ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 224 กลับถึงบ้าน อยู่กันพร้อมหน้า
คุณย่ายังคงพูดไม่หยุด กว่าจะมีโอกาสได้ระบายความทุกข์ พูด สิ่งที่อัดอั้นในใจ เธอจะปล่อยโอกาสนี้ไปได้อย่างไร
ป้าใจดียิ้มแหย ๆ และพูดแทรกขึ้นว่า
“เอ่อคือว่า คุณอา รีบไปเข้าแถวเถอะค่ะ เดี๋ยวลูกชายคุณอาก็มา ดุด่าอีกหรอก”
ในที่สุดคุณย่าก็เพิ่งจะตระหนักได้ รีบคว้าผ้าห่มขึ้นมาแบกบน หลัง แล้ววิ่งไล่ตามออกไป ทันทีที่ตามทัน เธอก็ถูกลุงใหญ่ด่าทอ
“เอาแต่พูดจ้อไม่หยุด นึกว่าจะหนีตามพวกมันไปแล้วซะอีก!”
คุณย่ายิ้มอย่างประจบประแจง “แม่ก็ต้องอยู่กับลูกสิ”
“นางแก่หนังเหนียวตายยาก” ลุงใหญ่เบือนสายตาอย่างรังเกียจ
ไม่ไกลนัก ลูกชายของป้าใจดีพูดว่า “แม่ เป็นอะไรไปครับ ทำไม ทำหน้าตาแบบนั้น? ยังโกรธอยู่เหรอ อย่าไปเถียงกับคนแบบนั้นเลย ไม่คุ้มหรอก”
ป้าใจดีลังเลที่จะพูด “น่าสงสารก็จริง แต่คนน่าสงสารก็มีจุดน่า รังเกียจเหมือนกันนะ ยายแก่คนนี้!”
ลูกชายเกาหัว ไม่เข้าใจว่าแม่หมายถึงอะไร
เขาไม่เข้าใจ แต่เซียวหมิงเยวี่ยเข้าใจ เธอได้ยินบทสนทนา ทั้งหมดของคนกลุ่มนี้เมื่อสักครู่ ถึงแม้ว่าเสียงผู้ประสบภัยจะดังและฟัง ไม่ชัด แต่ก็พอจะจับใจความได้
คุณย่ายังคงเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
ตอนนี้ถึงคิวรถที่เธอนั่งอยู่แล้ว ปกติแล้วควรลงจากรถเพื่อ ตรวจดู แต่คนขับรถแสดงสิ่งของบางอย่างให้เจ้าหน้าที่ดู เจ้าหน้าที่ก็ โบกมือให้พวกเขาผ่านไปได้
คนขับรถไม่ได้ลงจากรถ เพียงแค่เลื่อนกระจกลง
เมื่อเห็นเช่นนั้น เซียวหมิงเยวี่ยก็ไม่รู้สึกแปลกใจ รังรื่นรมย์สุขฤดี สามารถจัดหาผู้หญิงจากทางใต้มาได้ แน่นอนว่าพวกเขาคงมีวิธี จัดการกับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้
นอกจากนี้ แขกยังเข้าออกทุกวันอีกด้วย เพื่อความสะดวกของ ลูกค้า พวกเขายังมีบริการรับส่งลูกค้าด้วยรถ เพียงแสดงบัตรผ่าน ของรังรื่นรมย์สุขฤดีเท่านั้น และไม่ต้องลงจากรถเลยด้วยซ ้า ท้ายที่สุดแล้วมีหลายคนที่ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะได้
เพราะหากถูกจำได้ก็อาจเกิดเรื่องยุ่ง และส่งผลเสียอย่างแน่นอน
…
หลังจากนั้น พวกเขาผ่านด่านตรวจอีกหลายด่าน ระหว่างทางยัง เจอพวกก่อกวน แต่ด้วยเป็นรถของรังรื่นรมย์สุขฤดี จึงไม่มีใครกล้า ขวางทาง คนก่อกวนยังยื่นบุหรี่ให้คนขับด้วยท่าทีประจบประแจงอีก ด้วย
ด้วยการคุ้มครองของคนขับรถจากรังรื่นรมย์สุขฤดี หนทาง ข้างหน้าจึงราบรื่น เซียวหมิงเยวี่ยและหญิงสาวอีกสองคนถูกส่งกลับ ไปยังชุมชนหวาฮั่นอย่างปลอดภัย
เมื่อลงจากรถ ขาของซินซินพลันอ่อนยวบ รู้สึกเหมือนเวลาผ่าน ไปนานมาก เธอบอกลาเซียวหมิงเยวี่ยแล้วรีบตรงกลับบ้าน พี่เม่ย หม่านคงกำลังร้อนรนเหมือนมดบนกระทะร้อน เพราะลูกสาวคนเดียว หายตัวไป
เตียวเซี่ยเซี่ยกลับบ้านเช่นกัน
เซียวหมิงเยวี่ยพูดคุยกับคนขับรถสองสามประโยค จากนั้นไม่รอ ช้า รีบวิ่งไปข้างหน้า
ต้องกลับบ้าน!
