ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 227 โอ้โห อะไรวะเนี่ย!
“ดูสิดูสิ ท้องฟ้าสีคราม ปุยเมฆขาว แสงแดดอุ่น สวยงาม เหลือเกิน! เห็นแล้วไม่อยากเข้าบ้านเลย อยากยืนดูอยู่ข้างนอก มองดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ”
แม่เซียวพูดพลางยิ้มร่า เธอเดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าที่เปี่ยม ด้วยความสุข
“พวกเพื่อน ๆ หนูโพสต์รูปท้องฟ้ากันเต็มไปหมด มีแต่ท้องฟ้า เต็มหน้าฟีดไปหมดเลย” เซียวหมิงเยวี่ยพูด
“โอ้โห รู้สึกเหมือนอากาศจะอบอุ่นขึ้นหลังจากพระอาทิตย์ ออกมา เดินไปไหนก็รู้สึกอบอุ่น สบายจริง ๆ” ภรรยาเจี่ยงย่วนพูด ขณะอุ้มลูกน้อยในอก
หลังจากพระอาทิตย์ออกมา อุณหภูมิก็สูงขึ้นตามธรรมชาติ อากาศอบอุ่น รู้สึกเหมือนวันก่อนโลกาวินาศ สองปีที่ผ่านมา เหมือนกับฝันไป
ป้าสะใภ้ใหญ่ตะโกนเสียงดัง “จริงสิ ตอนที่พวกเราออกมา ที่ว่าง สำหรับตากผ้าห่มในชุมชนเต็มหมดเลย! เป็นภาพฉากอลังการมาก เต็มไปด้วยผ้าห่มทุกหนแห่ง ทั้งสวนสาธารณะ อุปกรณ์ออกกำลัง กาย บนถนนก็มี หรือวางคลุมบนเก้าอี้ เดินไปทางไหนก็ได้กลิ่น เหม็นอับ ผ้าห่มที่ไม่ตากแดดมาเกือบปี เหม็นจริง ๆ!”
คุณยายสนใจขึ้นมา “จริงเหรอ?”
ป้าสะใภ้ใหญ่พูดต่ออย่างออกรส “จริงสิคะ! ตึกสูง ๆ ก็เปิด หน้าต่างหมด มองไปเห็นแต่ผ้าห่ม ไม่ก็เสื้อผ้า เกิดมาไม่เคยเห็นอะไร แบบนี้มาก่อนเลย”
คุณยายยิ้มอย่างใจดี “ดีแล้ว ดีจริง ๆ รอให้น ้าท่วมลดลง วันดี ๆ ก็จะมาถึง ไม่รู้ว่าหมู่บ้านในชนบทจะเป็นยังไงบ้าง บ้านเราจะยังอยู่ หรือเปล่า”
“บ้านเราไม่น่าจะมีปัญหา เพิ่งสร้างมาไม่กี่ปี โครงสร้างเป็น คอนกรีตเสริมเหล็ก น ้าน่าจะกัดเซาะไม่มาก ล้างทำความสะอาดก็ยัง อยู่ได้ แต่บ้านเก่าคงไม่ไหวแล้ว โดนน ้าท่วมจนพังแน่ ๆ” ป้าสะใภ้รอง พูด
ป้าสะใภ้ใหญ่พูดต่อ “รอน ้าท่วมลดลงแล้ว เราจะไม่กลับไปอยู่ บ้านเก่าในชนบท แต่กลับไปอยู่คอนโดในเมืองดีกว่า โครงสร้าง คอนโดก็เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มันคงไม่ได้รับความเสียหายจาก น ้าท่วม”
“แต่เฟอร์นิเจอร์คงพังหมด หน้าต่างก็ไม่รู้จะใช้ได้ไหม ไฟฟ้า น ้าประปาก็คงมีปัญหา ต้องซ่อมแซม แก๊สก็ยุ่งยาก โอ้โห คิดแล้ว เหนื่อยใจ จริง ๆ อยู่คอนโดก็ยุ่งยาก ไม่รู้ว่านิติบุคคลจะซ่อมแซมให้ หรือเปล่า”
ขณะที่พูดไปเรื่อย ๆ ป้าสะใภ้ใหญ่ก็เริ่มกังวล
“ไม่มีนิติบุคคลแล้วก็คงจัดการยาก กลับไปอยู่บ้านนอกดีกว่า” ป้าสะใภ้รองพูด
ทุกคนคุยกันอย่างออกรส ต่างก็คิดว่าหลังจากน ้าท่วมจะกลับไป อยู่บ้านนอกหรือคอนโดในเมืองดี
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ พลางคิดในใจ ทุกคนอย่าเพิ่งฝัน เฟื่องเลยค่ะ ไปไหนไม่ได้หรอก อยู่ในชุมชนหวาฮั่นนี่แหละดีแล้ว
บ้านในชนบทยังพอไหว สร้างมาจากวัสดุที่แข็งแรง ตราบใดที่
รากฐานมั่นคงก็ไม่มีปัญหาใหญ่อะไร แต่ตึกสูงในเมืองนี่สิ จมอยู่ใต้ น ้ามาตั้งนาน คิดจะกลับไปอยู่จริง ๆ หรือ?
