ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 223 คุณย่าผู้น่าสงสาร
ลุงใหญ่เดินตัวเปล่า มือไม่ได้ถืออะไร ปากด่าทอตลอดเวลา อารมณ์ของเขายิ่งฉุนเฉียวมากขึ้นเรื่อย ๆ อ้าปากทีไรเป็นได้ สาปแช่งสารพัดอย่าง
ถึงขนาดใช้แม่เป็นที่ระบายอารมณ์ คงจะใช้ชีวิตได้อย่าง ยากลำบากมากสินะ?
ป้าสะใภ้และเซียวฮ่วนฮ่วนต่างก็ถือขวดกระติกน ้าร้อน หน้าตา ทั้งคู่ดูหงุดหงิด แน่นอนว่าความหงุดหงิดนี้เกิดขึ้นเพราะคุณย่า
เซียวฮ่วนฮ่วนบ่น “คุณย่ารีบ ๆ หน่อยสิ รู้ตัวบ้างไหมว่าตัวเอง เป็นภาระฉุดรั้งให้พวกเราลำบาก ถ้าไม่ได้อยู่บ้านพักที่นี่ พวกเรา ต้องเดินลงใต้ไปต่อ แบบนั้นไม่พาคุณย่าไปด้วยแล้วนะ จะไปตายเอา ดาบหน้าที่ไหนก็ไปเถอะ!”
แม้ว่าป้าสะใภ้จะไม่ได้พูดอะไร แต่เธอก็รังเกียจคุณย่าเช่นกัน เธอมองแม่สามีด้วยสายตาเหมือนมองสิ่งสกปรกโสโครก
“มาแล้ว”
คุณย่าวิ่งเตาะแตะตามครอบครัวไปอย่างทุลักทุเล กองผ้าห่ม หนา ๆ บนหลังสั่นคลอนราวกับจะร่วงลงมาทุกวินาที
คุณย่าพลาดท่า ส่งผลให้ผ้าห่มเก่า ๆ สีซีดผืนหนึ่งร่วงหล่นตก ลงไปในร่องน ้าขุ่นข้างทาง
“อ๊ะ!”
เซียวฮ่วนฮ่วนกรีดร้องขึ้นว่า “อีแก่หนังเหนียว ทำไมแกไม่ตาย ๆ ไปสักที! นี่มันผ้าห่มผืนโปรดของฉัน แกชดใช้มาเลยนะ!”
เธอชี้ไปยังคุณย่าที่ยืนทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะตบไปที่ศีรษะของ คุณย่าอย่างแรง
“ฮ่วนฮ่วน ย่าไม่ได้ตั้งใจ…”
คุณย่าเสียหลัก ล้มลงนั่งบนพื้น ผ้าห่มที่อยู่บนหลังจึงกระจาย หล่นเกลื่อนกลาดไปทั่ว
ป้าสะใภ้รีบวิ่งเข้าไป ไม่ใช่ไปประคองคุณย่า แต่เพื่อรีบเก็บผ้าห่ม เพราะกลัวว่าผ้าห่มจะเปื้อนน ้าสกปรก ถ้าผ้าห่มเปียก แล้วกลางคืนจะ ใช้อะไรห่มนอน?
ป้าสะใภ้คว้าผ้าห่มไปพลาง ด่าทอด้วยน ้ารังเกียจไปพลาง
“แค่แบกผ้าห่มไม่กี่ผืนก็ยังล้ม แล้วจะมีปัญญาทำอะไรได้อีก? ทำอะไรก็ไม่เป็น กินก็กินไม่เหลือ ช่างเป็นเวรกรรมของฉันจริง ๆ ที่
ต้องมาเจอแม่ผัวแบบนี้ รีบลุกขึ้นมาเร็วสิ!”
ป้าใจดีคนหนึ่งที่ยืนดูอยู่ทนไม่ไหว พูดแทรกขึ้นว่า “พวกคุณนี่
มันยังไงกัน? ทำไมถึงทำกับคนแก่แบบนี้ ไม่มีความกตัญญูรู้คุณเลย”
“ใช่ เป็นคนยังไงกัน ลูกชายไม่เอาอะไรเลย ปล่อยให้แม่แก่ ๆ แบกผ้าห่มเอง ดูยังไงก็ไม่ใช่ลูกที่ดี”
“ผู้หญิงสองคนนั้นก็ไม่ใช่คนดีอะไร พูดกับคนแก่ว่าจะตีก็ตี จะ ด่าก็ด่า ไม่มีการศึกษาเอาซะเลย”
เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบของผู้คนรอบข้าง ดวงตาที่มัวหมองและ เฉื่อยชาของคุณย่าก็สั่นไหว ร้องไห้คร ่าครวญอย่างน่าเวทนา
เห็นแล้วน่าสงสารสุด ๆ เป็นเพียงแค่หญิงชราไร้ทางสู้ที่ถูกลูก ชายและลูกสะใภ้รังแก
ป้าสะใภ้จ้องเขม็งไปที่คนพูดทันที “พูดไร้สาระอะไรของพวกแก นี่มันเรื่องของครอบครัวฉัน เกี่ยวอะไรกับแกด้วย คิดว่าตัวเองเป็นใคร ฮะ ประสาท!”