ณ บ้านตระกูลเซียว…
ถึงเวลาทานอาหารเย็นแล้ว แต่ที่บ้านยังไม่มีใครทำอาหาร เพราะ ทุกคนไม่มีอารมณ์อยากกินอะไร คุณยายนอนซมอยู่บนเตียง ขณะที่
คุณตาคอยดูแลอยู่ข้าง ๆ
แม่เซียวนั่งอยู่บนโซฟา เส้นผมดูยุ่งเหยิง ราวกับว่าวิญญาณของ เธอถูกพรากไป
ไม่ว่าป้าสะใภ้ใหญ่จะพูดปลอบโยนเธออย่างไร เธอก็เอาแต่เหม่อ ลอย ไม่พูดไม่จา ราวกับรูปปั้นหิน
ป้าสะใภ้ใหญ่และคนอื่น ๆ มองหน้ากันพลางถอนหายใจ ไม่รู้จะ ทำอย่างไร
“พ่อของเธอกลับมาหรือยัง?” แม่เซียวเอ่ยด้วยน ้าเสียงแหบแห้ง
ป้าสะใภ้ใหญ่ครุ่นคิดแล้วตอบว่า “ยังเลย ทั้งต้าไห่ ต้าเหอ และ เจี่ยงย่วนออกไปตามหาแล้ว พวกเขาไปตามหาในชุมชนใกล้เคียง แต่ยังไม่มีใครกลับมาเลย”
เธอหยุดพูดชั่วครู่แล้วพูดต่อว่า
“ชิงหว่าน เราต้องคิดในแง่ดีเข้าไว้นะ เผื่อว่าพวกเขาเจอเบาะแส อะไรแล้ว และกำลังกลับมาด้วยกันอยู่ก็ได้”
แม่เซียวส่ายหัว “พี่สะใภ้ อย่าปลอบใจฉันเลย ถ้าเกิดอะไร ขึ้นกับหมิงเยวี่ย ฉันก็จะไปอยู่กับลูก นับจากนี้คงต้องฝากพ่อกับแม่ ให้พวกพี่ดูแลต่อไป”
“นี่เธอพูดอะไรออกมา!” ป้าสะใภ้รองน ้าตาคลอ
ภรรยาเจี่ยงย่วนพูดปลอบใจ “คุณอา น้องสาวเป็นคนดี ย่อมมี เทพยดาคุ้มครอง จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอแน่นอนค่ะ”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลายครั้ง จนทุกคนสะดุ้งโหยง
ป้าสะใภ้ใหญ่ลุกขึ้นยืน “พวกเขากลับมาแล้วเหรอ? ฉันไปเปิด ประตูเอง”
ป้าสะใภ้ใหญ่วิ่งเหยาะ ๆ ออกไปดู เมื่อเปิดประตูก็พบว่าเป็น เซียวหมิงเยวี่ย!
“ป้าใหญ่ ทำไมถึงมาเปิดประตูได้ล่ะคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
ป้าสะใภ้ใหญ่เหมือนถูกฟ้าผ่า รู้สึกตกตะลึงอยู่หลายวินาที ก่อนที่จะกรีดร้องออกมา
“กรี๊ด!”
“ทุกคนมาดูเร็วเข้า หมิงเยวี่ยกลับมาแล้ว! เธอกลับมาแล้ว!”
เซียวหมิงเยวี่ยตกใจกับปฏิกิริยาของป้าสะใภ้ใหญ่
“ว่าไงนะ?”
