ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 233 ปลาสากครีบแดงราคาหนึ่งร้อยล้าน
“ราคาเริ่มต้นที่ หนึ่งร้อยล้าน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของบางคนก็เปลี่ยนไป หนึ่งร้อยล้าน? ราคานี้มัน…
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนรวย แต่ก็ยังทนจ่ายราคาขนาดนี้ไม่ได้ เลย
เซียวหมิงเยวี่ยพูดไม่ออก ปลาตัวเดียวราคาหนึ่งร้อยล้าน? บ้าไป แล้วรึไง
ปลาตัวนี้ยังไม่ใหญ่เท่าปลาตัวเมียที่เลี้ยงไว้ในมิติของเธอ ภายใต้การบำรุงของน ้าลำธารในมิติ เหล่าลูก ๆ ของแม่ปลาตัวนี้ตัว ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนเกือบจะครึ่งหนึ่งของสระว่ายน ้าแล้ว
หากปลาสากครีบแดงตัวนี้ขายได้หนึ่งร้อยล้าน ปลาที่เธอเลี้ยงไว้ ในมิติก็ต้องขายได้เช่นกัน
เซียวหมิงเยวี่ยอดใจเต้นรัวไม่ได้ หนึ่งร้อยล้านหยวนนั้นเท่ากับ หนึ่งแสนเหรียญปริศนา ซึ่งเพียงพอที่จะปลดล็อกสินค้าปริศนาชิ้น ถัดไปได้
เธออยากรู้อยากเห็นเหลือเกินว่าในร้านค้าปริศนายังมีสินค้า อะไรอีก ถึงขนาดที่เธออยากกลับไปขายของในมูนฟาร์มโดยเร็ว!
แน่นอนว่ามีเพียงผู้ที่มีจิตใจมืดมนเท่านั้นที่สามารถสร้างรายได้ มากมาย เดิมทีเธอคิดว่าราคาหลายสิบล้านก็แพงมากแล้ว แต่ไม่ คาดคิดว่างานประมูลจะใช้เป็นหน่วยร้อยล้าน
จี้ซานซานรู้สึกตื่นเต้น “สุขภาพของคุณปู่ไม่ค่อยดี เราจึงใช้ ปลานี้มาบำรุงร่างกายให้เขา ปลาสากครีบแดงตัวนี้ใหญ่มาก สมอง ปลาต้องมีคุณค่าทางโภชนาการสูง บางทีสุขภาพของคุณปู่อาจจะดี ขึ้นได้”
“ซื้อเลยสิ ยังไงก็แค่หนึ่งร้อยล้าน สำหรับเธอแล้วมันก็แค่ตัวเลข ชุดหนึ่งเท่านั้น” อู๋ม่านพูดขึ้นด้วยน ้าเสียงสบาย ๆ
“ฉันซื้อแน่นอน” จี้ซานซานตาลุกวาว มุ่งมั่นที่จะคว้ามันมาให้ได้
เมื่อได้ยินบทสนทนาของพวกเธอ แววตาเซียวหมิงเยวี่ย แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตัวเลขชุดหนึ่งงั้นเหรอ?
หมายความว่าครอบครัวของจี้ซานซานร ่ารวยมาก หรือว่ามี ความหมายอื่นแฝงอยู่?
เนื่องจากระบบการเงินของโลกหลังหายนะล่มสลาย อาหารจึงมี ราคาแพงมาก แต่บรรดาเศรษฐีเหล่านี้ดูเหมือนจะมีเงินที่ใช้ไม่สิ้นสุด
หากมีใครอยู่เบื้องหลัง เงินทองก็เป็นแค่ตัวเลขสำหรับพวกเขา จริง ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยสลัดความคิดนี้ออกไป และสงสัยว่าตัวเองคิดมาก เกินไปหรือเปล่า
แม้ปลาสากครีบแดงตัวนี้จะราคาหนึ่งร้อยล้าน แต่ก็มีคนจำนวน ไม่น้อยที่แย่งกันประมูล ในที่สุด จี้ซานซานก็ประมูลได้สำเร็จด้วย ราคาสองร้อยห้าสิบล้านหยวน สร้างสถิติการใช้จ่ายสูงสุดในวันนี้
แม้ว่างานประมูลจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่งานเลี้ยงสังสรรค์ค ่าคืนนี้เพิ่ง เริ่มต้นขึ้น ไม่มีใครคิดจะจากไป ต่างคนต่างมารวมตัวกันเพื่อพูดคุย ทักทาย จี้ซานซานก็ถูกดึงตัวไปพูดคุยด้วยเช่นกัน
เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นยืนเพื่อไปเข้าห้องน ้า แต่ชายหญิงคู่หนึ่ง ขวางทางเธอไว้
“สวัสดีครับ ผมเป็นผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีเซิ่งอันหยวน ผม ชื่อเซิ่งเผิง นี่คือนามบัตรของผมครับ” ชายคนนั้นพูดอย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหลี่ซิ่งจื่อ พวกเรารู้สึกขอบคุณมากที่คุณซื้อ นวัตกรรมละลายหิมะของบริษัทเรา” หญิงสาวแนะนำตัว
เซียวหมิงเยวี่ยจับมือกับพวกเขาทีละคน “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเซียวห มิงเยวี่ย ฉันกำลังมองหาพวกคุณพอดีเลยค่ะ ไม่ทราบว่ายังมี นวัตกรรมละลายหิมะเหลืออีกไหมคะ ฉันต้องการซื้อเพิ่ม”
หลี่ซิ่งจื่อรู้สึกประหลาดใจมาก “คุณต้องการซื้อเพิ่มอีกเหรอ คะ?”
