ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 214 ฟู่กุ้ยยอมรับหมาป่าเป็นน้องชาย
ทันทีที่หมาป่าทั้งสี่เห็นเซียวหมิงเยวี่ย พวกมันก็ลุกขึ้นยืน ขนลุก พอง คำรามอย่างดุร้าย ดวงตาของพวกมันเต็มไปด้วยความ โหดเหี้ยม จ้องมองเธอเหมือนกับมองเหยื่อ
หมาป่าตั้งท่าพร้อมที่จะโจมตี ราวกับว่ามันจะกระโจนเข้าใส่และ ฉีกทึ้งเซียวหมิงเยวี่ยเป็นชิ้น ๆ ได้ทุกเมื่อ
เศษชิ้นเนื้อกระจัดกระจายอยู่ทั่วกรง โดยที่หมาป่าตัวหนึ่งกำลัง คาบมือมนุษย์ที่ถูกเคี้ยวจนแหว่ง
แม้ว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะกล้าหาญ แต่เธอก็ไม่สามารถระงับความ กลัวในใจได้
สถานที่แห่งนี้มีคนเลี้ยงหมาป่าไว้ แถมยังใช้เนื้อคนเป็นอาหาร ช่างน่าพรั่นพรึงมากจริง ๆ
โชคดีที่มีกรงขังอยู่ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รอด
เซียวหมิงเยวี่ยเงยหน้ามองไปรอบ ๆ ดูเหมือนว่าห้องนี้ถูกสร้าง ขึ้นมาเพื่อเลี้ยงหมาป่าโดยเฉพาะ มีฉนวนกันเสียงที่ดีเยี่ยม ด้านนอก แทบจะไม่ได้ยินเสียงหมาป่าเห่าหอนเลย และด้านบนยังมีกล้องวงจร ปิดอยู่สองตัว
เธอไม่รอช้า ยิงกล้องทั้งสองจนพัง
หมาป่าทั้งสี่ตัวในกรงเหล็กส่งเสียงขู่คำรามใส่เซียวหมิงเยวี่ยไม่ หยุด เสียงคำรามดังระงม ลำตัวใหญ่โตพุ่งใส่กรงจนเกิดเสียงกระแทก น่าสะพรึงกลัว
เซียวหมิงเยวี่ยเริ่มหงุดหงิด ในเมื่อกล้องวงจรปิดพังไปแล้ว เธอก็ จะปล่อยฟู่กุ้ยออกมา ดูสิว่าระหว่างหมาป่ากับราชันเจ้าป่า ใครจะเก๋า กว่ากัน
ฟู่กุ้ยไม่เคยเห็นหมาป่ามาก่อน ถือโอกาสนี้ให้มันได้เปิดหูเปิดตา
ฟู่กุ้ยตัวใหญ่โต สูงเกือบเท่าเซียวหมิงเยวี่ยแล้ว ตอนออกมาจาก มิติก็ดีใจมาก อยากเข้าไปคลอเคลียเจ้านาย แต่พอเห็นหมาป่าทั้งสี่
ตัว มันก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“ฟู่กุ้ย พวกมันรังแกฉัน” เซียวหมิงเยวี่ยชี้ไปที่กรง
