ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 221 ครอบครัวเซียวตกอยู่ในความสิ้นหวัง
ณ คฤหาสน์ทองคำ…
“ไปแล้วเหรอ?”
ภายในห้องอันหรูหรา ไป่หลี่โม่เฉินเอนกายบนโซฟาอย่างสบาย ๆ พลางแกว่งแก้วบรั่นดีในมือ
อาเหมิ่งยืนนิ่งเฉยอยู่ด้านหนึ่งด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก ตรงข้าม กับเขาคือผู้เฒ่ากุ่ยที่หัวใจเต้นรัวลั่นด้วยความกลัว ชายชรารู้สึก เหมือนหายใจไม่สะดวกทุกครั้งที่มาคฤหาสน์ทองคำ เหมือนมีแรง กดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่
“ไปแล้วครับ พวกเธอออกไปพร้อมกันสามคน” ชายชุดดำ รายงาน
ผู้เฒ่ากุ่ยกระตุกริมฝีปาก “หลิวเฉินคนนั้นตายแล้วครับ คุณหนู เซียวปล่อยหมาป่ากัดจนตาย”
ไป่หลี่โม่เฉินจิบบรั่นดีแล้วพูดว่า “แค่ตายก็จบงั้นเหรอ? ถือว่า เป็นโชคดีของเขานะ”
“ครับ”
ไป่หลี่โม่เฉินเงยหน้าขึ้นมอง “แกรู้ไหมว่าตัวเองทำผิดอะไร?”
ผู้เฒ่ากุ่ยตื่นตกใจ รีบพูดเสียงสั่นเครือว่า
“ผู้น้อยมีตาหามีแววไม่ ดันไม่รู้จักคุณหนูเซียว”
แววตาไป่หลี่โม่เฉินมืดมิดลงหลายส่วน “ไม่ใช่ แกผิดที่ไร้ ความสามารถ เซียวหมิงเยวี่ยเป็นผู้หญิงแค่คนเดียว กลับฆ่าลูกน้อง ของแกในรังรื่นรมย์สุขฤดีตายไปถึงเจ็ดคน แม้กระทั่งปืนก็เกือบถูก เธอยึดไป เป็นขยะไร้ค่าจริง ๆ”
เขาเปลี่ยนน ้าเสียงแล้วพูดว่า “แต่เอาเถอะ ดีแล้วที่แกไร้ ประโยชน์ เพราะถ้าเธอตาย แกก็ต้องตายตามไปด้วย”
ผู้เฒ่ากุ่ยเหงื่อตก “ครับ ท่านพูดถูก ผมจะจดจำบทเรียนนี้ไว้ และจะไม่มีวันทำผิดพลาดแบบวันนี้อีก”
แปลว่าเขาควรดีใจที่ไม่ฆ่าเซียวหมิงเยวี่ยสินะ?
ไป่หลี่โม่เฉินดื่มบรั่นดีในแก้วรวดเดียวจนหมด
“ว่าแต่ ใครเป็นคนไปจับเซียวหมิงยวี่ย ได้ยินมาว่าลูกน้องตาย ไปคนหนึ่งด้วยใช่ไหม?”
ไป๋หู่พูดเสียงเบา “ผมเองครับ”
ไป่หลี่โม่เฉินหยิบปืนพกเคลือบทองคำบนโต๊ะขึ้นมา จ่อตรงไปที่
หน้าผากไป๋หูและลั่นกระสุนฆ่าอีกฝ่ายทันที
ไป๋หู่ตายคาที่ ร่างไร้วิญญาณนอนนิ่งอยู่บนพื้น ก่อนถูกชายชุด ดำที่ยืนอยู่ตรงประตูลากออกไป สิ่งนี้ทำให้ผู้เฒ่ากุ่ยตกใจกลัวจนตัว สั่น หัวใจเต้นรัวลั่น รู้สึกหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น
“ขยะแบบนี้สมควรตายแล้ว ทั้งที่รู้ว่าเธอไม่ธรรมดา ก็ยังโง่เง่าไป ตามจับมา” ไป่หลี่โม่เฉินโยนปืนลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ
ผู้เฒ่ากุ่ยรีบเห็นด้วย “ใช่ครับ ตอนไปจับก็ประมาทจนมีคนตาย เขาสมควรตายแล้วครับ”
ไป่หลี่โม่เฉินโบกมือ “ออกไปซะ ที่นี่ไม่มีธุระอะไรกับแกแล้ว”
ผู้เฒ่ากุ่ยรู้สึกเหมือนปลดปล่อยภาระเมื่อออกจากคฤหาสน์ ทองคำ พอออกมาแล้วถึงได้สังเกตว่ามือของตัวเองเต็มไปด้วยเหงื่อ เย็น ช่างเป็นเคราะห์ซ ้ากรรมซ้อนจริง ๆ
อาเหมิ่งไม่เข้าใจการกระทำของเจ้านายเลย “ไวเปอร์ ทำไมถึง ปกป้องผู้หญิงคนนั้นล่ะ?”
