ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 213 การนองเลือดของรังรื่นรมย์สุขฤดี
เซียวหมิงเยวี่ยคอยฟังเสียงจากหูฟัง จนสามารถหลบเลี่ยงการ ถูกพบได้หลายครั้ง
หลังจากเดินผ่านชายชุดดำที่เร่งรีบอีกครั้ง หญิงสาวก็วาด แผนผังของที่นี่ไว้ในหัว มียามถือปืนไรเฟิลยืนเฝ้าอยู่ที่ทางเข้า กาสิโน และทุกคนที่เข้าไปต้องแสดงบัตรผ่านก่อน
เซียวหมิงเยวี่ยไม่มีบัตร จึงตัดสินใจไม่เข้าไปดีกว่า เพื่อ หลีกเลี่ยงการถูกสงสัย
ส่วนสถานที่อื่น ๆ ล้วนเป็นเขตหวงห้าม มียามถือปืนดูแลอย่าง เข้มงวด สายตาจ้องมองผู้คนที่ผ่านไปมาเหมือนเหยี่ยว
พื้นที่เดียวที่เซียวหมิงเยวี่ยสามารถเข้าไปได้คือพื้นที่สังสรรค์ ซึ่ง เป็นพื้นที่ค้าประเวณีด้วย พื้นที่ค้าประเวณีก็เหมือนกับห้องคาราโอ เกะ สิ่งเดียวที่แตกต่างจากห้องคาราโอเกะคือ ห้องส่วนตัวแต่ละห้องมี เตียงเร้าอารมณ์ขนาดใหญ่
แม้แต่ทางออกของพื้นที่ค้าประเวณีก็มียามคอยเฝ้าไว้ ไม่ว่าใคร จะเข้าหรือออกจากที่นี่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และ โสเภณีจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไป
“เข้มงวดจริง”
ไม่ไกลกันนัก เซียวหมิงเยวี่ยคอยสังเกตอยู่นาน สถานที่นี้มัน อะไรกันแน่ ช่างเหมือนกรงขังที่ปิดตาย ไม่มีทางหนีรอด สมแล้วที่
จางฮุ่ยพูดว่า แม้แต่ตายกลายเป็นผีก็หนีออกไปไม่ได้
หลังจากสังเกตการณ์จนเข้าใจโครงสร้างคร่าว ๆ ของรังรื่นรมย์ สุขฤดี เซียวหมิงเยวี่ยก็คิดแผนการในใจ
เนื่องจากหนีออกทางประตูหลักไม่ได้ งั้นก็ต้องมีประตูเล็ก ๆ ไว้ ขนส่งเสบียงและวัตถุดิบ แน่นอนว่าการเฝ้าระวังประตูเล็กย่อมไม่ เข้มงวดเท่าที่นี่
เมื่อคิดได้ดังนี้ เซียวหมิงเยวี่ยรีบกลับทางเดิม มุ่งหน้าไปยังโซน พนักงานเพื่อหาทางออกของช่องทางพนักงาน
ระหว่างที่กำลังเดินอยู่ ทันใดนั้น เสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังขึ้น จากหูฟัง เสียงนั้นฟังดูเหมือนเสียงรบกวน จากนั้นสองวินาทีต่อมา เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากหูฟัง
“คุณหนูเซียวหมิงเยวี่ยเก่งมากเลยนะครับเนี่ย คุณทำให้ผม ประทับใจมากจริง ๆ ผมชอบผู้หญิงฉลาดอย่างคุณมากเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วขึ้น เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าคงแอบฟังได้ไม่นาน ในที่สุดก็ถูกค้นพบจนได้
เซียวหมิงเยวี่ยมองกล้องวงจรปิดที่อยู่ด้านหน้า ถอดแว่นตาสีดำ ออก เผยยิ้มและโบกมือให้กับกล้อง ท่าทางของเธอไม่แสดงความ ตื่นเต้นใด ๆ ราวกับว่าเธอไม่ได้ถูกจับได้
อีกด้านหนึ่ง ผู้เฒ่ากุ่ยจ้องมองเซียวหมิงเยวี่ยผ่านกล้องวงจรปิด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมและความมุ่งมั่นที่จะได้ตัวเธอ มา
“คุณเองก็รู้ดีอยู่แล้ว ยอมแพ้เถอะ ยังไงก็หนีออกไปไม่ได้หรอก ทำไมไม่ลองพูดคุยกันดี ๆ ล่ะ? ผมชื่นชมคนเก่งนะ ไม่อยากให้คุณ ไปขายตัวหรอก คุณมีคุณค่ามากกว่านั้นเยอะ ลองคิดดูหน่อยไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยบีบหูฟังแน่น “ฉันอยากถามแค่ว่า ผู้ลักพาตัวที่
รายงานเกี่ยวกับฉัน คือหลิวเฉินใช่หรือเปล่า?”
