ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 239 ว่านโม่ลี่ถูกเปิดโปง
“พี่รอง พี่ช่วยโม่ลี่ด้วยเถอะ เธอยังเด็กอยู่เลย ถ้าต้องเข้าคุกเข้า ตาราง ชีวิตที่เหลือของเธอต้องพังทลายแน่!”
ชายวัยกลางคนร้อนรนราวกับมดบนกระทะร้อน เขาคือว่าน เทียนชิ่งผู้เป็นบิดาของว่านโม่ลี่ ข้าง ๆ กันนั้นว่านโม่ลี่กำลังน ้าร้องไห้ ตาไหลอาบแก้ม ใบหน้าเล็กของเธอเต็มไปด้วยรอยคราบน ้าตา
ว่านเจี้ยนกั๋วยืนเอามือไพล่หลังและพูดสีหน้าเรียบเฉย “ต้องการ ให้ฉันช่วยยังไง?”
ว่านเทียนชิ่งเห็นว่ามีโอกาส จึงรีบพูดว่า
“พี่เป็นถึงรองนายกเทศมนตรีไม่ใช่เหรอ พี่ไปหาคุณชายแซ่จี้
คนนั้นแล้วขอให้เขาถอนฟ้อง แค่ประโยคเดียวเท่านั้น เขาต้องยอม ทำตามที่พี่ขอแน่”
ว่านเจี้ยนกั๋วจ้องเขม็งพูดด้วยความโกรธ
“ไอ้เวรเอ๊ย! แกคิดว่าฉันว่านเจี้ยนกั๋วคนนี้เป็นใคร? ตลอดหลาย ปีที่ผ่านมา ฉันทำแต่สิ่งดี ๆ ทำงานหนักเพื่อชาติและประชาชน ไม่ เคยบ่นสักคำ แต่แกกลับให้ฉันใช้อำนาจเอาเปรียบคนอื่นเนี่ยนะ? แก กำลังดูถูกฉันชัด ๆ ฉันไม่มีน้องแบบแก ไปให้พ้นหน้าซะ!”
ว่านเทียนชิ่งตะลึงงัน ขณะที่ว่านโม่ลี่ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว
“คุณลุงคะ แล้วหนูจะทำยังไง หนูไม่ได้ตั้งใจ ลุงช่วยหนูด้วยเถอะ นะคะ” ว่านโม่ลี่พูดพลางสะอึกสะอื้น
ว่านเจี้ยนกั๋วหลับตาลงครู่หนึ่ง
“โม่ลี่ สมัยก่อนพ่อแม่หลานยุ่งอยู่กับการทำธุรกิจ แทบพูดได้ว่า หลานเติบโตมาในครอบครัวลุง ลุงรักหลานเหมือนกับลูกสาวแท้ ๆ เวลาซื้อของให้ถงถง ก็จะซื้อให้หลานด้วย แต่เรื่องนี้ หลานทำอะไรลง ไป?”
“แค่เพื่อ… แค่เพื่อผู้ชายคนหนึ่ง หลานถึงกับวางยาเขา! เรื่องต ่า ช้าแบบนี้ หลานทำให้ลุงผิดหวังมากจริง ๆ”
ว่านเจี้ยนกั๋วรู้สึกผิดหวังในตัวหลานสาวอย่างยิ่ง
ว่านโม่ลี่ร้องไห้หนักขึ้น “ไม่นะคุณลุง ช่วยหนูด้วยเถอะ ได้โปรด ล่ะค่ะ คุณลุงรักหนูมากที่สุดไม่ใช่เหรอ หนูไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ หนูโดน หลอกมาเหมือนกัน มีคนต้องการใส่ร้ายหนู คุณลุงคะ หนูไม่อยาก ติดคุก”
ว่านเทียนชิ่งร้อนใจจนนั่งไม่ติด “พี่ครับ พี่จะทนดูหลานสาวไป ติดคุกจริง ๆ หรือ? พี่จะเลือดเย็นแบบนี้ไม่ได้นะ พี่ยังเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของผมหรือเปล่า?”
แม่ของว่านโม่ลี่เช็ดน ้าตาพลางพูดด้วยความเสียใจ
“พี่รองคะ พวกเราไม่ได้ขอให้พี่ช่วยอะไรมาก แค่ขอให้พี่
ช่วยชีวิตโม่ลี่ในครั้งนี้ พวกเราสองผัวเมียจะขอบคุณพี่ไปชั่วชีวิตเลย ค่ะ”
ว่านเทียนชิ่งกัดฟันกรอด “เมื่อก่อนเราขอให้พี่ทำบางอย่างให้ เพื่อช่วยให้เราดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น แต่พี่ไม่เต็มใจช่วย! ตอนนี้ลูกสาวของผมกำลังจะตาย แต่พี่ก็ยังไม่เต็มใจจะช่วยเธอ เหมือนกัน!
ว่านเจี้ยนกั๋ว ผู้สูงส่งและทรงอำนาจ ช่างเป็นผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่ พี่สร้างชื่อให้ตัวเองด้วยการเหยียบกระดูกของครอบครัว ขนาดพี่เอง ยังทำเรื่องต ่าช้าแบบนี้ได้เลย!”
“แก!” ว่านเจี้ยนกั๋วโกรธเกรี้ยวจนพูดไม่ออก
“อาสี่ ความสามารถในการบิดเบือนความจริงของคุณยอดเยี่ยม ขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะคะ”
เสียงอันเย็นเยือกของหญิงสาวดังขึ้น ก่อนที่ผู้หญิงสวมกางเกง ขายาวลายพรางทหารและรองเท้าบูตจะเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอมี ผมสั้นเรียบร้อย ดูเท่และน่าเกรงขาม
“ถงถง ลูกกลับมาทำไมเหรอ?” ว่านเจี้ยนกั๋วรู้สึกประหลาดใจ มาก
ว่านถงนั่งลงบนโซฟา “ถ้าหนูไม่กลับมา รองนายกเทศมนตรี ว่านคงจะโกรธมากแน่ ๆ”
สีหน้าของว่านเจี้ยนกั๋วผ่อนคลายลงมาก ความอบอุ่นหลั่งไหล เข้ามาในหัวใจ
“พี่สาวคะ ฉันกลัว ฉันไม่อยากเข้าคุก พี่ช่วยฉันหน่อยได้ไหม?” ว่านโม่ลี่พูดด้วยเสียงสั่นเครือ
ว่านถงมองเธอด้วยสายตาเย็นชา “เธอกลัวงั้นเหรอ? เธอทำเรื่อง น่าละอายขนาดนี้ ยังกลัวอีกเหรอ? ว่านโม่ลี่ เธอเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ งั้นก็รับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำสิ เรื่องแค่นี้ยังไม่เข้าใจอีกหรือไง?”
“ฉันไม่ได้…”
ว่านโม่ลี่กัดฟันแน่นด้วยความอับอาย แววตาแฝงไปด้วยความ เกลียดชัง
“ถงถง หลานกำลังพูดถึงเรื่องอะไร โม่ลี่เป็นน้องสาวของเธอเอง นะ” ว่านเทียนชิ่งพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ
ว่านถงเอนตัวพิงพนักโซฟา “อาสี่ อาสะใภ้สี่ ครอบครัวคุณช่าง มีวินัยอบรมสั่งสอนดีเหลือเกิน ถึงสามารถเลี้ยงลูกสาวให้กลายเป็น คนน่าอับอายขนาดนี้ แทนที่จะคิดวิธีแก้ไขต้นไม้ที่คดเคี้ยว แต่พวก คุณยังคาดหวังให้พ่อของฉันมาคอยตามล้างตามเช็ดให้อีกเหรอ?”
“เชิญออกไปค่ะ พวกคุณทำให้ชื่อเสียงตระกูลว่านของเรา เสียหายหมด ถ้าพวกคุณกล้าเอาชื่อของพ่อฉันไปอ้างเพื่อทำเรื่อง เลวร้ายอีก อย่ากล่าวโทษฉันที่ต้องโหดเหี้ยม พ่อของฉันทุ่มเท
ทำงานหนักมาทั้งชีวิต ฉันว่านถงจะไม่ยอมให้พวกคุณมาทำลาย ชื่อเสียงของเขาเด็ดขาด”
ว่านถงพูดด้วยน ้าเสียงหนักแน่น ใบหน้าของว่านเทียนชิ่งและ ภรรยาดูน่าเกลียดมาก แต่พวกเขาไม่กล้าพูดอะไร
ว่านถงเป็นคนอารมณ์ร้อนมาตั้งแต่เด็ก ชอบทะเลาะวิวาท บวก กับการฝึกฝนอย่างหนักในค่ายทหาร ทำให้เธอมีอารมณ์ฉุนเฉียว มาก ในตระกูลว่านไม่มีใครกล้าต่อต้านเธอเลย
ว่านโม่ลี่จ้องมองว่านถงด้วยความเคืองขุ่น ก่อนจะร้องไห้สะอึก สะอื้น
“พี่คะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันแค่ชอบพี่จี้มากจริง ๆ แต่ฉันไม่รู้ ว่า…”
ว่านถงจ้องเขม็งพลางออกคำสั่ง “หุบปาก”
ว่านโม่ลี่กัดริมฝีปากแน่น น ้าตาไหลรินเป็นสาย
ว่านถงแสดงสีหน้าเย็นชา “ออกไปได้แล้ว!”
ว่านเทียนชิ่งอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นสีหน้าของ ว่านถง เขาก็จำใจพาภรรยาและลูกสาวออกไป
“เดี๋ยวก่อน…” ว่านถงเรียกว่านโม่ลี่ไว้
ครอบครัวสามคนหยุดชะงัก ว่านโม่ลี่คิดว่าว่านถงเปลี่ยนใจแล้ว เธอขยำมุมเสื้อด้วยน ้าตาคลอเบ้า
ว่านถงพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชา “ภายในวันนี้ เธอต้องเก็บข้าวของ ออกจากบ้านหลังนี้ ห้ามอยู่ที่นี่อีกต่อไป กลับบ้านของตัวเองไปซะ”
หลังได้ยินดังนั้น ว่านโม่ลี่กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่เนื้อบริเวณ ฝ่ามือ แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเลย
เธออาศัยอยู่กับว่านถงมาตั้งแต่เด็ก เพื่อเพิ่มสถานะทางสังคม ของตัวเอง จึงอ้อนวอนลุงให้จัดสรรห้องให้เธอ หลังจากย้ายมาอยู่ที่
เมืองทางใต้ บ้านของว่านถงจึงมีห้องที่จัดไว้สำหรับเธอเช่นกัน
เพราะอาศัยอยู่กับลุงมาโดยตลอด เธอจึงรู้สึกว่าตัวเองพิเศษกว่า คนอื่น
ว่านถงขอให้เธอย้ายออกจริง ๆ เหรอ? ทำไมล่ะ?
ว่านเทียนชิ่งพูดด้วยความไม่พอใจ “ถงถง นี่จะมากเกินไปแล้ว นะ โม่ลี่เป็นน้องสาวที่โตมาพร้อมกับแก แกไม่คิดสนใจความผูกพัน ฉันพี่น้องเลยหรือไง? อีกอย่างครอบครัวเราก็ไม่มีห้องว่างให้โม่ลี่อยู่ ด้วย”
ว่านถงโบกมือไล่ “เชิญออกไปค่ะ”
“แก!” ว่านเทียนชิ่งหน้าซีดเผือด ก่อนจะกัดฟันสะบัดหน้าเดิน จากไป
ว่านโม่ลี่ก้มหน้าก้มตาเดินตามหลัง ดวงตาเต็มไปด้วยความ เกลียดชังอย่างสุดซึ้ง ทำไมล่ะ ทำไมถึงไม่ช่วยเธอ ทำไมเรื่องแค่นี้ถึง ไม่ช่วย?
แล้วเธอควรทำอย่างไรดี?
เป็นอย่างนี้เองสินะ คุณลุงไม่เคยคิดกับเธอเหมือนลูกแท้ ๆ หาก วันนี้เป็นว่านถงที่เจอปัญหาเดียวกัน เขาจะยังทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้แบบ นี้ได้เหรอ?
หลังจากครอบครัวสามคนจากไป ว่านถงจึงปอกแอปเปิลให้พ่อ
“พ่อคะ อย่าโกรธเลยนะ ดูสิ หนูไล่ออกไปหมดแล้ว”
ว่านเจี้ยนกั๋วรับแอปเปิลมา “โชคดีจริง ๆ ที่ลูกกลับมา เด็กโม่ลี่
คนนั้น ตอนแรกพ่อคิดว่าเธอเป็นแค่เด็กสาววัยรุ่นใจร้อน แต่ไม่คิดว่า เธอจะ… เธอกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง?”
ว่านถงนั่งไขว่ห้าง “เธอเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ พ่อแค่เพิ่ง เห็นธาตุแท้ของเธอ เด็กนั่นจิตใจชั่วช้า ชอบแสร้งทำเป็นอ่อนแอและ น่าสงสาร มันทำให้หนูรู้สึกรำคาญจริง ๆ
เธอต้องการเข้าหาผู้นำตระกูลจี้ หวังจะได้เป็นนกฟีนิกซ์โบยบิน ขึ้นสู่กิ่งไม้สูง ช่างกล้าจริง ๆ ยังไงก็เถอะ ผู้นำตระกูลจี้คนนั้นพูดว่า อะไร ว่านโม่ลี่ถึงคิดว่าตัวเองต้องติดคุก? คงจะขู่ให้เธอกลัวเฉย ๆ สินะ”
สมัยนี้มีคุกให้ขังคนด้วยหรือไง ว่านโม่ลี่ไร้สมองจนคิดเรื่องนี้
ไม่ได้ด้วยซ ้า
ว่านเจี้ยนกั๋วพยักหน้า “แค่ขู่ให้เธอกลัวนั่นแหละ คุณชายตระกูล จี้ขอให้คนติดต่อพ่อมาแล้ว เขาใจดีมากทีเดียว จริง ๆ แล้วมันเป็น การพยายามวางยา แต่ตระกูลจี้ก็ไม่ได้ว่าอะไร และเขาไม่ได้คิดจะเอา เรื่อง ความผิดไม่ได้ร้ายแรง คงไม่โดนอะไรมาก”
ว่านถงพูดด้วยรอยยิ้ม “แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ต้องขู่เธอให้เข็ดหลาบ ซะบ้าง ให้รู้ว่าทำผิดต้องได้รับผลกรรม ไม่ว่าจะต้องจัดการเรื่องนี้
ยังไงก็ตาม เอาเป็นว่า คราวหน้าถ้าหนูกลับบ้าน หวังว่าจะไม่ต้องเห็น หน้าว่านโม่ลี่อีก”
…
ว่านโม่ลี่กดโทรหาจี้ซานซานด้วยมือที่สั่นเทา
“ซานซาน เธอช่วยฉันหน่อยได้ไหม ช่วยบอกพี่ชายเธอหน่อย ว่าฉันถูกใส่ร้าย”
[โม่ลี่ พวกเราเลิกติดต่อกันเถอะ ฉันยอมรับไม่ได้จริง ๆ ว่าเธอ วางแผนร้ายกับพี่ชายฉัน ครอบครัวคือเส้นตายของฉัน เรื่องนี้ฉันจะ ไม่บอกใคร แต่เธอต้องจัดการด้วยตัวเอง]
จี้ซานซานพูดด้วยน ้าเสียงสงบนิ่ง พูดจบเธอก็วางสาย โดยไม่รอ ฟังว่าว่านโม่ลี่จะพูดอะไรต่อ
ว่านโม่ลี่มองโทรศัพท์ด้วยความตกตะลึง ก่อนจะกรีดร้องอย่าง บ้าคลั่ง พร้อมขว้างโทรศัพท์ลงพื้นด้วยความโกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยว