ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 220 หนี้แค้นต้องชำระ ฆ่าหลิวเฉิน
เตียวเซี่ยเซี่ยอุทานขึ้นว่า “สุนัขพวกนี้ดูน่ากลัวจัง”
อวี๋ซินซินมองแล้วมองอีกก่อนพูดว่า “นี่สุนัขเหรอ? ดูไม่ค่อย เหมือนเลยนะ หน้าตาแปลกดี”
เซียวหมิงเยวี่ยย่อตัวลง คลายโซ่ตรวนที่ควบคุมพวกมันทีละตัว
“นี่ไม่ใช่สุนัขหรอก แต่เป็นหมาป่า น่ารักไหม?”
ทุกคนในห้องต่างถอยหลังไปด้วยความกลัว แทบอยากจะ กระโจนขึ้นไปเกาะบนเพดาน
เมื่อเห็นเช่นนั้น เซียวหมิงเยวี่ยจึงพูดว่า “ทุกคนออกไปก่อนเถอะ เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างฉันกับหลิวเฉิน”
เพราะภาพเหตุการณ์หลังจากนี้จะนองเลือดมาก เธอกลัวว่าพวก เขาจะตกใจ
หลังจากนั้น ทุกคนก็หนีออกไปเหมือนพยายามเอาชีวิตรอด หลิวเฉินก็อยากหนีเช่นกัน แต่ถูกชายชุดดำเตะกลับมา และปิดประตู ลงอย่างระมัดระวัง
ภายในห้องที่มืดมิด เหลือเพียงคนสองคนกับหมาป่าสี่ตัว ดวงตา ของพวกมันเปล่งประกายในความมืด สะท้อนแสงวาววับจนชวนให้ รู้สึกหวาดกลัว
เข่าของหลิวเฉินอ่อนยวบ ล้มพับลงคุกเข่าบนพื้น ในที่สุดเขาก็ ตระหนักได้ว่านางสุนัขตัวเมียตัวนี้ต้องการเอาชีวิตเขา!
ไม่ใช่ว่านางแพศยานี่ต้องเป็นโสเภณีเหรอ แล้วเรื่องมัน กลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“กะ… แกเป็นใครและมีภูมิหลังอะไร? ทำไมผู้เฒ่ากุ่ยถึงเชื่อฟัง แก?”
หลิวเฉินเอาหลังพิงประตู แน่นิ่งไม่กล้าขยับ
เพราะหมาป่าทั้งสี่กำลังจ้องมองเขาและก้าวเข้าหาช้า ๆ พวกมัน ขู่คำรามแยกเขี้ยวอย่างดุร้าย เตรียมพร้อมที่จะโจมตีทุกเมื่อ ตราบใด ที่เซียวหมิงเยวี่ยออกคำสั่ง
หลิวเฉินรู้สึกเหมือนหนังศีรษะของเขาจะระเบิด
เซียวหมิงเยวี่ยยกมือขึ้นกอดอก “แกไม่ได้ยินผู้เฒ่ากุ่ยพูดเหรอ ว่าเราเป็นเพื่อนกัน หลิวเฉิน แกไม่ควรคิดร้ายต่อฉัน และใช้แผน สกปรกแบบนี้
ฉันเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ถ้าเกลียดก็คือเกลียด ถ้าชอบก็คือ ชอบ แกอยากให้ฉันเป็นโสเภณี งั้นฉันก็จะใช้แกเป็นอาหารหมาป่า ถือว่ายุติธรรมดีนะว่าไหม?”
“แกจะให้หมาป่ากัดฉันจนตายเหรอ?” หลิวเฉินแทบไม่อยากเชื่อ หูตัวเอง
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้ว “ก็ใช่น่ะสิ”
“ไม่ แกฆ่าฉันไม่ได้ แกจะฆ่าฉันทำไม ฉันไม่ได้คิดจะฆ่าแกเลย ฆ่าคนมันผิดกฎหมายนะ…”
สีหน้าของหลิวเฉินซีดเผือด ไร้ซึ่งสีเลือด
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเยาะ “แกไม่ได้คิดจะฆ่าฉัน แต่แกคิดจะให้ ฉันทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น หากลองเปรียบเทียบกันดูแล้ว ระหว่าง เราสองคน ฉันเป็นคนที่ใจดีกว่าตั้งเยอะ ไม่มีทางอื่นแล้วล่ะ ผู้หญิง อย่างเราน่ะ ใจอ่อนเกินไปจริง ๆ”
หลิวเฉินอึ้งไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาเบิกกว้างราวกับระฆังทอง
ร่างกายของเขาสั่นระริกอย่างรุนแรง ในที่สุดเขาก็รู้ถึงความ ร้ายแรงของสถานการณ์แล้ว เขาจึงก้มหัวแทบติดพื้นพลางพูดว่า
“ฉันผิดไปแล้วเซียวหมิงเยวี่ย ตอนนั้นฉันใจร้อน คิดอะไรไม่ รอบคอบ ตอนนี้ฉันสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ดีใจที่เห็นว่าเธอยังปลอดภัย ฉันขอโทษเธอด้วยนะ เราอยู่ชุมชนเดียวกัน แม่ของเธอกับฉันยังเป็น เพื่อนร่วมงานกันด้วย!
ขอเธอให้โอกาสฉันอีกครั้ง ฉันสัญญาว่าจะอยู่ห่างเธอให้ไกล ที่สุด จะไม่ยุ่งกับเธออีกเลย เธอให้ฉันทำอะไรฉันก็จะทำ จะให้ทำงาน หนักเป็นวัวเป็นควายเพื่อเธอก็ได้ ฉันไม่อยากตาย ฉันยังมี ครอบครัว…”
หลิวเฉินคุกเข่าลงบนพื้น ร้องไห้คร ่าครวญ เขาสำนึกผิดจริง ๆ สำนึกผิดที่ไม่สืบหาภูมิหลังของเซียวหมิงเยวี่ยให้ดี ไม่รู้ว่าเธอดันมี สายสัมพันธ์กับคนจากรังรื่นรมย์สุขฤดี
เดิมทีเขาคิดว่าเธอเป็นแค่คนธรรมดา ที่สามารถใช้ชีวิตสุข สบายเพราะแม่ของเธอมีเส้นสายในระบบราชการ แต่ไม่คิดฝันว่า ตระกูลเซียวจะมีภูมิหลังที่ลึกซึ้ง!
ถ้ารู้แบบนี้ ต่อให้ถูกทุบตีจนตาย เขาก็ไม่มีทางยั่วยุเธอเด็ดขาด
เซียวหมิงเยวี่ยเห็นเขาร้องไห้น ้าตาไหลอาบแก้ม ก็รู้สึกขยะแขยง ขึ้นมาทันใด เขาเป็นแค่คนขี้ขลาด กลั่นแกล้งคนอ่อนแอ แต่พอเจอ คนแข็งแกร่งกว่าก็ถอดใจ
ตอนที่หลิวเฉินรังแกผู้ประสบภัยที่ไร้เดียงสา หน้าตาของเขานั้น ช่างโหดร้ายเสียจริง
เซียวหมิงเยวี่ยเริ่มหมดความอดทน “พอได้แล้ว ฉันไม่อยากพูด อะไรกับแกอีก ถ้าสำนึกผิดได้ก็ดี ชาตินี้จำไว้เป็นบทเรียน แล้วชาติ หน้าก็ระวังให้มากกว่านี้”
สิ้นเสียงพูด ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของ หลิวเฉิน หมาป่าสี่ตัวแยกเขี้ยวตรงรี่เข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว…
ผู้คนด้านนอกได้ยินเสียงกรีดร้องดังระงมจากในห้อง ใบหน้าซีด เผือดไร้สีเลือด ทุกคนต่างก็รู้สึกเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้ คนที่ทำผิดก็จะถูกโยนเข้าไปในกรงหมาป่า ให้หมา ป่ากัดกินทั้งเป็น แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินเสียงกรีดร้องด้วย ตัวเองจากระยะใกล้
ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่โหดเหี้ยมมาก
ไม่รู้ว่าผู้เฒ่ากุ่ยคิดอะไรอยู่ เขาพูดขึ้นว่า “พวกแกได้ยินกัน หมดแล้วนะ ต่อไปนี้ทำอะไรก็ระวังให้ดี ไม่งั้นอาจเป็นพวกแกเองที่
ต้องตายอย่างอนาถ”
“ครับ” ชายชุดดำตอบรับ
อวี๋ซินซินพูดด้วยสีหน้ามีความสุข “สมน ้าหน้า!”
เตียวเซี่ยเซี่ยหลบหลังอวี๋ซินซิน “แบบนี้มันโหดร้ายไปไหม เรา แค่สอนบทเรียนเขาสักหน่อยก็น่าจะพอแล้ว ปล่อยหมาป่าไปกัดจน ตายดูโหดร้ายเกินไปนะ”
ดวงตาอวี๋ซินซินที่จ้องมองเสมือนกำลังมองดูคนโง่ “พี่รู้ไหมว่า ถ้าไม่มีพี่หมิงเยวี่ย พวกเราจะเป็นยังไง? พวกเราจะกลายเป็นโสเภณี ปล่อยให้คนอื่นเล่นสนุกกับเรือนร่าง ชีวิตตกต ่ายิ่งกว่าตายทั้งเป็น พี่
ยังคิดจะสงสารไอ้หลิวเฉินนั่นอีกเหรอ?”
เตียวเซี่ยเซี่ยอยากจะโต้เถียงต่อ แต่อวี๋ซินซินพูดขัดเสียก่อน
“พอแล้วค่ะแม่พระผู้ใจบุญ อย่าได้ไปพูดคำนี้ต่อหน้าพี่หมิงเยวี่ย เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกพี่เขาเกลียดแน่นอน และอาจจะถูกปล่อย ทิ้งไว้ที่นี่ด้วยซ ้า”
เตียวเซี่ยเซี่ยสั่นสะท้าน “ฉันไม่พูด ฉันไม่พูดอะไรแล้ว อย่าทิ้ง ฉันไว้ที่นี่นะ”
อวี๋ซินซินส่งเสียงฮึดฮัด เธอหันมองไปที่ไป๋หู่ สีหน้าของเธอยิ่งดู น่าเกลียดขึ้น
“แกเป็นคนลักพาตัวเรามาที่นี่ แกมันพวกค้ามนุษย์ สมควรโดน ยิงเป้า!”
อวี๋ซินซินพูดประโยคนี้ด้วยน ้าเสียงโกรธแค้นจนกัดฟันกรอด
ไป๋หู่ตอบด้วยสีหน้าเฉยชาว่า “ครั้งนี้ถือว่าเธอโชคดีแล้วนี่”
อวี๋ซินซินอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็กลืนคำพูดนั้นกลับลง ไป เธออดทนกลั้นไว้ คนกลุ่มนี้ดูจะเกรงใจพี่หมิงเยวี่ย ส่วนเธอแค่ พลอยได้รับผลประโยชน์ไปด้วย ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่จะไม่ทำให้ เรื่องบานปลาย
อวี๋ซินซินก่นด่าสาปแช่งในใจหลายประโยค จึงรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
หลังจากนั้นไม่นาน เซียวหมิงเยวี่ยก็เปิดประตูเดินออกมา
ทันทีที่ประตูเปิด กลิ่นคาวเลือดก็โชยมาแตะจมูก ทำให้คนอด ไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
อวี๋ซินซินรีบเดินเข้าไปถาม “ตายแล้วเหรอคะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบ “ตอนนี้กลับบ้านได้แล้ว”
เด็กสาวดีใจจนหน้าบาน “สมน ้าหน้า คนเลวแบบนั้นสมควรโดน หมาป่ากัดตาย!”
