ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 215 พลิกสถานการณ์ โจมตีที่หัวใจ
“อ๊าก!”
สหายชุดดำวิ่งช้าเกินไปและถูกหมาป่าทั้งสี่ตะครุบ
หมาป่าทั้งสี่ตัวกินเนื้อมนุษย์ พลังกรามของมันแข็งแกร่งมาก หมาป่าตัวหนึ่งกระโจนกัดคอชายคนนั้นจนเลือดสาดกระเซ็นเต็มพื้น
ชายชุดดำอีกคนที่หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในห้องส่วนตัวก่อนแล้ว แอบมองผ่านรอยแยกของประตู เห็นเพื่อนของตัวเองกำลังถูกหมาป่า ขย ้า เขาตกใจหน้าซีดเผือดพลางบอกทุกคนผ่านหูฟังด้วยเสียงสั่น เทา
“มะ… หมาป่ากำลังกินคน!”
มีคนตอบเขาอย่างรวดเร็ว [แกพูดอะไรตะกุกตะกักฟังไม่รู้เรื่อง หมาป่าอะไรวะ?]
ชายชุดดำสูดลมหายใจเข้าลึก “ฉันบอกว่าหมาป่าหลุดออก มาแล้ว หมาป่ากัดซื่อโม่จนตาย ตอนนี้ยังกัดกินร่างเขาอยู่เลย!”
[ว่าไงนะ?]
[หมาป่าหลุดออกมาได้ยังไง?]
ไป๋หู่รีบวิ่งไปหาผู้เฒ่ากุ่ย “ผู้เฒ่ากุ่ยครับ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หมาป่าหลุดออกมาแล้ว ถ้าแขกได้รับบาดเจ็บ ผลที่ตามมาจะต้อง กลายเป็นหายนะแน่ครับ”
ผู้เฒ่ากุ่ยเบิกตากว้าง “อยู่ดี ๆ หมาป่าจะหลุดออกมาได้ยังไง!”
ไป๋หู่กลอกตาแล้วพูดว่า “ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดถึงเรื่องนี้นะครับ พวกหมาป่านั่นกินเนื้อคนเป็นอาหารประจำ และคงกัดคนไม่เลือก หน้า ผู้เฒ่ากุ่ยครับ ฆ่าหมาป่าเถอะ เรื่องมันใหญ่เกินกว่าจะแก้ได้แล้ว ตอนนี้มีแขกเริ่มร้องเรียนว่าได้ยินเสียงปืน เราทำได้แค่บอกว่าเป็น การซ้อมความปลอดภัย…”
ผู้เฒ่ากุ่ยปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด “ไม่ได้! ให้คนไปจับพวกมัน ต้องจับเป็นเท่านั้น แล้วขังไว้ในกรงก็จบ”
“ผู้เฒ่ากุ่ยครับ!” ไป๋หู่ไม่เต็มใจ
ผู้เฒ่ากุ่ยคว้าคอเสื้อของเขาแล้วพูดว่า “ชีวิตเราทุกคนไม่มีค่า เท่าหมาป่าพวกนั้นหรอก ใครฆ่าหมาป่าก็อย่าหวังว่าจะรอด รีบไป จัดการซะ!”
…
“เถี่ยตั้น โก่วเซิ่ง เอ้อร์ยา ชุ่ยฮวา หยุดกินแล้วมาหาฉันเดี๋ยวนี้!”
เซียวหมิงเยวี่ยเดินออกมาจากห้องอย่างสบายใจ แต่เธอต้องตก ตะลึงเมื่อเห็นหมาป่าทั้งสี่ตัวกำลังกินศพคนตายอย่างตะกละตะกลาม เธอขมวดคิ้วแน่นและสั่งห้ามพวกมันไม่ให้กินต่อ
อย่างไรก็ตาม หมาป่าสี่ตัวนี้บังเอิญเป็นตัวผู้สองตัวและตัวเมีย สองตัว เซียวหมิงเยวี่ยเลยตั้งชื่อให้พวกมัน ฟังดูไม่เลวเลยใช่ไหม?
ปากของหมาป่าสี่ตัวเปื้อนเลือด พวกมันหยุดกินทันที แล้ววิ่งตรง ไปหาเซียวหมิงเยวี่ย ก่อนยืนนิ่งข้าง ๆ เธออย่างเรียบร้อย
ชายชุดดำที่ซ่อนตัวอยู่ด้วยความหวาดกลัว แอบมองผ่านช่อง ประตู เห็นภาพนี้แล้วตะลึงงัน หมาป่าดุร้ายทั้งสี่ตัวเชื่อฟังคำพูด ผู้หญิงคนนั้นอย่างว่าง่าย
หล่อนยังเป็นมนุษย์จริง ๆ หรือ?
เขากำลังจะพูดผ่านหูฟังเพื่อแจ้งให้ทุกคนทราบ แต่ประตูก็ถูก เตะอย่างแรงจนเปิดออก
ผู้หญิงหนึ่งคนและหมาป่าสี่ตัวยืนตระหง่านหน้าประตู พวกเขา จ้องเขม็งไปที่ชายชุดดำในห้อง หมาป่าทั้งสี่แยกเขี้ยวคมราวกับว่าจะ กระโจนเข้าไปฉีกทึ้งร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้น ๆ ได้ทุกเมื่อ ตราบเท่าที่นาย หญิงของมันออกคำสั่ง
ชายชุดดำถอยกรูดไปบนพื้น ร้องขอความเมตตา “อย่าฆ่าฉัน ฉันแค่ทำตามคำสั่ง อย่าฆ่าฉันเลยนะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงเรียบ “เอาปืนกับหูฟังมาให้ฉัน แล้วจะ ยอมไว้ชีวิตแกให้”
ชายชุดดำรีบร้อนปลดปืนและหูฟังออกมาวางบนพื้น แล้วผลัก พวกมันไปให้เซียวหมิงเยวี่ย
หญิงสาวคว้าปืนไรเฟิลที่หนักอึ้งขึ้นมา ของดีจริง ๆ บวกกับปืน เมื่อครู่ ตอนนี้เธอก็มีปืนไรเฟิลสองกระบอกแล้ว รังรื่นรมย์สุขฤดีแห่ง นี้ไม่เลวเลย มีของเล่นดี ๆ แบบนี้เต็มไปหมด
เซียวหมิงเยวี่ยลองยกปืนเล็งพลางถามว่า
“ว่าแต่ เมื่อครู่นี้ทำไมพวกแกไม่ยิงหมาป่าล่ะ?”
ชายชุดดำกลืนน ้าลายลงคอ “หมาป่าเป็นสัตว์เลี้ยงของท่านผู้ นั้น พวกเราไม่กล้ายิง”
“ของผู้เฒ่ากุ่ยเหรอ?”
“ไม่ใช่”
เซียวหมิงเยวี่ยเงยหน้าขึ้นมอง “ยังมีคนอยู่เหนือผู้เฒ่ากุ่ยอีก เหรอ?”
ชายชุดดำพยักหน้า
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มมุมปาก อ๋อ เข้าใจแล้ว เธอก็นึกว่าผู้เฒ่ากุ่ย เป็นเจ้าของรังรื่นรมย์สุขฤดีซะอีก คิดไม่ถึงว่ายังมีคนอยู่เหนือผู้ เฒ่ากุ่ย คนคนนั้นเป็นใครกันนะ?
เซียวหมิงเยวี่ยสวมหูฟังด้วยมือข้างเดียว ได้ยินเสียงคนมากมาย กำลังพูดคุยกัน
เธอกระแอมในลำคอ “ผู้เฒ่ากุ่ย แกหนีฉันไม่พ้นหรอก เมื่อถึง ตอนนั้น ฉันจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้แกเอง”
ที่เธอขอหูฟังอีกอัน เพราะว่าอันเก่าเหมือนจะถูกปิดกั้น ทำให้ ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
ทันทีที่เซียวหมิงเยวี่ยพูด เสียงของชายคนอื่น ๆ ก็เงียบลงทันที
ไม่นานนัก เสียงของไป๋หู่ก็ดังขึ้น “ถ้าฉันเดาไม่ผิด แกคงเป็นคน ปล่อยหมาป่าพวกนั้นออกมาสินะ คุณหนูเซียว แกต้องการจะให้ พินาศกันทั้งสองฝ่ายจริง ๆ เหรอ?
ครอบครัวของแกยังรออยู่ที่ชุมชนหวาฮั่น แกคิดว่ามันจะเป็น ยังไง ถ้าฉันส่งคนไปฆ่าพวกเขาตอนนี้?”
แววตาของเซียวหมิงเยวี่ยเย็นชาลงทันที “มันมาถึงขั้นที่ไม่สู้ ไม่ได้แล้ว พูดอะไรไร้สาระแบบนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
น ้าเสียงของไป๋หู่ฟังดูโหดเหี้ยม “แล้วแกไม่สนใจชีวิตและความ ตายของครอบครัวตัวเองเหรอ? บ้านของแกก็ดูดีไม่เลว สงสัยจังว่า ถ้าใช้ระเบิดมันจะถล่มลงมาเป็นเศษซากหรือเปล่านะ? แม้ว่าแกจะ รอดกลับมาได้ แต่สิ่งที่แกจะได้เห็นก็คงเป็นเพียงศพของครอบครัว แก”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มเยาะ “ไม่สำคัญหรอก เพราะฉันจะฝังรังรื่นรมย์ สุขฤดีลงหลุมไปพร้อมกับฉัน ถ้าตัวฉันตาย พวกแกทุกคนก็ต้องตาย เหมือนกัน! และฉันหมายถึงทุกคนในสถานที่นี้ ซึ่งรวมแขกของพวก แกด้วย”
เธอนั่งบนโซฟาในห้องส่วนตัวและลูบหัวชุ่ยฮวาเบา ๆ
“ฉันฆ่าแค่ชายชุดดำ และไม่เคยแตะต้องแขกแม้เพียงปลายเล็บ ถ้าฉันฆ่าแขกทั้งหมด แกคิดว่าท่านผู้นั้นที่อยู่เหนือผู้เฒ่ากุ่ย จะยัง สามารถอยู่อย่างสงบสุขในเมืองเผิงจิงได้เหรอ?”
ไป๋หู่กัดฟันกรอด “นางบ้า แกมันเสียสติไปแล้ว!”
“ถูกต้อง หลิวเฉินไม่ได้บอกแกหรือไง ฉันมันก็แค่คนบ้า คน อย่างฉันไม่กลัวตายหรอก แกอยากลองเดิมพันดูไหมล่ะ ว่าฉันจะ สามารถทำลายรังรื่นรมย์สุขฤดีนี้ได้ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยยกขาขึ้นไขว่ห้าง
เรื่องความโหด หรือใครจะกลัวใคร ตอนนี้มันอยู่ที่ว่าใครจะมี ความกล้าบ้าบิ่นกว่ากัน เธอไม่มีอะไรจะเสียแล้ว พวกมันกล้าเท่าเธอ หรือเปล่าล่ะ?
ผู้เฒ่ากุ่ยคว้าชุดหูฟังจากมือของไป๋หู่แล้วพูดว่า “คุณชนะแล้ว ผมจะปล่อยคุณไป แต่คุณต้องสัญญาว่าจะไม่ฆ่าใครอีก”
ไป๋หู่อยากจะพูดอย่างอื่น ทว่าผู้เฒ่ากุ่ยจ้องเขาตาเขม็ง
มือของเซียวหมิงเยวี่ยชะงักลง “คิดจะให้ฉันลดความระมัดระวัง แล้วใช้โอกาสนี้ลอบโจมตีเหรอ?”
ผู้เฒ่ากุ่ยตะลึง ก่อนจะหัวเราะทันที “จะเป็นไปได้ยังไง ผมผิดเอง ที่มีตาหามีแววไม่ คุณหนูเซียว ถ้ายังสู้กันต่อไป คงไม่ดีต่อทั้งสอง ฝ่ายไม่ใช่หรือ? คนของผมได้รับความสูญเสียอย่างหนัก ฝ่ายคุณเอง
ก็คงออกไปจากที่นี่ไม่ได้แน่ และผมคงต้องตามไปแก้แค้นครอบครัว ของคุณในภายหลัง เราจำเป็นต้องให้สิ่งนี้เกิดขึ้นจริง ๆ เหรอ?”
“ดังนั้น จบตรงนี้เถอะ ผมสามารถส่งคุณออกไปจากที่นี่ได้โดยที่
คุณไม่ต้องกังวลว่าผมจะแก้แค้นหรือตอบโต้ในอนาคต แน่นอนว่า คุณต้องให้คำสัญญาด้วย ผมมีชีวิตอยู่และเห็นโลกมามากมาย ผม พูดคำไหนคำนั้น ผมชื่นชมคุณจริง ๆ ลืมเรื่องความคับข้องใจก่อน หน้า แล้วเป็นมิตรกันไม่ดีกว่าเหรอ ลองคิดดูสิ?”
เซียวหมิงเยวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ตกลง”
“จริงเหรอ?” ผู้เฒ่ากุ่ยหรี่ตาลง
“ทำไมล่ะ ฉันก็ยอมตกลงแล้ว ไม่เชื่อเหรอ?”
“แน่นอนว่าผมเชื่อ คุณหนูเซียวมีฝีมือจริง ๆ” ผู้เฒ่ากุ่ยพูดอีก ครั้ง
เซียวหมิงเยวี่ยพูดเป็นนัย “จริงสิ หมาป่าทั้งสี่ตัวนี้เชื่อฟังมาก ถูก ฝึกมาอย่างดีเลย พวกมันจะกัดใครก็ตามที่ฉันออกคำสั่ง”
ผู้เฒ่ากุ่ยตกใจ “หมาป่าอยู่ในมือเธอเหรอ?”
“ใช่แล้ว มาสิ โก่วเซิ่ง เรียกผู้เฒ่ากุ่ยหน่อย”
“บรู๊ววว~~”
เมื่อได้ยินเสียงหมาป่าหอนจากฝั่งตรงข้าม ใบหน้าของผู้เฒ่ากุ่ย ซีดเผือด เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกหลายครั้ง
“คุณหนูเซียว คงไม่ได้คิดจะพาหมาป่าออกไปด้วยหรอกนะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันกำลังต้องการสุนัขเฝ้า บ้านอยู่พอดี ไม่อย่างนั้น หลังจากฉันกลับบ้านไป แล้วพวกแกบุกมา หาฉันอีกจะทำยังไง ฉันทั้งขี้ขลาดทั้งกลัวตายมากนะ”