ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 235 เมืองบันเทิงยังรับสมัครพนักงานไหม?
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 235 เมืองบันเทิงยังรับสมัครพนักงานไหม?
“พี่ อยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย เมื่อกี้ฟู่ไคหล่างตามหาพี่ไปทั่ว แล้วทำไม ส่งข้อความไปหาถึงไม่ตอบล่ะ?” จี้ซานซานถาม
อู๋ม่านและว่านโม่ลี่ต่างจ้องมองจี้เหวินซี อู๋ม่านสูญเสียความ เย่อหยิ่งเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นท่าทีออดอ้อนของหญิงสาว ส่วนว่านโม่ลี่ก็ ทำตัวเรียบร้อยมากขึ้น
เธอพยายามยืดคอมองเข้าไปในห้อง ดูว่ามีใครอยู่หรือไม่
จี้เหวินซีเหลือบมองว่านโม่ลี่และอู๋ม่านอย่างเย็นชา แล้วตอบ กลับไปว่า
“แค่เหนื่อยนิดหน่อย เลยขึ้นมาพักผ่อน เมื่อกี้พี่ไม่ได้ดูมือถือ”
จี้ซานซานยิ้มหวาน “งั้นเหรอคะ แล้วไม่คิดเชิญพวกเราเข้าไป นั่งหน่อยเหรอ?”
จี้เหวินซีพูดอย่างเถรตรง “พี่ไม่ชอบให้คนแปลกหน้าเข้าไปใน ห้อง อีกอย่างเดี๋ยวพี่ก็ต้องลงไปแล้ว เธอลงไปก่อนเถอะ”
ห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทมีเพียงเขาที่สามารถครอบครอง มันจึง กลายเป็นห้องของเขา
คนแปลกหน้าที่อยู่ในเหตุการณ์นี้ก็คืออู๋ม่านและว่านโม่ลี่นั่นเอง
เด็กสาวทั้งสองรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่ไม่กล้าพูดอะไร
“งั้นก็ได้”
จี้ซานซานไม่ได้พูดอะไรต่อ นิสัยของพี่ชายเธอเป็นแบบนี้เสมอ ไม่เคยรักษาหน้าใครเลย
ขณะที่พวกเธอกำลังจะจากไป จู่ ๆ อู๋ม่านก็หันกลับมาอีกครั้ง พร้อมพูดด้วยน ้าเสียงสนิทสนมว่า
“พี่ใหญ่จี้ ขึ้นมากับใครเหรอคะ ทำไมไม่แนะนำให้พวกเราทำ ความรู้จักหน่อยล่ะ?”
จี้เหวินซีขมวดคิ้ว “พูดถึงใคร? และต่อให้มีคนอื่น แล้วมันเกี่ยว อะไรกับเธอ?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของอู๋ม่านดูฝืน การถูกคนที่ชอบพูดจาใส่แบบ นี้ เธอทั้งอับอายและเสียใจ หัวใจเธอเจ็บปวดไปหมด
รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นในดวงตาของว่านโม่ลี่ นางผู้หญิงเลว ที่เอาแต่ใจ ไม่สำคัญหรอกว่าแกจะชอบพี่จี้มากแค่ไหน เพราะพี่จี้ไม่ เคยจริงจังกับแกเลย
แกมันก็แค่ผู้หญิงบ้าคลั่ง ความหวงก้างแบบคิดเองเออเองของ แก มันช่างน่าหัวเราะเยาะสิ้นดี!
“ฉันแค่ถามเฉย ๆ…” อู๋ม่านพูดพลางน ้าตาคลอ
จี้เหวินซีไม่สนใจเธออีกต่อไป และปิดประตูใส่หน้าพวกเธอทันที เมื่อได้ยินสิ่งที่เซียวหมิงเยวี่ยบอก เขาก็แทบไม่อยากมองหน้าผู้หญิง สองคนนี้
นอกประตู จี้ซานซานยังคงปลอบอู๋ม่าน “พี่ชายของฉันก็เป็น แบบนี้แหละ เขาพูดกับทุกคนด้วยน ้าเสียงนี้ ม่านม่าน อย่าเสียใจไป เลยนะ”
อู๋ม่านสูดลมหายใจเข้าลึก เงยหน้าขึ้นและแสร้งทำเป็นไม่สนใจ
“ใครเสียใจกัน ผู้หญิงจีบผู้ชายง่ายนิดเดียว พี่จี้เป็นคนเก็บตัว ก็ เลยต้องอาศัยผู้หญิงที่กระตือรือร้นอย่างฉันนี่แหละที่จะไปทำให้เขา เปลี่ยนไป”
เธอหันไปมองจี้ซานซานและพูดอย่างหนักแน่น “ตั้งแต่นี้เป็นต้น ไป ฉันจะเปิดฉากรุกที่รุนแรงแล้วนะ จำเป็นต้องรุกให้มากขึ้น ซาน ซานเธอต้องช่วยฉันด้วยนะ”
“เอ๋?”