พูดจบ เธอถ่มน ้าลายลงพื้น
ป้าใจดีคนนั้นก็ไม่ใช่คนยอมคนง่าย ๆ “ทุกคนเขาเห็นกันหมด นั่นแหละว่าพวกแกสองผัวเมียเป็นคนเลวทราม ใจดำ ลูกสาวก็ เหมือนกัน ใจไม้ไส้ระกำ รังแกหญิงชราไม่เว้นวัน ด่าทอด้วยคำหยาบ คายยิ่งกว่าน ้าเน่า พวกแกไม่กลัวบาปกรรมเลยหรือไง!”
“ฉันคิดว่าพวกแกคงจะรังเกียจหญิงชราคนนี้ อยากจะบดขยี้เธอ ให้ตาย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องพาเธอไปด้วย ใจคอพวกแกมันโหดร้าย เกินคนจริง ๆ” ใครอีกคนพูดแทรกด้วยน ้าเสียงหม่นหมอง
เซียวฮ่วนฮ่วนกลอกตา “อย่ามาเสนอหน้ายุ่งเรื่องของชาวบ้าน ถ้าพวกแกกตัญญูและมีมโนธรรมนัก ก็พาหล่อนไปอยู่ด้วยสิ พาไป เลย พาไปสิ!”
ป้าสะใภ้เห็นด้วย “ใช่ พวกแกพาหล่อนไปซะสิ เอาแต่พูดอย่าง เดียว ไม่เห็นทำอะไรเลย เสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดี ฉันคิดว่าพวกแก เองก็ไม่ได้มีเจตนาดีนักหรอก!”
“แกพูดว่าอะไรนะ! แกกล้าพูดกับแม่ฉันแบบนี้เหรอ? ปากดีนัก นะ ฉันจะทุบแกให้ตายไปข้าง”
“แน่จริงก็พูดอีกทีสิ!”
ลูกชายสองคนของป้าใจดีออกมายืนขวางด้านหน้าผู้เป็นแม่ แสดงสีหน้าไม่พอใจ ห้ามไม่ให้ป้าสะใภ้เข้าใกล้
“ว๊ายตายแล้ว!”
ป้าสะใภ้ตกใจกลัวจนถอยหลังไป ช่างน่ากลัวจริง ๆ สีหน้าแบบ นั้นน่ากลัวเกินไปแล้ว
เซียวฮ่วนฮ่วนไม่กล้าพูดอะไรสักคำ
ลุงใหญ่รู้สึกอับอาย จึงดึงภรรยาและเซียวฮ่วนฮ่วนเข้ามา “กลับไปต่อแถวซะ อย่ามาสร้างปัญหาให้ฉัน!”
พูดจบ ลุงใหญ่ยังจ้องมองคุณย่าที่ทรุดตัวนั่งอยู่บนพื้นด้วย สายตาไม่พอใจ ก่อนจะเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจ
ป้าใจดีส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความมั่นใจ เธอเข้าไปช่วยคุณย่าให้ ลุกขึ้นยืน
“ยายเฒ่าจ๋า อย่าร้องไห้เลย ลูกชายและลูกสะใภ้ของคุณนั้นช่าง พึ่งพาอะไรไม่ได้ อายุตั้งขนาดนี้แล้ว น่าสงสารจริง ๆ แม่สามีของฉัน อายุ 90 กว่าแล้ว ทุกคนในบ้านกลัวเธอจะเหนื่อยเลยเข็นเธอด้วย รถเข็น แล้วคุณจะแบกผ้าห่มตั้งหลายผืนมาได้ยังไง? ถ้าคุณเหนื่อย จนเป็นอะไรไป จะทำยังไง?”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเข็นรถเข็นตามมาจริง ๆ แม้ว่าครอบครัว นี้จะดูเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่หญิงชราบนรถเข็นกลับดูสะอาด สะอ้านมาก เห็นได้ชัดว่าได้รับการดูแลอย่างดี
แม่สามีวัย 90 กว่าปียิ้มให้คุณย่า จากนั้นจิบน ้าที่หลานชายยื่น ให้ ก่อนจะหลับตาลงนอนอีกครั้ง
เสียงร้องไห้ของยายแหบพร่า น ้าตาไหลรินอาบแก้ม สื่อถึงความ โศกเศร้าเสียใจสุดแสนจะบรรยาย
“คุณเป็นเด็กกตัญญูมาก ถ้าคุณเป็นลูกสะใภ้ฉันก็คงดีนะ ชีวิต ฉันช่างน่าสงสาร ลูก ๆ ก็ไม่กตัญญู ร้ายกว่านั้นคือลูกสะใภ้ไม่ หลงเหลือความเป็นมนุษย์แล้ว…”
คุณย่าพูดไม่หยุด ราวกับเทน ้าขมอันไม่มีที่สิ้นสุด บ่นพึมพำถึง ความทุกข์ระทมใจที่ผ่านมา
คุณย่ามองแผ่นหลังของลุงใหญ่ด้วยความกลัว “คนนั้นคือลูก ชายคนโต อย่างที่คุณเห็นนั่นแหละ เมื่อก่อนเขาเคยกตัญญูกับฉัน มาก แต่ไม่รู้เป็นอะไร เขาถึงกลายเป็นแบบนี้ไป”
เธอถอนหายใจ “ฉันมีลูกคนที่สอง เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ไม่มี ความรับผิดชอบเอาเสียเลย เลวร้ายยิ่งกว่าลูกคนโตอีก ถ้าไม่มีเขา ฉันคงไม่ต้องทนทุกข์กับลูกคนโตขนาดนี้
ลูกชายคนรอง เขาเห็นแก่ตัว ใจจืดใจดำ ทั้ง ๆ ที่มีเงิน แต่ไม่ ยอมให้พี่ชายตัวเองใช้ แถมยังแย่งบ้านของพี่ชายไปอีก ตอนนี้พวก เขาอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวหรูหรา เพลิดเพลินกับอาหารดี ๆ ไม่สนใจ ฉันเลยสักนิด”
“ลูกชายคนรองที่เกิดมาเป็นตัวซวย ดันไปแต่งงานกับสะใภ้เลวที่
ใจไม้ไส้ระกำ เหมือนแม่ของหล่อนเป๊ะเลย แม่ของหล่อนเป็นคนสอน นิสัยเสีย ๆ แบบนี้ให้ หล่อนเลยมีนิสัยต ่าช้าต ่าทรามเป็นที่สุด”
ป้าใจดีตกใจเล็กน้อย “แย่งบ้านเหรอคะ?”
คุณย่าพยักหน้าอย่างขมขื่น “ใช่ ลูกชายคนรองแย่งชิงบ้านของ พี่ชายคนโตไป ไม่ใช่แค่นั้น เขายังขายมันให้กับนายหน้า และหอบ เงินจำนวนมากหนีไป ไอ้คนสารเลว”
“ไม่ใช่บ้านของเขา เขาจะขายได้ยังไง? นี่มันโจรกรรมชัด ๆ ทำไมพวกคุณไม่ไปแจ้งตำรวจล่ะ?” ป้าใจดีฟังแล้วก็ไม่เข้าใจ
คุณย่าพูดด้วยความร้อนรน “จริงอยู่ที่ลูกชายคนรองซื้อบ้านหลัง นั้น แต่หลายชายของฉันเป็นคนอาศัยอยู่ตลอด คุณจินตนาการออก ไหมล่ะว่ามีคนใจร้ายถึงขนาดนี้อยู่บนโลกด้วย ก็แค่ยกบ้านให้ หลานชายอยู่จะเป็นอะไรไป? เฮอะ!”
ป้าใจดีอึ้งไปชั่วครู่ ค่อย ๆ ปล่อยมือที่จับคุณย่าไว้
“แบบนี้นี่เอง…”
คุณย่าไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของป้าใจดี เธอยังคง บ่นพึมพำไม่หยุด
“ฉันมีลูกสาวอีกคน นางนั่นเป็นผู้หญิงเลวทราม! นางลูกสาวไร้ ประโยชน์! หล่อนวิ่งตามผู้ชายหายไปจากบ้านหลายสิบปี ไม่รู้จัก กลับมาดูฉันสักนิดเลย นางลูกเนรคุณ
กว่าฉันจะเลี้ยงหล่อนจนโตมันง่ายนักหรือไง? นางเด็กอกตัญญู ตอนที่น ้าท่วมหล่อนก็ทิ้งฉันไว้ที่บ้าน อยากให้ฉันตายเพราะน ้าท่วม หล่อนมันไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์เดรัจฉาน!”
“ทำเกินไปจริง ๆ ค่ะ ทำไมถึงทิ้งแม่ตัวเองไว้ที่บ้านได้ นั่นไม่ใช่สิ่ง ที่มนุษย์เราจะทำกันได้เลย” ป้าใจดีเห็นด้วย
คุณย่ากัดฟันกรอดเมื่อพูดถึงลูกสาวคนเล็ก “แค่ฉันยกหล่อนให้ ชายคนหนึ่ง หล่อนดันเจ้าคิดเจ้าแค้นโกรธเกลียดฉันตั้งหลายปี ฉัน อุตส่าห์เลี้ยงดูหล่อนมาอย่างยากลำบาก หวังแค่จะได้เงินค่าสินสอด เยอะ ๆ”
“หล่อนเป็นแค่นางแพศยา กล้าหนีออกไปกับผู้ชาย เงินสักบาท ฉันก็ไม่ได้ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ! ไอ้แก่นั่นไม่ดีตรงไหนกัน แค่อายุ มากกว่าสามสิบกว่าปีเท่านั้น ถึงแก่ก็ยังมีหัวใจ ขาเป๋นิดหน่อยจะเป็น อะไรไป ค่าสินสอดตั้ง 8,000 หยวนนะ!”
ป้าใจดีนิ่งเงียบไป “…”
เธอตกอยู่ในความเงียบ ไม่สามารถพูดอะไรต่อได้อีก