ฟู่กุ้ยเลิกทำหน้าตาขี้เล่น แล้วเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมาทันที มัน ก้าวเดินไปที่กรงอย่างช้า ๆ ทุกย่างก้าวของพยัคฆ์เต็มไปด้วยพลัง อำนาจน่าเกรงขาม
หมาป่าทั้งสี่ที่เมื่อครู่ยังทำท่าเย่อหยิ่ง ตอนนี้กลับส่งเสียงคราง หงิง ๆ ไม่กล้าส่งเสียงขู่คำรามอีกต่อไป พวกมันมองดูเสือโคร่งยักษ์ ด้วยความหวาดกลัว พยายามถอยไปซุกตัวที่มุมกรง
ฟู่กุ้ยเดินเข้าหาอย่างช้า ๆ ดวงตาของมันเย็นชา ส่งเสียงคำราม ขู่อย่างมีอำนาจ
มันเดินไปที่กรงเหล็ก เดินวนรอบ ๆ กรง แล้วส่งเสียงร้องคำราม ดังกึกก้อง ฉับพลันก็ฟาดกรงเหล็กจนพัง และพุ่งตัวเข้าไปทันที
“ไอ้บ้าเอ๊ย…”
ดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยเบิกกว้าง เธอยืนนิ่งเหมือนถูกสาปให้ กลายเป็นหิน คิดจะห้ามฟู่กุ้ยแต่ก็สายเกินไป
เดิมทีเธอแค่อยากให้ฟู่กุ้ยขู่พวกหมาป่า ทำให้พวกมันสงบลง แต่เธอไม่คิดว่าเจ้าเสือยักษ์จะโหดขนาดนี้ ถึงกับพังกรงเหล็กแล้วพุ่ง เข้าใส่
สิ่งนี้ทำให้เธอกลัวมาก ไม่คิดว่าฟู่กุ้ยจะทรงพลังและน่ากลัวได้ถึง ขนาดนี้!
นี่มันยังเป็นเจ้าเสือโง่ที่เคยออดอ้อนและงอแงต่อหน้าเธอจริง เหรอ?
น่ากลัวมาก น่ากลัวชะมัด!
ฟู่กุ้ยบังคับให้หมาป่าทั้งสี่ตัวเข้ามุม หมาป่าทั้งสี่ไม่กล้าหยิ่งผยอง อีกต่อไป กลับกลายเป็นตัวสั่น ซุกตัวอยู่ที่มุมห้อง และส่งเสียงครวญ ครางเหมือนสุนัขขณะร้องขอความเมตตา
ฟู่กุ้ยเหยียบหมาป่าและจ้องมองพวกมันจากที่สูง บรรยากาศเต็ม ไปด้วยความกดดัน ประหนึ่งบอกว่าถ้าพวกมันกล้าต่อต้าน เจ้าเสือ โคร่งยักษ์ก็พร้อมจะขย ้าหัวพวกมันได้ทุกเมื่อ
เหล่าหมาป่าทั้งสี่หมอบราบลงบนพื้น มองฟู่กุ้ยด้วยสายตาอ้อน วอน
ระบบลำดับชั้นในอาณาจักรสัตว์นั้นโหดร้ายเช่นนี้ ผู้แข็งแกร่ง เท่านั้นคือผู้มีอำนาจ
ฟู่กุ้ยเงยหน้าขึ้น ตบหัวหมาป่าตัวหนึ่งเบา ๆ เหล่าหมาป่าทั้งสี่ก็ เชื่องเหมือนลูกสุนัข กวาดหางไปมาอย่างสอพลอ
“นี่พวกมันทำอะไรกัน?”
เซียวหมิงเยวี่ยดูไม่เข้าใจ นี่มันกำลังรับน้องใหม่ หรือว่ากำลัง สาบานเป็นพี่น้องกัน?
