นี่แต่ไม่รู้เลยเหรอว่านี่คือที่
ไหน? ที่นี่คือรังรื่นรมย์สุขฤดี เป็นเขตสีเทา อยู่ใต้การควบคุมของ แก๊งมาเฟีย แม้แต่ตำรวจยังไม่กล้ายุ่งเลย
รังรื่นรมย์สุขฤดีทำธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด การพนัน และการค้าประเวณี พวกเราถูกจับมาเพื่อเป็นโสเภณี คอยรับแขก ที่มาเที่ยว”
เมื่อได้ยินคำพูดของจางฮุ่ย หญิงสาวในห้องต่างก็ตกตกใจจน เสียขวัญ บางคนร้องไห้ บางคนหน้าซีดเผือด ทุกคนต่างหวาดกลัว
“แล้วจะทำยังไงดี? ฉันไม่อยากเป็นโสเภณี”
“ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันออกไปเถอะ ฉันไม่อยากเป็นโสเภณี!”
“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยพวกเราด้วย ช่วยด้วย!”
ชายร่างกำยำยืนอยู่ปลายสุดของโถงทางเดิน เมื่อได้ยินเสียง ตะโกน เขาก็หัวเราะเยาะอย่างดูถูก
“ฉันฟังจนเบื่อแล้ว ทุกครั้งที่มีสินค้าใหม่มา พวกเธอก็พูดแบบนี้
เสมอ ไม่อยากขายตัวงั้นเหรอ? อีกไม่กี่วันก็คงจะร้องขออยากขาย เองนั่นแหละ”
ชายอีกคนจุดบุหรี่ขึ้นสูบ “เสียงดังจนปวดหัว ฉันล่ะเกลียดเสียง ผู้หญิงร้องไห้ที่สุด เดี๋ยวไปเข้าห้องน ้าแป๊บนะ”
…
พวกเธอร้องไห้คร ่าครวญและตะโกนเป็นเวลานานจนเสียงแหบ แห้ง ท่ามกลางเสียงร้องไห้ เตียวเซี่ยเซี่ยนั้นดูน่าเวทนามากที่สุด แต่ ก็ไม่มีใครสนใจ
จางฮุ่ยเงยหน้าขึ้นพูดว่า “พวกเธออย่าร้องอีกเลย เข้ามาในรัง รื่นรมย์สุขฤดีแห่งนี้แล้ว ไม่มีใครหนีออกไปได้ มีแต่ศพเท่านั้นที่
ออกไปได้ ถ้าพวกเธอยังตะโกนเสียงดังอีก ระวังจะเรียกไอ้คนเลวเมื่อ กี้เข้ามา เขาฆ่าคนมาเยอะมาก ที่นี่ไม่มีใครเขาใส่ใจกับชีวิตคนคน หนึ่งหรอก”
เมื่อจางฮุ่ยพูดจบ หญิงสาวเหล่านั้นต่างมองไปทางประตูกระจก ด้วยความหวาดกลัว เสียงสะอื้นของพวกเธอเงียบหายไป
หัวใจของอวี๋ซินซินเต้นรัว “พี่หมิงเยวี่ย เราจะหนีออกไปได้ใช่ ไหมคะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “ถ้าฉันสามารถออกไปได้ เธอ ก็ต้องออกไปได้เหมือนกัน”
อวี๋ซินซินรู้สึกมั่นใจขึ้นทันใด ถ้าพี่หมิงเยวี่ยพูดว่าหนีออกไปได้ ก็คือหนีออกไปได้แน่นอน
เตียวเซี่ยเซี่ยทรุดลงกับพื้น ร้องไห้จนตัวโยน สะอึกสะอื้นจนแทบ หายใจไม่ออก
“ฮือ ๆ ๆ ฉันไม่อยากเป็นโสเภณี ฉันไม่อยากเป็น ฉันเป็นคน สวยขนาดนี้ ไม่อยากให้ผู้ชายหน้าขี้เหร่มาแตะตัว ฮือ ๆ ๆ ฉันไม่ อยากเป็นโสเภณี มันน่าขยะแขยงจะตาย”
เซียวหมิงเยวี่ยนิ่งเงียบ “…”
มุมของผู้หญิงคนนี้แปลกจริง ๆ ถ้าเป็นผู้ชายหน้าตาดีก็จะ ยินยอมสินะ?
สวยเลือกได้เหลือเกิน!