ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 231 เพื่อนของจี้ซานซาน
ว่านโม่ลี่จงใจบอกอู๋ม่านเรื่องเซียวหมิงเยวี่ย เพื่อให้อู๋ม่าน กำหนดเป้าหมายไปที่ผู้หญิงคนนั้น ส่วนเธอแค่ต้องการนั่งดูละครน ้า เน่าจากด้านข้าง
แต่ไม่คาดคิดว่าเซียวหมิงเยวี่ยดันพูดพาดพิงถึงเธอ หล่อนป่วย ทางจิตหรือไง?
ผู้หญิงคนนี้ช่างน่ารังเกียจ!
“พอดีไม่มีอะไรทำ ก็เลยไปร่วมสนุก วันนั้นซานซานก็อยู่ที่นั่น นอกจากนี้ ทำไมฉันต้องอธิบายให้เธอฟังด้วย” ว่านโม่ลี่พึมพำเสียง แผ่วเบา
“รู้ไว้ซะด้วยว่าเธอกำลังพูดกับใคร”
อู๋ม่านเดินไปหาว่านโม่ลี่ทีละก้าว ออร่าความกดดันแผ่ออกมา อย่างท่วมท้น
ว่านโม่ลี่เปิดปากของเธอ แต่ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา
จี้ซานซานสับสนและงุนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไม เพื่อนเธอกำลังพูดถึงงานเลี้ยงนัดบอด?
แต่เซียวหมิงเยวี่ยเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว
ความเกลียดชังของอู๋ม่านที่มีต่อเธอ คงมาจากตอนที่เธอคุยกับจี้
เหวินซีในงานเลี้ยงนัดบอดครั้งนั้น ส่วนอู๋ม่านรู้ได้อย่างไร คำตอบนั้น ชัดเจนอยู่แล้ว
ว่านโม่ลี่คนนี้ช่างร้ายกาจ ชอบเอาคนอื่นมาเป็นเครื่องมือจริง ๆ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่กล้าให้อู๋ม่านล่วงรู้ความคิดของตนเอง
ตามปกติแล้ว เพื่อนสนิทของจี้ซานซานอย่างว่านโม่ลี่ เธอต้องมี ภูมิหลังทางครอบครัวที่ดี แต่ดูเหมือนเธอจะกลัวอู่ม่าน เช่นนั้นภูมิ หลังของอู๋ม่านเป็นใครมาจากไหนกัน?
เธอถึงได้มีท่าทีเย่อหยิ่งได้ขนาดนี้
เซียวหมิงเยวี่ยไม่สนใจเรื่องราวความรักความเกลียดชังของ เหล่าเศรษฐี ถึงขนาดที่รู้สึกรำคาญ เรื่องของพวกเขาไม่เกี่ยวข้องกับ เธอ ทำไมถึงต้องลากเธอมาพัวพันด้วย!
พวกประสาท
“ซานซาน ฉันไปดูที่อื่นก่อนนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยหาข้ออ้างเพื่อออกจากตรงนี้
“ได้ค่ะ”
จี้ซานซานรู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ เธอไม่เข้าใจว่าวันนี้เพื่อนของตนเป็น อะไรไป
อู๋ม่านพูดเสียงเย็นชา “พี่ชายของซานซานเป็นของฉัน ห้ามใคร มาแย่งไปจากฉันเด็ดขาด อีกอย่าง อย่าคิดมาหลอกใช้ฉันอีก เข้าใจ ไหม?”