“เขาเป็นพนักงานใหม่ที่ผมเพิ่งหามาได้”
ผู้เฒ่ากุ่ยพูดตรงไปตรงมา ตามกฎเก่า เขาไม่สามารถเปิดเผย ข้อมูลเครือข่ายของเขาให้ใครได้ แต่เพื่อดึงดูดเซียวหมิงเยวี่ย การ เสียสละหลิวเฉินสักคนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซียวหมิงเยวี่ยจึงได้รับการยืนยันความสงสัย ไอ้สารเลว เตรียมตัวรอความตายได้เลย
“ฉันรู้ว่าพวกคุณมีอิทธิพลมากเกินกว่าที่ฉันจะทำให้ขุ่นเคือง แต่ ฉันไม่อยากเป็นโสเภณี และไม่อยากทำงานให้คุณ ปล่อยฉันไปซะ ฉันจะแกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ถ้าไม่ปล่อย ฉันจะทำให้ที่นี่พังพินาศ คุณคิดว่าถ้ามีแขก สำคัญสักสองถึงสามคนตายที่นี่ แล้วรังรื่นรมย์สุขฤดีจะยังเปิดต่อไป ได้อีกเหรอ?”
ผู้เฒ่ากุ่ยหัวเราะ “คุณขู่ผมเหรอ? กล้าหาญดีนะ ผมรู้ว่าคุณมี ความสามารถ แต่คุณเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียว ส่วนคนของผมล้วน มีปืน อย่าพูดเรื่องโง่ ๆ แบบนี้อีกเลย”
“จริงเหรอ แล้วแบบนี้ล่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบปืนพกออกมาจากด้านหลังเอวของเธอ ดึง มันด้วยมือเดียว และขึ้นลำได้สำเร็จ
ตอนที่เดินผ่านชายชุดดำเมื่อสักครู่นี้ เธอแอบขโมยปืนของเขา มา แล้วตอนนี้มันก็ไม่เสียเปล่า
สีหน้าผู้เฒ่ากุ่ยเย็นชาลง “คุณหนูเซียว ถ้าคุณยังดื้อดึงต่อไป ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องจัดการคุณ ผมแค่สูญเสีย เล็กน้อย แต่สำหรับคุณ มันหมายถึงชีวิต และยังมีครอบครัวของคุณ ด้วย ผมจะไม่ไว้ชีวิตใครหน้าไหนทั้งนั้น ดังนั้นทำไมต้องพากันพินาศ ทั้งสองฝ่ายด้วยเล่า?”
เซียวหมิงเยวี่ยเม้มริมฝีปากด้วยความโกรธ แววตาเต็มไปด้วย จิตสังหาร
“แบบนี้ก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันแล้ว สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือ คนที่
เอาครอบครัวมาขู่ฉัน”
ครอบครัวคือเส้นตายของเธอ เดิมทีเธอยังพอจะพูดคุยได้ แต่ ตอนนี้ขอโทษนะ แกดันล ้าเส้นมาเหยียบย ่าเส้นตายนั้นเสียแล้ว
ในเวลานั้นเซียวหมิงเยวี่ยได้ยินเสียงฝีเท้าตรงเข้ามา เธอยกปืน พกขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยและยิงชายชุดดำสามคนที่กำลังตรงเข้ามา คนละนัด กระสุนเข้าที่แสกหน้าพอดิบพอดี
ผู้เฒ่ากุ่ยจ้องมองจอมอนิเตอร์ด้วยความโกรธ เขาตบโต๊ะอย่าง แรงและพูดว่า
“เซียวหมิงเยวี่ย แกจะต้องชดใช้สำหรับความหุนหันพลันแล่น ของแก!”
เซียวหมิงเยวี่ยยกคิ้วอย่างท้าทาย “ถ้าแกมายุ่งกับฉัน แกก็ จะต้องชดใช้เหมือนกัน”
พูดจบ เธอก็ทำลายกล้องวงจรปิดด้วยกระสุนนัดเดียว
…
ภายในห้องส่วนตัวสุดหรู ผู้เฒ่ากุ่ยคว ่าโต๊ะไวน์ลงพื้นด้วยความ โกรธเกรี้ยว ผู้หญิงหลายคนบนเตียงต่างหวาดกลัวกลัวจนตัวแข็ง ค้าง
“มันมีภูมิหลังอะไร ถึงได้มีปืนใช้! ไอ้หลิวเฉิน แกได้สร้างเรื่อง ใหญ่ให้ฉันแล้ว!”
เหงื่อเย็นไหลอาบใบหน้าของไป๋หู่ “ท่านไม่ได้บอกหรือครับว่า ขอแค่สวยก็พอ ไม่สนว่าภูมิหลังจะเป็นยังไง?”
ผู้เฒ่ากุ่ยจ้องมองด้วยความโกรธ “แต่ก็ไม่ใช่ไปคว้าฆาตกรแบบ นางนี่! รีบส่งคนไปบอกแขกทุกคนว่าห้ามออกจากห้องส่วนตัว แล้ว รีบจัดการมันซะ อย่าปล่อยให้มันฆ่าแขกคนสำคัญ ถ้ามันทำร้ายท่าน ผู้นั้น พวกเราตายกันหมดแน่!”
