ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 211 ปลอมตัวเป็นผู้ชาย เปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของ จางฮุ่ย
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 211 ปลอมตัวเป็นผู้ชาย เปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของ จางฮุ่ย
เวลากลางวัน…
“หิวจัง หิวจังเลย หิวข้าว”
เตียวเซี่ยเซี่ยไม่มีแรงจะโต้เถียงกับเซียวหมิงเยวี่ยอีกต่อไป เธอ พิงกำแพงอย่างอ่อนแรง ท้องของเธอส่งเสียงร้องดังก้อง
ผู้หญิงคนอื่น ๆ ก็เช่นกัน ทุกคนต่างก็หิวโหย พวกเธอไม่ได้กิน อะไรเลยตั้งแต่เมื่อวาน แล้วใครบ้างจะไม่หิว
มีเพียงเซียวหมิงเยวี่ยและจางฮุ่ยเท่านั้นที่ยังคงสงบนิ่ง ราวกับว่า พวกเธอไม่รู้สึกหิว
เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสาย ร่างกายที่เมื่อยล้าเริ่ม กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
“มีใครอยู่ไหม ฉันอยากเข้าห้องน ้า” เซียวหมิงเยวี่ยเคาะประตู
หลังจากนั้นไม่นาน ชายร่างกำยำก็เข้ามาด่าทอเสียงดัง “เคาะ อะไรนักหนา อยากตายหรือไง”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบอย่างใจเย็น “ฉันอยากเข้าห้องน ้า จะทนไม่ ไหวแล้ว”
ชายร่างกำยำเปิดประตูพร้อมกับด่าทอเสียงดัง ในเวลานั้นมี ผู้หญิงหลายคนพูดอย่างอ่อนแรงว่าพวกเธออยากเข้าห้องน ้าเช่นกัน
“ไปทีละสองคนเท่านั้น แกไปก่อน” ชายคนนั้นชี้นิ้วไปทางจางฮุ่ย
จางฮุ่ยลุกขึ้นและปัดก้นของเธอ สายตาเหลือบมองเซียวหมิง เยวี่ยขณะเดินผ่าน จากนั้นเดินออกจากห้องมืดเล็ก ๆ นี้
หลังจากชายร่างกำยำล็อกประตูแล้ว เขาพาทั้งสองไปยังห้องน ้า ก่อนจะหันมาพูดกับเซียวหมิงเยวี่ยว่า “เลี้ยวซ้าย อย่าคิดแม้แต่จะหนี ไม่งั้นฉันฆ่าแกแน่”
เซียวหมิงเยวี่ยเดินออกไปเงียบ ๆ และสังเกตเห็นว่าจางฮุ่ยแยก ตัวออกไปที่ทางแยก และเดินไปตามลำพัง
“ทำไมเธอถึงไปทางขวา?” เซียวหมิงเยวี่ยถามด้วยความสงสัย
ชายร่างกำยำพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชา “เธอไปห้องน ้าอีกห้องหนึ่ง แกนี่เรื่องมากจริงนะ ที่นี่ก็ห้องน ้าเหมือนกัน รีบ ๆ เข้าไปทำธุระแล้ว รีบออกมาซะ”
เซียวหมิงเยวี่ยมองขึ้นไปเห็นป้ายห้องน ้าหญิงแล้วเดินเข้าไป แต่ ไม่คาดคิดว่าชายคนนั้นจะเดินตามเข้ามาด้วย โดยไม่สนใจเลยว่าที่นี่
จะเป็นห้องน ้าหญิง
หน้ากระจก มีผู้หญิงแต่งหน้าจัดจ้านสามคนกำลังเติม เครื่องสำอาง เมื่อเห็นชายร่างกำยำคนนั้นเดินเข้ามา พวกเธอก็พูด แซวว่า
“อุ๊ย นี่พี่อิ้นไม่ใช่เหรอ มาทำอะไรในห้องน ้าหญิงล่ะ?”
