ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 226 แดดออกแล้ว!
เซียวหมิงเยวี่ยนอนพักอยู่บ้านหลายวัน กินอิ่มนอนหลับ ดูซีรีส์ที่
เก็บไว้ก่อนโลกาวินาศอย่างมีความสุข
นอกจากนี้ เธอได้เปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่แล้ว
ยามว่างก็จะเข้าไปทำไร่ในพื้นที่มิติ ดูแลลูกวัวและลูกหมูเพิ่ง คลอด มีแกะบางตัวท้องโต
ตอนนี้เซียวหมิงเยวี่ยเป็นพยาบาลผดุงครรภ์ที่มีประสบการณ์ เธอไม่ใช่เด็กสาวมือใหม่ที่แยกแยะไม่ได้ว่าสัตว์เลี้ยงตัวไหนใกล้ คลอดแล้ว
สวนผักในมิติมีสัตว์ตัวน้อยเพิ่มขึ้น ฟู่กุ้ยดีใจมาก วิ่งไปดูทุกวัน ราวกับว่าตัวเองเป็นพ่อของพวกมัน
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังคิดว่าจะหาภรรยาให้ฟู่กุ่ยดีไหม แต่เธอจะไป หาเสือตัวเมียมาจากไหน?
ต่อให้อยากหา แต่ก็หามาให้ไม่ได้
ดังนั้นเธอจึงทำได้แค่สงสารฟู่กุ้ย และปล่อยให้มันเป็นโสดต่อไป
ฝูงปลาสากครีบแดงก็เติบโตขึ้นแล้ว ลูกปลาแต่ละตัวโตขึ้น กว่าเดิมมาก บางตัวมีความยาวกว่านิ้วมือแล้ว และเริ่มหาอาหารกิน เองได้
หนอนแมลงสามชนิดที่เซียวหมิงเยวี่ยเทลงไป ถูกพวกมันกัดกิน อย่างรวดเร็วจนเหลือแต่เศษซาก
เซียวหมิงเยวี่ยเก็บเกี่ยวผลผลิตและส่งของทุกวัน บางครั้งก็ โต้ตอบกับผู้ซื้อที่หยาบคาย สำหรับผู้ซื้อที่พูดมากเกินไป เธอจะ บล็อกพวกเขาออกจากซอฟต์แวร์ของมูนฟาร์ม
มูนฟาร์มคยได้รับออเดอร์จากทางเหนืออยู่หลายครั้ง โดยส่งไป ที่เดียวกัน หลังจากเหตุการณ์ที่รังรื่นรมย์สุขฤดี เซียวหมิงเยวี่ยจึงรู้ ว่านั่นคือออเดอร์จากรังรื่นรมย์สุขฤดี
ยังมีคนจากรังรื่นรมย์สุขฤดีมาพูดคุยกับเธอ ถามว่าเธอสามารถ ส่งของให้พวกเขาจำนวนมากได้หรือไม่ เพราะสินค้าของมูนฟาร์มมี จำกัด ต่อให้เงินหนาก็ซื้อไม่ได้
เซียวหมิงเยวี่ยปฏิเสธ อีกฝ่ายเสนอว่าจะจ่ายเพิ่มเป็นจำนวนเงิน สองเท่า แต่เธอก็ยังปฏิเสธอีก
ผลผลิตทางการเกษตรในมิติมีจำนวนจำกัด รังรื่นรมย์สุขฤดี ต้องการผูกขาด แต่เซียวหมิงเยวี่ยไม่ต้องการขายให้รังรื่นรมย์สุขฤดี ทั้งหมด แม้จะเสนอเงินมากแค่ไหนก็ตาม
คนจากรังรื่นรมย์สุขฤดีไม่ยอมแพ้ ส่งข้อความมาหาเธอไม่หยุด แต่เซียวหมิงเยวี่ยเพิกเฉยต่อพวกเขา
…
“ใครกัน? หมิงเยวี่ย หลานออกไปดูที่ประตูหน่อยว่าใครมาเคาะ ประตูไม่หยุด” คุณยายพูดขึ้นจากในห้องครัว
เซียวหมิงเยวี่ยตอบรับ แล้วเดินไปดูที่ประตู ก่อนพบว่าเป็นอวี๋ซิน ซิน
หญิงสาวจึงเปิดประตูให้ “ซินซิน มาทำอะไรเหรอ มีอะไรให้ช่วย หรือเปล่า?”
ซินซินยิ้มและยื่นถุงไปด้านหน้า ถุงนั้นมีกล่องอาหารอยู่ข้างใน เซียวหมิงเยวี่ยรับมา และรับรู้ได้ถึงความร้อนจากถุง
“นี่คืออะไรเหรอ?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
ซินซินพูดเสียงเบา “นี่คือพายที่แม่ฉันทำ ยัดไส้เนื้อหมู อร่อย มากเลยนะ! พี่หมิงเยวี่ยรีบกินตอนยังร้อน ๆ นะคะ”
เซียวหมิงเยวี่ยพูด “ตอนนี้เนื้อหมูหายากนะ พวกเธอมีพอกินเอง หรือเปล่า?”
“พอค่ะ เรามีพอ ครั้งที่แล้วฉันบอกแม่ว่าฉันหลงทางบนภูเขา แล้วพี่หมิงเยวี่ยเป็นคนพากลับมา แม่รู้สึกขอบคุณมาก พอดีช่วงนี้ได้ เนื้อหมูมา เลยรีบทำพายไส้หมูและขอให้ฉันเอามาส่ง พี่หมิงเยวี่ยต้อง กินตอนยังร้อนนะคะ พายฝีมือแม่อร่อยสุด ๆ!” ซินซินพูดรัวเร็ว
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างอ่อนใจ “คราวก่อนพี่สาวเม่ยหม่านส่ง ของมาเยอะแล้ว เข้ามานั่งข้างในก่อนสิ ฉันกำลังดูทีวีอยู่พอดี ถ้าไม่ มีอะไรทำ อยากเข้ามาดูด้วยกันไหม?”
ซินซินรีบโบกมือ “ไม่ค่ะ ไม่เป็นไร แม่กำชับว่าส่งเสร็จแล้วให้รีบ กลับบ้าน”
“งั้นฉันไปก่อนนะคะพี่หมิงเยวี่ย บ๊ายบาย”
โดยไม่รอให้เซียวหมิงเยวี่ยพูดอะไร ซินซินก็รีบเดินทางออกไป
หญิงสาวยิ้มอย่างอ่อนใจ เด็กคนนี้ส่งของเสร็จก็รีบกลับ ไม่ แม้แต่จะเข้าบ้าน คงเป็นเพราะคุณป้าเม่ยหม่านสั่งไว้ว่าไม่ให้เข้าบ้าน คนอื่น
นี่ก็ระวังตัวมากเกินไปแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังจะปิดประตู ทันใดนั้นแสงสีทองจาง ๆ กระจายออกมาจากท้องฟ้า แสงแดดยามเช้าส่องผ่านเมฆหนาลง มายังพื้นโลก
เธอยืนมองท้องฟ้าด้วยความประหลาดใจ นี่คือแสงแดดเหรอ? อากาศแจ่มใสแล้วเหรอ?
ไม่ได้เห็นแสงแดดมานาน รู้สึก… แปลกตาจัง
เซียวหมิงเยวี่ยตกอยู่ในภวังค์ วันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอนับนิ้วคำนวณวัน เวลาตั้งแต่ฝนตกจนถึงตอนนี้ กำลังจะครบหนึ่ง ปีแล้ว
ในตอนแรก ฝนเริ่มตกเป็นละอองเบา ๆ หลังจากนั้นฝนก็เริ่มหนา เม็ดขึ้นกลายเป็นฝนตกหนัก ฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลาย เดือน ปริมาณน ้ามหาศาลท่วมเมืองจมใต้บาดาล เมืองเผิงจิงกลาย เป็นเขตปลอดภัย ต่อมาฝนเริ่มเบาลง และในที่สุดฝนก็หยุดตก แต่ ท้องฟ้าก็ยังมืดครึ้มอยู่เป็นเวลานาน
มันเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีแล้วจริง ๆ
อีกไม่นาน… พอพระอาทิตย์กลับมาฉายแสงเจิดจ้า ทั่วท้องฟ้าจะ ไม่มีมีเมฆครึ้มอีกต่อไป และปริมาณน ้าจะค่อย ๆ ลดลง
เมื่อน ้าลดลงครึ่งหนึ่ง ทุกคนต่างเฝ้ารออนาคตที่สดใส ทันใดนั้น พายุหิมะก็มาเยือน อากาศหนาวเย็นยะเยือกจะปกคลุมไปทั่วผืน แผ่นดิน
ในชีวิตชาติก่อน เซียวหมิงเยวี่ยเสียชีวิตด้วยความหนาวเย็นสุด ขั้ว เธอจึงไม่รู้ว่าอากาศหนาวเย็นจะคงอยู่ยาวนานแค่ไหน
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ สีหน้าของเซียวหมิงเยวี่ยก็เคร่งเครียดขึ้น โชคดีที่
ยังมีเวลาอีกหลายเดือนก่อนที่อากาศหนาวเย็นสุดขั้วจะมาถึง น ้า ท่วมมหาศาลนี้คงไม่สามารถระเหยได้ง่าย และคงต้องใช้เวลาอีกนาน
ไม่ใช่แค่เซียวหมิงเยวี่ยที่สังเกตเห็น หลายคนก็สังเกตเห็น เช่นกัน ผู้ประสบภัยต่างตื่นเต้นดีใจ เงยหน้ามองท้องฟ้า ใบหน้าเต็ม ไปด้วยความยินดี
“แสงแดด! มันคือแสงแดดจริงด้วย!”
“อากาศแจ่มใสแล้ว ทุกคนออกมาดูเร็ว อากาศแจ่มใสแล้ว ดีใจ จังเลย แสงแดดจ๋า ฉันคิดถึงมากเลย…”
“ฮ่า ๆ ๆ ในที่สุดแดดก็ออก พอกันทีกับอากาศชื้นแฉะ! เสื้อผ้า และเครื่องนอนเหม็นราเหมือนเอาขึ้นมาจากคลองเน่า ๆ ฉะ… ฉันจะ ตากผ้าให้แห้ง! ฉันอยากซักเสื้อผ้า!”
“ฉันอยากอาบแดดจัง! อยากรับวิตามินดี รู้สึกเศร้าจัง ไม่สิ รู้สึก ดีใจ ดีใจมาก ๆ ๆ จนพูดอะไรไม่ออก…”
หลายคนต่างส่งเสียงโห่ร้อง ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วย ความสุขที่ห่างหายไปนาน แสงแดดที่ปรากฏขึ้นเปรียบเสมือนเสียง ฟ้าร้องที่ดังกึกก้องไปทั่วชุมชน
ยังมีผู้สูงอายุอีกหลายคนที่คุกเข่าลงบนพื้นด้วยความสั่นเทา ประนมมือ ภาวนาต่อพระอาทิตย์ ขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไป ขอให้ โลกกกลับสู่ภาวะปกติ
เซียวหมิงเยวี่ยทนไม่ไหวที่จะมองต่อไป โลกปกติจะอยู่ได้นานสัก แค่ไหนไม่มีใครรู้ เธอเองก็ไม่รู้เช่นกัน
เธอไม่รู้ว่าอากาศหนาวเย็นจะยาวนานแค่ไหน ไม่รู้ว่าหลังจาก อากาศหนาวเย็นจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่เธอทำได้คือ เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อรับมือกับอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นต่อไป
เมื่อได้ยินเสียงโห่ร้องอย่างรุนแรงจากชั้นล่าง ผู้ประสบภัยที่อาศัย อยู่ชั้นบนก็ยื่นหัวออกมาดู
“แสงแดดจริงด้วย แม่จ๋า ในที่สุดพระอาทิตย์ก็โผล่ออกมาแล้ว!”
“เร็วเข้า รีบเอาผ้าห่มมาตากแดดให้แห้ง มันใกล้จะมีเห็ดงอก ออกมาอยู่แล้ว”
“ในที่สุดฝนก็หยุดตก ดีใจที่ได้เห็นแสงแดด แสงแดดจ๋าแผดเผา ฉันให้ตายไปเลย ฮ่า ๆ ๆ ๆ…”
หลายคนต่างรีบเร่งเอาผ้าห่มมาวางตากไว้ที่ขอบหน้าต่าง แต่ พื้นที่ที่แสงแดดส่องถึงมีเพียงไม่กี่แห่ง หลายคนจึงเกิดการแย่งชิง ไม่ ยอมให้ใครตากก่อน ก่อให้เกิดการต่อสู้ไม่สิ้นสุด
หลายคนลืมไปแล้วว่า ตอนที่อากาศร้อนจัด พวกเขาเกลียด แสงแดดแค่ไหน แต่หลังจากผ่านฝนตกหนักมาเกือบทั้งปี พวกเขา กลับรู้สึกดีใจที่ได้เห็นแสงแดด ราวกับว่าแสงแดดเป็นแม่ที่แท้จริงของ พวกเขา บางคนถึงกับอยากก้มลงไปกราบเพื่อขอบคุณ
สำหรับผู้ประสบภัย แสงแดดที่ปรากฏขึ้นเปรียบเสมือนสัญญาณ ที่ดี มันจะช่วยเร่งระเหยน ้าท่วม ทำให้ระดับน ้าลดลงเร็วขึ้น
อีกไม่นาน พวกเขาก็จะสามารถกลับไปสร้างบ้านใหม่ได้ ไม่ต้อง อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงที่คับแคบอีกต่อไป
“หมิงเยวี่ย หลานยืนทำอะไรอยู่ข้างนอก ทำไมไม่เข้ามาล่ะ? แล้ว ข้างนอกมีอะไรถึงได้เอะอะโวยวายเสียงดังแบบนั้น?”
คุณยายเดินมาหาเธอ ในมือยังถือตะหลิวอยู่
เซียวหมิงเยวี่ยชี้ไปที่ท้องฟ้า
“คุณยายดูสิคะ ดวงอาทิตย์กลับออกมาแล้ว ท้องฟ้ากลายเป็นสี ฟ้า สวยมากเลย”