ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 232 นวัตกรรมละลายหิมะ เรื่องที่ไม่คาดคิด
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 232 นวัตกรรมละลายหิมะ เรื่องที่ไม่คาดคิด
“นี่คือของชิ้นแรกสำหรับงานประมูล เตรียมปลุกเร้าบรรยากาศ กันหน่อย ด้วยชุดเครื่องประดับอัญมณีทับทิม สร้อยคอพร้อมต่างหู ทับทิม เฉพาะทับทิมก็มีน ้าหนักถึง 50.3 กะรัต…”
ชายชราในชุดถังจวงกำลังบรรยายถึงสร้อยคอทับทิม มันเปล่ง ประกายดึงดูดสายตาของเหล่าคุณหญิงคุณนาย ชุดเครื่องประดับอัน หรูหราและสง่างามนี้ เหมาะกับสตรีเป็นที่สุด
“มันน่าจะเหมาะกับแม่ฉันดีนะ”
อู๋ม่านพูดขึ้นอย่างสบาย ๆ ดูเหมือนเธอจะสนใจชุดเครื่องประดับ นี้มาก
ซานซานพยักหน้า “คุณป้าชอบสะสมเครื่องประดับมาก น่าจะ เหมาะกับเธอจริง ๆ นั่นแหละ”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเบื่อหน่าย นี่คือยุคโลกาวินาศ ยังจะมา สิ้นเปลืองกับของฟุ่มเฟือยอะไรกันอีก? พวกเขายังมีอารมณ์ใส่ เครื่องประดับอยู่เหรอ กินก็ไม่ได้ ดื่มก็ไม่ได้ เอาเงินไปเลี้ยงหมูสักสอง สามพันตัวไม่ดีกว่าเหรอ?
อาจจะเป็นเพราะพวกเขาคิดว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติกำลังจะ สิ้นสุดลงแล้ว ก็จริงอยู่ว่าแม้จะผ่านภัยพิบัติมาสองปี พวกเขายังกินดี อยู่ดี ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง และสามารถใช้ชีวิตสุขสบายไปวัน ๆ
ทำไมไม่กินข้าวโพดเลี้ยงหมูเสียล่ะ*[1]
ถ้าเป็นการประมูลแบบนี้ เซียวหมิงเยวี่ยคิดว่าเธอสามารถกลับ บ้านได้ก่อนกำหนด
หลังจากเสนอราคาหลายรอบ ชุดเครื่องประดับทับทิมสุดหรูนี้ก็ ถูกอู๋ม่านประมูลไปได้
“ต่อไปเป็นชิ้นที่สอง นวัตกรรมละลายน ้าแข็งสุดล ้าจากบริษัท เทคโนโลยีเซิ่งอันหยวน เพียงโรยมันลงบนหิมะ หิมะก็จะละลาย
หายไปจนหมด เอกสารแนะนำสินค้าระบุว่า มันมีประสิทธิภาพดีกว่า เกลือสำหรับงานอุตสาหกรรมถึง 100 เท่า…”
ก่อนที่ชายชราในชุดถังจวนจะพูดจบ เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นจาก ด้านล่าง หลายคนเริ่มซุบซิบกัน บางคนใช้ถ้อยคำดูถูกเยาะเย้ย
“นี่มันอะไรกันวะ ขยะแบบนี้เอามาประมูลได้ยังไง ลดระดับงาน ประมูลนี้ลงไปเยอะเลย!”
“บริษัทเทคโนโลยีเซิ่งอันหยวนหาของดี ๆ มาประมูลไม่ได้แล้ว เหรอ เอาของไร้ค่าแบบนี้มาประมูลทำไม? แล้วใครมันจะซื้อวะ?”
“จริงด้วย เอาของแบบนี้มาประมูลได้ยังไงกัน นวัตกรรมละลาย หิมะอะไร แค่ชื่อก็เห่ยซะขนาดนี้ แล้วตอนนี้จะไปมีหิมะได้ยังไง?”
