ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 210 การปฏิบัติต่อโสเภณี
จางฮุ่ยมองดูปฏิกิริยาของทุกคนแล้วถอนหายใจ
“พวกเขาตามล่าสาวสวยทุกหนแห่งเพื่อบังคับพวกเธอให้เป็น โสเภณี ฉันขอแนะนำให้ทุกคนยอมรับชะตากรรมของตัวเองซะ บาง คนพยายามหลบหนีก่อนหน้านี้ แขนขาของพวกเธอถูกตัดออก นอกจากนี้ยังมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกโยนเข้าไปในรังหนอนแมลงจน ถูกกัดตาย”
เมื่อเธอพูดจบ ทุกคนยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นจนตัวสั่นเทา คนที่
เคาะประตูเมื่อกี้ต่างก็รีบกลับมานั่งคุดคู้อยู่ที่มุมห้อง เพราะกลัวว่าจะ ทำให้คนเลวพวกนั้นโกรธ แล้วถูกจับโยนเข้าไปในรังแมลง
สายตาของเซียวหมิงเยวี่ยจับจ้องไปที่จางฮุ่ย “เธอรู้เรื่องนี้ได้ ยังไง?”
จางฮุ่ยพูดด้วยน ้าเสียงเรียบเฉย “ฉันมาที่นี่ก่อนพวกเธอ เพราะ ฉันไปขัดใจแขก เลยถูกเอาตัวมาขังเพื่อลงโทษ”
สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเย็นชา “ในช่วงสามวันแรก เด็กใหม่จะ ได้รับเพียงแค่น ้าโดยไม่มีอาหาร พวกเขาเรียกสิ่งนี้ว่าการฝึกความ อดทน คนที่ยอมทำงานเป็นโสเภณีจะได้กินอาหารที่มีทั้งเนื้อและผัก
คนที่ไม่ยอมรับแขกจะถูกนำไปทรมาน ถ้ายังมีลมหายใจอยู่ ก็ ต้องไปทำความสะอาด ล้างห้องน ้า ไม่เพียงแค่ไม่ได้กินอาหารเท่านั้น
แต่ยังต้องปรนนิบัติผู้หญิงคนอื่นเหมือนกับทาส คนแบบนี้ถือเป็นคน รับใช้ชั้นต ่าในรังรื่นรมย์สุขฤดี ย ่าแย่ยิ่งกว่าเหล่าโสเภณี”
จู่ ๆ ก็มีคนถามขึ้นมาว่า “เป็นโสเภณีจะได้กินอาหารที่มีทั้งเนื้อ และผักเลยเหรอ? แล้วมีข้าวสวยด้วยไหม?”
ตั้งแต่เข้าสู่โลกาวินาศ เธอไม่เคยเห็นอาหารปกติมานานแล้ว
จางฮุ่ยตอบพร้อมกับเขี่ยเล็บไปด้วยว่า “มีสิ เหมือนกับก่อนที่จะ เกิดอุณหภูมิสูง เชฟทำอาหารอร่อยมาก ตอนแรกฉันก็ไม่อยากกิน แต่พอเห็นคนอื่นกินอย่างเอร็ดอร่อย ก็เลย…”
พูดจบเธอก็ถอนหายใจอีกครั้ง “คิดถึงเรื่องนี้ทีไรก็เศร้า ตอนอยู่ ข้างนอกไม่เคยได้กินของดี ๆ เลยสักครั้ง แต่ที่นี่มีให้กินทุกอย่าง กับ อีแค่เป็นโสเภณี จะไปสำคัญมากกว่าปากท้องได้อย่างไร?
คนเราก็ต้องอยู่ต่อไป แค่ให้หมูผัดพริกชามหนึ่งฉันก็ยอมอยู่ที่นี่
แล้ว ดูไร้ค่ามากสินะ พวกเธอคงกำลังดูถูกฉันแน่ ๆ เลยใช่ไหม?”
เด็กสาวหลายคนมองหน้ากัน สายตาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่
ซับซ้อน พวกเธออยากกินอาหารที่ดี แต่ไม่อยากเป็นโสเภณี
จางฮุ่ยเช็ดน ้าตาที่หางตา พูดพึมพำกับตัวเองว่า
“แต่โสเภณีก็มีหลายระดับนะ มีตั้งแต่ระดับ C ถึง A ระดับยิ่งสูง อาหารก็ยิ่งดี ได้รับแขกคนสำคัญของที่นี่ แถมยังมีคนรับใช้สองคน
คอยดูแล ประหนึ่งนางสนมในวังเลย แต่ฉันคงไม่มีวาสนาขนาดนั้น เกรงว่าคงจะมีแค่เธอเท่านั้นแหละ”
จู่ ๆ เธอก็ชี้ไปที่เซียวหมิงเยวี่ย หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น เธอไม่ชอบ ‘คำชม’ แบบนี้เลยจริง ๆ
เตียวเซี่ยเซี่ยหยุดสะอื้นแล้วเงยหน้าขึ้นถามว่า “แล้วฉันล่ะ?”