ชายร่างกำยำเผยยิ้มหื่นกระหาย และคว้าหน้าอกอวบอั๋นของ ผู้หญิงคนนั้นมาบีบเคล้น “ก็เพราะคิดถึงเธอไงที่รัก ไม่ได้เจอเธอมา นานแล้ว งานยุ่งอะไรนักหนา มาอยู่กับฉันดีกว่า มาเถอะ อย่า เสียเวลาเลย ฉันจะทำให้เธอพอใจเอง”
ขณะที่กล่าว เขายกชายกระโปรงของผู้หญิงคนนั้นแล้วยกขา ข้างหนึ่งของเธอขึ้น ราวกับกำลังเร่งรีบ
ผู้หญิงคนนั้นคล้องคอของชายร่างกำยำแล้วพูดติดตลก “แล้ว คิดว่าฉันยุ่งอยู่กับอะไรล่ะ แล้วนี่อะไร ชอบแกล้งกันเสียจริง ๆ ยังมีคน อื่นอยู่ด้วยนะ”
แม้ว่าเธอจะพูดอย่างนั้น แต่เธอก็นั่งลงบนอ่างล้างมือด้วยความ กระตือรือร้น
ผู้หญิงสองคนที่อยู่ด้านข้างหัวเราะคิกคัก “พี่อิ้น นี่มันห้องน ้า ผู้หญิงนะ พี่นี่สมกับเป็นนักเลงตัวเหม็นจริง ๆ”
“พี่อิ้น พวกเราดูด้วยได้ไหม?”
ดวงตาอันเย้ายวนของชายร่างกำยำวูบไหวไปที่เรือนร่างของทั้ง สอง “แล้วแต่เลย”
ฉากด้านนอกดูเมามันอย่างยิ่ง บางคนที่ผ่านไปมาก็เฝ้าดูฉาก เร่าร้อนด้วยความสนใจ หลายคนเริ่มเข้ามารวมตัวกันส่งเสียงเชียร์ ปรบมือ แล้วยังสบถคำหยาบคายต่าง ๆ นานาออกมาอย่างต่อเนื่อง
เซียวหมิงเยวี่ยเข้าไปในพื้นที่มิติหลังจากปิดประตูห้องน ้า
ภายในบ้านไม้
หญิงสาวรวบผมขึ้น มัดเป็นมวย เปลี่ยนมาสวมชุดลำลองสีทึบ เสื้อฮู้ดแขนยาว กางเกงขายาว สวมทับด้วยเสื้อโค้ตที่มีฮู้ด เธอสวม ฮู้ดบนศีรษะ ปิดคลุมผมของเธอทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ
เธอใช้รองพื้นทาผิวให้คล ้าขึ้น แปะเคราบาง ๆ ลงบนใบหน้า สวมแว่นกันแดด สร้อยคอทองคำขนาดใหญ่ และนาฬิกาข้อมือ
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูตัวเองในกระจก ดูดีไม่เลว ไม่ต้องพูดถึง พวกคนข้างนอก แม้แต่พ่อแม่ของเธอก็คงจำเธอไม่ได้ในสภาพนี้
ไม่มีทางอื่น เธอไม่สามารถบุ่มบ่ามได้ จำเป็นต้องปลอมตัวเพื่อ สืบหาข้อมูลที่นี่ก่อน เธอไม่รู้ด้วยซ ้าว่ารังรื่นรมย์สุขฤดีอยู่ที่ไหน ถ้า ออกไปได้แล้ว เธอจะหาทางกลับบ้านได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้นเหล่าสมุนต่างก็พกปืนติดตัว แสดงให้เห็นว่าที่นี่มี ระบบป้องกันที่เข้มงวด การจะออกจากที่นี่อย่างปลอดภัยนั้นไม่ใช่ เรื่องง่าย
ลำพังแค่เธอคงไม่เป็นไร แต่ยังมีอวี๋ซินซินอยู่ด้วย ดังนั้นจึง หุนหันพลันแล่นไม่ได้ จำเป็นต้องใช้สติปัญญา ค่อย ๆ ดูลาดเลาไป ก่อน
หลังจากปลอมตัวแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยก็ออกจากมิติ ทันทีที่ออก มาก เธอก็ได้ยินเสียงกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมดังก้อง
เธอเปิดประตูและเดินออกจากห้องน ้าราวกับไม่มีใครเฝ้าดู ชาย ร่างกำยำกำลังยุ่งอยู่กับสิ่งอื่น จึงไม่ได้สนใจเธอนัก ยิ่งกว่านั้นยังมี ชายอีกสองคนเข้ามาในห้องน ้าหญิง
ที่รังรื่นรมย์สุขฤดี ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องปกติที่ผู้ชายเข้าห้องน ้า หญิง ดังนั้นเซียวหมิงเยวี่ยจึงออกจากห้องน ้าได้อย่างราบรื่น
เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอกขณะรีบเดินออกจาก ห้องน ้า เธอกลัวว่าตัวเองจะเป็นตากุ้งยิงจริง ๆ
ไม่แปลกใจเลยที่จะเรียกมันว่าซ่อง ผู้คนต่างก็สำส่อนและไร้ ยางอาย ไม่ต่างจากพวกสัตว์เดรัจฉาน
เซียวหมิงเยวี่ยเอามือล้วงกระเป๋า ทำทีเป็นเดินเล่นอย่างสบาย ๆ แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องไปรอบ ๆ ด้วยความระแวดระวัง
เมื่อครู่น่าจะเป็นโซนพนักงาน ส่วนด้านหน้าตรงโน้นน่าจะเป็น โซนรับแขก แค่ดูจากการตกแต่งและแสงไฟก็พอจะเดาได้แล้ว
โซนรับแขกตกแต่งอย่างหรูหรา โอ่อ่า สว่างไสวด้วยแสงไฟ ระยิบระยับ แว่วเสียงเพลงบรรเลงเบา ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยเดินผ่านห้องหนึ่ง ประตูห้องเปิดแง้มอยู่ เธอจึงแอบ มองเข้าไปด้านใน นั่นมันจางฮุ่ยไม่ใช่เหรอ?
เธอนั่งทานอาหารอยู่กับผู้หญิงอีกหลายคน ขณะพูดคุยกันอย่าง สนุกสนาน
เซียวหมิงเยวี่ยหยุดชะงัก ตัดสินใจแอบฟังบทสนทนาของพวก เธอ
“ฮุ่ยฮุ่ย พวกเด็กใหม่เป็นยังไงบ้าง?” หญิงสาววัยกลางคนที่มีผม ดัดลอนใหญ่เอ่ยถาม
จางฮุ่ยตักข้าวเข้าปากคำโต “ก็เดิม ๆ นั่นแหละ ร้องไห้คร ่า ครวญไม่อยากเป็นโสเภณี เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ฉันฟังจนเบื่อแล้ว”
หญิงสาวผมลอนยิ้มร่า “พวกเธอมาพนันกันไหม สามวัน หลังจากนี้ เดาสิว่าจะมีกี่คนที่เต็มใจ”
เด็กสาวคนหนึ่งซึ่งอายุน้อยกว่า ตอบทันทีว่า “ฉันพนันว่าทุก คน!”
“ฮ่า ๆ ๆ เธอเดิมพันว่าทุกคนเลยเหรอ? จำไม่ได้แล้วเหรอว่าก่อน หน้านี้ใครกันที่แสร้งทำเป็นเล่นตัวไม่ยอมรับแขก ทำตัวเป็นนางพญา รักษาพรหมจรรย์ แต่สุดท้ายก็รับแขกเยอะกว่าใคร ๆ ในคืนเดียว?”
