ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 230 งานประมูล
ในที่สุดวันงานประมูลที่พิเศษก็มาถึง งานนี้ไม่เหมือนงานประมูล ทั่วไป เพราะแขกที่ได้รับเชิญทุกคนสามารถนำสิ่งของอะไรก็ได้มา ประมูล โดยไม่จำกัดประเภทของสิ่งของ
นอกจากนี้ ยังสามารถแลกเปลี่ยนสิ่งของกันได้ด้วยหากตกลง ราคากันได้
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจหยิบของ ตกแต่งไม้กฤษณารูปดอกบัวจากบ้านไม้สองชั้น มันเป็นของตกแต่ง รูปดอกบัวขนาดเท่าของจริง ฝีมือประณีตงดงาม ราวกับดอกบัวที่
แท้จริง กลีบดอกและเกสรตัวผู้ก็เหมือนจริง เมื่อจับไว้ในมือก็ได้กลิ่น หอมสดชื่น
ของตกแต่งรูปดอกบัวมีสองชิ้น วางคู่กับภาพวาดผนังไม้ กฤษณาแบบสามมิติบนผนัง เซียวหมิงเยวี่ยหยิบมันมาแค่ชิ้นเดียว ถือว่าเข้ากับบรรยากาศงานประมูลระดับนี้ เพราะงานประมูลแบบนี้ ของที่นำมาประมูลควรมีระดับไม่ต ่าเกินไป
เมื่อพูดถึงดอกบัว รากบัวที่เธอฝังอยู่ใต้ลำธารก่อนหน้านี้ได้งอก ออกมาแล้ว ใบบัวสีเขียวชอุ่ม ดอกบัวสวยสดงดงาม และยังมีดอกบัว อีกดอกที่บานแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยตัดสินใจไม่เด็ดดอกบัว เธออยากให้มันเติบโต ตามธรรมชาติ บานแล้วโรย โรยแล้วบาน นาน ๆ ไป ลำธารคงเต็มไป ด้วยใบบัวและดอกบัว ซึ่งคงจะสวยงามมากทีเดียว
หญิงสาวขับรถไปยังสถานที่จัดงานประมูลเพียงลำพัง พร้อมกับ นำดอกบัวไม้กฤษณาไปด้วย เธออยากไปหาของที่เธอต้องการใน งานประมูลนี้
สถานที่นี้ไม่ไกลจากกรมเกษตรกรรม เป็นหนึ่งในธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ของตระกูลจี้ มองจากภายนอกก็ดูยิ่งใหญ่อลังการ มากแล้ว ภายในคงจะหรูหราไม่แพ้กัน
“สวัสดีครับ เชิญทางนี้ครับ” พนักงานต้อนรับที่ประตูกล่าวอย่าง สุภาพ
เซียวหมิงเยวี่ยยื่นบัตรเชิญให้พนักงาน เขาดูบัตรแล้วพาเธอเข้า ไปด้านใน เธอนำของตกแต่งไม้กฤษณารูปดอกบัวให้กับพนักงาน จากนั้นรับป้ายเล็ก ๆ และลงทะเบียน
แม้จะเตรียมใจมาแล้ว แต่พอเซียวหมิงเยวี่ยเข้าไปด้านในก็ยังอด ประหลาดใจไม่ได้ ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่จัดงานประมูล แต่เหมือนงาน เลี้ยงสังสรรค์ระดับสูงของเหล่าชนชั้นนำมากกว่า
มีทั้งเครื่องดื่ม ขนมหวานชั้นเลิศ และโซฟาหรูหราที่นั่งสบายจน ไม่อยากลุกไปไหน
ด้านหน้ามีเวทีขนาดใหญ่และจอแสดงผลขนาดใหญ่ ซึ่งน่าจะ เป็นที่สำหรับประมูลสิ่งของ
นอกจากนี้ยังอำนวยความสะดวกในการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โดยไม่ทำให้การประมูลล่าช้า ฆ่านกสองตัวด้วยหินนัดเดียว
บรรยากาศที่นี่ต่างจากงานเลี้ยงนัดบอดคราวก่อนอย่างสิ้นเชิง
ทันทีที่เซียวหมิงเยวี่ยเข้ามา เธอเห็นคุณหญิงคุณชายหลายคน จับกลุ่มคุยกันอยู่ สีหน้าของพวกเขาดูสดใส ไม่เหมือนกับคนที่เคย ผ่านภัยพิบัติมา ต่างกับชาวบ้านทั่วไปที่อยู่นอกกำแพงเมืองอย่าง สิ้นเชิง
“พี่หมิงเยวี่ย ในที่สุดพี่ก็มา!”
