ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 228 ปฏิกิริยาลูกโซ่จากแสงแดดที่ปรากฏ
“เอ่อ… คือมันเป็นข้อความเสียงในกลุ่มชุมชนค่ะ หนูเผลอไปแตะ โดยไม่ได้ตั้งใจ” เซียวหมิงเยวี่ยรีบอธิบายอย่างจริงจัง
ป้าสะใภ้ใหญ่และคนอื่น ๆ พยักหน้าเล็กน้อย บรรยากาศเริ่มอึด อัด
แม่เซียวเปลี่ยนหัวข้อ “อ้อ แม่ยังต้องไปประชุมด้วย อาจจะเป็น เพราะอากาศแจ่มใสแล้ว ผอ.ซูเลยเรียกประชุม แม่ไปก่อนนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยรีบปิดโทรศัพท์ แชตกลุ่มชุมชนช่างน่ากลัวจริง ๆ
เธอเหลือบมองไปที่สนามด้านนอก แสงแดดส่องผ่านหลังคารับ แสงลงมายังสนามหญ้าตรงกลาง ทำให้ผักในสวนดูเขียวขจีขึ้นมา
การกลับมาของแสงอาทิตย์เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ยินดีปรีดา คนทั้ง เมืองเผิงจิงต่างโห่ร้องแสดงความยินดี และแน่นอนว่ารัฐบาลต้องมี มาตรการที่สอดคล้องกัน
ตัวอย่างเช่น ในงานฟื้นฟูหลังภัยพิบัติหลังจากน ้าท่วมลดลง วิธีการฟื้นฟูและสร้างใหม่ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องประชุมกันหลายครั้งเพื่อ หารือถึงแนวทางคร่าว ๆ
การก่อสร้างบ้านเรือน การเพาะปลูก การก่อตั้งโรงงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย การผลิตสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันและปัญหาเกี่ยวกับ ความเป็นอยู่ของประชาชนล้วนอยู่ภายใต้การวางแผน
ทุกภาคส่วนต้องฟื้นฟูจากความเสียหาย นี่เป็นงานใหญ่ที่ต้องใส่ ในวาระการประชุม มิฉะนั้น หากรอจนน ้าลดแล้วค่อยวางแผนก็จะ สายเกินไป
เริ่มจากดำเนินการทีละขั้นตอน
ขั้นตอนแรกของการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติคือการวางผังเมืองเผิงจิง ใหม่ ตึกสูงระฟ้าที่ถูกน ้าท่วมจนพังทลายจำเป็นต้องรื้อถอนออก จากนั้นวางแผนผังเมืองใหม่สำหรับย่านธุรกิจและที่อยู่อาศัย
ควรเริ่มวางแผนจากบริเวณทางใต้ของเมือง คราวนี้ ทางตอนใต้ จะไม่ใช่ชานเมืองที่ห่างไกลอีกต่อไป แต่เป็นศูนย์กลางการบังคับ บัญชา หากสามารถดำเนินการเช่นนี้ ทางตอนใต้ของเมืองจะ กลายเป็นใจกลางเมืองแห่งใหม่
เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ย่อมจำเป็นต้องใช้แรงงานจำนวน มาก โดยเฉพาะผู้ชาย คนงานต้องกินข้าว ดังนั้นจึงขาดการ สนับสนุนจากหน่วยงานเกษตรกรรมไม่ได้
เหล่าผู้นำระดับสูงของเมืองเผิงจิงจะหมุนตัววุ่นวายเหมือน ลูกข่าง ยุ่งจนไม่มีเวลาแตะพื้นเลยด้วยซ ้า
จากมุมมองทั่วไป แผนการนี้ดูสมเหตุสมผล
แต่ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลยังมีแผนสำรองอื่นอยู่หรือไม่ เพราะไม่มีใคร รู้ว่าหลังจากน ้าท่วมแล้ว โลกจะกลับมาเป็นปกติได้หรือเปล่า?
ดีที่สุดคือการทำควบคู่ไปด้วยกัน มีแผนสำรองไว้หลาย ๆ แผน จะดีกว่า
เอาเถอะ ก็แค่ทำต่อไป ใครจะคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ได้?
เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจยาว เธอไม่รู้ว่ากรมเกษตรกรรมมีฝ้าย ขายหรือไม่ เธอต้องการซื้อฝ้ายมาให้คุณยายเย็บทำผ้าห่ม
แม้ว่าก่อนวันสิ้นโลกจะตุนเสบียงไว้มากมาย ซื้อผ้าห่มขนห่าน และขนเป็ดไว้หลายผืน แต่หากมีผ้านวมหนา ๆ มากเท่าไหร่ก็ยิ่ง ดีกว่า เพราะตอนนี้สมาชิกในบ้านมีมากขึ้น
มีเหลือ ดีกว่ามีไม่พอ
“คุณยายคะ ผ้าห่มในบ้านเก่าหมดแล้ว เราไปซื้อฝ้ายมาเย็บทำ ผ้าห่มผืนใหม่กันเถอะค่ะ ผ้าห่มฝ้ายอุ่นกว่า” เซียวหมิงเยวี่ยเสนอแนะ
คุณยายตกตะลึง “ผ้าห่มที่บ้านมีเพียงพอแล้วนะ ดูบนชั้นสองยัง มีเหลือเยอะเลย”
ในตอนนี้ คุณตาเดินลงมาจากชั้นสอง “พวกเธอกำลังคุยอะไร กันอยู่”
ป้าสะใภ้ใหญ่ตอบกลับ “หมิงเยวี่ยบอกว่าเธออยากได้ผ้าห่มใหม่ ค่ะ”
คุณตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ก็ดีนะ ยัดฝ้าย เข้าไปหนา ๆ หน่อย สภาพอากาศช่วงนี้มันแปลก ๆ ปีที่แล้วร้อนจัด ปีนี้ฝนตกติดต่อกัน เดือนนี้น่าจะเป็นเดือนกุมภาพันธ์แล้วนะ
แต่คนยังใส่เสื้อกล้ามกันอยู่ อย่างมากก็ใส่เสื้อนอกทับ นี่ดูไม่ เหมือนฤดูหนาวเลย แปลกมาก! ใครจะรู้ว่าปีหน้าจะเป็นยังไง”
พ่อเซียวและเจี่ยงย่วนเดินกลับเข้ามาในบ้านพอดี เจี่ยงย่วนจึง พูดว่า
“จริงครับ คุณปู่พูดมีเหตุผล ใครบอกว่าน ้าท่วมลดลงแล้วโลกจะ กลับมาเป็นปกติดังเดิม? เผื่อว่าสวรรค์หลอกเราล่ะ ถ้าปีหน้าเกิด แผ่นดินไหว หรือลูกเห็บยักษ์ตก หรือไม่ก็อุณหภูมิโลกอาจจะลดลง คิดดูสิว่ามันจะหนาวเหน็บขนาดไหน”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจี่ยงย่วน ทุกคนก็คิดตาม และดูเหมือนว่า มันจะเป็นไปได้จริง
ช่วงนี้ทุกคนข้างนอกต่างพูดกันว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติจะผ่าน พ้นไปแล้ว จริงหรือไม่จริง ใครจะรู้ได้แน่?
เราเผชิญกับทั้งอุณหภูมิสูงและฝนตกหนักมาแล้ว เผื่อว่าเกิด อุณหภูมิลดลงมาจริง ๆ จะทำอย่างไร?
“จริงด้วยนะ แบบนั้นผ้าห่มเก่าคงไม่มีประโยชน์อะไร ทั้งบางทั้ง แข็ง ไม่นุ่มเหมือนผ้าห่มใหม่ ผ้าห่มผืนเล็กของจื่อจื่อโดนเขาฉี่รด หลายรอบจนใช้งานไม่ได้แล้ว” ป้าสะใภ้รองพูด
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างก็หัวเราะ แล้วหยอกล้อจื่อจื่อตัวน้อย เจ้าตัวเล็กส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่ากำลังถูก ล้อเลียน
คนอื่น ๆ เริ่มเห็นด้วย
“กรมเกษตรกรรมมีฝ้ายขายอยู่นะ เดี๋ยวถ้ากลับไปแล้วจะถามดู แล้วเราควรซื้อฝ้ายมากเท่าไหร่ล่ะ?” พ่อเซียวพูด
เมื่อเห็นว่าทุกคนเห็นด้วย เซียวหมิงเยวี่ยก็แอบประหลาดใจอยู่ บ้าง ตอนแรกเธอนึกกังวลว่าจะโน้มน้าวคุณยายอย่างไร ดีที่คุณตา และเจี่ยงย่วนช่วยพูดให้
“ซื้อมาสักสองร้อยชั่งก่อนดีกว่าค่ะ ไม่พอค่อยซื้อเพิ่ม” เซียวหมิง เยวี่ยพูด
พ่อเซียวหันมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความตกใจ เขาถามว่า “ซื้อ เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าตอบ “เราเป็นครอบครัวใหญ่ แบ่งกันคน ละส่วนก็ถือว่าไม่เยอะเท่าไหร่ ยังไงซะผ้าห่มหนา ๆ หนึ่งผืนก็ต้องใช้ ฝ้ายประมาณสิบชั่งเลย”
คุณยายเห็นด้วย “ผ้าห่มหนา ๆ น่ะใช้ฝ้ายประมาณสิบชั่ง บางที ก็ใช้มากกว่านั้นอีก แล้วก็ทำผ้าห่มบางเพิ่มอีกสักสองสามผืนไว้ใช้ ตอนนี้
เดี๋ยวฉันไปหาเข็มกับด้ายมา พวกเราช่วยกันเย็บตอนแดดดี ๆ แบบนี้ ผ้าห่มจะได้นุ่มฟูยิ่งขึ้น”
“ได้ค่ะ”
ป้าสะใภ้ใหญ่และป้าสะใภ้รองเห็นพ้องต้องกันว่าควรเปลี่ยนผ้า ห่มเก่าที่บ้านจริง ๆ ถึงแม้จะตากแดดมาหลายวันแล้ว แต่ก็ไม่นุ่ม สบายและอบอุ่นเท่าผ้าห่มผืนใหม่
เรื่องผ้าห่มก็เลยถูกบรรจุลงในแผนงาน ส่วนเรื่องเสื้อกันหนาว และรองเท้าบูตไม่จำเป็นต้องกังวล เซียวหมิงเยวี่ยซื้อตุนไว้มากมาย และเก็บไว้ในมิติ นอกจากนี้ ทุกคนล้วนมีเสื้อกันหนาวเก่าอยู่แล้ว ซึ่ง เพียงพอสำหรับการสวมใส่
เมื่ออากาศหนาวจัดมาเยือน ผู้คนส่วนใหญ่จะไม่ออกจากบ้าน แต่จะอยู่บ้านแล้วจุดเตาผิง จึงไม่จำเป็นต้องใช้เสื้อโค้ตหนา ๆ มาก นัก
…
เนื่องจากการปรากฏของแสงแดด พื้นดินที่เปียกชื้นเริ่มแห้งสนิท ร่องน ้าสกปรกที่เคยมีอยู่ก็หายไป แมลงร้ายทั้งสามชนิดชอบน ้าและ ความชื้นแฉะ เมื่อพื้นดินแห้ง แมลงเหล่านี้ก็เริ่มทยอยหายไป
สิ่งนี้ทำให้ผู้ประสบภัยล้วนมีความสุข พวกเขาไม่ต้องกังวลว่าจะ ถูกแมลงกัดเวลาเดินบนถนนอีกต่อไป โลกที่ถูกครอบงำด้วยแมลง ร้ายทั้งสามชนิดกำลังจะสิ้นสุดลง
หนอนฟัน หนอนเน่าดำ และปลิงมีแหล่งอาศัยหลักอยู่ในน ้าทาง ตอนเหนือ ขณะที่พื้นที่ทางใต้อันแห้งแล้งไม่เอื้ออำนวยต่อการ ดำรงชีวิตของพวกมัน แมลงเหล่านี้จึงไม่สามารถสร้างปัญหาให้กับ ผู้ประสบภัยทางใต้ได้อีกต่อไป
แสงแดดส่องไล่ความชื้นบนภูเขา ส่งผลให้ต้นไม้ที่เปียกชื้นเริ่ม แห้งสนิท และสามารถเก็บกิ่งก้านไปทำฟืนได้
เด็ก ๆ ในชุมชนต่างชื่นชอบการเก็บกิ่งไม้แห้งมาจุดกองไฟเพื่อ ย่างหนอนฟัน มันเป็นกิจกรรมที่พวกเขาเล่นกันอย่างสนุกสนาน ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และแน่นอนว่าเจี่ยงจ้วงไม่พลาดที่จะร่วม สนุกด้วย
สำหรับซากปรักหักพังของชุมชนสวนดอกยี่เข่งนั้น มันได้รับ การรื้อถอนและสร้างตึกสามชั้นใหม่ทั้งหมดเข้ามาแทนที่ ตึกเหล่านี้
ถูกใช้โดยหน่วยงานของรัฐ พื้นที่ว่างที่เหลือกลายเป็นที่ตั้งค่ายทหาร ใหม่ของกองทัพรัฐบาล
ในชุมชนยังมีโรงพยาบาลขนาดกลาง เปิดให้บริการสำหรับ ข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เข้าร่วมนโยบายของรัฐบาล ในการมีลูก ซึ่งถือเป็นสวัสดิการด้านการแพทย์สำหรับหญิงตั้งครรภ์
เซียวหมิงเยวี่ยเคยคิดว่าพื้นที่ขนาดใหญ่ของชุมชนสวนดอก ยี่เข่งจะถูกใช้เพื่อรองรับผู้ประสบภัย แต่กลับกลายเป็นว่าเธอคิดมาก ไป
สำหรับสถานการณ์วุ่นวายทางตอนเหนือ เซียวหมิงเยวี่ย คาดการณ์ว่ารัฐบาลคงไม่นิ่งเฉย และต้องมีการดำเนินการอะไร บางอย่าง
ด้วยแสงแดดที่กลับมา ระดับน ้าค่อย ๆ ลดลง ถึงเวลาแล้วที่จะ เริ่มต้นการฟื้นฟูบ้านเมืองหลังภัยพิบัติ โดยเริ่มจากทางเหนือก่อน เช่นนั้นจะปล่อยให้สถานการณ์วุ่นวายทางตอนเหนือดำเนินต่อไปได้ อย่างไร?
หากเกิดความขัดแย้งระหว่างสองฝ่าย แล้วรังรื่นรมย์สุขฤดีจะ เป็นอย่างไรต่อไป?