เด็กสาวคนนั้นยักไหล่ ไม่สนใจคำพูดแซวของอีกฝ่าย
“ตั้งแต่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติฉันก็ไม่ได้กินอาหารดี ๆ แล้ว พรหมจรรย์จะมีประโยชน์อะไร? แลกเงินได้เหรอ หรือใช้เป็นอาหาร
ได้? ชีวิตข้างนอกยังไม่ดีเท่าในรังรื่นรมย์สุขฤดี อย่างน้อยที่นี่ก็ได้กิน อิ่มนอนอุ่น
ฉันเคยอาศัยอยู่ในบ้านที่ได้รับการจัดสรรสำหรับผู้ประสบภัย และโดนผู้ชายคนหนึ่งข่มขืน แทนที่จะเป็นเหยื่อที่น่าสงสารและถูก เอาเปรียบ สู้มาที่นี่ยังจะดีกว่า คุณภาพของผู้ชายที่มาเที่ยวที่นี่ก็ ดีกว่าด้วย จะไปกังวลอะไรนักหนา ชีวิตคนเราสั้นจะตาย”
“เซียงเซียงอายุยังน้อย แต่กลับยอมรับอะไรง่าย ๆ ชีวิตจริงก็เป็น แบบนี้แหละ ผู้ชายน่ะ แป๊บเดียวก็เสร็จ อดทนเดี๋ยวเดียวก็จบแล้ว” คนข้าง ๆ หัวเราะชอบใจ
อีกคนพูดขึ้นว่า “ฉันก็คิดว่าทั้งหมดเหมือนกัน ใครจะอดทนต่อ อาหารที่ล่อตาล่อใจได้ ถ้าให้กลับไปกินหนอนฟันอีก ฉันคงทำใจ กลืนไม่ลงจริง ๆ”
จางฮุ่ยเคี้ยวเนื้อในปาก “อิจฉาพวกเธอจริง ๆ ฉันยังต้องอยู่ใน ห้องมืดอีกสองวัน ทำไมทุกครั้งถึงต้องให้ฉันไปโน้มน้าวความคิด พวกเด็กใหม่ด้วยล่ะ?”
เด็กสาวพูดว่า “ก็เพราะพี่ฮุ่ยฮุ่ยพูดเก่งยังไงล่ะ”
จู่ ๆ จางฮุ่ยก็นึกบางอย่างขึ้นได้ “จริงด้วย ในกลุ่มนี้มีผู้หญิงคน หนึ่งสวยมาก ได้ยินจากพี่อิ้นว่าเธอมาจากผู้เฒ่ากุ่ย คุณภาพระดับ A เลยนะ สวยขนาดนี้คงราคาแพงน่าดู”
สาวผมลอนลดเสียงลง “แล้วถ้าเทียบกับซูหูเตี๋ยปี่ล่ะ คนไหนสวย กว่ากัน?”
จางฮุ่ยคิดอยู่พักหนึ่ง “พวกเธอสวยกันละแบบ มีลักษณะเฉพาะ ของตัวเอง แต่ในแง่ของเสน่ห์ ฉันคิดว่าเด็กใหม่ระดับ A ดูมีเสน่ห์ มากกว่า”
หญิงสาวผมลอนยิ้มร่าอย่างเจ้าเล่ห์ รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
“เฮอะ! ในที่สุดนางแพศยาซูหูเตี๋ยปี่ก็เจอคู่ปรับแล้ว หวังว่าเด็ก ใหม่จะแย่งลูกค้าของเธอไปจนหมด กล้ามาทำตัวหยิ่งยโสชักสีหน้า ทุกวัน ทั้งที่ก็ขายตัวเหมือนกัน กล้าดียังไงถึงได้มาดูถูกคนอื่น!”
จางฮุ่ยตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก แล้วถอนหายใจยาว
“เฮ้อ ฉันต้องกลับไปแล้วล่ะ ไปก่อนนะสาว ๆ”
หลังจากที่จางฮุ่ยจากไป เซียวหมิงเยวี่ยก็เดินออกจากเงามืดที่
อยู่ตรงหัวมุม ดวงตาทั้งสองล ้าลึกเหมือนสระนำ ไม่น่าแปลกใจเลยที่
ผู้หญิงคนนี้จะรู้ทุกอย่าง เธอถูกส่งมาเพื่อใช้กลยุทธ์ทางจิตวิทยา
เซียวหมิงเยวี่ยไม่รีรอ เธอเดินตรงไปยังโซนรับแขก…