เสียงหัวเราะดังก้องขึ้นอีกครั้ง
ชายชราในชุดถังจวนเคาะค้อนเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย “การประมูลจะเริ่มขึ้น…”
ที่มุมหนึ่ง ชายหญิงสองคนนั่งซึม มันเป็นนวัตกรรมที่พวกเขา พัฒนาขึ้น พวกเขาได้ยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรก่อนเกิดภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ ทั้งสองมีชื่อเสียงโด่งดังในอุตสาหกรรมนี้ และหวังว่าจะ ได้ใช้มันเพื่อสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่
แต่แล้วภัยพิบัติทางธรรมชาติก็มาเยือน ฤดูกาลสับสนวุ่นวาย ปี หนึ่งร้อนจัด อีกปีฝนตกหนัก นวัตกรรมที่พวกเขาคิดค้นจึงกลายเป็น ของไร้ค่า
สิทธิบัตรที่พวกเขายื่นขอกลายเป็นของไร้ค่า บริษัทล้มละลายไป แล้ว นี่คือโอกาสเดียวของพวกเขาที่จะแสดงผลงานของตัวเองต่อ บรรดามหาเศรษฐี โดยหวังว่าจะได้รับการเหลียวแล และทำให้บริษัท กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้
เซียวหมิงเยวี่ยสังเกตเห็นชายหญิงคู่นั้น เพราะทุกคนในงาน ประมูลดูสนุกสนาน แต่มีเพียงพวกเขาสองคนที่ดูทุกข์ทรมาน ซึ่ง ยากที่จะไม่สังเกตเห็น
“ราคาเริ่มต้น 100 หยวนต่อถุง มีทั้งหมด 50 ถุง…”
ชายชราในชุดถังจวนพูดจบ เสียงหัวเราะคิกคักก็ดังขึ้นอีกครั้ง ผู้คนไม่เคยได้ยินราคาสินค้าเป็นตัวเลขสามหลักมานานแล้ว ชัดเจน แล้วว่ามันคือขยะ
ชายหญิงคู่นั้นดูหน้าตาซีดเซียวลงกว่าเดิม แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น มองก็ยังรู้สึกอึดอัด
ชายคนนั้นจับมือผู้หญิงไว้และปลอบโยนเธอว่า “ซิ่งจื่อ ไม่เป็นไร นะ ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่ต้องขาย เราเตรียมใจสำหรับเรื่องนี้ไว้แล้ว จริง ไหม”
หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าซิ่งจื่อยกยิ้มท่าทางฝืดเฝือน
“ฉันแค่ไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก โลกมันก็เป็น แบบนี้แหละ บางทีมันอาจจะเป็นโชคชะตาของฉันก็ได้”
ชายชราในชุดถังจวนตะโกนบอกราคา เผื่อว่าจะมีคนยกมือขึ้น ประมูล แต่ในใจก็คิดว่าของไม่มีค่าแบบนี้คงไม่มีใครสนใจ
ทว่ามีใครคนหนึ่งยกป้ายประมูลขึ้น
ซึ่งก็คือเซียวหมิงเยวี่ย
ชายชราในชุดถังจวนรู้สึกประหลาดใจ “หมายเลข 98 ยกป้าย ประมูล หมายเลข 98 ครั้งที่หนึ่ง หมายเลข 98 ครั้งที่สอง หมายเลข 98 ครั้งที่สาม การประมูลเสร็จสิ้น!”
เขารีบเคาะไม้ประมูลด้วยความกลัวว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะเปลี่ยนใจ
สายตาของทุกคนต่างจ้องตามไปยังทิศทางที่ชายชราในชุดถัง จวนชี้ อยากรู้อยากเห็นว่าใครกันที่เสียสติถึงขนาดซื้อของชิ้นนี้ได้?
ชายหญิงคู่นั้นก็รู้สึกทั้งประหลาดใจและดีใจ พวกเขาเตรียมใจไว้ แล้วว่าคงไม่มีใครประมูล แต่ไม่คาดหวังว่าจะมีคนซื้อมันไป
แม้แต่จี้ซานซานก็ยังรู้สึกแปลกใจ “พี่หมิงเยวี่ย พี่ซื้อเจ้าสิ่งนี้ไป ทำไมเหรอคะ?”
“เตรียมไว้ก่อนดีกว่าแก้ทีหลัง” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงเรียบ
50 ถุงเองเหรอ? เธอคิดว่ามันยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพอ
อู๋ม่านกำลังชื่นชมทับทิมเม็ดโตในมือ “คุณคงมีเงินมากมายจน ไม่รู้จะใช้กับอะไรสินะ”
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองเธอ แต่ไม่ได้พูดอะไร
เจ้ามนุษย์ผู้โง่เขลา ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเดี๋ยวพวกเธอก็จะรู้ เอง ถึงตอนนั้น ต่อให้เสนอหน้ามาขอถึงที่บ้าน ฉันก็ไม่มีทางให้ ฮึ
ในอีกสองสามเดือนต่อมา เกิดพายุหิมะรุนแรงนานกว่าสองเดือน หิมะทับถมสูงราว 15 ถึง 17 เมตร และในบางพื้นที่อาจสูงถึง 20 เมตร ซึ่งสร้างความหวาดหวั่นอย่างมาก
หากไม่มีมาตรการกำจัดหิมะ บ้านเดี่ยวตระกูลเซียวจะถูกหิมะฝัง กลบอย่างแน่นอน และแม้จะอยู่ในอาคารสูง แต่หากอยู่ต ่ากว่าชั้นห้า ก็ยังเสี่ยงอันตรายอยู่มาก
เมื่อบ้านของพวกเขาถูกหิมะปกคลุม สิ่งเดียวที่รอพวกเขาอยู่คือ ความตาย เนื่องจากขาดอากาศหายใจ
แม้จะตักหิมะตลอดทั้งวันทั้งคืน ก็ยังไม่สามารถตามความเร็ว ของหิมะที่ตกลงมาได้ทัน
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังกังวลว่าจะกำจัดหิมะได้อย่างไร ทันใดนั้นวิธี แก้ปัญหาของเธอก็ปรากฏขึ้น ราวกับโชคลาภที่ตกจากฟ้า
เหมือนกับคนที่กำลังง่วงนอน แล้วมีคนยื่นหมอนมาให้ ซึ่งเป็น การช่วยเหลือได้ทันท่วงที
แขกในงานส่วนใหญ่เป็นเจ้าของบ้านเดี่ยวพร้อมสวนส่วนตัว ดังนั้นจึงต้องเผชิญกับปัญหาการกำจัดหิมะในอนาคต สารกำจัดหิมะ จะกลายเป็นสินค้าหายากในเวลานั้น ถึงจะอยากซื้อมากแค่ไหนก็คง สายเกินไปแล้ว ถ้าไม่ซื้อเสียตอนนี้ แล้วจะไปซื้อตอนไหน?
