ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 217 ไป่หลี่โม่เฉิน
เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของเซียวหมิงเยวี่ย ชายหนุ่มชุดดำจึงอธิบาย อย่างใจเย็นว่า
“พี่สาวเข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ได้เป็นเจ้าของ แค่เป็นคนดูแล”
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปที่หมาป่าทั้งสี่ตัว “คนดูแลหมาป่าเหรอ? ไม่ น่าแปลกใจเลยว่าทำไมหมาป่าพวกนั้นถึงดูสนิทกับคุณขนาดนี้”
ชายหนุ่มชุดดำพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “นายท่านบอกว่ามีผู้หญิง คนหนึ่งสร้างความวุ่นวายในรังรื่นรมย์สุขฤดี และยังปล่อยหมาป่า ออกมาด้วย เลยส่งผมมาควบคุมสัตว์ร้ายเหล่านี้ ไม่ให้พวกมันทำ ร้ายคนไปทั่ว เพราะถ้าหากพวกมันไปทำร้ายแขกคงจะไม่ดีแน่”
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วลองถามไปว่า “แล้วนาย ท่านของคุณ วางแผนที่จะจัดการกับฉันอย่างไร?”
ดวงตาของชายหนุ่มชุดดำฉายแววแฝงความหมาย “เมื่อครู่นาย ท่านได้ยินบทสนทนาระหว่างคุณกับผู้เฒ่ากุ่ยแล้ว นายท่านจึงขอให้ ผมมาบอกคุณว่า เขาขอโทษแทนผู้เฒ่ากุ่ยด้วย หวังว่าพี่สาวจะใจ กว้าง เพื่อแสดงความจริงใจ หลิวเฉินกำลังเดินทางมาที่นี่ คุณ สามารถจัดการกับเขาได้ตามใจชอบเลยครับ”
เซียวหมิงเยวี่ยตกใจไม่น้อย “จริงเหรอ? เขาจะไม่ฆ่าฉันเหรอ?”
“นายท่านบอกว่า คุณหนูเซียวมีโชคชะตากำหนดกับหมาป่า ก็ เหมือนมีโชคชะตากับเขาด้วย คนที่มีโชคชะตาต่อกัน เขาจึงไม่เต็ม ใจที่จะฆ่า”
ชายหนุ่มชุดดำหยุดพูดชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อว่า “อีกอย่าง พี่สาว ใจดีกับผม ผมจึงอยากช่วยคุณ”
แต่เซียวหมิงเยวี่ยกำลังคิดเรื่องอื่น จึงไม่ได้เข้าใจความหมาย แฝงในประโยคนั้น
เธอตอบกลับว่า “จริงด้วย แล้วนายมาที่นี่ได้ยังไง?”
ชายหนุ่มชุดดำพูดแซวเธอว่า “ในที่สุดก็ถามผมเรื่องนี้ได้สักที เหรอ? นึกว่าพี่สาวลืมผมไปแล้วเสียอีก”
เมื่อได้ยินน ้าเสียงที่ฟังดูตำหนิของเขา เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเขิน อายเล็กน้อย จริง ๆ แล้วเธออยากรู้มากกว่าว่านายท่านคนนั้นคิด อย่างไร
แต่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ย่อมมีลำดับความสำคัญ
เซียวหมิงเยวี่ยเปลี่ยนเรื่อง “หลังจากนั้นฉันโทรแจ้งตำรวจ แต่ ตำรวจบอกว่าหานายไม่เจอ ดีใจนะที่เห็นว่านายปลอดภัยแล้ว ว่าแต่ น้องสาวของนายอยู่ที่ไหน?”