“หมิงเยวี่ยกลับมาแล้วเหรอ?”
ทุกคนในบ้านลุกขึ้นยืนทันที แม่เซียววิ่งโซเซไปที่ประตู พอ มองดู ก็เห็นว่านั่นคือลูกสาวที่เธอคิดถึงสุดหัวใจ
แม่เซียวกลั้นน ้าตาไว้ไม่อยู่ พลันร้องไห้โฮออกมา
“ในที่สุดลูกก็กลับบ้าน ยังรู้จักทางกลับบ้านสินะ…”
เมื่อเห็นใบหน้าที่อิดโรยของแม่เซียว ดวงตาของเซียวหมิงเยวี่
ยร้อนผ่าว เธอรีบเข้าไปสวมกอดแม่เซียวเพื่อปลอบโยน
“หนูกลับมาแล้วค่ะ ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะคะ”
พอแม่เซียวได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้หนักขึ้น กอดลูกสาวแน่นไม่ยอม ปล่อยมือ “ลูกไปไหนมา ทำให้แม่เป็นห่วงขนาดนี้ ทำไมไม่โทรมา บอกแม่บ้าง?”
“หนูทำโทรศัพท์มือถือหาย และต้องซื้อใหม่” เซียวหมิงเยวี่ยอธิ บาย
แม่เซียวละล ่าละลัก “ลูกไปยืมโทรศัพท์คนอื่นก็ได้ รู้บ้างไหมว่า ลูกทำแม่กลัวแทบตาย?”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่สามารถอธิบายได้ว่า ผู้คนของรังรื่นรมย์สุขฤดี ใช้โทรศัพท์มือถือแบบพิเศษเพื่อป้องกันการติดตาม พวกเขาจึงไม่ ให้ยืม
“หนูผิดเองค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง อย่างเด็ดขาด
ป้าสะใภ้ใหญ่และคนอื่น ๆ มองดูด้วยรอยยิ้ม
“กลับมาบ้านก็ดีแล้วนะ หมิงเยวี่ย หลานคงไม่รู้หรอก ตั้งแต่เมื่อ คืนจนถึงเมื่อครู่ที่หลานไม่ได้กลับบ้าน พวกเราเป็นห่วงมากแค่ไหน
พ่อของหลานลาหยุดกลับบ้านหลายวัน และกำลังออกไปตามหา หลานอยู่ข้างนอก”
“เดี๋ยวฉันจะโทรบอกพวกเขา และขอให้กลับมาบ้านทันที” ภรรยาเจี่ยงย่วนตื่นเต้นจนมือสั่น
ป้าสะใภ้รองขึ้นไปบนชั้นสอง “ฉันจะบอกพ่อกับแม่ให้เอง ถ้าแม่ ได้ยินว่าหมิงเยวี่ยกลับมาแล้ว อาการป่วยคงทุเลาลง”
“คุณยายเป็นอะไรไปคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
“ไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่ไม่เห็นหลานกลับมา เลยเป็นห่วง” ป้า สะใภ้ใหญ่พูด
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิด เธอ หายตัวไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ ที่บ้านคงจะวุ่นวายน่าดู
เมื่อได้ยินว่าเซียวหมิงเยวี่ยกลับมาแล้ว คุณยายรีบลุกออกจาก เตียงทันที คุณตาเองก็ก้าวลงบันไดทีละสามขั้นด้วยความรีบร้อน
ทุกคนเข้ามาจับมือเซียวหมิงเยวี่ยพลางถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ โดยไม่ยอมปล่อยมือเป็นเวลานาน
โดยเฉพาะคุณยาย น ้าตาไหลรินเหมือนเขื่อนแตก
ภรรยาของเจี่ยงย่วนโทรบอกทุกคนให้รู้ว่าเซียวหมิงเยวี่ยกลับ บ้านมาแล้ว พวกเขาต่างก็รีบตรงกลับบ้านทันที
