ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 219 ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ หลิวเฉิน
“จริงด้วยพี่หมิงเยวี่ย เราเพิ่งวิเคราะห์กันเมื่อครู่นี้ ผู้ลักพาตัวที่
แจ้งเบาะแสของพี่น่าจะเป็นหลิวเฉิน” อวี๋ซินซินพูดน ้าเสียงจริงจัง
แต่เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้แสดงท่าทีตกใจอย่างที่อวี๋ซินซินคิด ตรงกันข้าม เธอพูดด้วยน ้าเสียงเรียบเฉยว่า
“ฉันรู้แล้วล่ะว่าเป็นเขา”
อวี๋ซินซินประหลาดใจเล็กน้อย “พี่รู้แล้วเหรอคะ? งั้นก็เป็นเขา จริง ๆ เขายังบอกพี่เซี่ยเซี่ยด้วยว่าพี่ผิดปกติทางจิตป่วยเป็นโรค อารมณ์แปรปรวน คนเลวทราม!”
เซียวหมิงเยวี่ยแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “เขาบอกว่าฉันเป็นโรค อารมณ์แปรปรวนเหรอ?”
อวี๋ซินซินพยักหน้า “ใช่ค่ะ ถ้าไม่เชื่อลองถามพี่เซี่ยเซี่ยดูก็ได้”
เตียวเซี่ยเซี่ยพยักหน้าซ ้า ๆ เหมือนคนโง่ “นั่นคือสิ่งที่เขาพูด ไอ้ สารเลว ต ่าช้าต ่าทราม มันทำเรื่องแบบนี้กับฉันได้ยังไง เพราะมันคน เดียว! ถ้ากลับออกไปได้แล้วเจอหน้ามัน ฉันจะตบหน้ามันแรง ๆ ตบ จนกว่ามันจะตายคามือ!”
เตียวเซี่ยเซี่ยโกรธจนกัดฟันกรอด อดไม่ได้ที่จะทำท่าทางต่าง ๆ ประกอบคำพูด
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกขำ “แล้วเธอคิดว่าฉันเป็นโรคอารมณ์ แปรปรวนด้วยหรือเปล่า?”
เตียวเซี่ยเซี่ยส่ายหัว พูดตามความจริงว่า “ไม่นะ ฉันคิดว่าเธอ ฉลาดกว่าฉันนิดหน่อย”
“แค่นิดหน่อยเองเหรอ?” เซียวหมิงเยวี่ยถามกลับ
เตียวเซี่ยเซี่ยงุนงง “???”
แววตาของเซียวหมิงเยวี่ยฉายแววเด็ดเดี่ยว “ตอนนี้เธอมีโอกาส ได้ตีเขาแล้วล่ะ หลิวเฉินอยู่ที่นี่แล้ว”
“เขาอยู่ที่รังรื่นรมย์สุขฤดีนี้เหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า พูดช้า ๆ ทีละคำว่า
“ใช่ และเขาจะต้องตาย”
เตียวเซี่ยเซี่ยหดคอลง ทำไมเธอถึงรู้สึกเย็นวาบไปทั่วท้ายทอย กันนะ?
อวี๋ซินซินอยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ได้ เธออยากรู้มากว่าพี่หมิงเยวี่
ยออกไปทำอะไรช่วงบ่ายนี้
ทำไมเหล่าคนชั่วร้ายที่หน้าตาโหดเหี้ยมถึงได้ฟังพี่หมิงเยวี่ย แต่ เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะเธอเองก็ไม่กล้าถามต่อ
…
“ผู้เฒ่ากุ่ย ทำไมพวกคุณถึงมองผมแบบนั้นล่ะ?”
