ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 237 พาครอบครัวไปสมัครงานที่เมืองบันเทิง
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 237 พาครอบครัวไปสมัครงานที่เมืองบันเทิง
“อะไรนะ? ไปสมัครงานที่เมืองบันเทิงเหรอ?”
ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่หันมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ
“หมิงเยวี่ย เมืองบันเทิงคืออะไรหรือ?” ลุงรองก็ถามขึ้นเช่นกัน
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปรอบ ๆ ห้อง เธอเรียกทุกคนในครอบครัวมา ประชุม ตอนนี้ทุกคนจึงรวมตัวกันในห้องนั่งเล่น
เธออธิบายว่า “เมืองบันเทิงเป็นสถานบันเทิงที่สร้างขึ้นใหม่ ทุก คนสามารถคิดว่ามันเหมือนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และยังมี โรงแรมที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อให้คนมีฐานะได้พักอาศัย เมืองบันเทิงได้รับ การสนับสนุนจากกรมเกษตรกรรม และเป็นสถานที่ที่ดีกว่าการปลูก เห็ดของพวกลุงแน่นอน”
“อีกอย่าง เมืองบันเทิงมีสวัสดิการที่ดี ให้ที่พักและอาหารฟรี พนักงานยังได้รับอาหารกลางวัน ซึ่งกรมเกษตรกรรมเป็นผู้จัดหาให้ เมื่อภัยพิบัติสิ้นสุดลง เมืองบันเทิงจะยังคงดำเนินการต่อไป นี่เป็น โอกาสในการทำงานที่ดี มีโอกาสก้าวหน้า และมีโอกาสเลื่อน ตำแหน่งหากทำงานได้ดี มันดีกว่าการหมกมุ่นอยู่กับการปลูกเห็ดที่
บ้านไม่ใช่เหรอคะ?”
เธอไม่แน่ใจว่าเมืองบันเทิงจะยังคงอยู่หรือไม่หลังจากภัยพิบัติ ผ่านพ้นไป แต่เธอต้องพูดแบบนั้น เพื่อโน้มน้าวให้พวกเขาไปทำงาน
สิ้นเสียง เซียวหมิงเยวี่ยหันไปหาลุงใหญ่ “ใช่ไหมคะลุงใหญ่?”
ลืมเรื่องลุงรองไปซะ เขาเป็นชาวนาโดยกำเนิด ขุดดินหาเช้ากิน ค ่ามาทั้งชีวิต และคิดอะไรไม่ซับซ้อน
แต่ลุงใหญ่แตกต่างออกไป เขามีการศึกษาดี มีความ ทะเยอทะยาน พูดเก่ง และเคยทำธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยวิ่งไป รอบ ๆ พร้อมกระเป๋าเงิน เขาคงไม่เต็มใจที่จะปลูกเห็ดไปตลอดชีวิต
แน่นอนว่าเมื่อได้ฟังคำพูดเซียวหมิงเยวี่ย ลุงใหญ่ก็เริ่มสนใจ
“หลานพูดมีเหตุผลนะ ถ้ามองในแง่ของการพัฒนาในระยะยาว นี่
เป็นโอกาสในการทำงานที่ดีมาก!”
“จริงด้วยนะ”
ป้าสะใภ้ใหญ่เริ่มสนใจเช่นกัน เธอรู้ว่าการทำงานในเมืองบันเทิง นั้นดีแค่ไหน ค่าจ้างจะต้องสูงกว่าแม่ครัวแน่นอน แถมยังได้พบปะกับ ผู้คนที่มีฐานะ และสภาพแวดล้อมการทำงานก็ดีกว่าอีกด้วย
“แล้วเราจะไปกันเมื่อไหร่เหรอ?”
ดวงตาเจี่ยงย่วนเปล่งประกาย งานแบบนี้แทบจะไม่ต่างอะไรกับ การได้เงินที่ตกมาจากบนฟ้า
“แล้วเห็ดของเราจะทำยังไง? แล้วงานของฉันกับพี่สะใภ้ล่ะ ยังให้ ทำต่อไหม?” ป้าสะใภ้รองถามเสียงเบา
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “การสัมภาษณ์จะจัดขึ้นในช่วง บ่ายของวันมะรืนนี้ พวกคุณไปลองก่อน ยังไม่แน่ว่าจะผ่านสัมภาษณ์ นะ รอให้ผ่านสัมภาษณ์ก่อนดีกว่า หลายคนแย่งชิงโอกาสการทำงาน ในเมืองบันเทิง โดยทั่วไปแล้วไม่รับสมัครจากภายนอก พวกพนักงาน ล้วนแต่ใช้เส้นสายกันภายในทั้งนั้น”
หลังรับฟัง คุณตามองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยสายตาที่ซับซ้อน แล้ว เธอช่วยให้ครอบครัวได้รับโอกาสในการสัมภาษณ์งานได้อย่างไร?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ คุณตารู้สึกผิดมากขึ้น กลัวว่าคนในครอบครัว จะฉุดรั้งเธอไว้ เพราะหมิงเยวี่ยใจดีมากเกินไป
คุณตาเคาะไม้เท้าลงบนพื้นและพูดด้วยน ้าเสียงหนักแน่นว่า
“ทั้งครอบครัวพี่ใหญ่กับพี่รองควรไปด้วยกัน ตอนนี้ลี่เจียวโตเป็น ผู้ใหญ่แล้ว ให้เธอไปด้วย ครอบครัวย่วนจื่อก็ไปด้วยกัน ไปกันทั้งคู่ นั่นแหละ แล้วให้จื่อจื่ออยู่กับเราที่นี่ก่อน พวกเราคนเฒ่าจะดูแล หลานตัวน้อยให้เอง”
เจี่ยงลี่เจียวพยักหน้ารับ เธอไม่มีความคิดเห็นอะไร เธออยู่บ้าน เฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย ถ้ามีโอกาสได้ไปทำงานที่เมืองบันเทิงจริง ๆ เธอจะดีใจมาก
มนุษย์ต้องการรู้สึกมีคุณค่า เธอไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ เป็นคนไร้ ประโยชน์
ภรรยาของเจี่ยงย่วนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นพูดด้วยรอยยิ้ม
“ดีค่ะ หนูอยู่บ้านเลี้ยงลูกทุกวัน อยากออกไปทำงานมานานแล้ว”
คุณตากวาดสายตามองทุกคน “โอกาสดี ๆ แบบนี้ เซียวหมิง เยวี่ยเป็นคนหามาให้พวกแก เธอคิดถึงอนาคตของคนในครอบครัว จริง ๆ พวกแกอย่าคิดจะไปสัมภาษณ์เล่น ๆ แล้วไปเตรียมตัวให้ดี แต่ ละบ้านก็ดูแลตัวเองให้ดีด้วย อย่าไปเลียนแบบพวกขี้แพ้ที่คิดจะพึ่งพา คนอื่นไปวัน ๆ”
เมื่อคุณตาพูดจบ ทุกคนก็พากันเห็นด้วย
“แน่นอนครับ”
“รับทราบแล้วค่ะ”
“เราจะเตรียมตัวให้ดี”
“หมิงเยวี่ยคือดาวนำโชคของครอบครัวเราจริง ๆ”
ลุงใหญ่ตื่นเต้นจนแทบอดรนทนไม่ไหว เขายิ้มกว้างพลางเริ่ม จินตนาการถึงอนาคตของตัวเอง
เจี่ยงจ้วงยกมือขึ้น “พี่ครับ แล้วผมล่ะ? ผมก็อยากทำงาน เหมือนกัน”
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังกินเมล็ดทานตะวัน “เธออยู่บ้านดูแลหลาน ไปนั่นแหละ เรื่องจื่อจื่อคงต้องฝากเธอแล้ว”
เจี่ยงจ้วงเบ้ปาก ตอบรับอย่างไม่เต็มใจ ปากของเขาแทบจะแขวน ขวดน ้ามันสองเหลี่ยง
เจี่ยงย่วนหัวเราะพลางลูบหัวเจี่ยงจ้วงและพูดว่า
“นี่เป็นงานที่สำคัญมาก สู้ ๆ นะ”
เจี่ยงลี่เจียวหันไปหาเซียวหมิงเยวี่ย “พี่คะ แล้วพี่ล่ะ? พี่จะไป ทำงานที่เมืองบันเทิงด้วยกันหรือเปล่า?”
