ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 236 แผนการของเซียวหมิงเยวี่ย : ย้ายทั้งครอบครัวเข้า ไปอยู่ในเมืองบันเทิง?
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 236 แผนการของเซียวหมิงเยวี่ย : ย้ายทั้งครอบครัวเข้า ไปอยู่ในเมืองบันเทิง?
เซียวหมิงเยวี่ยคิดว่าเมื่อพายุหิมะมาถึง ห้องพักในโรงแรมของ เมืองบันเทิงจะต้องเป็นที่ต้องการอย่างมาก เพราะที่นี่สร้างบนพื้นที่สูง ไม่ต้องกลัวว่าจะจมอยู่ใต้กองหิมะ และอยู่ใกล้กับกรมเกษตรกรรม ซึ่ง หมายความว่าจะไม่ขาดแคลนอาหาร
แต่แล้วเธอก็คิดขึ้นได้ว่า ครอบครัวเซียวอาจจะย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ แต่ครอบครัวของลุงใหญ่และลุงรองคงจะลำบาก
อย่างไรก็ต้องให้ลุงใหญ่และลุงรองพึ่งพาตัวเอง แลกเปลี่ยน แรงงานเพื่อเอาชีวิตรอด
เซียวหมิงเยวี่ยตระหนักดีว่า คุณตาของเธอพูดถูก แม้จะมีสาย สัมพันธ์ฉันญาติ แต่เธอก็ไม่ควรจัดการให้ลุงใหญ่และลุงรองสบาย จนเกินไป หนี้บุญคุณที่มากเกินไปนั้นยากที่จะชดใช้
การให้พวกเขาทำงานเพื่อแลกกับอาหาร จะทำให้พวกเขารู้สึก สบายใจมากกว่า และพวกเขาจะรับทุกสิ่งที่มอบให้โดยไม่ต้องปฏิเสธ
การช่วยเหลือซึ่งกันและกันจะทำให้ความสัมพันธ์ฉันญาติแน่น แฟ้นยิ่งขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยคิดทบทวนคำพูดของคุณตาอีกครั้ง และรู้สึกว่า เขาเป็นคนที่มีภูมิปัญญาอย่างแท้จริง หากเป็นคุณย่า คงจะตัดสินใจ โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง แล้วคงจะร้องไห้ร้องห่มอ้อนวอนให้เซียวหมิง
เยวี่ยจัดการเรื่องที่พักพิง อาหารการกิน และเสื้อผ้าทั้งหมดให้กับ ครอบครัวของลุงใหญ่
จี้เหวินซีพยักหน้าเล็กน้อยและพูดด้วยน ้าเสียงผ่อนคลาย
“ได้สิ คุณให้พวกเขามาสมัครงานได้เลย แค่ไปที่แผนก ทรัพยากรบุคคลโดยตรง ถือว่าเป็นการตอบแทนด้วย!”
เซียวหมิงเยวี่ยยกนิ้วให้ “คุณจี้ใจดีที่สุด”
หลังจากพูดจบเธอก็เตรียมตัวจะออกไป
จี้เหวินซีเรียกเธอไว้ “เดี๋ยวก่อน คุณมีอะไรจะพูดกับผมอีกไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยคิดอย่างรอบคอบ “อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว คุณใส่ เสื้อผ้าหนา ๆ หน่อย ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ ขอให้มีอายุยืนยาว ขอ ตัวลาค่ะ!”
สิ้นเสียง เซียวหมิงเยวี่ยก็ออกจากห้องสวีทโดยไม่หันกลับมามอง
จี้เหวินซีมองดูร่างของเธอที่จากไปพลางหัวเราะออกมาด้วย ความขำขัน
พูดอะไรของคุณเนี่ย?
