ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 229 จี้ซานซานมาเยือน
เช้าวันหนึ่ง มีรถยนต์สองคันมาจอดหน้าประตูบ้านตระกูลเซียว ประกอบด้วยรถเก๋งสีดำหรูหราคันหนึ่ง และรถบรรทุกอีกคันหนึ่ง ซึ่ง เคยมาส่งอาหารกล่องใหญ่หลายกล่องเมื่อครั้งก่อน
“พี่หมิงเยวี่ย แปลกใจไหมคะ?”
จี้ซานซานยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านด้วยรอยยิ้มสดใส
เซียวหมิงเยวี่ยคงกำลังโกหกหากพูดว่าเธอไม่แปลกใจ “ซาน ซาน มาทำอะไรที่นี่เหรอ?”
จี้ซานซานชี้ไปยังรถบรรทุกด้วยท่าทีลึกลับ “ฉันมาส่งของให้พี่
ค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “เราคุยกันไว้แล้วไงว่าไม่ต้อง เอาอะไรมาให้แล้ว ของที่ส่งมาคราวก่อนก็ยังกินไม่หมดเลย ฉันรู้สึก เกรงใจมากนะที่เธอทำแบบนี้”
“ของที่ฉันเอามาคราวนี้ไม่ใช่ของกินนะ ถ้าพี่มาดูเดี๋ยวก็รู้เอง”
จี้ซานซานพาเซียวหมิงเยวี่ยไปดูของที่รถบรรทุก ด้านหลัง รถบรรทุกเต็มไปด้วยถุงใบใหญ่หลายถุง ซึ่งบรรจุฝ้ายข้างใน
“ฝ้ายเหรอ? เยอะขนาดนี้เลย?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองจี้ซานซานสลับกับมองฝ้าย
“เธอรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้ฉันต้องการฝ้าย?”
จี้ซานซานตอบกลับด้วยน ้าเสียงภูมิใจ “คุณลุงเซียวทำงานที่
กรมเกษตรกรรม มีอะไรบ้างที่ฉันจะไม่รู้?”
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ถูกจี้ซานซานดักคอ ก่อน
“อ๊ะ ฉันรู้นะว่าพี่จะพูดอะไร หยุดเลยหยุดเลย ถ้าพี่ปฏิเสธน ้าใจ ของฉันอีก ฉันคงจะเสียใจมากเลยนะ หรือว่าชีวิตน้อย ๆ ของฉันมัน ไม่มีค่าพอที่จะแลกกับฝ้ายพวกนี้เลยเหรอคะ?”
จี้ซานซานเม้มริมฝีปากของเธอ เพื่อแสดงความไม่พอใจ
เซียวหมิงเยวี่ยไม่พูดอะไรต่อ เพราะถ้าพูดต่อ อีกฝ่ายคงจะงอแง ไม่หยุด เธอจึงยิ้มอย่างอ่อนโยน
“เอาล่ะ งั้นฉันขอรับมันไว้ด้วยความยินดี ไหน ๆ เธอก็อยู่ที่นี่แล้ว เข้ามากินข้าวด้วยกันก่อนสิ อาหารฝีมือคุณยายอร่อยมากนะ”
“ได้ค่ะ ตกลง!” จี้ซานซานไม่ปฏิเสธ
เซียวหมิงเยวี่ยขนย้ายฝ้ายเข้าไปในบ้าน กองไว้ที่มุมห้องนั่งเล่น วางทับกันสูงเป็นภูเขา ทำเอาคุณยายตกอกตกใจ
“นี่หลานสาวคนสวยของใครนะ หน้าตาจิ้มลิ้มจริง ๆ แถมยังเอา ฝ้ายมาให้ตั้งเยอะ รูปงามแล้วยังจิตใจงามด้วย ฉันต้องไปทำกับข้าว อร่อย ๆ มาเลี้ยงหน่อยซะแล้ว!”
คุณยายชมจี้ซานซานไปด้วย พลางสวมผ้ากันเปื้อนไปด้วย
เด็กสาวยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจที่คุณยายชม เรียกอีกฝ่ายว่า คุณย่าคะคุณย่าขาไม่ยอมหยุด
เซียวหมิงเยวี่ยแทบพูดอะไรไม่ออก ได้แต่คิดในใจว่าเด็กสาวคน นี้ช่างคุ้นเคยสนิทสนมกับคนง่าย เธอช่างไร้เดียงสา นิสัยร่าเริงสดใส ทำให้คนรอบข้างรู้สึกเอ็นดู
คุณยายกับคุณตากำลังวุ่นวายอยู่ในครัว แม่เซียวยังไม่กลับมา บ้าน ส่วนเซียวหมิงเยวี่ยกับจี้ซานซานกำลังรับประทานผลไม้และ พูดคุยกันในห้องนั่งเล่น
“พี่หมิงเยวี่ยคะ สตรอว์เบอร์รีพวกนี้ซื้อมาจากมูนฟาร์มใช่ไหม?” จี้ซานซานถาม
“แค่ชิมดูเธอก็รู้แล้วเหรอ?”
จี้ซานซานพยักหน้า “แน่นอนสิคะ ผลไม้จากมูนฟาร์มทั้งลูก ใหญ่และรสหวาน แถมยังไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและฮอร์โมนเร่งโตด้วย มัน รสชาติอร่อยกว่าของกรมเกษตรกรรมเยอะ! ฉันเองก็ซื้อจากมูน ฟาร์มเหมือนกัน”
เซียวหมิงเยวี่ยใช้กระดาษทิชชูเช็ดมือ แล้วพูดแซวว่า
“กรมเกษตรกรรมเป็นของครอบครัวเธอนะ ถ้าพี่ชายเธอได้ยิน เข้าคงมีน ้าโหแน่”
จี้ซานซานเอนตัวพิงโซฟา “อยากโกรธก็โกรธไปสิ สู้เขาไม่ได้ก็ อย่ากลัวคนพูด ฉันนี่อยากรู้อยากเห็นจริง ๆ ว่ามูนฟาร์มอยู่ที่ไหน มันลึกลับซะเหลือเกิน!”
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะพลางส่ายหน้าเบา ๆ
จี้ซานซานมองจานผลไม้อันอุดมสมบูรณ์ตรงหน้าเธอ ซึ่งมี ผลไม้หลายชนิด
“ขนาดฉันระดมคนในบ้านให้ต่อคิวซื้อทุกวัน แต่ก็ไม่เคยได้คิว แรก ๆ และต้องรอนานมาก พี่หมิงเยวี่ย พี่ไปแย่งซื้อมาเยอะขนาดนี้
ได้ยังไงเนี่ย?”
เซียวหมิงเยวี่ยตกตะลึง “… ฉันก็ระดมคนในบ้านให้ต่อคิว เหมือนกัน ปกติก็ซื้อไม่ได้หรอก เพิ่งจะซื้อได้เยอะก็คราวนี้แหละ โชค ดีที่เธอมาวันนี้ มาถูกจังหวะพอดี”
จี้ซานซานค่อนข้างมีความสุขมากเมื่อได้ยินสิ่งนี้
ในเวลานี้ แม่เซียวกลับมาจากที่ทำงาน พอเห็นจี้ซานซานนั่งอยู่ ในห้องนั่งเล่น และกองฝ้ายที่พูนขึ้นเป็นภูเขาเลากาอยู่มุมห้อง เธอก็ ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
จี้ซานซานทักทายด้วยรอยยิ้มหวาน “สวัสดีค่ะคุณป้า หนูชื่อจี้
ซานซานค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยรีบอธิบายตัวตนของจี้ซานซาน และที่มาของกอง ฝ้ายนั้น
แม่เซียวรู้สึกประทับใจมากจนพูดอะไรไม่ออก “เด็กคนนี้ช่างใจดี เหลือเกิน หนูมานั่งนี่เถอะ อยากกินอะไรบอกป้าได้นะ ป้าจะไปช่วย ในครัวทำอาหารอร่อย ๆ ให้หนูเพิ่มอีก!”
จี้ซานซานพยักหน้ารับ คุณแม่เซียวดูจะชอบเธอมากจริง ๆ
พอไปถึงห้องครัว แม่เซียวก็ล้างมืออย่างรวดเร็ว “ละครทีวีชอบ โชว์ว่าลูกคนรวยมักจะหยิ่งยโส แต่ฉันว่ามันไม่จริงเลย ดูเด็กคนนี้สิ ช่างมีมารยาท น่ารักขนาดนี้ ใครเห็นก็ต้องชอบ”
“ใช่ แถมปากหวานซะด้วย” คุณยายเห็นด้วย
แม่เซียวพูดขึ้น “เธอช่วยเราได้มากเลย เราต้องดูแลเธอให้ดีนะ จำได้ว่าเหลือเกี๊ยวไส้ปลาสากครีบแดงอีกถุงหนึ่ง เอามากินให้หมด เลยเถอะ”
“เดี๋ยวพ่อไปเอาให้” คุณตาพูด
ทั้งสามคนปรึกษากันในครัวว่าจะทำอาหารรสเลิศจานไหนให้ แขกคนสำคัญทานดี ขณะที่ยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหาร
จี้ซานซานมองดูบรรยากาศในครัวแล้วพูดด้วยน ้าเสียงที่เต็มไป ด้วยความอิจฉา
“พี่หมิงเยวี่ย บ้านของพี่ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวามากเลย ต่างกับ บ้านฉันลิบลับ”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “บ้านเธอใหญ่โต คนรับใช้ก็ เยอะ ยังไม่มีชีวิตชีวาอีกเหรอ”