เมื่อเจี่ยงลี่เจียวพูดจบ สายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่เซียวหมิง เยวี่ย จริงด้วย เซียวหมิงเยวี่ยเองก็ไม่มีงานทำนี่
“ฉันเหรอ? ฉันจะทำอะไรได้บ้างล่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยไม่เคยคิดถึง เรื่องนี้เลย
เจี่ยงลี่เจียวพูดต่อ “พี่คะ พี่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำเลยนะ เก่ง กว่าพวกเราเยอะ ในเมื่อพี่หาคนช่วยให้พวกเราได้โอกาสสัมภาษณ์ งาน พี่เองก็มาทำด้วยกันสิ! ด้วยวุฒิการศึกษาของพี่ ยังไงก็ต้องได้ งานออฟฟิศ อย่างพวก พนักงานธุรการ เลขานุการ อะไรทำนองนั้น”
“ใช่ ๆ ๆ” เจี่ยงย่วนเห็นด้วย
ลุงใหญ่ยังพูดขึ้นว่า “เกือบลืมไปเลย หมิงเยวี่ยของเราเรียนเก่ง มาก อย่าปล่อยให้เสียของสิ”
เซียวหมิงเยวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง “นั่นก็จริงอยู่”
ตอนเธออยู่ช่วงภาคเรียนที่สองของปีสุดท้าย ตอนนั้นอุณหภูมิ เริ่มสูงขึ้น เธอทุ่มเทให้กับการซื้อของมาตุนจนไม่มีเวลาไปทำธุระต่าง
ๆ ในมหาวิทยาลัย แม้แต่ใบรับรองการจบการศึกษาเธอก็ยังไม่ได้ไป รับ
ภายใต้สายตาที่คาดหวังของทุกคน เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างลังเล
“แต่ว่า ฉันไม่อยากทำงานนี่นา”
เธอก็แค่อยากกินของอร่อยทุกวี่วัน และนอนขี้เกียจอยู่บ้าน
งานในฟาร์มนั้นเพียงพอที่จะทำให้เธอยุ่ง เธอชอบอิสระและไม่ ชอบถูกจำกัดด้วยเวลาเข้างาน
คุณยายที่นั่งเงียบอยู่ด้านข้างพลันระเบิดเสียงหัวเราะ “ไม่อยาก ไปก็ไม่ต้องไป หมิงเยวี่ยกับจื่อจื่ออยู่บ้านด้วยกันนี่แหละ”
เซียวหมิงเยวี่ยลูบแก้มจื่อจื่อ พวกเราเป็นทีมเดียวกันแล้วนะ
เมื่อได้ยินคุณยายพูดแบบนั้น ทุกคนก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
“งั้นเรากลับบ้านไปเตรียมตัวกันเถอะ สมัยก่อนฉันเคยเป็นคน สัมภาษณ์คนอื่น แต่ตอนนี้ถึงคราวฉันถูกสัมภาษณ์บ้าง รู้สึกตื่นเต้น แปลก ๆ” ลุงใหญ่พูด
“เขาสัมภาษณ์กันยังไงนะ ผมไม่เคยถูกสัมภาษณ์เลย” ลุงรอง รู้สึกกังวล
ลุงใหญ่ยืดเส้นยืดสาย “กลับไปแล้วฉันจะสอนพวกนายเอง เรื่อง แค่นี้กังวลอะไรกัน?”
เมื่อพวกเขาจากไป ห้องนั่งเล่นตระกูลเซียวก็เงียบสงัดลงในทันที
“หมิงเยวี่ย ขอบคุณที่ลำบากนะ” คุณตาพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
เซียวหมิงเยวี่ยนอนราบกับโซฟา “เรื่องเล็กน้อยค่ะ แต่ก็แอบ อยากกินไก่ทอดอยู่นิด ๆ”
คุณตายิ้มอย่างใจดี “เอาล่ะ เดี๋ยวตาไปทำให้หลานกินเอง!”
…
ขณะที่เซียวหมิงเยวี่ยกำลังรอไก่ทอด เธอเห็นลูกค้าสอบถาม เกี่ยวกับสินค้าของมูนฟาร์ม
[หยวน : เป็นปลาสากครีบแดงยาวสองเมตรครึ่งจริง ๆ เหรอ?]
[มูนฟาร์ม : รับรองว่าเป็นปลาของจริง และเป็นปลาตัวเมีย ร้าน ของเรามีชื่อเสียงดีมาโดยตลอด]
[หยวน : ฉันซื้อของจากร้านคุณบ่อย ๆ ฉันรู้]
วินาทีต่อมา ผู้ใช้ชื่อหยวนได้สั่งซื้อปลาสากครีบแดง
เมื่อเห็นการแจ้งเตือน เซียวหมิงเยวี่ยก็ลุกพรวดขึ้นทันที และ แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง สามร้อยล้าน ใช่แล้ว ราคาสามร้อย ล้าน นี่จ่ายเงินง่ายดายขนาดนี้เลยเหรอ?
แถมเพิ่งลงประกาศขายไม่ถึงวันด้วยซ ้า
ปลาสากครีบแดงนี่มันสุดยอดจริง ๆ!
เธอรีบกลับไปที่ห้องของตัวเอง และเข้าไปในมิติส่วนตัวทันที จากนั้นใช้พลั่วทุบปลาสากครีบแดงให้สลบ แพ็คสินค้าเพื่อจัดส่ง กล่องส่งของของมูนฟาร์มจะเปลี่ยนขนาดตามขนาดของสินค้า ดังนั้นกล่องนี้จึงยาวเกือบสามเมตร
เซียวหมิงเยวี่ยใจดีมาก เธอแถมปลาไนสด ๆ ตัวเขื่องไปอีกสิบ ตัว
จากนั้นกดปุ่มส่งสินค้าด้วยใจเต้นรัว และมือสั่นเทา
เซียวหมิงเยวี่ยรอคอยที่จะแลกเงินสามร้อยล้านเป็นเหรียญ ปริศนาแทบไม่ไหวแล้ว
เสียงระบบที่ห่างหายไปนานกลับมาดังขึ้นอีกครั้ง
[ขอแสดงความยินดีกับนายท่าน สินทรัพย์ของคุณมีมากกว่า 300,000 เหรียญปริศนา จึงทำให้มีสินค้าใหม่วางจำหน่ายในร้านค้า ปริศนา ขอให้สนุกกับการช้อปปิ้ง!]