เธอเป็นห่วงเขางั้นหรือ แต่ตอนนี้อากาศเริ่มอุ่นขึ้นแล้วนี่
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและเปิดดูข้อความที่จี้ซานซาน กระหน ่าส่งเข้ามา น้องสาวเขามักจะส่งข้อความหาด้วยเรื่องเล็กเรื่อง น้อยทุกเรื่อง จี้เหวินซีจึงตั้งค่าโหมดห้ามรบกวนไว้ เพราะรู้สึกรำคาญ
จี้เหวินซีเห็นข้อความหนึ่ง นิ้วที่เลื่อนหน้าจอของเขาหยุดนิ่ง
[พี่ งานประมูลมีการประมูลนวัตกรรมละลายหิมะด้วยนะ ตลก มากเลย ฉันไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อน]
[พี่เดาสิว่าใครซื้อไป พี่หมิงเยวี่ยไงล่ะ]
จี้เหวินซีตกตะลึง นวัตกรรมละลายหิมะงั้นเหรอ?
เขานึกถึงการประชุมที่จัดโดยรัฐบาลครั้งก่อน ผู้เชี่ยวชาญด้าน อุตุนิยมวิทยาเคยพูดไว้ว่า ถึงแม้ดวงอาทิตย์จะปรากฏขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ ควรประมาท สองปีที่ผ่านมา สภาพอากาศเลวร้ายมาก อาจจะมี สภาพอากาศเลวร้ายรูปแบบอื่นเกิดขึ้นอีก
อาจจะเป็นลูกเห็บ พายุหิมะ หรือแม้กระทั่งปรากฏการณ์พระ อาทิตย์เที่ยงคืนก็เป็นไปได้
ถ้าบอกว่าปีหน้าอุณหภูมิจะลดต ่าลง มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไป ไม่ได้
จี้เหวินซีเงยหน้ามองไปยังทิศทางที่เซียวหมิงเยวี่ยเดินจากไป เช่นนั้นเธอเองก็คาดเดาในเรื่องนี้ด้วยหรือ?
จี้เหวินซีกดโทรศัพท์เพื่อต่อสายหาเลขาหาน
“ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ผมหน่อย…”
…
ภายในห้องจัดเลี้ยง จี้ซานซานและเพื่อนของเธอรวมตัวกันเพื่อ พูดคุย ขณะที่ว่านโม่ลี่มีท่าทางกระวนกระวายเล็กน้อย
ว่านโม่ลี่จิบไวน์พลางส่งสายตาให้บาร์เทนเดอร์ที่มุมห้อง แต่เขา ส่ายหน้าตอบกลับ
ว่านโม่ลี่ยิ่งหงุดหงิดและกระสับกระส่ายมากขึ้น ทำไมพี่จี้ถึงยังไม่ ลงมาอีก ถ้าเขาไม่มา แล้วบาร์เทนเดอร์จะวางยาได้ยังไง?
ทันใดนั้น ตำรวจสองสามนายก็เดินเข้ามา
“คุณคือสวีจั่นใช่ไหม? พวกเราสงสัยว่าคุณเกี่ยวข้องกับคดี วางยา เชิญไปกับพวกเราด้วยครับ”
บาร์เทนเดอร์งุนงงขณะถูกจับใส่กุญแจมือ
“คดีวางยาอะไรกัน ผมไม่เข้าใจว่าพวกคุณพูดถึงเรื่องอะไร!”
บาร์เทนเดอร์หันไปมองทางว่านโม่ลี่โดยไม่รู้ตัว เด็กสาวลุกขึ้น ยืนทันที ดูท่าทางสับสน ก่อนที่เธอจะจ้องบาร์เทนเดอร์ด้วยสายตาที่
โหดเหี้ยม จากนั้นเธอแกล้งทำเป็นไม่สนใจ แล้วเอื้อมหยิบของกิน
แต่การหายใจที่ผิดปกติ และสายตาที่เหมือนคนทำผิด เผยให้ เห็นความตึงเครียดในใจของเธอ
“โม่ลี่ เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?” จี้ซานซานถามด้วยความห่วงใย
ว่านโม่ลี่รีบพูดว่า “มะ… ไม่มีอะไร”
บาร์เทนเดอร์ถูกตำรวจพาตัวออกไป ว่านโม่ลี่ยังไม่กล้าเงยหน้า ขึ้นมอง
“ตำรวจมาทำอะไรกันนะ?” ฉียวนเอ๋อร์ถามขึ้น
อู๋ม่านหั่นฟัวกราส์ชิ้นหนึ่งแล้วใส่เข้าปาก “ใครจะรู้ล่ะ ลองถาม คนแถวนี้สิ”
มือของว่านโม่ลี่สั่นเทา จนเผลอทำมีดหล่นลงพื้น
อู๋ม่านเหลือบมองแล้วพูดว่า “แม้แต่มารยาทบนโต๊ะอาหารยังไม่รู้ ไปเรียนรู้จากลูกพี่ลูกน้องของเธอซะนะ”
ว่านโม่ลี่กัดริมฝีปากด้วยความอับอาย ลูกพี่ลูกน้องงั้นเหรอ เธอ ไม่สามารถเปรียบเทียบกับลูกพี่ลูกน้องในเรื่องใดได้เลย ว่านถงมี อะไรดีนักหนา?
ครอบครัวของว่านโม่ลี่ทำธุรกิจเช่นกัน แต่ธุรกิจไม่ใหญ่พอที่จะ ดึงดูดความสนใจของพวกเศรษฐีรุ่นสองเหล่านี้ แม้ว่าครอบครัวของ ว่านโม่ลี่จะไม่ผ่านการรับรอง แต่เธอก็มีลุงที่เป็นรองนายกเทศมนตรี
ดังนั้นพวกเขาจึงยอมรับว่านโม่ลี่อย่างไม่เต็มใจ เพียงเพราะเห็น แก่หน้ารองนายกเทศมนตรีว่าน
ถ้าว่านถงอยู่ที่นี่ คงไม่มีใครกล้าดูถูกว่านโม่ลี่
ว่านโม่ลี่ไม่อยากคุยกับอู๋ม่าน ถ้าบาร์เทนเดอร์ฉลาดพอ เขาคง ไม่บอกเรื่องของเธอ แต่ถ้าบาร์เทนเดอร์บอกเรื่องเธอล่ะ เธอจะทำ อย่างไร?
พี่จี้จะรู้สึกเกลียดเธอไหม?
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ว่านโม่ลี่รู้สึกใจเต้นระส ่า ไม่ ไม่ได้ เธอจะปล่อยให้ พี่จี้เกลียดเธอไม่ได้
ไม่ได้เด็ดขาด!
ว่านโม่ลี่กัดฟันแน่นพลางส่งข้อความหาลุง ไม่มีใครช่วยเธอได้ นอกจากลุงของเธอ เขาเป็นถึงนายกเทศมนตรี ย่อมมีหนทางแน่นอน
…
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้กลับไปที่ห้องโถงงานเลี้ยงอีกต่อไป เธอตรง ไปที่ลิฟต์เพื่อลงไปยังชั้นล่างโดยตรง หลังจากออกจากเมืองบันเทิง เธอก็เข้าไปนั่งในรถ
เธอวางมือบนพวงมาลัย ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง มีความคิดมากมาย ล่องลอยอยู่ในหัว แต่เหมือนกับว่าไม่ได้คิดอะไรเลย
ด้านหนึ่งคือความขัดแย้งที่เกิดจากเหตุการณ์ในห้องสวีทของจี้
เหวินซี อีกด้านหนึ่งคือต้องวางแผนอย่างรอบคอบสำหรับพายุหิมะ สมองของเซียวหมิงเยวี่ยสับสนวุ่นวาย ราวกับจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
“คุณเซียว พร้อมแล้วหรือยังครับ?” มีใครบางคนมาเคาะกระจก รถ
เซียวหมิงเยวี่ยสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เธอโยนความคิดฟุ้งซ่าน ทั้งหมดทิ้งไป เธอไม่ควรเสียสมาธิขณะขับรถ
“พร้อมแล้วค่ะ กำลังจะไป”
จี้เหวินซีบอกว่าจะให้คนไปส่งเธอ ซึ่งก็คือการส่งคนติดตามเธอ ไปจนกว่าเธอจะกลับถึงบ้านที่ชุมชนหวาฮั่น
หลังจากกลับถึงบ้าน เซียวหมิงเยวี่ยทานอาหารง่าย ๆ เพียง เล็กน้อยเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน จากนั้นเธอเข้าไปในพื้นที่มิติและเริ่ม ทำงานในฟาร์ม โดยทุ่มเทให้กับงานตรงหน้า
เมื่อร่างกายอ่อนเพลีย ความคิดฟุ้งซ่านก็จะหมดไป
หลังจากทำงานเสร็จ เซียวหมิงเยวี่ยนอนลงบนพื้นหญ้า โดยวาง ศีรษะบนท้องของฟู่กุ้ย ดวงตาเหม่อมองท้องฟ้าด้านบน ท้องฟ้าในมิติ ส่วนตัวช่างสวยงามเหลือเกิน
“ฟู่กุ้ย แกอยากมีคู่ไหม?”
ฟู่กุ้ยแค่ขยับหางไปมาเบา ๆ
“ถ้ามีเสือโคร่งแสนสวยมาสารภาพรักกับแก แถมเสือตัวนั้นยัง นิสัยดี แกจะรู้สึกยังไง?” เซียวหมิงเยวี่ยถามต่อ
ฟู่กุ้ยเปิดปากหาวอย่างไม่ใส่ใจ ไม่อยากตอบสนองกับคำพูด เจ้านายด้วยซ ้า ปล่อยให้เธอทำความเข้าใจเอง
เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจยาว “ฟู่กุ้ย ถ้าเป็นแก แกจะทำยังไง เหรอ? ฉันเป็นห่วงแกมากนะ”
ฟู่กุ้ยกลอกตา แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย เขาไม่เคยเห็นเสือ ตัวอื่นเลย ไม่ต้องพูดถึงเสือโคร่งแสนสวย แม้แต่เสือโคร่งที่น่าเกลียด ก็ไม่เคยเห็น
เซียวหมิงเยวี่ยเล่นกับหางอวบอ้วนของเจ้าเสือยักษ์ เมื่อคิดว่า พายุหิมะกำลังมาเยือน เธอพลันรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาทันใด ใน ชีวิตก่อน เธอเสียชีวิตในพายุหิมะครั้งนั้น
แค่คิดก็ขนลุกเกรียวแล้ว
ปัจจุบันคือยุควันสิ้นโลก สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องคิดว่าจะเอาชีวิต รอดในโลกนี้ได้อย่างไร
ตอนนี้ความคิดสับสนวุ่นวายจนเกินไป เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดถึง มัน และปล่อยวางดีกว่า
เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นและปัดฝุ่นออกจากก้น ไปขายปลากัน เถอะ!
การขายปลาเพื่อหาเงินนั้นสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการ ปลดล็อกสินค้าใหม่ในร้านค้าปริศนา เธออยากรู้อยากเห็นเป็นอย่าง ยิ่งว่ามันคืออะไรกันแน่
เซียวหมิงเยวี่ยเดินไปที่สระว่ายน ้าและจ้องมองปลาสากครีบแดง ตัวใหญ่ที่สุด
ลูกปลาสากครีบแดงที่เพิ่งเกิดใหม่ไม่ต้องการความคุ้มครองจาก แม่ปลาอีกต่อไป และแม่ปลาตัวนี้ก็มีขนาดใหญ่กว่าตัวที่ขายในงาน ประมูลวันนี้มาก มันพร้อมบรรจุและวางบนชั้นวางเพื่อจำหน่าย
เซียวหมิงเยวี่ยใช้สายวัดวัดความยาวของปลาสากครีบแดง มัน ยาวถึงสองเมตรครึ่ง!
เธอจำได้ว่าในงานประมูลวันนี้ จี้ซานซานซื้อปลาสากครีบแดง ไปด้วยราคาสองร้อยห้าสิบล้าน
ถ้าอย่างนั้นควรตั้งราคาเท่าไหร่ดี ปลาตัวนี้ทั้งใหญ่กว่าและอ้วน กว่า มันได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยน ้าจากลำธาร คุณค่าทางโภชนาการ จึงต้องสูงกว่า
เซียวหมิงเยวี่ยกดปุ่มที่มูนฟาร์ม เพื่อลงขายปลาสากครีบแดง
ชื่อสินค้า: ปลาสากครีบแดงยาวสองเมตรครึ่ง ตัวใหญ่และอวบ อ้วน
ราคา: สามร้อยล้าน
นี่แทบไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นของดีราคาถูก แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า ไม่ใช่เหรอ?
หลังจากลงขายเสร็จ เซียวหมิงเยวี่ยเปิดปากหาว เธอออกจาก มิติเพื่อไปล้างหน้าแปรงฟันและเข้านอน