ไป่หลี่โม่เฉินไม่ได้พูดอะไร แต่กลับมองไปที่ภาพเซียวหมิงเยวี่ย บนหน้าจอขนาดใหญ่เป็นเวลานาน ก่อนจะพูดออกมาว่า
“อาเหมิ่ง แกคิดว่าเธอเอาเสื้อผ้ามาจากไหน? แม้แต่เครื่องสำอาง ก็ยังเปลี่ยนไปด้วย”
ดวงตาสีพีชของไป่หลี่โม่เฉินเป็นประกายระยิบระยับ แสดงถึง ความสนใจใคร่รู้
อาเหมิ่งอึกอักเมื่อถูกถาม “อาจจะเป็นโสเภณีมั้งครับ?”
ในเวลานี้ ชายชุดดำคนหนึ่งเดินเข้ามา “ท่านไวเปอร์ มี สายโทรศัพท์เข้าครับ”
ไป่หลี่โม่เฉินกดรับสาย เสียงอันอ่อนหวานของผู้หญิงดังขึ้นจาก ปลายสายทันที
“น้องชายสุดที่รักจ๋า พี่มาถึงเมืองเผิงจิงแล้ว ตกใจไหม? วันนี้วัน เกิดพวกเรานะ พี่มาฉลองวันเกิดให้โดยเฉพาะเลย สุขสันต์วันเกิด ครบรอบ 26 ปีนะจ๊ะ!”
ใบหน้าของไป่หลี่โม่เฉินเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน “ไปให้พ้น!”
เขาตัดสายทิ้งอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้อาเหมิ่งไม่มีอารมณ์จะสนใจว่าทำไมไวเปอร์ถึงปกป้อง เซียวหมิงเยวี่ย เพราะผู้หญิงคนนั้นมาอยู่ที่นี่แล้ว ผู้หญิงที่เหมือนกับ อสรพิษ แค่คิดก็ทำให้คนรู้สึกหวาดกลัว
ไป่หลี่อันหรันที่อยู่ปลายสายอึ้งไปชั่วครู่ ใบหน้าที่งดงามของเธอ ปรากฏร่องรอยความโกรธ “ไอ้เวรเอ๊ย กล้าตัดสายฉันได้ไง ฉันเป็น พี่สาวแท้ ๆ ของแกนะ!”
ไม่ใช่แค่พี่สาวแท้ ๆ แต่เธอยังเป็นฝาแฝดของเขาอีกด้วย
…
บ้านตระกูลเซียวเวลานี้ตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน เพราะ เซียวหมิงเยวี่ยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน
ทุกคนในครอบครัวต่างมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านตระกูลเซียว ไม่ว่า จะเป็นครอบครัวลุงใหญ่ ครอบครัวลุงรอง และคุณน้า ทุกคนมีสีหน้า ตึงเครียด เต็มไปด้วยความกังวล ร้อนรน และหวาดกลัว
ทุกคนต่างก็คิดว่าอาจมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเซียวหมิงเยวี่ย เนื่องจากสังคมปัจจุบันที่มีความวุ่นวายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ย ปากพูดออกมา
ในตอนนั้น พ่อและแม่เซียวกลับมาจากข้างนอก ทุกคนจึงลุกขึ้น ยืนด้วยความหวังว่าจะได้ยินข่าวดี
“ผู้อำนวยการเว่ยว่ายังไงบ้าง มีข่าวอะไรบ้างไหม เจอหมิงเยวี่ย แล้วหรือยัง พวกเธอรีบพูดมาเร็ว!”
คุณยายคว้าแขนของแม่เซียว ดวงตาทั้งสองบวมปูดจากการ ร้องไห้อย่างหนัก
แม่เซียวปล่อยน ้าตาไหลริน “ผู้อำนวยการเว่ยบอกว่าตำรวจ กำลังตามหา แต่ยังหาไม่เจอตัว ถ้าเจอแล้วเขาจะแจ้งให้เราทราบ ทันที”
แต่ว่าในหมู่บ้านไม่มีกล้องวงจรปิด ผู้ประสบภัยก็มากมาย การ ตามหาคนนั้นทำได้ยากอยู่แล้ว ยิ่งการตามหาคนหายก็ยิ่งยากขึ้นไป อีก
แม่เซียวหวาดหวั่น ใจคอไม่ดี กลัวว่าลูกสาวจะเป็นอะไรไป เธอ อยู่ที่ไหน แล้วยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ทำไมไม่ติดต่อ กลับมาที่บ้าน?
ใจของคนเป็นแม่เริ่มสั่นระริก ไม่กล้าคิดต่อ หากเธอยังคิด ฟุ้งซ่านต่อไป เธอคงต้องเสียสติแน่!