แววตาจี้ซานซานดูหม่นหมอง “ใหญ่ก็จริง แต่ก็กว้างใหญ่เกินไป คนรับใช้ก็แค่คนรับใช้ ไม่ใช่คนในครอบครัว ที่บ้านฉันมีแค่พี่ชาย กับคุณปู่ พี่ชายยุ่งกับงาน ไม่ค่อยอยู่บ้าน ส่วนคุณปู่ก็มีเรื่องของ ตัวเอง แม้แต่ตอนกินข้าวก็ยังกินกันคนละโต๊ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง “งั้นเธอต้องมาที่บ้านฉันบ่อย ๆ นะ ที่บ้านฉันคนเยอะ เวลาที่ทุกคนมารวมตัวกันก็ยิ่งมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่ตอนนี้พวกเขาไม่ได้มา”
“นี่ยังถือว่าคนไม่เยอะเหรอคะ มีคุณแม่ คุณตา และคุณยายอยู่ ด้วย ยังสามารถมีชีวิตชีวากว่านี้ได้อีกเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยลอบถอนหายใจ น่าสงสารเด็กคนนี้ นี่ถือว่ามี ชีวิตชีวาแล้วหรือ? สำหรับตระกูลเซียวนี่ถือว่าเงียบเหงาทีเดียว
เธอไม่รู้เรื่องราวของครอบครัวจี้ หลังจากรับฟังสิ่งที่จี้ซานซาน พูด เธอก็ไม่กล้าถามถึงเรื่องราวของพ่อแม่อีกฝ่าย แต่ถึงไม่ถาม เธอ ก็พอเดาได้
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “ครอบครัวลุงใหญ่กับลุงรองอาศัยอยู่ ใกล้ ๆ และบางครั้งพวกเราก็มาทานอาหารเย็นด้วยกัน แล้วทุกคน
ต่างก็มีเมนูเด็ดของตัวเอง ถ้าเธอว่างก็มาทานข้าวที่บ้านฉันได้ ยังไง ฉันก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เราจะได้มาพูดคุยกันด้วย”
“ได้ค่ะ ตกลง!” ดวงตาของจี้ซานซานเป็นประกายระยิบระยับราว กับดวงดาว
บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารหลากหลายชนิด เหมือนกับเป็น ช่วงเทศกาลตรุษจีน
แม่เซียวและคุณยายต่างก็คอยตักอาหารให้จี้ซานซาน พร้อม พูดคุยกับเธออย่างอ่อนโยน เด็กสาวกินอาหารจนแก้มป่องเหมือน กระรอกน้อย
“กินเยอะ ๆ นะลูก ดูสิว่าผอมขนาดไหน กินเนื้อหน่อยนะ” แม่ เซียวพูด
“อร่อยมาก อร่อยสุด ๆ อันนี้ก็อร่อยเหมือนกัน อร่อยกว่าแม่ครัว ที่บ้านหนูทำอีกค่ะ”
จี้ซานซานพูดชมด้วยความจริงใจ เธอรู้สึกว่าอาหารของ ครอบครัวเซียวอร่อยกว่าที่เชฟทำ เพราะอาหารบนโต๊ะนี้ยังร้อน ๆ หอมกรุ่น และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของบ้าน
โต๊ะอาหารของครอบครัวเซียวอบอุ่นเป็นประจำ ทุกคนพูดคุยกับ จี้ซานซานอย่างสนุกสนาน เด็กสาวพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด บรรยากาศ เต็มไปด้วยความกลมกลืน
หลังทานอาหารเสร็จ คุณยายยังจัดผลไม้และของว่างมากมายไว้ บนโต๊ะห้องนั่งเล่น เพราะกลัวจะละเลยแขก
จี้ซานซานลูบพุงกลม ๆ และพูดอย่างจริงจังว่า
“พี่หมิงเยวี่ย ฉันอยากโทรหาพี่ชายแล้วบอกว่าคืนนี้ฉันจะไม่ กลับบ้าน”
หมิงเยวี่ยหัวเราะออกมา “ได้สิ แล้วพี่ชายเธอจะยอมเหรอ?”
“คงไม่มีทาง เขาเย็นชาและไร้หัวใจที่สุด” จี้ซานซานถอนหายใจ ยาว
เธอเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมา “อ้อ จริงด้วย ฉันมีความสุข จนเกือบลืมเรื่องสำคัญไปเลย”
จี้ซานซานหยิบบัตรเชิญออกมาจากกระเป๋า แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม แจ่มใสว่า
“พี่หมิงเยวี่ย ฉันมาที่นี่เพื่อเชิญพี่เข้าร่วมงานประมูลค่ะ งานจะ จัดขึ้นในวันอาทิตย์หน้า เหล่าบุคคลสำคัญในเมืองเผิงจิงจะมา ร่วมงานกันด้วย นี่บัตรเชิญพิเศษสำหรับพี่เท่านั้น!”
“งานประมูลเหรอ?” เซียวหมิงเยวี่ยรับบัตรเชิญพลางครุ่นคิด บางอย่าง