“หลานรักของยาย หิวไหม? หลานกินอะไรมาหรือยัง เดี๋ยวยาย ทำอาหารให้กินนะ” คุณยายจับจ้องมองที่เซียวหมิงเยวี่ยโดยแทบไม่ อยากละสายตาแม้แต่นาทีเดียว
ท้องของเซียวหมิงเยวี่ยส่งเสียงร้องดัง เธอหิวมากจริง ๆ
“คุณยายคะ หนูอยากกินหมูตุ๋นน ้าแดง ไก่ตุ๋นเห็ดหอม แล้วก็… หนูอยากกินหมดเลย ขอข้าวสวยสองถ้วยด้วยนะคะ”
เธอร่ายยาวรายการอาหารชุดใหญ่ ไม่มีอะไรอร่อยไปกว่าอาหาร ฝีมือคุณยายอีกแล้ว
คุณยายยิ้มจนตาหยี “ได้สิ ได้สิ เดี๋ยวยายทำให้กินนะ”
“เดี๋ยวตาทำมะเขือม่วงเคี่ยวน ้ามันให้หลานกินด้วย” ความจริง คุณตามีเรื่องอยากจะถามมากมาย แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
เซียวหมิงเยวี่ยพูดขึ้นอีกครั้งว่าคุณยายกำลังป่วยไม่ใช่เหรอ รอ ให้หายป่วยก่อนค่อยไปก็ได้ แต่คุณยายยกมือตบหน้าอกแล้วพูดว่า
“ป่วยเป็นไข้ใจน่ะ พอเห็นหน้าหลานก็หายเป็นปลิดทิ้ง!”
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
ป้าสะใภ้ใหญ่ ป้าสะใภ้รอง และภรรยาเจี่ยงย่วนต่างก็ไปช่วยงาน ในครัว บ้างช่วยเด็ดผัก บ้างก็หั่นเนื้อ ทุกคนช่วยกันมือเป็นระวิง ใน ที่สุดก็จะได้กินข้าวอย่างสบายใจแล้ว
เมื่อพ่อเซียวและคนอื่น ๆ กลับมา พวกเขาต่างจับตาดูเซียวหมิง เยวี่ยตลอดเวลา โดยเฉพาะพ่อเซียวที่ออกไปช่วยเก็บผักในสวน แต่ ขณะเดียวกันก็กังวลใจ สักพักเขาโผล่หน้ามาดูแล้วกลับออกไป แต่ สักพักก็โผล่หน้ามาดูใหม่ ราวกับกลัวว่าลูกสาวจะหนีหายไปอีกครั้ง
ที่โต๊ะอาหาร ลุงใหญ่ถามขึ้นว่า
“หมิงเยวี่ย หลานไปอยู่ที่ไหนมา พวกเราเป็นห่วงกันแทบตาย”
เซียวหมิงเยวี่ยกินอาหารที่แม่เซียวและคุณยายตัดให้จนพูนจาน
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่หลงทางบนภูเขา เดินเข้าทางแยกเล็ก ๆ แล้วเจอทางตัน เลยหาทางออกไม่เจอ”
“เป็นแบบนี้นี่เอง ก็นึกว่าเกิดเรื่องร้ายอะไรขึ้น อย่างโดนคนร้าย ลักพาตัวไปขายน่ะ ลุงกลัวแทบตาย” ลุงใหญ่พูด
มือของเซียวหมิงเยวี่ยที่ถือตะเกียบหยุดชะงัด เธอพูดติดตลกว่า
“ใครจะกล้าลักพาตัวหนูกัน หนูคงทุบตีเขาตายก่อนแน่ ๆ”
ลุงใหญ่ตักกับข้าวเข้าปากก่อนพูดว่า “จริงด้วย ลุงเองก็บอกแล้ว ว่าทุกคนคิดมากเกินไป หมิงเยวี่ยมีปืน ใครก็สู้เธอไม่ได้หรอก”
คุณตามองไปรอบ ๆ โต๊ะอาหารและพูดว่า “เอาล่ะ กินข้าวกัน เถอะ หมิงเยวี่ยกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว พวกเราไม่ได้กินข้าว กันอย่างจริงจังตั้งแต่เมื่อวาน กินเสร็จจะได้กลับบ้านไปพักผ่อนกัน เสียที ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครได้นอนกันเลย”
เมื่อเห็นว่าทุกคนเชื่อคำพูดนั้น เซียวหมิงเยวี่ยก็ถอนหายใจด้วย ความโล่งอก และมุ่งความสนใจไปที่การเติมเต็มกระเพาะอาหาร