ไม่นานนัก ฟู่กุ้ยก็เดินออกจากกรง ท่าทางของมันช่างหยิ่งยโส เหล่าหมาป่าทั้งสี่ก็เดินตามหลังมันอย่างเชื่อฟัง
ฟู่กุ้ยหยุดอยู่ตรงหน้าเซียวหมิงเยวี่ย พลิกตัวกลิ้งลงบนพื้น คลอ เคลียเธอไม่หยุด
เซียวหมิงเยวี่ยเข้าใจเจ้าเสือตัวนี้ดี มันกำลังขอคำชมเชย และ แน่นอน มันต้องได้รับรางวัลที่เป็นรูปธรรม เช่น เนื้อวัวหรือเนื้ออะไร สักอย่าง
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะออกมา ลูบหัวของมันอย่างรักใคร่ จากนั้น ก็หยิบเนื้อแดดเดียวสองห่อออกจากมิติ แล้วฉีกให้มันกิน
เหล่าหมาป่าทั้งสี่หมอบอยู่ด้านหลัง ไม่กล้าขู่หรือแยกเขี้ยว แหลมคมใส่เซียวหมิงเยวี่ยอีกต่อไป พวกมันดูเชื่องขึ้นมาก
ฟู่กุ้ยจัดการกับเนื้อแดดเดียวอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อกินจน หมดแล้ว มันก็หันไปขู่คำรามใส่เหล่าหมาป่าทั้งสี่เสียงต ่า เหล่าหมา ป่าทั้งสี่ก็หมอบราบและคลานเข้าหาเซียวหมิงเยวี่ยอย่างกระตือรือร้น
“แกอยากให้ฉันเอาเนื้อแดดเดียวให้พวกมันเหรอ?” เซียวหมิง เยวี่ยถามฟู่กุ้ย
ฟู่กุ้ยกระพริบตา เป็นการบอกว่าใช่ รีบเอาเนื้อแดดเดียวมาเร็ว เข้า
เซียวหมิงเยวี่ยนิ่งไปครู่หนึ่ง “…”
เนื้อแดดเดียวใกล้หมดแล้ว น่าเสียดายที่ช่วงซื้อของมาตุน เธอ ซื้อมันมาไม่เยอะ กลับบ้านไปต้องให้คุณยายทำเนื้อแดดเดียวเพิ่มซะ แล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยฉีกเนื้อแดดเดียวสี่ถุง แบ่งให้หมาป่าตัวละถุง
หลังจากกินเนื้อแดดเดียวเสร็จ หมาป่าตัวหนึ่งเดินมาคลอเคลีย ขาของเซียวหมิงเยวี่ย ซึ่งทำให้เธอตกใจ
“มันหมายความว่าอะไร?” เซียวหมิงเยวี่ยถามฟู่กุ้ยอีกครั้ง
ฟู่กุ้ยเลียริมฝีปาก และไม่อยากจะสนใจเธอ โง่จริงเชียว จะ หมายความว่าอะไรได้อีก นอกจากพวกมันยอมรับให้เป็นเจ้านาย
เมื่อเห็นหมาป่าทั้งสี่ตัวเชื่อฟังอย่างว่าง่าย เซียวหมิงเยวี่ยกระ แอมในลำคอ และลองออกคำสั่งด้วยมือ
“ลุกขึ้นยืน แล้วหมุนตัว”
หมาป่าทั้งสี่ตัวลุกขึ้นยืนอย่างว่าง่าย หมุนตัวเป็นวงกลม
เซียวหมิงเยวี่ยมองฟู่กุ้ยด้วยความประหลาดใจ “พวกมันฟัง คำพูดของฉันด้วยเหรอ?”
ฟู่กุ้ยกลอกตาเป็นวงกลม นี่เพิ่งจะรู้เหรอ เจ้านายโง่จริง ๆ จากนั้นมันเข้าไปดึงเซียวหมิงเยวี่ย เป็นการบอกใบ้ว่าอยากกลับเข้า ไปในมิติ
เมื่อรู้ความตั้งใจของมัน เซียวหมิงเยวี่ยก็ลังเล “แกจะไปแล้ว เหรอ? กรงขังพังไปแล้ว พวกมันจะกัดฉันหรือเปล่า?”
ฟู่กุ้ยฟาดอุ้งเท้าลงบนตัวหมาป่า หมาป่าผู้น่าสงสารส่งเสียงคราง เบา ๆ คลานมาเลียรองเท้าของเซียวหมิงเยวี่ย
ความหมายของมันชัดเจนมาก ผมช่วยปราบน้องเล็กแล้ว ถึง เวลาต้องกลับไปแล้ว ผมฟู่กุ้ย ชอบทำดีไม่หวังผลตอบแทน โบกมือ ลาไม่พาอะไรติดตัวไป
เซียวหมิงเยวี่ยมองฟู่กุ้ยอย่างพินิจพิเคราะห์ เธออยากส่งเจ้าเสือ ตัวนี้ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสียจริง ยกเว้นเรื่องพูดไม่ได้ มันฉลาด กว่ามนุษย์เสียอีก
“เอาล่ะ แกไปเถอะ”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดจบก็เก็บฟู่กุ้ยกลับเข้าไปในมิติ เมื่อฟู่กุ้ยกลับ ไปแล้ว เธอก็ยกมือขึ้นกอดอก มองหมาป่าสีเทาทั้งสี่ที่นั่งเรียงเป็น แถวอยู่ตรงหน้า
หญิงสาวยกยิ้มช้า ๆ ด้วยพลังของหมาป่าทั้งสี่ตัวนี้ พลังการต่อสู้ ของเธอจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
งั้นวันนี้ พวกเรามาเล่นสนุกในรังรื่นรมย์สุขฤดีกันเถอะ!
…
“เราค้นทุกห้องแล้ว เหลือแค่ห้องนี้” ชายชุดดำคนหนึ่งที่สะพาย ปืนยาวพูดขึ้น
เพื่อนของเขาเตรียมจะเดินเข้าไป “ไป เข้าไปดูหน่อย”
ชายชุดดำคนแรกห้ามไว้ “เฮ้ย เข้าไปไม่ได้นะ ข้างในมีหมาป่า เป็นสัตว์เลี้ยงของคุณท่าน”
“แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นซ่อนอยู่ข้างในล่ะ มันฆ่าพี่น้องของเราตั้ง หลายคน จะปล่อยมันไปไม่ได้! แล้วจะกลัวหมาป่าไปทำไม เราก็แค่ เข้าไปดูเฉย ๆ ไม่ได้คิดจะฆ่ามันนี่” เพื่อนร่วมทางยืนกรานที่จะไป
ชายชุดดำยังพยายามหยุดเขา แต่ประตูก็เปิดออกอย่างเชื่องช้า หมาป่าสีเทาสี่ตัวค่อย ๆ ก้าวเดินออกมา ดวงตาของหมาป่าจ้องมอง
ไปที่ชายชุดดำสองคน ลำตัวของมันโค้งต ่า เตรียมพร้อมที่จะพุ่ง โจมตี
“มะ… หมาป่าหลุดออกมาแล้ว!” ชายชุดดำชี้ไปที่ประตู พูดด้วย ความหวาดกลัว
เพื่อนร่วมทางของเขากลืนน ้าลาย รีบถอยหลังออกมาแล้วยกปืน ขึ้น
ชายชุดดำพูดขึ้นทันที “ยิงไม่ได้นะ! ถ้าฆ่าหมาป่าพวกนี้ เราคง ไม่รอดแน่ แถมยังจะสร้างปัญหาให้กับผู้เฒ่ากุ่ยอีก หมาป่าพวกนี้
เป็นสัตว์เลี้ยงของท่านผู้นั้น ห้ามยิงเด็ดขาด!”
เพื่อนของเขาสาปแช่ง “แล้วถ้าไอ้สัตว์ร้ายพวกนี้กัดเราล่ะ? เรา ไม่ยิ่งทุกข์ทรมานกว่าเดิมเหรอ!”
ชายชุดดำหันหลังกลับและวิ่งหนีไป “ยังไงก็ห้ามฆ่า วิ่ง รีบวิ่งเร็ว เข้า หนีเข้าห้องไปก็จบแล้ว”
เพื่อนของเขาก่นด่าสาปแช่งอีกครั้ง แล้ววิ่งตามออกไป
หมาป่าทั้งสี่กระโจนออกไปอย่างรวดเร็ว ส่งเสียงคำรามกึกก้อง พร้อมวิ่งไล่ตามชายชุดดำสองคน…