เธอถามด้วยความสงสัย “คุณเซียวคะ ดิฉันอดไม่ได้ที่จะถาม คุณซื้อนวัตกรรมละลายหิมะไปทำไมเหรอคะ เพราะตอนนี้มันเป็น ของไร้ค่าไปแล้ว…”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างสุภาพ “ใครบอกว่ามันไร้ค่าคะ? ฉันเคย เห็นสิทธิบัตรของคุณในข่าวมาก่อน คิดว่าเป็นการสนับสนุนก็แล้ว กัน เผื่อว่ามีหิมะตกหนักในอนาคต ใครจะรู้ได้”
“แล้วคุณต้องการอีกเท่าไหร่คะ?” หลี่ซิ่งจื่อถาม
“ฉันต้องการห้าพันถุง คุณมีไหมคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยถามเสียง เรียบ
เซิ่งเผิงและหลี่ซิ่งจื่อมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง
“หะ… ห้าพันถุง?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “ใช่ค่ะ ห้าพันถุง”
จริงอยู่ว่าเธอคงไม่สามารถใช้พวกมันทั้งห้าพันถุง แต่ใครบอกว่า เธอจะเก็บไว้ใช้เอง เธอยังมีวิธีใช้แบบอื่นอีก
“ได้ค่ะ! พอดีว่าเรามีมากกว่าห้าพันถุง และเราจะส่งมอบให้คุณ ทั้งหมดค่ะ”
ดวงตาของเซิ่งเผิงแสดงความปีติยินดี เซียวหมิงเยวี่ยซื้อสินค้า ทั้งหมดในโกดังของพวกเขา ในที่สุดพวกเขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องปาก ท้องอีกต่อไป
เซียวหมิงเยวี่ยแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อกับพวกเขาและถามด้วย ความอยากรู้อยากเห็นว่า
“ยังไงก็เถอะ สภาพอากาศแปรปรวนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉันก็ กังวลว่าอาจจะมีพายุหิมะเมื่อไหร่ก็ได้ จึงอยากเตรียมตัวไว้ก่อน คุณ ยังสามารถผลิตนวัตกรรมละลายหิมะนี้เพิ่มเติมได้อีกไหมคะ?”
“ได้แน่นอนค่ะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ทั้งหมดยังคงอยู่ครบชุด เรายังไม่ได้ขายมัน” หลี่ซิ่งจื่อพูด
“ถ้าอย่างนั้นอย่าขายเลยค่ะ ขายไปก็ได้เงินไม่เท่าไหร่ เก็บไว้ ดีกว่า” เซียวหมิงเยวี่ยพูด
เมื่อพายุหิมะมาถึง มูลค่าของสินค้านี้จะพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน
หลังจากได้รับคำขอบคุณซ ้าแล้วซ ้าเล่าจากเซิ่งเผิงและหลี่ซิ่งจื่อ เซียวหมิงเยวี่ยก็ลุกจากที่นั่งและมุ่งหน้าไปยังห้องน ้า
หลังจากเซียวหมิงเยวี่ยจากไป หลี่ซิ่งจื่อหันไปหาเซิ่งเผิง
“จะยังขายเครื่องจักรอยู่ไหม?”