“เธอสบายดีครับ ผมมาทำงานที่นี่เพื่อหาเงินเลี้ยงดูน้องสาว ไม่มี ใครอยากทำงานเลี้ยงหมาป่า มีเพียงผมเท่านั้นที่กล้าทำ เพราะผมไม่ มีทางเลือก โชคดีที่นายท่านใจดีกับผมมาก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซียวหมิงเยวี่ยก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“เอ่อ ฉันยังไม่รู้ชื่อของนายเลย” เธอถาม
เขาตกตะลึงชั่วครู่ ก่อนจะตอบว่า “ไป่หลี่โม่เฉินครับ พี่สาวเรียก ผมว่าโม่เฉินก็ได้
แววตาของเซียวหมิงเยวี่ยฉายแววความประทับใจ “ชื่อเพราะดี นะ ฟังดูเหมือนชื่อคนสมัยโบราณ”
ไป่หลี่โม่เฉินยิ้ม “พี่สาว แล้วคุณล่ะ?”
“เซียวหมิงเยวี่ย” เธอตอบ
“หมิงเยวี่ย หิวไหมครับ? ไปกินข้าวกันเถอะ ถือว่าเป็นการ ขอบคุณที่คุณช่วยชีวิตผม”
เขาเรียกเธอว่าหมิงเยวี่ยอย่างเป็นธรรมชาติ เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึก แปลก ๆ เล็กน้อย แต่ก็พูดอะไรไม่ออก
“… ตกลง”
พูดตามตรง เมื่อได้ยินคำว่า ‘ช่วยชีวิต’ เซียวหมิงเยวี่ยก็รู้สึกผิด เล็กน้อย
เพราะจริง ๆ แล้วเธอแค่ให้น ้ากับบิสกิตแซนด์วิชสตรอเบอร์รี่หนึ่ง ห่อแก่เขาเท่านั้น แถมบิสกิตก็หมดอายุแล้วด้วย
…
“นี่คืออาหารมื้อง่าย ๆ ที่นายพูดถึงเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารรสเลิศ คงจะ เป็นการโกหกถ้าบอกว่าเธอไม่ประหลาดใจ
โดยเฉพาะปลาสากครีบแดงที่มีถึงสามเมนู จานนึ่ง จานทอด และลูกชิ้นปลาสีแดงสด แค่มองก็รู้ว่าเป็นเนื้อปลาสากครีบแดง
ช่างเป็นการใช้จ่ายที่สุรุ่ยสุร่าย และใจกว้างมากเกินไป ดู สุรุ่ยสุร่ายมากจนเธอรู้สึก… แปลก ๆ
ไม่ต้องพูดถึงอาหารเลิศรสอื่น ๆ มันเปรียบเสมือนโต๊ะจีนราคา นับหมื่นหยวนก่อนยุคสิ้นโลก เมื่อรวมกับปลาสากครีบแดงแล้ว โต๊ะนี้
ของมีมูลค่ามากกว่าหลายพันหยวน
ไป่หลี่โม่เฉินมีท่าทางสงบนิ่ง “นายท่านบอกว่า ในเมื่อพี่สาวมา เยือนที่นี่ ก็ควรต้อนรับเธออย่างอบอุ่น แต่เขาไม่มีเวลา เลยให้ผมอยู่ ร่วมทานอาหารกับพี่สาวแทน”
เขาเลื่อนเก้าอี้ให้ “พี่สาว เชิญครับ”
เซียวหมิงเยวี่ยกล่าวคำขอบคุณแล้วนั่งลง เธอลองถามเขาดูว่า
“เนื้อสีแดงนั่นคืออะไรเหรอ?”
เมื่อครู่เธอไม่ได้เอะใจ แต่ตอนนี้เธออดไม่ได้ที่จะสงสัย
ไป่หลี่โม่เฉินนั่งตรงข้ามเซียวหมิงเยวี่ยและตอบว่า “ปลาสาก ครีบแดงครับ ลองชิมดูสิ”
เมื่อได้ยินคำตอบของเขา เซียวหมิงเยวี่ยพลันหรี่ตามองเขา
“พูดตามตรง ฉันอยากรู้มากว่านายท่านของที่นี่มีหน้าตาเป็น อย่างไร”
เมื่อเห็นอาหารมื้อนี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็มั่นใจในความคิดของเธอ ไป่หลี่โม่เฉินไม่ใช่แค่พนักงานเลี้ยงสัตว์อย่างที่เขาพูด
จากที่ไป่หลี่โม่เฉินพูด เขาเป็นแค่พนักงานเลี้ยงสัตว์ ที่ถูกส่งมา ฝึกหมาป่า ซึ่งก็ฟังดูสมเหตุสมผล
แต่เขาไม่ควรเป็นคนที่มาเจรจากับเธอเอง ควรจะเป็นคนสนิท ข้างกายนายท่านที่มีสถานะสูงกว่าผู้เฒ่ากุ่ยมากกว่า
ถึงกระนั้นเขาก็บอกว่า นายท่านเป็นคนเตรียมมื้ออาหารนี้ให้ แต่ ท่าทางของเขากลับดูสงบนิ่ง ราวกับว่าคุ้นเคยกับโต๊ะอาหารจานหรู แบบนี้เป็นอย่างดี จากสถานะของเขา ไม่น่าจะแสดงท่าทางแบบนี้เลย
โดยเฉพาะปลาสากครีบแดง ของหายากและราคาแพงหูฉี่ แต่ เขากลับดูเหมือนเคยเห็นของแบบนี้จนเคยชิน
มันไม่สมเหตุสมผล
ถึงแม้เขาจะเป็นชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าเสมอ แต่ กลับมีบางสิ่งที่เย็นชาและแปลกประหลาดในตัวเขา ราวกับสัตว์ ประหลาด หรือปีศาจชั่วร้าย
มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่าผู้มีอำนาจจ้องมองทุกสิ่งด้วย ความเย่อหยิ่ง ราวกับว่าเขาสามารถบดขยี้ทุกอย่างของเกี่ยวกับคุณ ได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเป่าฝุ่นผงบนมือของเขาอย่างเบื่อหน่าย เช็ด มันให้สะอาดด้วยผ้าเช็ดหน้า ประหนึ่งว่าคุณทำให้มือของเขาสกปรก
เซียวหมิงเยวี่ยนึกย้อนไปถึงวันที่เธอพบเขาที่ภูเขาด้านหลัง เขา ได้รับบาดเจ็บสาหัสและนอนอยู่บนพื้น เขาถูกอันธพาลทำร้ายอย่าง ที่พูดมาจริงเหรอ?
เมื่อเห็นว่าเขาไม่พูดอะไร แต่กลับคีบเนื้อปลามาด้วยท่าทีสง่า งาม แล้วชิมมันอย่างเอร็ดอร่อย
เซียวหมิงเยวี่ยอดใจไม่ไหว และถามเขาไปว่า
“นายเป็นใครกันแน่?”
ไป่หลี่โม่เฉินไม่ได้แสดงท่าทางตื่นตระหนกที่ถูกจับได้ เขากลับ ยิ้มมุมปาก แล้วตอบกลับอย่างแผ่วเบา
“พี่สาวฉลาดจริง ๆ”
เขาวางตะเกียบลง “ในเมื่อพี่สาวฉลาดและมีไหวพริบยอดเยี่ยม ลองทายดูสิว่าผมเป็นใคร?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ “หมาป่าทั้งสี่ตัวนั้น เป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้านายผู้เฒ่ากุ่ย นายดูสนิทสนมกับพวกหมาป่า และดูคุ้นเคยกับโต๊ะอาหารจานหรูแบบนี้เป็นอย่างดี นายดูไม่แปลกใจ ที่เห็นปลาสากครีบแดง ดังนั้นฉันคิดว่า นายคงจะเป็นเจ้าของตัวจริง ของรังรื่นรมย์สุขฤดี”
“แต่ว่านายยังดูอายุน้อยมาก การที่จะสามารถควบคุมรังรื่นรมย์ สุขฤดีอันใหญ่โต และทำให้ผู้มีอำนาจโลกใต้ดินต่างต้องยอมสยบ มันจำเป็นต้องบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ ไม่น่าจะเป็นเด็กหนุ่ม แบบนาย และควรจะเป็นผู้ชายวัยกลางคนที่ผ่านโลกมาอย่างเจนจัด ซึ่งมีอายุอย่างน้อยสามสิบปีขึ้นไป”
เซียวหมิงเยวี่ยหยุดพูดชั่วครู่ ก่อนพูดต่อว่า “ดังนั้นฉันจึงคิดว่า นายคงเป็นคนสนิทของนายใหญ่รังรื่นรมย์สุขฤดี หรือไม่ก็เป็นคนใน ครอบครัว มีโอกาสเป็นไปได้ทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม สถานะของนาย ต้องสูงกว่าผู้เฒ่ากุ่ยแน่ ๆ”
หลังจากพูดจบ เซียวหมิงเยวี่ยคีบลูกชิ้นปลาใส่ปากหนึ่งคำ เนื้อ เด้ง น ้าซุปชุ่มฉ ่า ลูกชิ้นปลานี้ทำอย่างไรกันนะ มันอร่อยมากจริง ๆ
ไป่หลี่โม่เฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เด็กหนุ่ม? งั้นคิดว่าผมอายุ เท่าไหร่กัน”
ปรากฏว่าเธอคิดว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มมาโดยตลอด
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “สิบหก? สิบแปด? ไม่น่าจะ มากกว่านี้นะ แล้วนายอายุเท่าไหร่กันแน่?”
ไป่หลี่โม่เฉินยิ้มอย่างมีเลศนัย “สิบเจ็ด”
เอาตรงกลางแล้วกัน
เซียวหมิงเยวี่ยยักไหล่อย่างเฉยเมย “พวกเราสองคนก็ถือว่ามี มิตรภาพต่อกันอยู่บ้าง ตอนนี้ฉันสบายใจขึ้นแล้ว อย่างน้อยก็คงไม่ ตายอยู่ที่นี่ ใช่ไหมโม่เฉิน?”
เมื่อเห็นท่าทางของเขา ดูเหมือนว่าเธอจะเดาตัวตนของเขาได้ ถูกต้อง
ถ้าเขาต้องการฆ่าเธอ เขาก็คงลงมือจัดการไปนานแล้ว ไป่หลี่โม่ เฉินมีโอกาสลงมือมากมาย และถ้าเขาต้องการฆ่าเธอจริง ๆ ก็ไม่เห็น จำเป็นต้องเตรียมมื้ออาหารสุดหรูแบบนี้เลย
ดังนั้นเซียวหมิงเยวี่ยจึงมั่นใจได้เกือบเต็มร้อยว่าเธอจะปลอดภัย เด็กหนุ่มคนนี้ไม่เลวเลย รู้จักตอบแทนบุญคุณ ไม่เสียเปล่าที่ให้เขา ดื่มน ้าค้างแจ่มชัดจากมิติ
“ครับ พี่สาวจะไม่ตาย ผมจะปกป้องคุณเอง” ดวงตาของไป่หลี่โม่ เฉินเป็นประกายสีดำสนิท
เซียวหมิงเยวี่ยยกแก้วน ้าขึ้นแล้วพูดว่า “ขอบใจนะน้องชาย”
“ว่าแต่ นายมีน้องสาวจริง ๆ หรือเปล่า? ฉันรู้ว่านายโกหก เพราะ ต้องการให้ฉันเห็นใจนายล่ะสิ” เซียวหมิงเยวี่ยพึมพำอีกประโยค
ไป่หลี่โม่เฉินหัวเราะเบา ๆ “กินเยอะ ๆ นะครับ กินเสร็จแล้วยังมี ธุระต้องทำอีก”
เพราะว่าหลิวเฉินมาถึงแล้ว