คำพูดดูถูกแบบเหวี่ยงแหของเธอ ทำให้ชายชุดดำรอบข้างริม ฝีปากกระตุก โดยเฉพาะไป๋หู่ เขาคิดว่าผู้หญิงคนนี้กำลังเหน็บแนม เขา แต่เธอไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ
“เรื่องราวได้คลี่คลายแล้ว ไม่มีอะไรให้ผมต้องทำอีก คุณหนู เซียวเดินทางกลับอย่างปลอดภัยนะครับ” ผู้เฒ่ากุ่ยกล่าวอย่างสุภาพ
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับ “ขอบคุณค่ะ”
ขณะที่ผู้เฒ่ากุ่ยกำลังจะออกไป ก็หวนนึกขึ้นได้ถึงเรื่องสำคัญ “อ้อ ว่าแต่ปืนพวกนั้น…”
“ไม่ต้องห่วง ฉันคืนให้เขาหมดแล้ว”
พอพูดถึงเรื่องนี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็รู้สึกเจ็บปวดใจสุด ๆ ไป่หลี่โม่ เฉินช่างขี้เหนียวซะจริง เขาทวงขอปืนคืนไปหมดเลย
แต่เธอก็แอบเอาลูกกระสุนออกไว้เกือบ 100 นัด ถือว่าไม่ได้ เสียเปรียบไปเสียทีเดียว
ผู้เฒ่ากุ่ยเข้าใจว่าเธอกำลังพูดถึงใคร เขาโล่งใจที่ปืนไม่ได้ตกไป อยู่ในมือคนนอก ไม่ถือว่าเป็นการทำผิดพลาดครั้งใหญ่
ผู้เฒ่ากุ่ยและไป๋หู่รีบถอนตัวออกไป ทิ้งไว้เพียงชายชุดดำ
“คุณหนูเซียวยังต้องการพาหมาป่าออกไปด้วยหรือเปล่าครับ?” หนึ่งในชายชุดดำถาม
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจมาก “ไม่พาไปหรอก หมาป่า ไม่ใช่หมาบ้าน มันไม่ได้เลี้ยงง่ายขนาดนั้นไม่ใช่เหรอ?”
ที่เธอบอกว่าต้องการเอาหมาป่าไปเลี้ยง เธอแค่หลอกผู้เฒ่ากุ่ย เพื่อความสนุก หมาป่ามีความอยากอาหารมากและต้องกินเนื้อ จำนวนมากในแต่ละวัน พวกมันมีกันถึงสี่ตัว แล้วเธอจะหาเนื้อ มากมายมาให้ได้อย่างไร?
แถมเลี้ยงไว้ที่บ้านก็คงยุ่งยากน่าดู
ชายชุดดำทำท่าผายมือ “เชิญครับ รถถูกจัดเตรียมไว้พร้อม แล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยและหญิงสาวอีกสองคนเดินออกจากรังรื่นรมย์สุข ฤดีเพื่อขึ้นรถกลับบ้าน ทันทีที่พวกเธอเห็นท้องฟ้ากว้างใหญ่ด้าน นอก พลันรู้สึกเหมือนอยู่ในฝัน
“ที่นี่อยู่ไหน ทางเหนือเหรอ?” เซียวหมิงเยวี่ยถามคนขับ
คนขับรถชะงักมือที่สตาร์ทรถ “ใช่ครับคุณหนูเซียว”
เซียวหมิงเยวี่ยมองออกไปนอกหน้าต่าง เผยยิ้มบางโดยไม่พูด อะไร ปรากฏว่ารังรื่นรมย์สุขฤดีอยู่ทางเหนือจริง ๆ เธอคาดเดาไว้
ตั้งแต่แรกแล้ว ทางเหนือวุ่นวายเสียขนาดนี้ คงมีคนแอบทำอะไร บางอย่าง
ส่วนจะเป็นใครนั้น ก็เห็น ๆ กันอยู่