จางฮุ่ยตกตะลึง “เธอเหรอ น่าจะระดับ B”
เตียวเซี่ยเซี่ยไม่พอใจ “ฉันด้อยกว่าผู้หญิงคนนี้ตรงไหน?”
จางฮุ่ยตกตะลึงกับคำถาม ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร
เซียวหมิงเยวี่ยพูดไม่ออกอีกครั้ง ในหัวของผู้หญิงคนนี้ยังมี สมองอยู่หรือเปล่า? พวกเธอล้วนเป็นโสเภณี ยังจะมาแย่งลำดับชั้น กันอีกเหรอ งั้นยกให้เธอไปก็จบเรื่อง
“แล้วพวกผู้หญิงธรรมดา ๆ ล่ะ?” มีใครบางคนถามขึ้น
“แน่นอนว่าพวกผู้หญิงธรรมดาต้องรับรองแขกธรรมดา พวก พนักงานกรมเกษตรกรรม เจ้าหน้าที่รัฐ ได้ยินมาว่ามีทหารด้วยนะ”
อวี๋ซินซินสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ ทหารด้วย เหรอ???
โลกนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว
ดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยมืดหม่นลงเรื่อย ๆ “แล้วพวกเขาหา เป้าหมายและจับหญิงสาวได้ยังไง?”
จางฮุ่ยเปลี่ยนท่าทางและพิงกำแพงพูดอย่างสบาย ๆ ว่า
“มีผู้ลักพาตัว เมื่อพบเจอสาวสวย พวกเขาจะแจ้งที่อยู่ให้กับเบื้อง บน แล้วรังรื่นรมย์สุขฤดีจะส่งคนไปจับตัว แต่ก็สามารถให้เพื่อน แนะนำมาได้เช่นกัน
ผู้หญิงที่ถูกแนะนำมาล้วนสมัครใจ แต่ข้อกำหนดรูปลักษณ์ ภายนอกของผู้หญิงที่นี่ค่อนข้างสูง เน้นรูปร่างหน้าตาและบุคลิก มี หลายคนที่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์ สุดท้ายผู้หญิงที่ทั้งสวยและมี มันสมองก็หายาก”
“ผู้ลักพาตัว?” เซียวหมิงเยวี่ยพึมพำกับตัวเอง
แล้วผู้ลักพาตัวคนไหนที่รายงานเกี่ยวกับเธอ?
“แล้วการจะเป็นผู้ลักพาตัวต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง?” เซียวหมิง เยวี่ยถามขึ้นทันที
จางฮุ่ยมองเธออย่างพิจารณา พบว่าเธอดูน่าจะมีแววเป็นโสเภณี ระดับ A เลยพูดคุยกับเธอมากขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เผื่อไว้ ในอนาคตจะได้ช่วยเหลือกัน
อย่างไรเธอก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว
“บางคนก็เป็นพนักงานของรังรื่นรมย์สุขฤดี บางคนก็เป็นแขก ที่มาเที่ยว การเป็นผู้ลักพาตัวสามารถได้รับประโยชน์มากมาย จึงมี
ลูกค้าจำนวนมากที่เต็มใจจะเป็นผู้ลักพาตัว และทำงานนี้เป็นงาน เสริม”
เซียวหมิงเยวี่ยเงียบงัน นี่มันไม่ต่างจากการค้ามนุษย์เลย ช่างน่า ตกใจจริง ๆ
“แม้แต่เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในชุมชนก็ยอมเป็นผู้ลักพาตัวเหรอ?” เซียวหมิงเยวี่ยจับประเด็นสำคัญจากคำพูดอีกฝ่าย
จางฮุ่ยตอบกลับ “มีเยอะเลยล่ะ โดยเฉพาะคนที่ทำงานในชุมชน พวกเขาล้วนเป็นคนนิสัยไม่ดี และต้องพบเจอกับผู้ประสบภัยมากมาย ในทุกวัน ดังนั้นพวกเขาจึงเหมาะสมที่สุดที่จะทำงานนี้ คนจากรัง รื่นรมย์สุขฤดียังไปโน้มน้าวพวกเขาโดยเฉพาะ และเสนอสิ่งจูงใจให้ พวกเขามากขึ้น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาของเซียวหมิงเยวี่ยก็เย็นชาลงทันที หากไม่ใช่คนจากรังรื่นรมย์สุขฤดี บุคคลนี้ก็คงเป็นเจ้าหน้าที่ของ ชุมชนหวาฮั่น
แน่นอนว่าลูกค้าต้องเป็นผู้ชาย แถมยังทำงานในชุมชน เธอเองก็ ไม่ค่อยมีเรื่องบาดหมางกับใคร แล้วใครคือผู้ต้องสงสัยที่มีความ เป็นไปได้สูงสุด คำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?
เซียวหมิงเยวี่ยกัดฟันกรอด พยายามข่มความโกรธแค้นที่ท่วม ท้นในใจ และระงับอารมณ์ที่ปั่นป่วนรุนแรง
เมื่อเธอรู้ที่มาที่ไปของเรื่องแล้ว ก็มั่นใจว่าบุคคลเหล่านี้มุ่งเป้ามา ที่เธอคนเดียว ครอบครัวของเธอน่าจะปลอดภัยชั่วคราว เธอจึงรู้สึก สบายใจขึ้น
ด้วยพลังจากน ้าค้างแจ่มชัด ร่างกายของเธอฟื้นฟูกลับมา มากกว่าครึ่งแล้ว แค่ต้องรออีกนิดจนฤทธิ์ยาสลบในร่างกายหมดลง เธอจะไม่ยอมนั่งรอความตายอยู่ที่นี่
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปที่จางฮุ่ยอีกครั้ง “ฟังจากคำพูดของเธอ ดู จะไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป เธอเคยทำอะไรมาก่อนเหรอ?”
จางฮุ่ยนั่งขดตัวอยู่บนพื้น โบกมือแล้วพูดว่า “ก็แค่ดอกเตอร์สาย ศิลป์ไร้ค่า อย่าถามอะไรนักเลย ฉันของีบหลับสักหน่อย”
เซียวหมิงเยวี่ยตกตะลึงจนพูดไม่ออกชั่วขณะ
ผู้คนที่จบดอกเตอร์ควรเป็นเสาหลักของประเทศ แต่กลับถูก บังคับให้เป็นโสเภณีเพียงเพื่อแลกกับปากท้อง นี่มันยุคสมัยอะไรกัน
ช่างขมขื่นเสียจริง
เซียวหมิงเยวี่ยหลับตาพักผ่อนต่อไป ชีวิตชาติก่อนเธอไม่เคยได้ ยินชื่อรังรื่นรมย์สุขฤดี และไม่เคยตกเป็นเป้าหมายของใครเลย อาจจะเป็นเพราะชาติที่แล้วเธอขาดสารอาหาร หน้าตาซูบซีด
เบื้องหลังห่วงโซ่อุตสาหกรรมสีดำอันยิ่งใหญ่นี้ ย่อมมีคนหนุน หลังอยู่เป็นแน่
สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนหลังวันสิ้นโลกนั้นช่างน่าเวทนา คน ที่ยังมีงานทำถือว่าโชคดีมากแล้ว แต่พวกเขายังมีกะจิตกะใจมาเล่น พนันและเที่ยวโสเภณี ช่างเป็นคนดีจริง ๆ
นี่แหละคือธรรมชาติของมนุษย์ที่มีทั้งดีและเลว
อวี๋ซินซินพึมพำเบา “พี่หมิงเยวี่ย พี่คิดว่าใครเป็นคนต้องการทำ ร้ายเรา พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่ในชุมชนเราจริง ๆ เหรอ?”
เตียวเซี่ยเซี่ยเข้าร่วมบทสนทนา “จริงด้วย ใครกันที่ต้องการทำ ร้ายฉัน ฉันเพิ่งจะมาอยู่ที่ชุมชนหวาฮั่นเอง เคยไปทำให้ใครขุ่นเคือง ที่ไหนกัน?”
ทันใดนั้น เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมา น ้าเสียงของเธอแน่วแน่ “ฉันรู้แล้ว จะต้องมีคนอิจฉาความสวยของฉันแน่ ๆ ความอิจฉาริษยา ทำให้ผู้คนตามืดบอด!”
อวี๋ซินซินพูดไม่ออก “…”
เธอไม่สนใจเตียวเซี่ยเซี่ย แต่หันไปจับข้อมือของเซียวหมิงเยวี่ย และถามเสียงเบาว่า
“ตอนนี้พี่รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง? ดูเหมือนว่าคนอื่นที่อยู่ในห้องจะ ไม่มีได้ถูกฉีดยาสลบ คนร้ายคงรู้ว่าพี่ไม่ธรรมดา เลยใช้แผนพิเศษ เพื่อจัดการ แสดงว่าคนร้ายต้องรู้จักพี่แน่ ๆ เลย”
เซียวหมิงเยวี่ยขยับคอเล็กน้อยและพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชา
“ฉันกำลังสงสัยอยู่คนหนึ่ง ถ้าเป็นฝีมือเขาจริง ฉันจะฉีกเขาเป็น ชิ้น ๆ”
อวี๋ซินซินกลืนน ้าลาย เด็กสาวรู้ว่าเซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้พูดเล่น ถ้าเธอพูดแบบนี้ แสดงว่าเธอจะฆ่าคนคนนั้นจริง ๆ
“ใคร? เขาคือใคร? ผู้ชายหรือผู้หญิง?” เตียวเซี่ยเซี่ยถาม
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมอง “เธอคิดว่าผู้หญิงจะมาเป็นลูกค้าที่นี่
เหรอ?”
เตียวเซี่ยเซี่ยคิดอยู่นาน และพูดว่า “ก็ไม่น่า”
“แล้วเธอคิดว่าคนร้ายเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ความเป็นไปได้อัน ไหนมีมากกว่ากัน?” เซียวหมิงเยวี่ยถามต่อ
เตียวเซี่ยเซี่ยนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง “น่าจะเป็นผู้ชายมากกว่า”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “ก็ยังไม่ได้โง่จนเกินไป”
เตียวเซี่ยเซี่ยเพิ่งรู้ตัว “เธอว่าฉันโง่งั้นเหรอ?”