ไป๋หู่เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ “ท่านผู้นั้นมาที่นี่วันนี้เหรอ ครับ?”
ผู้เฒ่ากุ่ยกัดฟัน “แกคิดว่าไงล่ะ”
ไป๋หู่พยักหน้าซ ้าแล้วซ ้าเล่า “ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
ขณะที่ไป๋หู่กำลังจะเดินออกไป ผู้เฒ่ากุ่ยก็เรียกเขาไว้ก่อน “เดี๋ยวก่อน หลังจากฆ่านางเซียวหมิงเยวี่ยแล้ว หาคนไปจับตัวไอ้หลิว เฉินมา ฉันจะถลกหนังมันออกทั้งเป็น!”
ตอนนี้ผู้เฒ่ากุ่ยรู้สึกว่า หลิวเฉินจงใจทำสิ่งนี้เพื่อลอบกัดเขา
…
อีกด้านหนึ่ง หลังจากเซียวหมิงเยวี่ยเอาปืนจากชายชุดดำทั้ง สามคนมาแล้ว เธอก็เข้าไปหลบในห้องส่วนตัว เปลี่ยนเป็นชุดที่
สะดวกต่อการเคลื่อนไหว รวบผม และสวมเสื้อเกราะกันกระสุน
เดิมทีเธอแค่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขหลังวันสิ้นโลก และแค่ ปกป้องตัวเองเท่านั้น แต่ดันมีคนคอยมาหาเรื่อง เอาครอบครัวมาขู่ เข็ญ ถ้าเธอยอม เธอจะต้องกลายเป็นทาสรับใช้พวกคนเลว แต่ถ้าไม่
ยอม พวกมันก็จะต้องคุกคามครอบครัวของเธอ และกลายเป็นปัญหา ไม่จบสิ้น
เดาได้ไม่ยากว่าพวกนั้นต้องการใช้เธอทำอะไร คงหนีไม่พ้นงาน อันตรายที่เกี่ยวกับการฆ่าคน
พวกมันไม่เต็มใจจะปล่อยเธอไป ไม่สามารถหลบซ่อน หรือ หลบหนีไปได้ ถ้าต้องถูกบังคับให้ทำงานหนักเช่นนั้น งั้นก็ฆ่าเธอซะ ดีกว่า
วันนี้ เธอจะทำให้รังรื่นรมย์สุขฤดีต้องนองเลือด!
หลังจากออกจากมิติ เซียวหมิงเยวี่ยได้ยินฝีเท้าตรงเข้ามา พวก มันกำลังมาฆ่าเธอ งั้นลองดูว่าใครยิงปืนได้แม่นกว่ากัน
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เซียวหมิงเยวี่ยซ่อนตัวอยู่ในเงามืด จัดการกับศัตรูอีกสี่คน เธอ กวาดปืนของพวกเขาไปเก็บไว้ในมิติส่วนตัว แทนที่ด้วยปืนที่เต็ม แม็กกาซีน
นี่แหละคือความสนุกของการเก็บกล่อง ฆ่าคนแค่ไม่กี่คนก็ได้ อุปกรณ์ครบ ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนกระสุน แค่เปลี่ยนปืนก็ยิงต่อได้ แล้ว
ไม่ว่าเซียวหมิงเยวี่ยเดินไปที่ไหน ก็จะพังกล้องวงจรปิด เธอยิงทิ้ง ไปแล้วสี่ตัว อีกด้านหนึ่งของกล้องวงจรปิด ปอดของผู้เฒ่ากุ่ยแทบจะ ระเบิดด้วยความโกรธ
“บัดซบ พวกแกฆ่าผู้หญิงคนเดียวไม่ได้หรือไง ไอ้พวกขยะเส็ง เคร็ง! ไอ้^&*^! &%#&**…”
…
เซียวหมิงเยวี่ยบิดคอชายคนหนึ่งจนสิ้นใจ จากนั้นเธอก็ได้ยิน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของกลุ่มคนจำนวนมาก เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นบ่ง บอกว่าพวกเขาน่าจะถือปืนยาวมาด้วย!
พวกเขาคิดว่าเธอเก่งขนาดนั้นเลยหรือไง
เธอคนเดียวไม่มีทางสู้พวกเขาแบบซึ่ง ๆ หน้า และคงต้องอาศัย จังหวะเผลอเข้าโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว
เซียวหมิงเยวี่ยเข้าไปซ่อนในห้องส่วนตัว ห้อง V888 ห้อง เดียวกับที่ชายชุดดำคนแรกห้ามเธอเข้าไปด้านใน
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยเปิดประตูห้องส่วนตัวเข้าไป เธอก็ต้องเบิกตา กว้างด้วยความตกตะลึง ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
หมาป่า! หมาป่าสี่ตัว!
ตรงกลางห้องมีกรงเหล็กขนาดใหญ่ ภายในกรงมีหมาป่าสีเทา ตัวใหญ่สี่ตัวนอนอยู่