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยประมูลนวัตกรรมละลายหิมะสุดล ้า ก่อเกิด ความฮือฮาเล็กน้อย แต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว แขกในงานต่างให้ ความสนใจกับสินค้าชิ้นต่อไป
“สินค้าชิ้นต่อไป เป็นรถบ้านต่อเติมจากประเทศเยอรมันครับ…”
ชายหญิงคู่นั้นยิ้มขอบคุณเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความซาบซึ้งใจ หญิงสาวยิ้มตอบ เธอยังอยากซื้อเพิ่มอีก
ความจริงแล้วหากเป็นก่อนเกิดภัยพิบัติ สารกำจัดหิมะราคา 500 หยวนถือว่าแพงมาก และคงไม่มีใครซื้อ แต่หลังเกิดภัยพิบัติ ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น ผักผลไม้มีราคาหลายพันหยวน
และถึงแม้ราคาสินค้าจะพุ่งสูงขนาดนี้ แต่ก็ยังไม่มีใครอยากซื้อ นวัตกรรมละลายหิมะราคา 500 หยวน ตอนนี้เรียกได้ว่ามันเป็นของ ไร้ค่า แต่หลังจากเกิดพายุหิมะแล้ว ต่อให้ราคาสูงถึงครึ่งล้านก็ยังมี คนแย่งซื้อ
ส่วนสินค้าที่เหลือ เซียวหมิงเยวี่ยไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ พวกมัน เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย หรือสินค้าจำเป็นสำหรับการเอาชีวิตรอดในภัย พิบัติ เช่น รถบ้าน และของโบราณแปลก ๆ
ไม้กฤษณารูปดอกบัวของเซียวหมิงเยวี่ยถูกชายวัยกลางคน ประมูลไป
ส่วนรถบ้าน เธอมีครอบครองแล้ว ซึ่งซื้อมาจากเมืองใต้ดิน และ จอดมันไว้ในโกดังของมิติ
ชายชราชุดถังจวนเคาะไม้ “ต่อไปเป็นสินค้าชิ้นสุดท้ายของงาน ประมูลนี้ และเป็นสินค้าชิ้นสำคัญ”
ขณะพูด พนักงานสี่คนเข็นกล่องขนาดใหญ่มาวางบนเวที กล่อง นั้นถูกคลุมด้วยผ้าสีแดง ดูลึกลับน่าค้นหา ไม่มีใครรู้ว่าข้างในคือ อะไร
“ปลาสากครีบแดงลำตัวยาวสองเมตร!”
ทันใดนั้น ชายชราชุดถังจวนดึงผ้าสีแดงออก เผยให้เห็นปลา สากครีบแดงตัวมหึมาในตู้ปลาแก้ว มันพยายามดิ้นรนอย่างหนัก แต่ ก็หนีออกจากตู้ปลาพิเศษนี้ไม่ได้
ผู้คนในงานตกอยู่ในความโกลาหล บ้างก็ลุกขึ้นยืน
“พระเจ้าช่วย!”
“มันเป็นปลาสากครีบแดงที่ตัวใหญ่มาก!”
“นี่ใช่ปลาสากครีบแดงจริงเหรอ? แน่ใจใช่ไหมว่าไม่ใช่ฉลาม?”
“ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ยิ่งปลาสากครีบแดงตัวใหญ่มากเท่าไหร่ ก็ ยิ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้นเท่านั้น ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้ ไม่รู้ว่า กินไปแล้วจะอายุยืนถึง 200 ปีหรือเปล่า?” ใครบางคนพูดแซว
ชายชราชุดถังจวนรู้สึกพอใจกับปฏิกิริยาของทุกคน ปลาสาก ครีบแดงยาวสองเมตรตัวนี้สร้างความฮือฮาให้กับงานประมูลอย่าง มาก
[1] ทำไมไม่กินข้าวโพดเลี้ยงหมูเสียล่ะ มักใช้เพื่อเสียดสีคนที่ไม่ เข้าใจความยากลำบากของผู้อื่น เปรียบเสมือนคนที่ไม่รู้จักความ ทุกข์ยาก