จี้ซานซานโบกมือเรียกเซียวหมิงเยวี่ย เด็กสาววิ่งมาจับมือเธอ และพาเดินเข้าไป
“มาทางนี้เร็ว เดี๋ยวฉันจะแนะนะเพื่อน ๆ ให้รู้จัก”
เพื่อนของจี้ซานซานมีผู้หญิงสามคนและผู้ชายสองคน พวกเขา มองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความใคร่รู้ใครสงสัย แต่ละคนแสดงสีหน้าที่
แตกต่างกันไป ในกลุ่มนั้นยังมีว่านโม่ลี่อีกด้วย
“ที่แท้ก็เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตซานซานไว้ ฉันก็นึกว่าเธอเป็น ผู้หญิงตัวใหญ่ร่างกายกำยำ แต่ไม่คาดคิดเลยว่าจะเป็นหญิงสาวที่
งดงามขนาดนี้”
ชายคนหนึ่งพูดติดตลก
จี้ซานซานรู้สึกรังเกียจเขา “ไปเลย ชิ่ว ๆ นายน่ะสิผู้หญิงร่าง กำยำ”
“นี่คืออู๋ม่าน ส่วนนี่คือฉียวนเอ๋อร์ แล้วก็อีกคนพี่เคยเจอแล้ว โม่ลี่ ว่านโม่ลี่” จี้ซานซานแนะนำทีละคน
“นี่คือพี่ชายของอู๋ม่านชื่ออู๋ซั่งหนาน และนี่คือหลิ่วจวิ้นเหยา เอา ล่ะ จบการแนะนำตัว”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เซียวหมิง เยวี่ยค่ะ”
ขณะเดียวกันเธอก็แอบสังเกตคนกลุ่มนี้
อู๋ม่านมีผมสีบลอนด์ยาวน่าดึงดูดจนไม่อาจละสายตา ความ เย่อหยิ่งปรากฏให้เห็นผ่านแววตาและคิ้ว เธอมีบรรยากาศรอบตัว เยี่ยงคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ซึ่งดูน่าเกรงขาม
อู๋ม่านและอู๋ซั่งหนานดูคล้ายกันมาก แต่รูปลักษณ์ของอู๋ซั่งหนาน ดูใจดีกว่า บุคลิกอ่อนโยน สุภาพเรียบร้อย
ฉียวนเอ๋อร์นั้นเป็นผู้หญิงที่อ่อนหวาน ราวกับหญิงสาวที่เดิน ออกมาจากหมู่บ้านริมน ้าทางใต้ เธอส่งรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับ เซียวหมิงเยวี่ย
ส่วนหลิ่วจวิ้นเหยา ดูเหมือนจะเป็นเพลย์บอยเจ้าเสน่ห์ คุณชาย เสเพล ต่างหูข้างขวาของเขาสะดุดตามาก เขาดูเป็นคนรักอิสระ ไม่ ชอบผูกมัด
คนที่ล้อเลียนเซียวหมิงเยวี่ยว่าเป็นสาวนักรบร่างกำยำเมื่อครู่ก็ คือเขา
ไม่ต้องพูดถึงว่านโม่ลี่ นางเด็กชาเขียวแกล้งทำเป็นใสซื่อ ครั้งนี้
เธอใส่ชุดเดรสที่ดูหรูหราและประณีตขึ้น คงจะเพื่อดึงดูดความสนใจ ใครบางคน ดูเหมือนว่าจี้เหวินซีจะมาที่นี่ด้วยสินะ
เพื่อนของจี้ซานซานนั้น แต่ละคน… ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จริง ๆ
สำหรับกลุ่มลูกคุณหนูคุณชายเหล่านี้ เซียวหมิงเยวี่ยไม่มี ความคิดที่จะผูกมิตรด้วย แค่เพียงกล่าวทักทายก็พอ
อู๋ม่านถามขึ้นด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง “บ้านของคุณทำธุรกิจอะไร?”