หลิวเฉินยืนตัวสั่นด้วยความตึงเครียด ใจเต้นรัวลั่นอย่างประหม่า
ภายในห้องอันว่างเปล่าท่ามกลางแสงสลัวราง ผู้เฒ่ากุ่ยและไป๋หู่ นั่งอยู่บนโซฟา ด้านหลังโซฟายืนเรียงรายไปด้วยชายชุดดำ
ผู้เฒ่ากุ่ยมีใบหน้าบูดบึ้ง ดวงตาสองเต็มไปด้วยจิตสังหาร แก้ม ของเขายังรู้สึกแสบร้อนอยู่เนือง ๆ เขาไม่สามารถจัดการเซียวหมิง เยวี่ย และพี่น้องหลายคนต้องเสียชีวิต ทำให้เขาถูกพี่เหมิ่งดุด่า
และผู้ริเริ่มเรื่องทั้งหมดนี้ก็คือหลิวเฉิน
ตอนนี้ผู้เฒ่ากุ่ยอยากตัดหัวอีกฝ่ายใจจะขาด แต่เขาทำไม่ได้ เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ผู้เฒ่ากุ่ยก็ยิ่งเดือดดาล
ใบหน้าของไป๋หู่ไม่สู้ดีเช่นกัน ภายใต้ใบหน้าอันอ่อนโยนของเขา ซ่อนความกังวลมากมายไว้ภายใน เซียวหมิงเยวี่ยผู้หญิงคนนั้น เขา เป็นคนจับเธอมาด้วยมือของตัวเอง แถมยังฉีดยาสลบให้เธอด้วย เรื่องนี้จะทำให้เขาซวยหรือเปล่า?
ผู้เฒ่ากุ่ยหรี่ตาลง “หลิวเฉิน แกนี่เก่งเสียจริง ๆ นะ”
หลิวเฉินมีความสุขและพูดด้วยรอยยิ้มที่ประจบประแจง “ผู้ เฒ่ากุ่ย ผมบอกแล้วว่านางเซียวหมิงเยวี่ยเป็นสินค้าชั้นดี ท่านพอใจ ไหมครับ?”
ผู้เฒ่ากุ่ยหัวเราะอย่างเย็นชา “พอใจสิ ฉันพอใจมากทีเดียว”
หลิวเฉินกลอกตาไปมา พูดด้วยน ้าเสียงโลภ “แล้วที่ท่านเรียกผม มาที่นี่ ก็เพราะต้องการตกรางวัลให้ผมใช่ไหม? สุดท้ายผู้หญิงระดับ A ก็หาได้ยากมาก ในอนาคตผมจะทำงานอย่างหนักเพื่อรังรื่นรมย์ สุขฤดีแน่นอน พวกผู้ประสบภัยเหล่านั้น ขอเพียงแลกกับการได้กิน อิ่มนอนอุ่นก็เต็มใจยอมทำทุกอย่าง”
ผู้เฒ่ากุ่ยโกรธจัดจนขว้างถ้วยชาใส่เขา ซึ่งกระแทกเข้าที่หน้า หลิวเฉินอย่างจัง
“แกยังกล้ามาขอรางวัลจากฉันอีกรึ ฉันเกือบจะซวยเพราะแกคน เดียว!”
หลิวเฉินกุมหน้าแผดเสียงร้อง เขาไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ผู้เฒ่ากุ่ยถึง ได้โกรธขึ้นมา
“ผู้เฒ่ากุ่ย ท่านหมายถึงอะไรครับ?” หลิวเฉินรู้สึกตื่นตระหนก อย่างอธิบายไม่ได้
ในเวลานี้ ประตูห้องถูกเปิดออก และทุกคนก็หันไปมองดู
ชายชุดดำสองคนทำท่าเชิญด้วยความเคารพ เซียวหมิงเยวี่ย เดินก้าวเข้ามาช้า ๆ ตามมาด้วยอวี๋ซินซินและเตียวเซี่ยเซี่ย
หลังจากทั้งสามคนเข้ามา ชายชุดดำสองคนก็ปิดประตูลง
ดวงตาของหลิวเฉินแทบถลนออกจากเบ้า รู้สึกราวกับเห็นผีสาง นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
“ผู้เฒ่ากุ่ย ในที่สุดเราก็ได้พบกันเสียที” เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วย น ้าเสียงที่เต็มไปด้วยความหมาย
ผู้เฒ่ากุ่ยลุกขึ้นยืนแค่นหัวเราะ “มันล้วนเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ทั้งนั้น คุณหนูเซียวก็เช่นกัน หากบอกตั้งแต่แรกว่าเป็นเพื่อนของ ท่านผู้นั้น ผมก็คงต้อนรับคุณในฐานะแขกคนสำคัญ พวกเราถือว่า ไม่ใช่คนอื่นคนไกล คุณหนูเซียวผู้มีจิตใจกว้างขวาง เรื่องคราวนี้…”
ผู้เฒ่ากุ่ยพูดอย่างมีจังหวะ ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้อยากสนใจเขา “ผู้เฒ่ากุ่ยพูดเรื่องอะไร เรื่อง นี้ไม่เกี่ยวข้องกับคุณตั้งแต่แรกแล้ว ก็ในเมื่อคนที่ทำร้ายพวกเราเป็น คนอื่น ใช่ไหมล่ะ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้เฒ่ากุ่ยรู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก เขายิ้มอย่างร่าเริง
“คุณหนูเซียวเป็นคนจริงใจ ช่างสมเป็นวีรสตรีในหมู่ผู้หญิงจริง ๆ! ผมยังขอยืนยันคำเดิม ผมชื่นชมคุณมากทีเดียว”
ไป๋หู่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ในเมื่อผู้เฒ่ากุ่ยปลอดภัย แน่นอน ว่ามันก็ไม่เกี่ยวข้องกับเขา ทว่าเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ย่อมต้องมีคน รับผิดชอบทั้งหมด
ไป๋หู่เหลือบมองหลิวเฉินที่ยังอยู่ในสภาพมึนงง ดวงตาของเขา ฉายแววสะใจ
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะที่ได้รับการชื่นชมจากผู้เฒ่ากุ่ย” เซียวห มิงเยวี่ยพูดอย่างสุภาพ
ช่างเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์จริง ๆ ตอนที่ทั้งสองคุยกัน เขานั่งไม่ ติดเก้าอี้ด้วยความโกรธเคือง คับแค้นใจจนอยากฆ่าเธอให้ตาย แต่ ตอนนี้กลับยิ้มแย้มแจ่มใส พยายามตีสนิท เขาเป็นคนยืดหยุ่นจริง ๆ ไม่ธรรมดาเลย
หลิวเฉินจ้องมองด้วยสายตาว่างเปล่า “ผะ… ผู้เฒ่ากุ่ย นี่มันเรื่อง อะไรกันครับ? ทำไมพวกเธอถึงมาที่นี่?”
อะไรคือไม่ใช่คนอื่นคนไกล? แล้วหล่อนเป็นเพื่อนกับใคร? นางนี่
ก็แค่ผู้หญิงแพศยา ทำไมผู้เฒ่ากุ่ยถึงได้สุภาพกับมันนัก? พวกเขา กำลังพูดถึงอะไร ทำไมเขาฟังไม่เข้าใจเลยสักนิด?
แล้วทำไมเตียวเซี่ยเซี่ยถึงมาอยู่ที่นี่ด้วย?
หลิวเฉินเต็มไปด้วยความสงสัย
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา แต่หลิวเฉินรู้สึกผิด และไม่กล้าสบตากับเธอ
“ช่างบังเอิญจังเลยนะหลิวเฉิน นายแปลกใจไหมที่เห็นฉัน? น่าชื่นชมที่นายเตือนให้พวกเขาใช้ยาสลบกับฉัน คิดได้รอบคอบจริง ๆ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงเรียบ
หลิวเฉินรู้สึกผิดมากขึ้น เขาตัดสินใจข่มความกลัว แล้วยืดตัว ตรง
“แล้วไงถ้าฉันเป็นคนลักพาตัวแกมา? ใครใช้ให้แกเย่อหยิ่งนักล่ะ ในเมื่อแกมาถึงรังรื่นรมย์สุขฤดีแล้ว ก็อยู่ที่นี่อย่างสบายใจเถอะ ผู้ เฒ่ากุ่ยอาจจะให้รางวัลแกด้วยข้าวสักถ้วยก็ได้ ล้มเลิกความคิดที่จะ หนีซะเถอะ ไม่อย่างนั้นแกได้ตายอย่างน่าอนาถแน่ ๆ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ก่อนที่เซียวหมิงเยวี่ยจะทันได้พูดอะไร อวี๋ซินซิน ก็ถ่มน ้าลายใส่ “ไอ้ผู้ชายสันดานหมา!”
เตียวเซี่ยเซี่ยโกรธจัด พับแขนเสื้อขึ้น แล้วเงื้อมือตบเขาเต็มแรง หลายที
“ไอ้ชั่ว แกทำให้ฉันต้องมาทำงานโสมม! เสียดายที่เคยนึกว่าแก เป็นคนดี!”
หลิวเฉินผลักเตียวเซี่ยเซี่ยออก “เธอเป็นอะไรไป แล้วมาอยู่ที่นี่
ได้ยังไง?”
“แกถามว่าฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงงั้นเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะแกทำร้าย เซียวหมิงเยวี่ย แล้วฉันจะโดนลูกหลงถูกพามาที่นี่ด้วยไหมล่ะ?”
เตียวเซี่ยเซี่ยเซเสียหลักล้มลุกคลุกคลาน พยายามจะพุ่งเข้าหา อีกครั้ง แต่ถูกเซียวหมิงเยวี่ยคว้าไว้ก่อน
“พอเถอะ เธอสู้เขาไม่ได้หรอก”
ไป๋หู่เหลือบมองเตียวเซี่ยเซี่ย เธอพูดความจริง เขาจับตัวผู้หญิง ไร้สมองคนนี้มาด้วยแบบไม่ได้ตั้งใจ
หลิวเฉินไม่มีเวลาสนใจเตียวเซี่ยเซี่ย เขาหันไปหาผู้เฒ่ากุ่ยและ ถามว่า
“ผู้เฒ่ากุ่ย ท่านหมายความว่ายังไง เรียกผมมาที่นี่เพื่อให้นาง ผู้หญิงเลวคนนี้ดูถูกงั้นเหรอ? ถ้ายังทำแบบนี้อีก ผมจะไม่ทำงานให้ อีกต่อไปแล้ว!”
ผู้เฒ่ากุ่ยไม่อยากแม้แต่จะมองเขา คนกำลังจะตาย แล้วจะไป สนใจอีกทำไม
“คุณหนูเซียว เชิญจัดการเขาได้เลยครับ ตามแต่คุณต้องการ”
หลิวเฉินมองผู้เฒ่ากุ่ยด้วยความตกตะลึง “จัดการ? นั่น หมายความว่ายังไง ฉันจะไม่ทำงานให้แล้วนะเว้ย!”
ทุกคนมองหลิวเฉินเหมือนมองคนโง่ เขาไม่มีสมองคิดหรือไง ถึง ยังไม่เข้าใจสถานการณ์อีก?
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าเล็กน้อยและออกคำสั่ง
“เถี่ยตั้น โก่วเซิ่ง เอ้อร์ยา ชุ่ยฮวา เข้ามาได้”
ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของหลิวเฉิน ชายชุดดำคนหนึ่งเดิน เข้ามาพร้อมกับหมาป่าสี่ตัว หมาป่าทั้งสี่ถูกใส่ตะกร้อปาก เพื่อ ป้องกันไม่ให้พวกมันทำร้ายคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง