ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 238 สินค้าใหม่ในร้านค้าปริศนา
เซียวหมิงเยวี่ยเปิดร้านค้าปริศนา และพบว่ามีสินค้าใหม่ปลดล็ อกถึงเจ็ดชิ้น
หญิงสาวถึงกับอ้าปากค้าง เยอะขนาดนี้เลยเหรอ? เธอมองดู สินค้าจนตาลาย
สินค้าชิ้นแรก : ยาบำรุงผิวเสริมความงาม
รายละเอียดสินค้าบอกว่ามันสามารถเปลี่ยนคุณให้กลายเป็น สาวงามไร้ที่ติ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง งามล่มเมือง รอยยิ้มหวานจับใจคน
เซียวหมิงเยวี่ยส่งเสียงจิ๊ด้วยความรังเกียจ สิ่งนี้ไร้ประโยชน์ชะมัด
เธอให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งมากกว่าความสวยงาม เพราะถ้าไม่มีความสามารถในการปกป้องตัวเอง ความสวยก็ กลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ และอาจนำมาซึ่งภัยอันตรายมากกว่า
พูดถึงเรื่องนี้ หน้าตาเธอก็พอไปวัดไปวาได้ ถึงจะดูหลงตัวเองนิด หน่อยก็ตาม
ไม่สำคัญว่าหน้าตาเซียวหมิงเยวี่ยจะสวยแค่ไหน แต่สิ่งของไร้ สาระนี้ทำไมถึงราคาตั้งสามหมื่นเหรียญปริศนา แพงกว่ายายืดขา ถลึงตาตั้งหนึ่งหมื่น มันยอดเยี่ยมขนาดนั้นเลยหรือไง?
เมื่อเทียบกับยาบำรุงผิวเสริมความงามแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยต้อง การยายืดขาถลึงตามากกว่า แต่น่าเสียดายที่มันไม่มีจำหน่ายแล้ว
ชิ้นต่อไป
สินค้าชิ้นที่สองชื่อดูธรรมดา ๆ ว่าพื้นที่เพาะปลูกมหัศจรรย์ แต่ ราคาไม่ธรรมดาเลย มันราคาสูงถึงสองแสนเหรียญปริศนา
แพงมากจริง ๆ
ในรายละเอียดมีแค่ประโยคเดียวว่า : มันเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่มี ความมหัศจรรย์
เซียวหมิงเยวี่ยคิดและพิจารณา แล้วจึงตัดสินใจคลิกเพื่อซื้อ
มันจะน่าทึ่งขนาดไหนกันนะ? เธอต้องเห็นมันด้วยตาตัวเองถึงจะ คลายความสงสัย
[ขอแสดงความยินดีกับนายท่าน สำหรับการซื้อพื้นที่เพาะปลูก มหัศจรรย์ได้สำเร็จ]
หลังจากสิ้นเสียงสังเคราะห์ของระบบ เสียงคำรามดังกึกก้องไป ทั่วบริเวณ พื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นข้าง ๆ สวนผลไม้
พื้นที่มิติขยายใหญ่ขึ้น และมีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นอีก
แสงสีทองค่อย ๆ จางหายไป เซียวหมิงเยวี่ยวิ่งไปที่พื้นที่
เพาะปลูกแห่งใหม่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ผืนดินกว้างใหญ่ไพศาล ต้นไม้ปลายแปลงดูเล็กลงไปถนัดตา มันแบ่งเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งเป็นทุ่งข้าวสาลี อีกครึ่งเป็นทุ่งนา
ไม่ว่าจะเป็นทุ่งข้าวสาลีหรือนาข้าว พวกมันล้วนโตเต็มที่จนมีสี เหลืองอร่าม เมล็ดข้าวอุดมสมบูรณ์ ดูเหมือนว่าจะสุกแก่พร้อมเก็บ เกี่ยวแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยเกิดอารมณ์หลากหลายในใจ เธอทั้งรู้สึกทั้งดีใจ และกังวลในเวลาเดียวกัน
มันเป็นข้าวสาลีและข้าวเปลือก
ที่เธอไม่เคยปลูกข้าวสาลีและข้าวในพื้นที่มิติ ก็เพราะว่าการเก็บ เกี่ยวนั้นทำได้ยากลำบาก ยังมีขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย เช่น การขัดสี และการตีข้าว จำเป็นต้องซื้อเครื่องจักรหลายเครื่อง จึงจะแปรรูปเป็น แป้งและข้าวสารได้
เธอขี้เกียจเกินกว่าจะทำสิ่งเหล่านั้น จึงปลูกมันฝรั่งและมันเทศซึ่ง มีคาร์โบไฮเดรตเหมือนกัน แถมยังช่วยประหยัดเวลา ที่สำคัญ เธอ ซื้ออาหารเก็บตุนไว้ค่อนข้างเยอะก่อนวันสิ้นโลก หากกินประหยัด ๆ ก็พอไหว
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังมองดูพื้นที่เพาะปลูกมหัศจรรย์ จู่ ๆ แผง ควบคุมเรืองแสงก็ลอยขึ้นเหนือพื้นดิน
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอจึงเดินเข้าไปใกล้ และก็ต้องตก ตะลึง แผงควบคุมแบ่งออกเป็นสองส่วน ซึ่งควบคุมพื้นที่เพาะปลูกแต่ ละฝั่ง
เซียวหมิงเยวี่ยลองใช้โมดูลทุ่งนา คลิกที่ปุ่มเก็บเกี่ยว จากนั้นทุ่ง นาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาก็ราวกับถูกเคียวขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็น ตัดผ่านต้นข้าวพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะมีแสงสีขาวสว่างวาบ ทุ่งนา กว้างใหญ่พลันกลายเป็นกองข้าวสารขนาดใหญ่ วางเรียงกันอย่าง เป็นระเบียบในยุ้งฉางข้างทุ่งนา
หญิงสาวเดินไปดู ยุ้งฉางเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของข้าว เมล็ดข้าว เต่งตึง มันผ่านกระบวนการขัดสีแล้ว และพร้อมที่จะนำไปขายได้ทันที
เธอเดินกลับไปที่แผงควบคุม แล้วคลิกที่ปุ่มปลูก ดินในทุ่งนาที่
เคยว่างเปล่าพลิกกลับพร้อมแสงระยิบระยับ น ้าไหลซึมออกมาจากใต้ ดิน และต้นกล้าข้าวก็ค่อย ๆ งอกออกมาจากพื้นดิน
ต้นกล้าเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าผักที่ปลูกในมิติ คาดว่า อีกไม่นาน ข้าวชุดต่อไปก็จะสุกพร้อมเก็บเกี่ยว
เซียวหมิงเยวี่ยค่อย ๆ ยกยิ้มมุมปาก ปรากฏว่านี่คือความ มหัศจรรย์ของ ‘พื้นที่เพาะปลูกมหัศจรรย์’ เธอรู้สึกพึงพอใจกับมัน มาก
พื้นที่เพาะปลูกสุดอัจฉริยะ เธอไม่ต้องลงมือทำอะไรเองเลย
อาหารเป็นกำลังสำคัญในการผลิต และยังสามารถขายเพื่อหา รายได้อีกด้วย เพียงไม่นานก็คงจะสามารถคืนทุน
สองแสนเหรียญปริศนาที่ใช้ไปนั้นคุ้มค่า
เซียวหมิงเยวี่ยเก็บเกี่ยวทุ่งข้าวสาลีด้วยวิธีเดียวกัน ยุ้งฉางข้าง ทุ่งข้าวสาลีพลันเต็มไปด้วยแป้งสาลี ต้นกล้าข้าวสาลีที่เพิ่งขึ้นมาเป็น สีเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา และเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
เซียวหมิงเยวี่ยเปิดร้านมูนฟาร์ม วางขายข้าวสารและแป้ง รายการข้าวสารชื่อว่าข้าวสารมหัศจรรย์ ส่วนแป้งนั้นชื่อว่าแป้ง มหัศจรรย์
เนื่องจากข้าวสารและแป้งแต่ละถุงมีน ้าหนัก 50 ชั่ง ซึ่งถือว่า ไม่ใช่น ้าหนักน้อย ๆ ดังนั้นเซียวหมิงเยวี่ยจึงตั้งราคาไว้ค่อนข้างสูง
ราคาต่อถุง : 800,000
หลังจากวางขายข้าวสารและแป้ง เซียวหมิงเยวี่ยก็เปิดร้านค้า ปริศนาอีกครั้ง เพื่อดูว่าสินค้าชิ้นต่อไปคืออะไร
สินค้าต่อไปมีชื่อสั้น ๆ ว่า : แฟลช
เซียวหมิงเยวี่ยเคยเห็นอะไรมาเยอะในพื้นที่มิติ แต่เมื่อเห็นคำนี้ เธอถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ
ฟะ… แฟลชเหรอ?
แฟลชไปไหน?
คุณสมบัตินั้นเขียนตรงไปตรงมา: สามารถแฟลชได้
[ขอแสดงความยินดีกับนายท่าน คุณได้ซื้อแฟลชเป็นที่เรียบร้อย ขอแจ้งเตือนอย่างเป็นมิตรว่า : แฟลชสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว เท่านั้น] เสียงสังเคราะห์ของระบบดังขึ้น
แต่ราคาก็ไม่แพง เพียงหนึ่งหมื่นเหรียญปริศนาเท่านั้น
เซียวหมิงเยวี่ยกดซื้อมันโดยไม่ลังเล คาดเดาว่าน่าจะเหมือนกับ แฟลชในเกม ซึ่งสามารถเทเลพอร์ตไปยังที่อื่นได้
เธอซื้อของไปแค่สองอย่าง และใช้เงินไปแล้วสองแสนหนึ่งหมื่น เหรียญปริศนา เงินช่างหมดเร็วเหลือเกิน ตอนนี้ยังเหลืออีกเก้าหมื่น ลองดูสิว่าเพียงพอจะซื้ออะไรได้อีกไหม
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูไปเรื่อย ๆ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่กำไล หยกป้องกัน กำไลหยกนี้ราคาห้าหมื่น ซึ่งราคาไม่ถูกเลย
คำอธิบายสั้น ๆ ว่า: ใช้ป้องกัน
เซียวหมิงเยวี่ยคลิกเพื่อซื้อ เมื่อซื้อเสร็จแล้ว กำไลหยกก็ตกลง มาบนมือเธอ เธอนำมันขึ้นมาพิจารณาดูอย่างละเอียด
ภายใต้แสงแดด กำไลหยกมีเนื้อใส เกลี้ยงเกลา ละเอียดอ่อน ปราศจากสิ่งเจือปนใด ๆ และยังมีประกายเงางามเล็กน้อย
เซียวหมิงเยวี่ยสวมมันไว้ที่ข้อมือซ้าย เนื้อสัมผัสเย็นสบาย ให้ ความรู้สึกอ่อนโยน
ในเมื่อมีสรรพคุณป้องกันตัว ก็ใส่ไว้เถอะ แถมหยกยังสามารถ หล่อเลี้ยงพลังในร่างกายได้อีกด้วย
สินค้าอื่นที่เหลืออยู่ล้วนมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่หนึ่งหมื่นหรือสองหมื่น เซียวหมิงเยวี่ยไม่ค่อยสนใจ พวกมันเป็นของไร้สาระคล้ายกับยาบำรุง ผิวเสริมความงาม
ทั้งยากินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ยาปลูกผมแสนวิเศษ ยาที่เปลี่ยน ผู้ชายขี้เหร่ให้กลายเป็นหนุ่มหล่อ พวกมันล้วนไร้ประโยชน์ทั้งนั้น
เซียวหมิงเยวี่ยไม่คิดสนใจของพวกนี้เลย
…
เซียวหมิงเยวี่ยออกมาจากห้องนอน ไก่ทอดสูตรของคุณตาที่
วางอยู่บนโต๊ะส่งกลิ่นหอมรัญจวนใจ
เธอหยิบน่องไก่ขึ้นมากัดคำหนึ่ง “อร่อยจัง”
คุณตาเช็ดมือ แล้วเดินมานั่งลงด้านข้างเซียวหมิงเยวี่ยพร้อม ถามว่า
“หมิงเยวี่ย เมืองบันเทิงที่หลานพูดถึง ถ้าครอบครัวลุงใหญ่กับลุง สองไปทำงานที่เมืองบันเทิง พวกเขาต้องนอนที่หอพักใช่ไหม แล้ว พวกเราล่ะ เราจะยังอยู่ในชุมชนหรือเปล่า?”
เซียวหมิงเยวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไว้ค่อยตัดสินใจเมื่อถึงตอนนั้นก็ ได้ค่ะ”
แน่นอนว่าพวกเธอต้องย้ายไปอยู่ที่เมืองบันเทิงด้วย แต่เธอไม่ สามารถบอกคนในครอบครัวเกี่ยวกับพายุหิมะที่กำลังจะมาถึง ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะคิดว่าเธอเป็นปีศาจมาร ไว้หาเหตุผลสำหรับ ย้ายไปทีหลังก็แล้วกัน
คุณตาเงียบอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็พูดสิ่งที่อยู่ในใจ
“ไม่อย่างนั้นตาจะไปสมัครงานด้วย หางานอะไรทำก็ได้ หรือเป็น งานทำความสะอาดก็ไม่เกี่ยง มันถือเป็นงานที่สุจริต ร่างกายตา แข็งแรงดี ถ้าช่วยงานครอบครัวได้ก็อยากช่วย ดีกว่านั่งอยู่บ้านเฉย ๆ หลานคิดว่ายังไง?”
คุณยายได้ยินจึงรีบวิ่งเข้ามาทันที “อะไร คุณจะไปทำงานเหรอ?”
“ไม่ต้องยุ่งน่า ฉันกำลังปรึกษากับหมิงเยวี่ยอยู่ เธอไม่เข้าใจ หรอก” คุณตาไม่อยากให้คุณยายมาวุ่นวาย
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วตอบกลับเสียงเบา
“คุณตาคะ คุณตาอายุมากแล้ว อยู่บ้านพักผ่อนก็พอค่ะ อย่าไป ทำงานเลย ครอบครัวเราดูแลคุณตาได้สบาย ๆ”
และที่สำคัญ คุณตาคือผู้มีพระคุณต่อครอบครัวมากที่สุด ถ้าไม่ มีคุณตา ครอบครัวเธอคงไม่มีวันได้ใช้ชีวิตสุขสบายเหมือนตอนนี้
อย่าลืมว่า เกมจิ๊กซอว์อันนั้นคุณตามอบให้เธอ ด้วยเกมจิ๊กซอว์ นั่นแหละที่พาเซียวหมิงเยวี่ยเข้าสู่มิติลึกลับ และนำพาชีวิตที่ดีงาม เช่นนี้มาให้
ดังนั้นคุณตาสมควรได้รับความสุขสบายทุกอย่างเท่าที่จะเป็นไป ได้
การที่เซียวหมิงเยวี่ยใจดีกับลุงใหญ่ ลุงรอง และคุณน้า ส่วนหนึ่ง ก็เป็นเพราะเธอรำลึกถึงคุณความดีของคุณตา
คุณยายพยักหน้า “หมิงเยวี่ยพูดถูกนะ คุณลืมไปแล้วหรือตัวเอง ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ยังไง? ถ้าลื่นล้มจนสมองเลอะเลือนขึ้นมา อีกจะทำยังไง? ฉันไม่อยากมาคอยดูแลคุณทุกฝีก้าวแล้วนะ อายุปูน นี้แล้วยังดื้อด้านอยู่อีก อยู่บ้านคอยช่วยฉันทำอาหารก็พอแล้ว”
คุณตาไม่ค่อยพอใจ “เธอจะไปรู้อะไร ฉันร่างกายแข็งแรงดี ให้ ทำงานอะไรก็ได้ ถ้าไม่ได้ทำงานบ้างเดี๋ยวจะเป็นง่อยซะก่อน”
“ไม่ได้ค่ะ คุณตาอยู่บ้านพักผ่อนอย่างสบายใจเถอะ นั่นถือว่า ช่วยครอบครัวแล้ว” เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยน ้าเสียงที่แน่วแน่
คุณตามองเซียวหมิงเยวี่ย สีหน้าของเขาดูซับซ้อน เขาถอน หายใจยาวแล้วพูดว่า “เด็กคนนี้…”
คุณตาไม่สามารถต้านทานหลานสาวได้ จึงไม่ได้พูดอะไรอีก ต่อไป
เซียวหมิงเยวี่ยรู้ดีว่าคุณตาอยากทำงานช่วยเหลือครอบครัว แต่ เธอไม่เห็นด้วย การที่เขาซื้อเกมจิ๊กซอว์เป็นของขวัญให้เธอในตอน นั้นถือว่าเป็นการช่วยเหลืออย่างมากแล้ว