ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 240 ผ่านการสัมภาษณ์ทั้งครอบครัว เตรียมตัวสู่บทใหม่ ของชีวิต
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 240 ผ่านการสัมภาษณ์ทั้งครอบครัว เตรียมตัวสู่บทใหม่ ของชีวิต
“คุณปู่คุณย่า คุณอา น้องสาว เราผ่านการสัมภาษณ์แล้ว!”
เจี่ยงย่วนเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็วเพื่อประกาศข่าวดี
“ผ่านแล้วเหรอ? อุ๊ยตาย! ดี ดีมาก ยอดเยี่ยมเลย” คุณยายดีใจ มาก
แม่เซียวมองดูสมาชิกในครอบครัวที่ทยอยกันเข้ามา ทุกคนต่าง มีสีหน้ายินดี เธอถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ผ่านกันทุกคนเลยเหรอ?”
ลุงใหญ่กระแอมในลำคอ และพูดด้วยความภาคภูมิใจ “แน่นอนสิ เพราะผ่านการฝึกอบรมจากฉันมาแล้ว การสัมภาษณ์แบบนี้ไม่ใช่ เรื่องยากเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยหยุดแกะถั่วในมือ เธอคิดว่าแค่มีคนผ่านบ้างก็ถือ ว่าดีแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าทุกคนจะสอบผ่านหมด หรือว่าจี้เหวินซีจะ ช่วยเหลือเป็นพิเศษ?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็ไม่อยากกินถั่วต่อแล้ว
เธอควรจะส่งข้อความไปขอบคุณเขาดีไหม?
ป้าสะใภ้ใหญ่ยิ้มแล้วตีแขนเธอเบา ๆ “เป็นเพราะหลานสาว แนะนำให้เราไปต่างหาก พวกเขาคงเห็นแก่หน้าหมิงเยวี่ย คุณอย่า มาแอบอ้างความดีความชอบเป็นของตัวเองสิ”
“ใช่ ๆ ๆ แน่นอนอยู่แล้ว ขอบใจนะหมิงเยวี่ย” ลุงใหญ่หัวเราะ อย่างมีความสุข
เมื่อพวกเขาไปถึงที่นั่น ทุกคนก็ถึงกับตะลึงไปเลย ไม่เคยเห็นที่
ไหนหรูหราอลังการขนาดนี้มาก่อนตั้งแต่เกิดภัยพิบัติ
ครอบครัวลุงรองยิ่งแล้วใหญ่ พวกเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้
แม้แต่ก่อนเกิดภัยพิบัติ พวกเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคุณยายหลิวที่
เดินเข้าอุทยานต้ากวน ต่างคนต่างก็ไม่กล้าหายใจ เพราะกลัวว่าจะ ทำให้ดินแดนอันงดงามแห่งนี้ต้องสกปรก
พวกเขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับสถานที่เช่นเมืองบันเทิงมาก่อน ไม่ ต้องพูดถึงข้อมูลการรับสมัครงาน ดังนั้นจึงชัดเจนว่าไม่ใช่ใครก็ สามารถทำงานในเมืองบันเทิงแห่งนี้ได้
ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่เป็นคนฉลาด พวกเขาคงจะรู้ดีว่า พนักงานในเมืองบันเทิงเหล่านี้มาจากไหน?
สำหรับตำแหน่งงานดี ๆ แบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะหมิงเยวี่ยแนะนำ มา พวกเขาคงไม่มีโอกาสได้สัมภาษณ์ ยิ่งกว่านั้นยังผ่านการ คัดเลือกทุกคน ซึ่งน่าประหลาดใจมาก
หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทนั้นพูดคุยอย่างสุภาพ อัธยาศัยดี และตกลงรับเข้าทำงานทันที
ลุงใหญ่สามารถเข้าใจได้ทันทีหลังจากคิดเรื่องนี้ บริษัทคงรับ พวกเขาเพราะเห็นแก่หน้าเซียวหมิงเยวี่ย
แม้จะไม่รู้ว่าหลานสาวมีเส้นสายใหญ่โตมาจากไหน แต่เธอก็ คิดถึงพวกเขาเสมอ และพวกเขารู้สึกขอบคุณเธออย่างสุดซึ้ง
แม่เซียวหันไปมองเซียวหมิงเยวี่ย “หมิงเยวี่ย? หรือว่าเพราะเด็ก สาวคนสวยที่เคยมาบ้านเราเมื่อคราวก่อนนะ ชื่ออะไรนะ อ้อ ซาน ซานใช่ไหม?”
คุณยายจำเธอได้เช่นกัน “หลานสาวคนสวยใจดีมากเลยนะ ขอบคุณพวกเราตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้ว แถมยังหางานให้คนในครอบครัว เราอีก ช่างน่าอายจริง ๆ ไม่รู้จะตอบแทนเธอยังไงเลย”
ลุงใหญ่และคนอื่น ๆ ไม่รู้เรื่องนี้ จึงรีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น
คุณยายจึงเล่าเรื่องที่เซียวหมิงเยวี่ยช่วยชีวิตจี้ซานซานให้ฟัง ลุง ใหญ่และคนอื่น ๆ ถึงได้เข้าใจ
“เป็นอย่างนี้นี่เอง”
“ไม่แปลกเลย ฉันก็ว่ามันดูราบรื่นเกินไป กำลังจะถามหมิงเยวี่ยอ ยู่เหมือนกัน แต่ไม่กล้าถาม” ลุงใหญ่พูด
คุณตาส่งเสียงฮึดฮัด “พวกเธออย่าตื่นเต้นมากเกินไป พูดมาสิ ว่าได้ทำอะไรกันบ้าง”
ลุงใหญ่รายงานว่า “ผมเป็นพนักงานต้อนรับ คอยถามชื่อและ อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า น้องรองเป็นคนซื่อสัตย์ จึงได้รับความ ไว้วางใจให้ทำความสะอาดในแผนกสนับสนุน ภรรยากับน้องสะใภ้ได้ ทำงานในแผนกจัดเลี้ยง ก็ช่วยงานในครัวนั่นแหละ ลูกสาวของผม เป็นพนักงานเสิร์ฟ เธอทำงานที่แผนกจัดเลี้ยงกับแม่ของเธอ”
“เจี่ยงย่วนตัวสูงใหญ่ เลยถูกขอให้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัย ส่วนฮุ่ยฮุ่ยเป็นนักบัญชี นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ในออฟฟิศ ยังไงเธอก็เป็นคนเก่งอยู่แล้ว”
สิ้นเสียง ลุงใหญ่ก็รินน ้าดื่ม แล้วรอฟังคุณตาพูด
ภรรยาของเจี่ยงย่วนยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนหน้านี้เธอเคยทำงาน เป็นนักบัญชีที่โรงงานเล็ก ๆ ในเมือง ตอนนี้ได้กลับมาทำอาชีพเก่า อีกครั้ง จึงรู้สึกดีใจมาก
คุณตาพยักหน้า “หัวหน้าเขามีวิสัยทัศน์ มองเห็นความสามารถ ของพวกเธอ ไปอยู่ที่นั่นก็พูดจาไพเราะ ๆ อย่าเที่ยวสร้างปัญหา ครอบครัวใหญ่ของเรามีหนทางที่ดีขึ้น และเริ่มมีความหวังแล้ว อนาคตคงจะดียิ่งขึ้นไปอีก ฉันเองก็มีความสุขไปด้วย”
“แน่นอนค่ะ คุณปู่ไม่ต้องห่วงนะคะ” เจี่ยงลี่เจียวพูดด้วยน ้าเสียง อ่อนหวาน
เธอเรียนจบแค่ชั้นมัธยมปลาย แต่ตอนนี้มีโอกาสทำงานเป็น พนักงานเสิร์ฟในเมืองบันเทิง ซึ่งเธอพึงพอใจมากแล้ว
คุณยายรีบถามว่า “แล้วที่นั่นมีหอพักพนักงานด้วยใช่ไหม?”
ป้าสะใภ้ใหญ่ยิ้มแย้มแจ่มใส “แม่คะ พูดถึงหอพักพนักงานแล้ว มันยอดเยี่ยมมากเลย ห้องพักมีอุปกรณ์ครบครัน มีทั้งแอร์และตู้เย็น ยกเว้นเพียงห้องน ้าที่อยู่ด้านนอก แต่มีพนักงานทำความสะอาด ห้องน ้าทุกวัน จึงสะอาดมากเลย”
ตอนที่พนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคลพาพวกเขาไปดูหอพัก พนักงาน พวกเขาต่างก็ตะลึงงัน นี่มันไม่ใช่มาทำงานแล้ว แต่เหมือน มาเที่ยวพักผ่อนมากกว่า
ลุงใหญ่ถูมือไปมา พูดด้วยความเขินอายว่า
“แล้วก็นะ น้องสี่ พวกเราคงต้องขอยืมรถของเธอเพื่อย้ายข้าว ของด้วย”
“หืม อะไรกัน แล้วจะย้ายไปเมื่อไหร่?” แม่เซียวถาม
เจี่ยงย่วนตอบ “รายงานตัววันอังคารหน้า แล้วเริ่มฝึกอบรมวัน พุธครับ”
คุณยายลุกขึ้นยืน “เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้ว ผู้หญิงใน ครอบครัวเหล่าต้ากับครอบครัวเหล่าเอ้อ ช่วงนี้พวกเธอมาอาศัยอยู่
ที่นี่แล้วกัน เราต้องรีบเย็บผ้าห่มให้เสร็จ ส่วนพวกผู้ชายก็ไปเตรียม สัมภาระ”
“แม่พูดถูก ผ้าห่มยังเย็บไม่เสร็จเลย เดี๋ยวหนูไปล้างมือ แล้วขน ของออกมา” ป้าสะใภ้รองรีบลุกขึ้นไปจัดการ
ป้าสะใภ้ใหญ่เห็นด้วย “ใช้ผ้าห่มฝ้ายที่เราเย็บเองนุ่มสบายกว่า เยอะ ต้องรีบเย็บให้เสร็จเร็ว ๆ แล้วล่ะ แบบนี้เราคงไม่ต้องเย็บผ้าห่ม หนาแล้วสินะ เมืองบันเทิงมีแอร์ส่วนกลาง งั้นเย็บผ้าห่มบาง ๆ ไว้นอน ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงก็คงพอ”
“เดี๋ยวหนูช่วย”
ภรรยาของเจี่ยงย่วนส่งลูกชายให้เซียวหมิงเยวี่ย แล้วเดินเข้าไป ช่วย
“งั้นฉันจะไปหาผู้อำนวยการเว่ย บอกเขาว่าเราไม่รับงานส่งเห็ด แล้ว จากนั้นต้องไปหาหัวหน้าอีกที แล้วก็พวกเธอทั้งสองคนต้อง ลาออกจากงานแม่ครัวด้วย คงต้องคิดคำพูดดี ๆ พูดกับเขาสักหน่อย ว่ารู้สึกเสียใจที่ต้องลาออกแบบกะทันหัน”
ลุงใหญ่พูดพลางเดินออกไป ลุงรองและเจี่ยงย่วนเดินตามเขา ออกไปเช่นกัน
ผู้หญิงทุกคนต่างมุ่งมั่นทำงานล่วงเวลาเพื่อทำผ้าห่ม ส่วนผู้ชาย ก็ไม่เกียจคร้าน ต่างคนต่างไปทำหน้าที่ของตัวเอง
เซียวหมิงเยวี่ยวางจื่อจื่อลงบนตัก ก่อนที่ทั้งสองจะมองหน้ากัน
“ฮิฮิ”
จื่อจื่อดิ้นรนเพื่อลงจากตัก ตอนนี้เขาเดินได้แล้ว จึงไม่ชอบให้ ใครอุ้ม และชอบวิ่งซุกซนไปทั่วเหมือนลิง
เซียวหมิงเยวี่ยไม่สามารถปล่อยให้จื่อจื่อไปสร้างความวุ่นวายได้ คุณยายและคนอื่น ๆ เอาฝ้ายออกมาวาง ถ้าเขาวิ่งเล่นอาจทำให้ฝ้าย กระจัดกระจาย ยิ่งกว่านั้นยังมีเข็มด้วย ซึ่งอันตรายมาก
“ห้ามขยับ ไม่งั้นตีตูดนะ” เซียวหมิงเยวี่ยจงใจพูดด้วยน ้าเสียง เข้มงวด
จื่อจื่อตกตะลึง “ป๋มจู้นะ~”
เซียวหมิงเยวี่ยถูกตีหน้าอย่างแรง จากนั้นจื่อจื่อชกมาที่จมูกของ เธอ แม้จะไม่เจ็บ แต่เธอนิ่งงันไปครู่
คุณตาคว้าตัวจื่อจื่ออย่างรวดเร็ว และตีมือเขาเบา ๆ
“ห้ามตีน้าหญิงเขาสิ เดี๋ยวทวดพาไปเล่นในสวน เราไปให้อาหาร ไก่กันดีไหม?”
“ดีฮับ~” จื่อจื่อเดินตามคุณตาออกไปอย่างมีความสุข
เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจเบา เธอคงไม่มีวาสนากับเด็กจริง ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและเตรียมขอบคุณจี้
เหวินซี เธอพิจารณาคำพูดอย่างรอบคอบ ลบและแก้ไขอยู่หลายครั้ง ก่อนจะส่งไปว่า
[โค้ชคะ ขอบคุณมากนะคะ พวกเขาผ่านการสัมภาษณ์ทุกคน แล้ว]
จี้เหวินซีกำลังประชุมอยู่ตอนที่ได้รับข้อความ เขาหยิบโทรศัพท์ ขึ้นมา พิจารณาคำพูดของตัวเองอย่างรอบคอบ ลบและแก้ไขอยู่ หลายครั้ง ในที่สุดก็ตอบกลับไปว่า
[ด้วยความยินดี]
เซียวหมิงเยวี่ยเอียงตัว แล้วล้มลงนอนบนโซฟา แค่พูดขอบคุณ อาจจะไม่พอหรือเปล่านะ?
[เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ ให้ฉันเลี้ยงอาหารค ่าคุณนะคะ คุณพอมีเวลาไหม?]
มุมปากของจี้เหวินซีเผยรอยยิ้มบาง ๆ ที่แทบมองไม่เห็น
[มีครับ]
“คุณจี้ครับ คุณจี้ ฟังอยู่หรือเปล่าครับ?” เลขาฯ ถามอย่าง ระมัดระวัง
จี้เหวินซีกลับมารู้สึกตัวแล้วพูดว่า “ขออภัย เชิญต่อเลยครับ”