บอกได้คำเดียวว่าใจกล้ามากจริง ๆ
หลังจากตึกสูงถูกน ้าท่วมเป็นเวลานาน ดินรอบ ๆ รากฐานจะ อ่อนนุ่มและขยายตัว ส่งผลให้ความสามารถในการรับน ้าหนักลดลง เมื่อน ้าท่วมลดลง ดินที่อ่อนนุ่มและขยายตัวก่อนหน้านี้จะหดตัวและ เสียรูปทรง ส่งผลต่อรากฐานอีกครั้ง
นอกจากนี้ ฐานอาคารที่แช่อยู่ในน ้าจะทำให้เหล็กเส้นเกิดสนิม ส่งผลให้ความสามารถในการรับน ้าหนักของอาคารสูงลดลงอย่าง มาก
ปัจจุบันคอนโดมิเนียมมีความสูงหลายสิบชั้น ความสูงของ อาคารรวมกับรากฐานที่ไม่มั่นคง ทำให้อาคารสูงทุกหลังล้วนมีความ
เสี่ยงสูงและอันตรายมาก คงมีแค่คนกล้าบ้าบิ่นเท่านั้นที่จะกล้า กลับไปอยู่
คาดว่าอาคารสูงหลายแห่งที่มีฐานไม่แข็งแรง คงพังทลายจมอยู่ ใต้น ้าหลายหลังแล้ว
อย่างไรก็ตาม ประชากรตอนนี้ลดลงอย่างมาก ไม่จำเป็นต้องมี ตึกสูง ๆ เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยอีกต่อไป
อีกไม่กี่เดือน รัฐบาลคงจะจัดการบูรณะหลังภัยพิบัติ และคงออก กฎให้สร้างตึกได้สูงสุดแค่สามชั้น แต่ยังไม่ทันเริ่มลงมือทำอะไรเลย พายุหิมะก็โหมกระหน ่าเสียก่อน ทำให้เรื่องบูรณะหลังภัยพิบัติต้อง หยุดชะงัก
ผู้ประสบภัยทุกคนต้องกลับมาอยู่ที่เมืองทางใต้ และอาศัยอยู่ใน บ้านพักชั่วคราว ความฝันที่จะได้กลับบ้านกลายเป็นสูญสิ้น
แม่เซียวแกะเมล็ดแตงโมและพูดว่า “ไม่ต้องรีบร้อนหรอก เรื่อง กลับบ้านค่อยว่ากันอีกที อยู่ที่ชุมชนหวาฮั่นไปก่อนก็ได้ ถ้าอยาก กลับจริง ๆ รอให้จัดการทุกอย่างเรียบร้อยก่อนเถอะ คอนโดสองห้อง นั้นก็ซื้อไว้ให้พวกพี่อยู่นั่นแหละ”
“อื้ม!” ป้าสะใภ้รองพยักหน้าซ ้า ๆ และยิ้มอย่างจริงใจ
ทันใดนั้น เสียงร้องตกใจก็ดังมาจากด้านนอก “ใครก็ได้ช่วยส่ง ประแจให้หน่อย ประแจตกลงไปแล้ว!”
เจี่ยงย่วนกับพ่อเซียวกำลังติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนดาดฟ้า ตอนนี้แดดออกแล้ว แผงโซลาร์เซลล์ก็ควรจะใช้งานได้อีกครั้ง นี่เป็น ความคิดของคุณยาย ไม่งั้นก็จะเสียพลังงานแสงอาทิตย์ไปเปล่า ๆ เก็บไฟไว้ใช้ในบ้านได้บ้างก็ยังดี
“มาแล้ว” ป้าสะใภ้ใหญ่ตอบ
เซียวหมิงเยวี่ยไม่มีอะไรทำ เลยเปิดกลุ่มแชตของชุมชนดู เธอ ไม่ได้เข้ามาดูกลุ่มนี้นานแล้ว ในกลุ่มยังมีคนพูดคุยกันอย่างคึกคัก ประเด็นหลักก็ยังคงเป็นการบ่น บ่น และก็บ่น
[เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์กลับมาแล้ว] : ในที่สุดพระอาทิตย์ก็โผล่ ออกมาอีกครั้ง หวังว่าน ้าท่วมจะลดลงโดยเร็ว จะได้ให้พวกคนเหล่านี้
ย้ายออกจากชุมชนเราไปซะที ฉันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ ความอดทน มาถึงขีดสุดแล้ว
[คุณป้าตุ้ยนุ้ยกินไม่รู้จักพอ] : เกิดอะไรขึ้นเหรอ?
[เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์กลับมาแล้ว] : ฉันกับภรรยานอน ห้องนอนใหญ่ คนพวกนั้นดันเอาผ้าห่มมาตากแดดในห้องนอนใหญ่ โห! ระเบียงมันตากไม่ได้หรือไง? ยังบอกอีกว่าระเบียงตากเต็มแล้ว หน้าต่างห้องนอนใหญ่กว้างดี แดดส่องเยอะ เลยมาเคาะประตูบอกเรา ให้เปิดรับพวกเขาเข้าไป
[เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์กลับมาแล้ว] : ทำไมฉันต้องปล่อยให้ พวกเขามาข้างในด้วย? ไม่เคยเจอคนหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้มา
ก่อน นี่มันบ้านของฉันนะ ให้พวกเขาอาศัยอยู่ด้วยก็ดีแค่ไหนแล้ว ยัง คิดอยากเข้ามาในห้องนอนใหญ่อีก? คิดว่าฉันจะไม่อยากตากผ้าห่ม บ้างหรือไง?
[ครอบครัวสุขสันต์สามคน] : แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น?
[เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์กลับมาแล้ว] : พวกเขาเห็นว่าฉันไม่เปิด ประตู ก็ด่าทอไม่หยุด แถมยังถีบประตูห้องฉันอีก แล้วฉันจะไปทน ไหวได้ยังไง? ฉันคว้ามีดทำครัวแล้วเปิดประตู ใครกล้าเข้ามาฉันจะ ฟันให้ตาย ไอ้พวกขี้ขลาดไม่กล้าพูดอะไรสักคำ น่ารำคาญจริง ๆ!
[ดั่งความฝัน] : ไร้ยางอายจริง ๆ ตั้งแต่ผู้ประสบภัยมาอยู่ที่ชุมชน นี้ ฉันได้เห็นความหลากหลายของสายพันธุ์มนุษย์ มีคนทุกประเภท เลยจริง ๆ
[เตะหนอนอ้วนตัวใหญ่ทีละตัว] : +1 +1 คิดถึงช่วงอุณหภูมิสูง จริง ๆ ถึงแม้จะร้อนจนแทบตาย แต่ก็ยังมีบ้านของตัวเองให้อยู่ ไม่ต้อง แบ่งปันให้คนแปลกหน้ามาอาศัย โลกนี้มีคนแปลก ๆ เยอะขนาดนี้
เลยเหรอเนี่ย???
[เตะหนอนอ้วนตัวใหญ่ทีละตัว] : บ้านฉันมีนางผู้หญิงชาเขียว ด้วย หล่อนไร้ยางอายมาก เรียกทุกคนว่าพี่ชาย ๆ ๆ ๆ ๆ หล่อนร้อง เรียกเหมือนแม่ไก่แก่ กิเลสตัณหาภายในคงแผดเผา หล่อนก็แค่ อยากให้ผู้ชายมาดูแล และยอมนอนกับใครก็ได้ หน้าด้านชะมัด
[อดีตก็เหมือนควัน] : โอ้พระเจ้า มีคนแบบนี้ด้วยเหรอ?
[เตะหนอนอ้วนตัวใหญ่ทีละตัว] : แย่ชะมัด รู้ไหมว่าตอนนี้หล่อน ทำอะไรอยู่ ฉันจะบันทึกเสียงให้ฟัง นางชาเขียวกรีดร้องเสียงดังมาก ใคร ๆ ก็ได้ยินเธอตะโกน ไม่เหนียมอายบ้างหรือไง? ฉันสงสัยว่า หล่อนเคยทำสิ่งนี้เป็นอาชีพด้วยซ ้า
เสียงร้องแปลก ๆ ยาวนานถึง 60 วินาทีถูกส่งเข้าไปในกลุ่ม สร้างความตกตะลึงให้กับสมาชิกในกลุ่ม หลายคนที่ไม่ค่อยได้พูดคุย ในกลุ่ม ต่างพากันโผล่หน้าออกมาแสดงความคิดเห็น
[ลมพัดเย็นก้น] : โอ้โห อะไรวะเนี่ย!
[ด่วนจี๋ตามคำสั่ง] : โอ้โห อะไรวะเนี่ย!
[ปล่อยให้ฉันโบยบิน] : โอ้โห อะไรวะเนี่ย!
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : โอ้โห อะไรวะเนี่ย!
…
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : ฟังวนสองรอบแล้ว ทำไมรู้สึกเหมือนมี เสียงผู้ชายสองคนนะ?
[เตะหนอนอ้วนตัวใหญ่ทีละตัว] : หูคุณดีจริง ๆ มันมีผู้ชายสอง คนนั่นแหละ
เซียวหมิงเยวี่ยเลื่อนผ่านมาเห็นคนในกลุ่มกำลังฮือฮา เลย อยากจะส่งข้อความ ‘โอ้โห อะไรวะเนี่ย!’ บ้าง แต่ด้วยความเผลอ จึง กลายเป็นกดเล่นข้อความเสียงแทน
เสียงพูดคุยของป้าสะใภ้ใหญ่และคนอื่น ๆ หยุดชะงัก ทุกคนต่าง หันมามองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยสีหน้าแปลก ๆ โดยเฉพาะแม่เซียวที่ดู เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็อึกอัก
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเหมือนหัวสมองหยุดทำงาน รีบปิดข้อความ เสียงทันที ตอนนี้มันกลายเป็นอะไรวะเนี่ยของจริงแล้ว!