เซิ่งเผิงครุ่นคิดอยู่นาน “หรือว่าเราไม่ขายดีกว่า เงินพวกนี้ก็ เพียงพอต่อการดำรงชีวิตของเราแล้ว เธอพูดถูก มันคงขายไม่ได้ ราคา เอาไปทิ้งก็คงไม่มีใครเอา”
หลี่ซิ่งจื่อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าและพูดว่า
“ได้ เอาตามที่คุณว่า”
…
เซียวหมิงเยวี่ยเดินไปเข้าห้องน ้า แต่ดันได้ยินบทสนทนาที่ไม่ ควรได้ยินในห้องส่วนตัว
“อีนางอู๋ม่านนั่น นึกว่าตัวเองเก่งมาจากไหน กล้าดียังไงถึงมาพูด กับฉันแบบนั้น”
“ฮึ ชะตาชีวิตพลิกผัน ไม่ช้าก็เร็วตระกูลอู๋จะต้องล่มสลาย ปล่อย ให้หล่อนอาละวาดไปก่อนเถอะ”
“นางนั่นคิดว่าตัวเองเป็นใคร หล่อนชอบพี่จี้ของฉัน แล้วฉันจะ ชอบเขาบ้างไม่ได้หรือไง? รอให้ฉันได้เป็นคุณนายจี้ก่อนเถอะ ฉันจะ ตบหน้าหนา ๆ ของนางผู้หญิงตัวดีนั่น”
“เพื่อนเหรอ เพื่อนบ้าบออะไร ฉันแค่สนิทกับซานซานคนเดียว เพื่อนเธอแต่ละคนไม่มีใครดีเลย พวกมันเคยถือว่าฉันเป็นเพื่อนบ้าง ไหม? พวกมันไม่เคยยอมรับฉันเลย”
“ถ้านางนั่นตายไปซะได้ก็ดี”
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เซียวหมิงเยวี่ยจึงปล่อยมือจากกลอน ประตูและอยู่ต่อในห้องน ้าต่อ เธอไม่อยากออกไปก่อน
นี่คือเสียงของว่านโม่ลี่ เธอคิดจะฆ่าอู๋ม่านอย่างนั้นเหรอ?
สีหน้าของเซียวหมิงเยวี่ยเปลี่ยนไปทันใด ฆ่าคนเพียงเพื่อผู้ชาย คนเดียว สมจริงดังที่ว่าผู้หญิงจิตใจโหดเหี้ยมที่สุด
น ้าเสียงของว่านโม่ลี่ฟังดูหงุดหงิด “ฉันรู้ผลที่จะตามมา ไม่ต้อง เตือนฉันหรอก ปล่อยหล่อนไปก่อน ว่าแต่… ยาที่ฉันขอไว้ได้มาหรือ ยัง?”
“อืม รอให้ทุกอย่างลงตัวก่อน ด้วยนิสัยของพี่จี้ เขาจะไม่ปฏิเสธ ความรับผิดชอบแน่ รอจนกว่าฉันจะได้เป็นคุณนายจี้ แล้วค่อย จัดการกับนางนั่น”
บทสนทนายังคงดำเนินต่อไป
“แล้วมันจะทำไมล่ะ เรื่องแต่งงานก่อนแล้วค่อยรักกันก็มีตั้ง เยอะแยะ โรแมนติกดีออก ถ้าท้องได้ก็ยิ่งดี คุณปู่จี้คงจะชอบฉันมาก ฉันบอกแล้วไงว่า ห้ามใครมาแย่งของของฉันไป แล้วนางอู๋ม่านคิดว่า ตัวเองเป็นใคร?”
“ได้ ๆ วางสายเลย ต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยนะ ถ้าพลาด โอกาสงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วจะหาโอกาสดี ๆ แบบนี้ได้ที่ไหนอีก”
ว่านโม่ลี่วางสายโทรศัพท์ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังก้อง มาจากห้องน ้าอีกฝั่ง เธอเปิดก๊อกน ้าล้างมือแล้วเดินจากไป
เมื่อว่านโม่ลี่จากไป เซียวหมิงเยวี่ยก็ออกจากห้องน ้าฝั่งตรงข้าม สีหน้าของเธอดูแปลกไป
ยา? ยาอะไร?
ที่บอกว่ารอให้ทุกอย่างลงตัว หรือเธอคิดจะวางยาปลุกกำหนัด ในอาหาร?
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็สำลักน ้าลายของตัวเองจนไอ ออกมาเบา ๆ
เธอล้างมืออย่างเร่งรีบ และรีบออกจากห้องน ้า
เนื่องจากจิตใจกำลังล่องลอย เธอจึงเดินชนกับใครคนหนึ่ง หลังจากออกจากห้องน ้าไม่กี่ก้าว
“คุณกำลังคิดอะไรอยู่? ถึงได้เดินไม่ดูทางแบบนี้” จี้เหวินซีรีบ ประคองเธอไว้
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา
เซียวหมิงเยวี่ยอ้าปากพูด “เอ่อ ไม่มีอะไรค่ะ”
จี้เหวินซีมองเธอด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยอารมณ์ที่ยากจะเข้าใจ “ทำไมเมื่อครู่ถึงทำเหมือนไม่รู้จักผมล่ะ?”
น ้าเสียงของเขาแฝงไปด้วยอารมณ์น้อยใจซึ่งยากที่จะสังเกต
พวกเขาเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ แต่เธอกลับไม่คิดจะทักทายเขา เลย
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกผิ “ฉะ… ฉันไม่เห็นคุณ”
“ยังไงก็ตาม ผมมีเรื่องจะบอกคุณ”
“ฉันมีเรื่องจะบอกคุณ”
ทั้งสองพูดพร้อมกัน
จี้เหวินซีเลิกคิ้วเล็กน้อย “เอาล่ะ คุณพูดก่อน”
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ที่นี่คนพลุกพล่าน ไม่ค่อย เหมาะจะคุยกันเท่าไหร่ เราเปลี่ยนที่กันเถอะ”