พ่อเซียวดูทรุดโทรมแก่ลงไปหลายปี “ลูกเอ๋ย ลูกพ่อหายไปอยู่ที่
ไหนกัน”
ขาของคุณยายอ่อนแรง พูดทั้งน ้าตาว่า “เป็นไปได้ยังไง หมิง เยวี่ยเป็นเด็กดีขนาดนั้น ไม่มีทางที่เธอจะไม่กลับบ้าน ปกติถ้ามีธุระ อะไรก็จะโทรบอกที่บ้านเสมอ ทำไมถึงเงียบหายไปเฉย ๆ แบบนี้”
“ลูกดูโทรศัพท์หน่อยสิ มีสายจากหมิงเยวี่ยโทรมาหรือเปล่า ลูก อาจจะไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าก็ได้ รีบเอาออกมาดูเร็ว!”
แม่เซียวส่ายหน้า “ไม่มีเลยค่ะ”
คุณยายรู้สึกสิ้นหวังอย่างยิ่ง ร้องไห้คร ่าครวญด้วยความ โศกเศร้า
“หมิงเยวี่ยหลานรักของยาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เทวดาฟ้าดิน โปรดทำฉันแทนเถอะ อย่าทำร้ายหมิงเยวี่ยหลานของฉันเลย! ได้ โปรดล่ะ อย่าให้ใครทำร้ายหมิงเยวี่ยเลยนะ ฉันขอเอาชีวิตตัวเองเข้า แลก ขอแค่อย่าทำร้ายเด็กคนนั้น…”
เสียงร้องไห้ของคุณยายบีบหัวใจทุกคนในบ้านจนน ้าตารื้น ป้า สะใภ้ใหญ่และป้าสะใภ้รองรีบเข้ามาช่วยประคองสองข้าง ดวงตาทั้ง สองคุณน้าบวมเป่งเหมือนกับลูกวอลนัต
“พี่เขาเก่งขนาดนั้น แถมยังมีปืนด้วย ไม่มีทางเกิดอะไรขึ้นกับ เธอหรอกครับ” เจี่ยงจ้วงตะโกนปลอบใจ
เจี่ยงย่วนกำหมัดแน่น “ใช่ หมิงเยวี่ยอาจจะติดธุระบางอย่างจึง ไม่ได้กลับบ้าน หรือไม่ก็มือถือเธออาจจะหายไป ทุกคนอย่าคิดไป ทางลบเลยนะครับ”
ลุงใหญ่รีบพูดเสริม “ใช่ ๆ ๆ หมิงเยวี่ยแข็งแกร่งถึงขนาดฆ่าคน ได้ และเธอก็มีปืนติดตัวไปด้วย ต่อให้เจอกับคนเลว เธอก็คงจะ จัดการพวกมันจนราบคาบ”
“แต่เธอก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวคนเดียว จะให้เก่งสักแค่ไหนกัน เชียว แล้วถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้ชายหลายสิบคนล่ะ ถ้าพวกมันเองก็พกปืน ด้วย เกิดอะไรขึ้นมาคงจะแย่แน่ ๆ” ป้าสะใภ้ใหญ่ปาดน ้าตา
เมื่อได้ยินคำพูดของป้าสะใภ้ใหญ่ คุณยายทนรับแรงกระตุ้นไม่ ไหวและเป็นลมหมดสติไปทันที
คราวนี้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
ลุงใหญ่ชี้หน้าด่าภรรยาตัวเอง “เธอพูดจาเลวร้ายแบบนี้ต่อหน้า แม่ได้ยังไง! ตั้งใจจะพูดใช่ไหม!”
ป้าสะใภ้ใหญ่ตกใจและรีบอธิบายทันที
“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันก็แค่เป็นห่วงหมิงเยวี่ย พูดไปโดยไม่ได้ คิดอะไร พี่น้องทุกคนใจเย็น ๆ นะ หมิงเยวี่ยเป็นคนดี ย่อมมีเทพเจ้า คุ้มครอง เธอจะต้องปลอดภัยแน่นอน”
เธอรู้สึกผิดไปหมด ทุกคนต่างกำลังหวาดกลัว แต่เธอกลับพูด เรื่องไม่สมควรออกมา
นิ้วมือของพ่อเซียวสั่นเทา “ผมจะออกไปตามหาลูก!”
“คุณจะไปตามหาที่ไหน? พวกเราตามหาจนทั่วหมดแล้ว” แม่ เซียวถามพลางสะอื้นไห้
พ่อเซียวไม่ได้หันกลับมา “คงมีบางแห่งที่พลาดไป ถ้ายังหาหมิง เยวี่ยไม่เจอ ผมจะไม่กลับมา!”
คุณตาถอนหายใจเฮือกใหญ่ “รีบพายายเฒ่าขึ้นไปบนชั้นสอง ก่อนเถอะ”
คุณตาไม่เคยเชื่อเรื่องภูตผีเทวดา แต่ตอนนี้เขาประสานมือที่มี รอยเหี่ยวย่นทั้งสองไว้แน่น
“ขอพระโพธิสัตว์กวนอิมช่วยให้หมิงเยวี่ยของข้าปลอดภัย ขอ พระโพธิสัตว์กวนอิมช่วยให้หมิงเยวี่ยของข้ากลับคืนสู่บ้านของเรา โดยเร็ว…” คุณตาพึมพำกับตัวเอง