ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 216 ไม่เจอกันนานเลยนะ พี่สาว
สีหน้าของผู้เฒ่ากุ่ยดำคล ้ายิ่งกว่าก้นหม้อ “คุณออกไปได้ แต่ หมาป่าห้ามเอาไปด้วยเด็ดขาด”
รอยยิ้มบนริมฝีปากของเซียวหมิงเยวี่ยเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “อ๋อเหรอ? ฉันกลับออกไปได้จริง ๆ เหรอ? ผู้เฒ่ากุ่ยคิดจะปล่อยฉัน ไปจริง ๆ หรือนี่?”
มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะเชื่อคำพูดของเขา คิดว่าเธอหลอกง่ายหรือ ยังไง?
ถ้าเธอออกจากรังรื่นรมย์สุขฤดีโดยไม่มีอะไรติดตัว เธอจะไม่มี ชิปต่อรองใด ๆ เปรียบเสมือนปลาบนเขียงรอให้คนมาเชือด อาจจะยัง ไม่ทันได้ไปไหน เกรงว่านักแม่นปืนคงยิงเธอทิ้งก่อน
และครอบครัวของเธอก็จะกลายเป็นเป้าหมายการล้างแค้นของ รังรื่นรมย์สุขฤดีอย่างแน่นอน
เซียวหมิงเยวี่ยฆ่าคนในรังรื่นรมย์สุขฤดีไปมากมาย คนพวกนี้
ล้วนเป็นอันธพาล ไม่มีทางที่จะกล ้ากลืนความแค้นลงได้ สถานการณ์ ตอนนี้ตึงเครียดถึงขีดสุด ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งทำเป็นดีต่อกัน คิดว่า เธอเป็นคนโง่หรือไง?
ผู้เฒ่ากุ่ยปล่อยมือออกจากชุดหูฟัง แล้วกระแทกกำปั้นลงบนโต๊ะ อย่างแรง
“นางแพศยา!”
แววตาผู้เฒ่ากุ่ยดูดุร้าย พยายามกลั้นความโกรธไว้ภายในอย่าง สุดความสามารถ ครู่ต่อมาเขาพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชาว่า
“นางชั่วนี่หลอกยากจริง ๆ เรียกทุกคนที่คอยซุ่มโจมตีมันกลับมา ไม่ว่าหล่อนจะเสนอเงื่อนไขอะไรก็ตาม ให้ยอมตกลงไปก่อน เราจะ ปล่อยให้หล่อนก่อปัญหาต่อไปไม่ได้อีก ถ้านางนี่ดึงท่านผู้นั้นลงมา คราวนี้เราสองคนแย่แน่”
ไป๋หู่รู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ยังพูดว่า
“ครับ งั้นปล่อยไปก่อน เรายังมีโอกาสอีกมากที่จะกำจัดนางนี่
ทิ้ง”
ผู้เฒ่ากุ่ยถาม “แล้วเขาอยู่ที่ไหน?”
“ยังอยู่ที่ถ ้าทองคำ ปกติแล้วเขาไม่มาที่นี่ครับ” ไป๋หู่กล่าวด้วย ความเคารพ
“งั้นก็ดีแล้ว”
ใบหน้าของผู้เฒ่ากุ่ยดูน่ากลัวยิ่ง แต่กลับมีน ้าเสียงที่อ่อนโยน เขาใช้หูฟังพูดกับเซียวหมิงเยวี่ยอีกครั้ง
“คุณหนูเซียว ผมไม่สามารถทำธุรกิจกับคุณแบบนี้ได้ ก่อนที่จะ เกิดเรื่องราวใหญ่โต คุณหยุดเถอะ ผมจะเพิกเฉยเกี่ยวกับสิ่งที่คุณ
เพิ่งทำเมื่อครู่ ในเมื่อคุณไม่ไว้ใจผม เราจะสงบศึกกันได้อย่างไร ถ้า งั้นคุณเป็นคนกำหนดเงื่อนไขดีไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่นาน “ฉันจะช่วยพวกแกเลี้ยงหมาป่า แต่แกต้องจ่ายเงินเดือนให้ฉัน”
จุดอ่อนของเธออยู่ที่ครอบครัว บ้านตระกูลเซียวย้ายไปไหนไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงต้องมีชิปที่ใช้ต่อรอง
แต่ชิปต่อรองของเธอไม่ใช่หมาป่า
“คุณหนูเซียว กำลังล้อผมเล่นหรือครับ? ความอดทนของผมมี ขีดจำกัดนะ” ผู้เฒ่ากุ่ยพูดด้วยความโกรธ
“ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะ ฉันจริงจังนะ หรือกลัวว่าเจ้านายของแก จะไม่ยอม? งั้นให้ฉันไปคุยกับเขาเองดีไหม? ทำไมไม่ให้เขาออกมา คุยล่ะ เขาอยู่ไหน?”
ผู้เฒ่ากุ่ยโพล่งออกมาอย่างโกรธจัด “ปากดีนักนะ! ฉันจะฆ่าแก ให้ได้!”
เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ จนเผยให้เห็นจุดอ่อนของตนเอง ในสงครามจิตวิทยานี้ เซียวหมิงเยวี่ยเป็นฝ่ายชนะ
หญิงสาวยิ้มเยาะ ดูเหมือนว่าเธอจะเดาถูก ผู้เฒ่ากุ่ยกลัวเจ้านาย ของเขามาก และไม่ต้องการให้เจ้านายของเขารู้เรื่องวันนี้โดย เด็ดขาด
แม้แต่ผู้หญิงคนเดียวก็จัดการไม่ได้ ช่างไร้ความสามารถเสียจริง ดูเหมือนว่าผู้เฒ่ากุ่ยจะไร้ประโยชน์ คนไร้ประโยชน์ก็หมายถึงไม่มี คุณค่าอะไร
คนที่อยู่ในตำแหน่งสูง ย่อมมีคนมากมายจ้องมองตำแหน่งของ เขาอยู่ เขาจึงไม่กล้าทำผิดพลาด เพราะมีคนอีกมากที่รอฉุดกระชาก เขาลงมา
ผู้เฒ่ากุ่ยกังวลว่าเจ้านายจะรู้ เลยต้องลดตัวลงมาง้อเธอให้หยุด มือ ถ้าวันนี้เซียวหมิงเยวี่ยยอมหยุด วันหลังเธอมีแต่ต้องตายอย่าง เดียว
ดังนั้นชิปต่อรองของเธอก็คือเจ้านายที่อยู่เบื้องหลังผู้เฒ่ากุ่ย
เซียวหมิงเยวี่ยเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟอีกครั้ง “ถ้าฉันเดาไม่ ผิด เจ้านายคนนั้นน่าจะอยู่ในเขตหวงห้ามทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ใช่ไหม? ในเมื่อเราพูดกันไม่รู้เรื่อง งั้นฉันไปคุยกับเขาเองดีกว่า”
ที่นั่นมีทหารควบคุมพื้นที่เข้มงวดที่สุด เธอจึงเดาสุ่มเดช
เซียวหมิงเยวี่ยหยุดคิดไปชั่วครู่ แล้วพูดต่อว่า “บางทีเขาอาจจะ ชื่นชมฉันก็ได้นะ ยังไงซะฉันก็เก่งกว่าแกอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงพวก ขยะลูกน้องของแกเลย ฉันมาลองคิด ๆ ดูแล้ว แทนที่จะทำงานให้แก ฉันไปทำงานให้เจ้านายของแกจะดีกว่า นั่นคงจะรุ่งโรจน์มาก แต่ว่า เมื่อถึงเวลานั้น แกจะยังอยู่ในตำแหน่งปัจจุบันนี้ได้ไหมนะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าผู้เฒ่ากุ่ยสั่นระริก “แกไม่ได้อยากคุย กับฉันดี ๆ ด้วยซ ้า นี่เป็นความคิดของแกตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยแตะหน้าผากของเธอ “ประโยคนี้ควรเป็นฉันที่
ถามพวกแกต่างหาก พวกแกไม่เคยคิดจะปล่อยฉันไปเลย ถ้าฉัน อยากมีชีวิตรอด นี่จึงเป็นวิธีเดียว
ถ้าแกคิดจะปล่อยฉันกลับบ้านจริง แล้วทำไมถึงพาฉันมาที่นี่
ตั้งแต่แรก? ก็เหมือนกับการเชิญเทพเจ้าเข้าเป็นเรื่องง่าย แต่ยากที่จะ ส่งเทพเจ้าออกไป ไม่เข้าใจเหรอ?”
ผู้เฒ่ากุ่ยขบฟันกรามแน่น ไอ้ชั่วหลิวเฉิน มันจะต้องถูกสับเป็น ชิ้น ๆ!
เซียวหมิงเยวี่ยยังอยากพูดต่อ แต่เธอเห็นหมาป่าทั้งสี่ตัววิ่ง ออกไปข้างนอกพร้อมกันโดยไม่หันกลับมามอง ราวกับได้กลิ่นอะไร บางอย่าง
เธอย่นคิ้วอย่างสงสัย เป็นไปได้ไหมว่าคนที่ตามล่าเธอจะกลับมา อีก?
เธอเตรียมตัวเข้าสู่โหมดระวังภัยทันที
…
“เฮ้ย แกได้ยินฉันพูดไหม นางเซียวหมิงเยวี่ย พูดอะไรสักอย่าง สิวะ!”
ผู้เฒ่ากุ่ยตะโกนเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่าย เขาโกรธ เคืองจนปาชุดหูฟังลงพื้น “อีนางแพศยา กล้าดียังไงมาขู่ฉัน ฉันจะ…”
เขายังพูดไม่ทันจบประโยค ประตูก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ เดินเข้ามา
เมื่อเห็นใบหน้าของชายผู้นั้น ดวงตาของผู้เฒ่ากุ่ยก็เบิกกว้าง ด้วยความตกตะลึง
“พะ… พี่เหมิ่ง คุณมาที่นี่ได้อย่างไร?”
พี่เหมิ่งจ้องมองผู้เฒ่ากุ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย รอยแผลเป็นบน ใบหน้าทำให้เขาดูมีอำนาจและชั่วร้าย เขาจ้องมองอีกฝ่ายอยู่นาน หลายวินาที ก่อนจะยกมือขึ้นตบหน้าผู้เฒ่ากุ่ยอย่างแรง
“ขยะ”
ใบหน้าผู้เฒ่ากุ่ยหันไปด้านข้างตามแรงตบ มุมปากของเขาเริ่มมี เลือดไหลออกมา หัวใจเต้นรัวลั่น จบสิ้นแล้ว ท่านผู้นั้นคงทราบเรื่อง แล้ว
“พี่เหมิ่ง นี่เป็นความเข้าใจผิด ผมจะรีบฆ่านางผู้หญิงคนนั้น ทันที…”
พี่เหมิ่งหมุนข้อมือแล้วแทรกขึ้น “ไวเปอร์บอกว่า แกไม่ต้องเข้า ไปยุ่งกับเรื่องนี้ ส่วนผู้หญิงคนนั้น ก็ห้ามฆ่าด้วย”
ผู้เฒ่ากุ่ยมองพี่เหมิ่งด้วยความประหลาดใจ “ห้ามฆ่า? ทำไมถึง ต้องห้ามฆ่า?”
หรือว่าไวเปอร์จะชื่นชมเธอจริง ๆ และคิดจะรับเธอเป็นลูกน้อง?
คิดถึงตรงนี้ ผู้เฒ่ากุ่ยอดไม่ได้ที่จะกังวลใจ
พี่เหมิ่งจ้องตาเขม็ง “ทำไมแกไม่ไปถามไวเปอร์เองล่ะ?”
“ไม่กล้าครับ” ผู้เฒ่ากุ่ยรีบพูด
“ยังไงก็สั่งคนให้ไปพาตัวหลิวเฉินมาหน่อยแล้วกัน”
“รับทราบครับ ผมจะจัดการส่งคนไปทันที”
ผู้เฒ่ากุ่ยตกอยู่ในความสับสน ท่านผู้นั้นต้องการให้หลิวเฉินมา ทำไม และทำไมเขาถึงไม่ฆ่าเซียวหมิงเยวี่ย หรือว่าจะให้หลิวเฉินเป็น ของขวัญแก่เซียวหมิงเยวี่ย แล้วให้เธอจัดการตามใจชอบ?
ยิ่งครุ่นคิดเขาก็ยิ่งปวดหัว
…
“ใจเย็น คงหิวมากสินะ ค่อย ๆ กินล่ะ”
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยวิ่งตามออกมา เธอเห็นชายหนุ่มในชุดดำนั่ง ยอง ๆ อยู่บนพื้น และกำลังป้อนเนื้อแห้งในมือกับพวกหมาป่า
ชายหนุ่มมีผิวขาว ดวงตาประกายสดใสรูปพระจันทร์เสี้ยวยาม เมื่อยิ้ม ทำให้เขาดูมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มในชุดดำดูแลหมาป่าอย่างใจเย็น หมาป่าทั้งสี่ตัวอยู่ ใกล้ชิดเขามาก วนเวียนอยู่รอบตัวเขา ต่างจากท่าทีที่พวกมันมีต่อ เซียวหมิงเยวี่ย สายตาของหมาป่าที่มองชายหนุ่มชุดดำคนนั้นเต็มไป ด้วยความพึ่งพา
เหมือนกับลูกสุนัขได้เห็นเจ้าของที่ไม่ได้เจอกันมานาน รู้สึกดีใจ จนอยากจะวนเวียนอยู่รอบตัว ขณะที่ดวงตาของหมาป่าฉายแวว ความยินดี
เซียวหมิงเยวี่ยประหลาดใจ ชายหนุ่มคนนี้เป็นใคร หรือว่าเขาจะ เป็นเจ้านายของผู้เฒ่ากุ่ย?
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เซียวหมิงเยวี่ยยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคย ทันใดนั้นเธอก็จำได้ ดวงตาสองเบิกกว้าง นี่มันชายหนุ่มที่เธอช่วยไว้ บนภูเขาด้านหลังไม่ใช่เหรอ?
เซียวหมิงเยวี่ยกระแอมเล็กน้อย “คุณ… เป็นเจ้าของรังรื่นรมย์สุข ฤดีตัวจริงเหรอ?”
ในเวลานี้ ชายหนุ่มชุดดำลุกขึ้นยืน และหันมาพูดด้วยรอยยิ้ม
“พี่สาว ไม่เจอกันนานเลยนะครับ”