จี้ซานซานรู้สึกอึดอัดมาก “ฉันช่วยเธอไม่ได้หรอก ถ้าพี่ชายรู้ว่า ฉันช่วยคนอื่นคุกคามเขา เขาคงจะ…”
เด็กสาวทำท่าเชือดคอ เธอไม่กล้าทำจริง ๆ
อู๋ม่านเข้ามาคล้องแขนจี้ซานซาน เธอยิ้มหวานพลางออดอ้อน
“คุกคามอะไรกัน เธอไม่ใช่เพื่อนสนิทฉันแล้วเหรอ ช่วยฉัน หน่อยสิ ไม่อย่างนั้นฉันจะมีโอกาสติดต่อกับพี่ชายของเธอได้ยังไง?”
จี้ซานซานหัวเราะแห้ง ๆ “ลองเปลี่ยนเป้าหมายดูไหม?”
“ไม่เอา! ฉันไม่สน เธอเคยบอกว่าจะช่วยฉันนี่ เธอต้องช่วยนะ” อู๋ ม่านไม่ยอมแพ้
เมื่อมองดูเพื่อนสาวทั้งสองเดินห่างออกไป ว่านโม่ลี่แอบกำหมัด ไว้ข้างหลังด้วยความน้อยใจ เป็นแบบนี้ทุกที พวกเขาทิ้งเธอไว้อีก แล้ว
“โม่ลี่ รีบตามมาสิ เธอยืนนิ่งทำอะไรอยู่ตรงนั้น?” จี้ซานซาน ตะโกนเรียก
ว่านโม่ลี่ยิ้มบาง “มาแล้วจ้า”
“แล้วพี่ชายฉันขึ้นมาพร้อมผู้หญิงจริงหรือเปล่านะ?” จี้ซานซาน เปลี่ยนหัวข้อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
“ฟังจากที่เขาพูด คงไม่มีหรอก ไม่งั้นเขาคงไม่พูดว่า ‘พูดถึงใคร’ แบบนั้น” ว่านโม่ลี่พูดเสียงเบา
“ฉันบอกแล้วว่าพนักงานจะต้องมองผิดแน่ ๆ”
“จะเป็นแบบนั้นจริงเหรอ?” อู๋ม่านยังคงสงสัย
จี้ซานซานยกนิ้วขึ้น “โน! ไม่ว่าจะไล่ตามฉันแค่ไหน ฉันก็ไม่มี ทางช่วยเธอได้หรอก ไม่งั้นพี่ชายฆ่าฉันแน่ ฟังฉันนะ เลิกพยายามไล่ ตามเขาเถอะ เธอไม่มีทางได้เขาหรอก พี่ชายฉันมันดาวโจร ชะตา กรรมอาภัพ ม่านม่าน ฟังคำแนะนำของฉันเถอะนะ ชีวิตเธอยังมีอะไร ให้ทำอีกเยอะ”
“อือ…” อู๋ม่านหลุบตาต ่าด้วยความเศร้า
…
ภายในห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท
“ออกมาได้แล้ว” จี้เหวินซีพูดด้วยน ้าเสียงเรียบเฉย
เซียวหมิงเยวี่ยก้าวออกมาจากห้องนอนอย่างช้า ๆ สายตาของ พวกเขาประสานกัน บรรยากาศชวนให้อึดอัดในทันที
เธอได้ยินบทสนทนาของพวกเขาทั้งหมด
นี่คือห้องของเขา
“อะไรกัน รู้สึกเหมือนถูกจับได้คาหนังคาเขาเลยนะ…”
เมื่อคำพูดเหล่านี้หลุดออกไป เซียวหมิงเยวี่ยนึกเสียใจทันที เธอ แค่พยายามผ่อนคลายบรรยากาศ แต่ประโยคนี้กลับยิ่งทำให้ สถานการณ์เลวร้ายลง
จี้เหวินซีกลั้นหัวเราะไว้ไม่ได้ “คิดงั้นเหรอ?”
“งั้นฉันขอตัวก่อนนะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยน ้าเสียงที่แน่วแน่
เขามองเธอแล้วพูดว่า “เดี๋ยวผมให้คนไปส่ง”
เซียวหมิงเยวี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ
“ว่าแต่ เมืองบันเทิงยังรับสมัครพนักงานอยู่หรือเปล่าคะ?” จู่ ๆ เธอก็ชะงักฝีเท้า
สมองที่ลัดวงจรก่อนหน้านี้ กลับมาทำงานเป็นปกติแล้ว
เมืองบันเทิงแห่งนี้เป็นที่หลบภัยที่ดีเยี่ยม ดีกว่าชุมชนหวาฮั่น มาก
ตอนนี้เมืองบันเทิงสร้างเสร็จแล้ว และมีสิ่งอำนวยความสะดวก ครบครัน รวมถึงระบบทำความร้อนที่เพียงพอ ทำไมไม่เลือกพักอยู่ ที่นี่ในขณะที่สภาพอากาศหนาวจัดกำลังจะมาถึงล่ะ?
เมื่อพายุหิมะมาถึง รถบรรทุกเสบียงจะถูกหิมะขวางทาง ทำให้ไม่ สามารถส่งเสบียงอาหารแก่ผู้ประสบภัยในชุมชนได้ ด้วยความขาด แคลนอาหารและสภาพอากาศหนาวเย็น จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว ผู้คนถูกแช่แข็งกลายเป็นแท่งน ้าแข็ง
ในอดีต เซียวหมิงเยวี่ยเสียชีวิตในพายุหิมะครั้งนี้ เธอจำได้ ชัดเจนว่าพายุหิมะถล่มเป็นเวลานานมาก
ตอนที่เธอเสียชีวิต พายุหิมะตกต่อเนื่องเป็นเวลาสองเดือนแล้ว ในที่สุดพายุหิมะก็กลายเป็นฝนหิมะ เธอคิดว่าหิมะจะหยุดเร็ว ๆ นี้ แต่ เธอก็ตายเสียก่อน
ได้ยินมาว่าทางการก็เร่งมือขนหิมะทั้งกลางวันและกลางคืน รถ กวาดหิมะทำงานไม่หยุดหย่อน แต่การเปิดทางจำเป็นต้องใช้เวลา
ในชีวิตชาติก่อน เธอไม่สามารถรอจนถึงวันที่รถส่งเสบียงมาที่
ชุมชน จึงสิ้นใจด้วยความอดอยากและหนาวเหน็บ
ด้วยพายุหิมะที่ตกหนัก เธอออกจากบ้านไม่ได้ แน่นอนว่าแม่ เซียวก็ต้องติดอยู่ที่บ้านและไม่สามารถออกไปทำงานได้เช่นกัน แทบ ไม่ต้องพูดถึงป้าสะใภ้ใหญ่และป้าสะใภ้รอง หากไม่มีอาหารมาส่ง พวกเธอก็ต้องตกงานเป็นธรรมดา
แม้แต่เห็ดที่ลุงใหญ่และลุงสองปลูกก็แข็งตาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึง การไปส่งเห็ดให้กับโรงอาหารของรัฐบาล แม้แต่จะออกจากบ้านก็ยัง ทำไม่ได้ แล้วจะส่งไปได้อย่างไร?
ดังนั้น เธอจึงจำเป็นต้องหาทางออกใหม่ให้กับครอบครัวของ ตัวเอง เมืองบันเทิงนั้นดูเป็นตัวเลือกที่ดี ด้วยเหตุผลที่ว่าอบอุ่นเพราะ มีระบบทำความร้อน มีร้านอาหาร และที่สำคัญคืออยู่ไม่ไกลจากกรม เกษตรกรรม
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังมีนวัตกรรมละลายหิมะอยู่ในมือ ซึ่งอาจ กลายเป็นชิปต่อรองที่สำคัญ
เพียงแค่เปิดเส้นทางระหว่างกรมเกษตรกรรมและเมืองบันเทิง ผู้คนในเมืองบันเทิงก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและน ้าดื่ม
พวกเขาสามารถอาศัยอยู่ในเมืองบันเทิงช่วงสองสามเดือนแรก เพื่อฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดไปก่อน เมื่อเส้นทางเปิดแล้ว และหิมะถูกกำจัดออก พวกเขาสามารถกลับไปยังบ้านพักอีกครั้ง
เมื่อถึงเวลานั้น พวกเขาค่อยตัดสินใจว่าจะกลับไปยังบ้านพัก หรือไม่
เดิมทีเธอคิดว่าการพึ่งพาตนเองในชุมชนหวาฮั่นนั้นเพียงพอ แล้ว แต่แผนการย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ตอนนี้มี ตัวเลือกที่ดีกว่าแล้ว ทำไมจะไม่ลองทำดูล่ะ?
โดยสรุปแล้ว เมื่ออากาศหนาวมาถึง การอาศัยอยู่ในเมืองบันเทิง นั้นย่อมดีกว่าการอยู่ในชุมชนหวาฮั่นเป็นหมื่นเท่า
จี้เหวินซีรู้สึกประหลาดใจกับคำถามของเซียวหมิงเยวี่ย สีหน้า ของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“คุณอยากมาทำงานที่นี่เหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเขินอายเล็กน้อย “ฉันมีญาติอยู่หลายคน เผื่อ ว่าทางคุณกำลังขาดคน ฉันอยากให้พวกเขาลองมาสมัครงานดู รับรองว่าเป็นการสมัครงานตามปกติทั่วไปค่ะ”
หลังจากพูดจบ เธอก็พูดเสริมอีกว่า “ขอแค่แลกเปลี่ยนข่าวสาร หนึ่งอย่างกับโอกาสในการสมัครงานหนึ่งครั้ง แบบนี้เป็นไงคะ คุณจี้
ตกลงไหม?”
ท้ายที่สุดเธอเพิ่งให้ข่าวสารสำคัญแก่เขา ซึ่งช่วยกอบกู้ชื่อเสียง ของเขาเอาไว้เลยนะ!
เดิมทีเธอกำลังคิดที่จะใช้เงินเพื่อเข้าพัก หรือใช้นวัตกรรมละลาย หิมะแลกเปลี่ยน แต่เธอก็กลัวว่าเมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้จ่ายเงินแค่ไหน ก็หาที่พักไม่ได้ เพราะผู้คนคงแย่งกันเข้าพักจนแน่น