“ก็แค่คนธรรมดา” เซียวเหวินเยวี่ยตอบแบบขอไปที
อู๋ม่านเบ้ปาก “ถ้าอย่างนั้นคุณต้องรักษาโอกาสในวันนี้ดี ๆ ล่ะ คุณมาที่นี่ได้เพราะบารมีของซานซาน อย่าทำตัวยุ่งวุ่นวายจนเกินไป เดี๋ยวจะเสียชื่อของซานซานหมด”
จี้ซานซานไม่พอใจ “เธอกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไรม่านม่าน พี่ห มิงเยวี่ยอย่าไปฟังคำพูดพล่อย ๆ ของเธอนะ เธอก็เป็นแบบนี้แหละ พูดจาไม่รู้จักคิด”
คนอื่น ๆ ต่างก็เงียบไม่พูดอะไรโดยปริยาย
อู๋ม่านเอ่ยปากพูดแผ่วเบา “ซานซาน เธออย่าคิดอะไรง่าย ๆ เกินไปนัก สมัยนี้คนจนที่อยากไต่เต้าหาเส้นสายมีเยอะแยะ ละครฮีโร่ ช่วยนางเอกแบบนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนจงใจจัดฉากขึ้นมา เธออย่า หลงกลสิ”
“เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ?” จี้ซานซานขมวดคิ้ว
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกแปลกใจ เธอไม่เคยเจออู๋ม่านผู้หญิงคนนี้มา ก่อน ไม่เคยทำอะไรให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง ทำไมถึงได้มีอคติต่อเธอถึง ขนาดนี้?
“ฉากละครฮีโร่ช่วยนางเอก มันก็ขึ้นอยู่กับบุคคลด้วย ส่วนใหญ่ แล้ว ฉันคุ้นเคยกับเพิกเฉยต่อความตายมากกว่า” เซียวหมิงเยวี่ยก ล่าวอย่างมีความหมาย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู๋ม่านจึงเหลือบตามองขึ้น “งั้นเหรอ…”
ในขณะที่พูด เซียวหมิงเยวี่ยลอบมองว่านโม่ลี่ที่นิ่งเฉยอยู่
ว่านโม่ลี่ยืนอยู่ด้านข้างฉียวนเอ๋อร์ มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้น เล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น ดวงตาฉายแววชัยชนะ
ท่าทางเหล่านั้นไม่ได้รอดพ้นไปจากสายตาเซียวหมิงเยวี่ย
“ฉันจำได้ว่างานเลี้ยงนัดบอดของข้าราชการครั้งก่อน ว่านโม่ลี่
แต่งตัวจัดเต็มมา สงสัยจังว่าเพื่อใครกันนะ?” เซียวหมิงเยวี่ยพูดขึ้น อย่างฉับพลัน
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของว่านโม่ลี่แปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก เธอเหลือบมองไปที่อู๋ม่านโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นท่าทีเหมือนทำความผิด เซียวหมิงเยวี่ยก็รู้ว่าตนเองเดา ถูก
อู๋ม่านมองว่านโม่ลี่ด้วยความสงสัย
“อ้อ จริงด้วย วันนั้นคุณจี้ก็ไปที่นั่นด้วย ดูเหมือนว่าเธอจะสนิท กับครอบครัวของซานซานมากเลยสินะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดต่อ
สีหน้าอู๋ม่านเปลี่ยนเป็นเย็นชา เธอจ้องมองว่านโม่ลี่พลางพึมพำ เสียงเบา
“แต่งตัวจัดเต็มงั้นเหรอ?”
ว่านโม่ลี่สีหน้าตึงเครียด “ฉันแค่ไปร่วมงานเฉย ๆ เท่านั้นเอง”
อู๋ม่านจ้องมองด้วยสายตาเคืองขุ่น “คนพวกนั้นก็แค่ข้าราชการ กระจอก ๆ เธอจะไปให้ราคาพวกมันทำไม? ไปร่วมงานเพื่ออะไร?”
ว่านโม่ลี่รู้สึกขมขื่นในใจ เธอชื่อชอบจี้เหวินซี แต่เธอไม่สามารถ ปล่อยให้อู๋ม่านรู้เรื่องนี้ได้ เพราะอู๋ม่านหึงหวงจี้เหวินซีอย่างสุดชีวิต เธอไล่ตามจี้เหวินซีได้ แต่คนอื่นห้ามทำเด็ดขาด
หัวใจอู๋ม่านมีความหึงหวงอย่างแรงกล้า และมักแสดงความอยาก เป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
ในงานเลี้ยงนัดบอดครั้งก่อน ว่านโม่ลี่ไม่ชอบหน้าเซียวหมิงเยวี่ย เลยสักนิด เพราะผู้หญิงคนนี้ยืนอยู่ข้าง ๆ พี่จี้ แม้แต่ตัวเธอเองก็พูด แทรกไม่ได้ แล้วคนอื่นยังพูดว่าพี่จี้จับมือผู้หญิงคนนี้ด้วย
หากเซียวหมิงเยวี่ยมีความคิดที่ไม่พึงประสงค์ต่อพี่จี้ เธอก็อยาก ขัดขวางไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