ว่านโม่ลี่รู้สึกอึดอัด แต่ก็ยังพยักหน้ารับ
อู๋ม่านหันกลับไปมองทิศทางที่เซียวหมิงเยวี่ยจากไป และไม่คิด สนใจเธออีก ผู้หญิงคนนี้เป็นแค่คนธรรมดาสามัญ ชายหนุ่มอย่างจี้
เหวินซีคงไม่มีทางสนใจ
“ม่านม่าน ฉันไม่เคยได้ยินพี่ชายพูดว่าชอบเธอเลยนะ” จี้ซาน ซานพูดเสียงแผ่วเบา
อู๋ม่านไม่สนใจพลางสะบัดผม จากนั้นเธอเผยยิ้มอย่างสดใส
“ฉันชอบเขาก็พอแล้ว ผู้ชายที่ฉันหมายปอง ไม่มีทางหนีพ้นมือ ฉันหรอก ซานซาน ลองเรียกฉันว่าพี่สะใภ้ดูสิ”
จี้ซานซานจิ๊ปาก “ฉันไม่มีทางเรียกหรอก”
อู๋ม่านวางแขนบนไหล่จี้ซานซานอย่างสนิทสนม “ไปกันเถอะ ซานซาน ไปห้องน ้ากับฉันหน่อย”
คนที่เหลืออยู่มองหน้ากันด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
หลิ่วจวิ้นเหยาลูบหน้าผากแล้วหันไปพูดกับอู๋ซั่งหนานว่า
“น้องสาวนายชักจะโมโหง่ายขึ้นทุกวัน คิดว่าพี่จี้จะชอบผู้หญิง แบบนี้จริง ๆ เหรอ? ฉันไม่มีทางชอบเด็ดขาด”
อู๋ซั่งหนานกระทุ้งศอกใส่เขา “แล้วใครขอให้นายชอบไม่ทราบ?”
เขาหันกลับไปมองว่านโม่ลี่และพูดขอโทษ “โม่ลี่ ฉันขอโทษ แทนม่านม่านด้วยนะ เธอเป็นคนแบบนั้นแหละ ตอนอยู่ที่บ้านก็ไม่ ต่างกัน”
ว่านโม่ลี่พยักหน้าอย่างฝืน ๆ กำหมัดแน่น ดวงตาของเธอฉาย แววความเกลียดชัง ฝากไว้ก่อนเถอะนางอู๋ม่าน คิดว่าแกมีอะไรดีนัก หรือ
หลิ่วจวิ้นเหยาเดาะลิ้นก่อนพูดเสียงเบา “แต่ว่า ผู้หญิงคนนั้นไม่ ธรรมดาเลยนะ เธอฉลาดมาก”
อู๋ซั่งหนานมองตามทิศทางที่หลิ่วจวิ้นเหยาจ้องมอง ซึ่งก็คือ ทิศทางที่เซียวหมิงเยวี่ยกำลังเดินจากไป
…
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อออกห่างจากกลุ่มหญิง สาวขี้อิจฉาและเจ้าเล่ห์ เธอมองหามุมสงบ แล้วนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม เพื่อกินของหวาน ขนมในงานประมูลอร่อยยิ่งกว่าครั้งก่อนเสียอีก
ของหวานในงานนัดบอดตอนนั้นไม่สามารถเทียบได้เลย เรียก ได้ว่าอยู่คนละระดับ
ในเวลานี้ ชายชราผู้มีร่างกายแข็งแรงปรากฏตัวขึ้นบนเวทีตรง กลาง เขาสวมชุดถังจวงโบราณ และคงจะเป็นผู้ดำเนินรายการการ ประมูลครั้งนี้
“ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลาย…”
ชายชราอ่านสุนทรพจน์เปิดงานยาวเหยียด ขณะที่ผู้คนต่าง กระจายกันหาที่นั่ง การประมูลใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยจิบน ้า ช่วงเวลาสำคัญมาถึงแล้ว นี่คือจุดประสงค์ ที่เธอมาที่นี่ในวันนี้
“เซียวหมิงเยวี่ย?”
เมื่อได้ยินคนเรียกชื่อตัวเอง เซียวหมิงเยวี่ยจึงเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าเป็นหญิงสาวที่ชื่อฉียวนเอ๋อร์ซึ่งเจอกันเมื่อครู่ ก่อนหน้านี้อีก ฝ่ายเงียบเฉยอยู่ตลอด ตอนนี้มาหาเธอทำไมนะ
ฉียวนเอ๋อร์ยิ้มอย่างใจดี “ฉันขอนั่งข้างคุณได้ไหมคะ?”
“ได้แน่นอนค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยตอบรับ
ฉียวนเอ๋อร์นั่งลงแล้วพูดว่า “เมื่อครู่คงจะทำให้คุณตกใจใช่ไหม คะ อย่าถือสาเลยนะ แม้ว่าอู๋ม่านจะดูเหมือนคุณหนูที่ถูกตามใจมา โดยตลอด แต่จริง ๆ แล้วเธอเป็นคนดีมากนะคะ เธอตรงไปตรงมา รัก ใครรักจริง เกลียดใครเกลียดจริง เธอแค่หมกมุ่นกับพี่ชายของซาน ซานมากเกินไป จึงกลายเป็นเสียมารยาทแบบนั้น”
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปที่เวที “นิสัยของเธอเป็นอย่างไรก็ไม่ได้ เกี่ยวอะไรกับฉัน เราไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆ ให้ข้องเกี่ยวกันใน อนาคต”
ฉียวนเอ๋อร์ยังคงพูดต่อ “ส่วนโม่ลี่เธอ…”
“เธอจะชอบใคร มันก็เรื่องของเธอ แต่เอาฉันมาเป็นโล่กำบัง เพื่อ เบี่ยงเบนปัญหาไปให้คนอื่น เธอมีสิทธิ์อะไร?” เซียวหมิงเยวี่ยพูด อย่างเย็นชา
ฉียวนเอ๋อร์ประหลาดใจ “คุณดูออกเหรอคะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้ม “ฉันมีตา แน่นอนว่าดูออก”
“ปกติโม่ลี่ไม่ค่อยเป็นแบบนี้เลย…” ฉียวนเอ๋อร์อธิบาย
เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจเบา “เรื่องผู้ชาย กลายเป็นต้นตอของ ปัญหา แต่อย่างที่บอกไปแล้ว ไม่ว่าพวกเธอจะเป็นอย่างไร มันก็ไม่ เกี่ยวกับฉัน แค่ไม่ดึงฉันเข้าไปพัวพันด้วย ฉันก็ขอบคุณพระเจ้ามาก แล้ว”
ฉียวนเอ๋อร์รู้สึกขบขันกับคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ย “ฟังดูสิ่งที่
คุณพูด ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ได้โกรธ งั้นฉันก็สบายใจแล้วค่ะ ในหมู่ พวกเราทุกคน ซานซานเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาและน่ารักน่าเอ็นดู ที่สุด ฉันยังไม่ได้ขอบคุณที่คุณช่วยเธอไว้เลย”
“ยกเว้นโม่ลี่ พวกเราสนิทกันตั้งแต่เด็ก ซานซานเพิ่งรู้จักกับโม่ลี่
ตอนเรียนมัธยมปลาย ซานซานชอบเล่นกับเธอ ดังนั้นเราจึงพาเธอ ไปไหนมาไหนด้วยกัน” ฉียวนเอ๋อร์พูดต่อ
เซียวหมิงเยวี่ยกลืนน ้าลายลงคอ ปรากฏว่าความสัมพันธ์ของโม่ ลี่กับคนกลุ่มนี้ดูจะไม่ค่อยดีนัก ที่เธออยู่ในกลุ่มได้ก็เพราะจี้ซานซาน เท่านั้น และดูเหมือนอู๋ม่านจะดูถูกอีกฝ่ายไม่น้อย ไม่แปลกใจเลยที่
เธอจะพูดจาไม่สุภาพ
อย่างไรก็ตาม มันไม่เกี่ยวข้องกับเธอ เซียวหมิงเยวี่ยจึงไม่อยาก สนใจ
เซียวหมิงเยวี่ยมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“คุณเข้าหาเพื่อต้องการสืบดูว่าฉันชอบคุณจี้หรือเปล่าสินะ? หรือว่าคุณเองก็…”
“ไม่ค่ะ ไม่ ฉันไม่ได้ชอบเขา คุณเข้าใจฉันผิดแล้ว ไม่ว่าพี่ชาย ของซานซานจะดีสักแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ใช่ชายหนุ่มแบบที่ฉันชอบ” ฉียวนเอ๋อร์รีบอธิบาย
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกอยากรู้อยากเห็น “แล้วคุณชอบแบบไหนล่ะ?”
ฉียวนเอ๋อร์หน้าแดงขึ้นมา “เอาเป็นว่าไม่ใช่แบบเย็นชาก็แล้วกัน ค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยเข้าใจได้ทันที “งั้นคุณก็ชอบผู้ชายช่างพูดและมี อารมณ์ขันใช่ไหม?”
ฉียวนเอ๋อร์หลบสายตาด้วยความเขินอาย “ใช่ค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “โอ้”
ฉียวนเอ๋อร์กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ถูกใครบางคนเรียก เสียก่อน
“ฉียวนเอ๋อร์”
จี้เหวินซีเดินเข้ามาหา เขาแต่งสูทสีดำเรียบหรู สายตาของเขา หยุดอยู่ที่เซียวหมิงเยวี่ยที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“ฉียวนเอ๋อร์ เธอเห็นซานซานไหม?”
ฉียวนเอ๋อร์ครุ่นคิดเล็กน้อย “เมื่อสักครู่เธอไปห้องน ้ากับอู๋ม่านนะ คะ ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าพวกเธออยู่ที่ไหน”
จี้เหวินซีตอบรับ เขากำลังจะทักทายเซียวหมิงเยวี่ย แต่เห็นเธอ หันหน้าหนีและเล่นโทรศัพท์มือถือในมือ ทำเป็นมองไม่เห็นเขา
พวกคนหน้าตาดีที่นำโชคร้ายมาให้
เซียวหมิงเยวี่ยพึมพำอยู่ในใจ
แววตาของจี้เหวินซีฉายแววประหลาดใจชั่วครู่ เขาไปทำอะไรให้ เธอโกรธอีกงั้นเหรอ?
เขาอยากจะริเริ่มบทสนทนา แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่พูดอะไร สี หน้าของเขาแปรเปลี่ยน ก่อนเดินจากไป
เซียวหมิงเยวี่ยเงยหน้ามอง แล้วรีบหันกลับไปทางอื่น
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ฉียวนเอ๋อร์ก็รู้ว่าคำพูดของว่านโม่ลี่นั้นเกินจริงแค่ ไหน สองคนนี้ไม่ได้คุ้นเคยกันเลย พวกเขาไม่แม้แต่จะทักทายกัน ด้วยซ ้า มันเป็นไปไม่ได้ที่ทั้งสองจะสนิทสนมกันถึงขั้นจับมือหรืออิง แอบแนบชิด
ว่านโม่ลี่พูดจาเกินจริงไปมาก
“พวกเธออยู่ที่นี่เองเหรอ”
จี้ซานซานกับอู๋ม่านเดินเข้ามาหา จากนั้นจี้ซานซานเอ่ยชวน เซียวหมิงเยวี่ย “พี่หมิงเยวี่ย ไปนั่งข้างหน้ากับพวกเราไหมคะ?”
“ไม่เป็นไร ฉันนั่งตรงนี้ก็ได้” เซียวหมิงเยวี่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ
อู๋ม่านส่งสายตาไปทางฉียวนเอ๋อร์ จากนั้นฉียวนเอ๋อร์ส่ายหน้า บ่งบอกว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิด
อู๋ม่านรู้สึกโล่งอก เธอพูดด้วยน ้าเสียงหยิ่งยโส
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรานั่งที่นี่ก็ได้ เพื่อนของซานซานก็คือเพื่อน ของเราเช่นกัน”
แม้จะรู้ว่าตัวเองทำผิด แต่ด้วยความเย่อหยิ่ง เธอจะไม่ยอมรับผิด และไม่ขอโทษ
เซียวหมิงเยวี่ยชอบความเงียบสงบ และไม่อยากนั่งกับผู้หญิง เหล่านี้ แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เธอแค่กินมูสผลไม้และฟัง คำพูดเปิดงานของชายชราบนเวลาเงียบ ๆ
การประมูลกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว…