ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 241 เชิญจี้เหวินซีไปทานอาหารค ่า
เซียวหมิงเยวี่ยคิดแล้วคิดอีก ตัดสินใจเชิญจี้เหวินซีไปทาน อาหารที่ร้านอาหารฝรั่งเศสม่านฉินในเมืองบันเทิง เหตุผลหลักคือไม่ มีทางเลือกอื่น เนื่องจากมีร้านอาหารเพียงแห่งเดียวเท่านั้นในเมือง บันเทิง
คงจะเชิญมาที่บ้านไม่ได้ แน่นอนว่าคนในบ้านคงจะบ้าคลั่งกัน แน่
หลังจากนัดหมายวันเวลา ไม่นานก็ถึงวันนัดหมาย
ห้องนั่งเล่นของตระกูลเซียวถูกปกคลุมไปด้วยปุยฝ้าย บนพื้นปู ด้วยผ้าห่มที่ยังเย็บไม่เสร็จ เซียวหมิงเยวี่ยค่อย ๆ เดินเข้าไปอย่าง ระมัดระวัง
ป้าสะใภ้ใหญ่นั่งอยู่บนพื้นพลางดึงเส้นด้าย เธอถามขึ้นว่า
“หมิงเยวี่ย กำลังจะไปไหนเหรอถึงแต่งตัวสวยขนาดนี้?”
เซียวหมิงเยวี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง “เอ่อ… ไปกินข้าวกับเพื่อนค่ะ”
“เพื่อนผู้หญิงค่ะ” เธอกล่าวเสริม ประโยคนี้ฟังดูมีพิรุธ
“ระวังตัวด้วยนะหลานเอ๊ย” คุณยายไม่ได้เงยหน้าขึ้น เธอพูด พลางเย็บผ้านวมอย่างคล่องแคล่ว
เซียวหมิงเยวี่ยตอบรับแล้วรีบเดินหนีออกไป
เมื่อนั่งลงบนรถ เธอก้มมองชุดของตัวเองพร้อมพึมพำอยู่ในใจว่า
เธอแต่งตัวสวยงั้นเหรอ? หยิบอะไรได้ก็ใส่ออกมา คงเป็นเพราะ ใบหน้าเธอสวยนั่นแหละ ถึงใส่อะไรก็ดูดีไปหมด
ต้องใช่แน่ ๆ
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยเดินตามพนักงานเข้าไปในร้านอาหารฝรั่งเศส ม่านฉิน จี้เหวินซีก็มารออยู่ก่อนแล้ว
“คุณจี้มาถึงเร็วจังเลยค่ะ หวังว่าฉันคงไม่สายเกินไปนะ” เซียวห มิงเยวี่ยเดินเข้าไปหา
จี้เหวินซีตอบกลับด้วยรอยยิ้มสุภาพ “ผมเพิ่งมาถึงเหมือนกัน”
“สั่งอาหารกันเถอะค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูด
อาหารฝรั่งเศสจะถูกเสิร์ฟเป็นคอร์ส ตั้งแต่อาหารเรียกน ้าย่อย จานหลัก ของหวาน หรือกาแฟสักแก้ว จึงจะถือว่าเป็นมื้อที่สมบูรณ์
“คุณลูกค้าทั้งสองท่านนั่งรอสักครู่นะคะ” พนักงานเสิร์ฟกล่าว พร้อมรอยยิ้มอย่างมืออาชีพ
ระหว่างรออาหาร เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มอึดอัด เธอน่าจะชวนจี้ซานซานมาด้วย ด้วยความช่างพูดของเด็กสาว บรรยากาศคงจะไม่เงียบเหงาแบบนี้แน่นอน
จี้เหวินซีสังเกตเห็นกำไลหยกบนข้อมือของเธอแล้วพูดว่า
“กำไลของคุณสวยดีนะ”
“ขอบคุณค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มบาง
จี้เหวินซีพูดด้วยน ้าเสียงเรียบ “อย่างไรก็ตาม ผมได้ยินมาว่าคุณ ซื้อนวัตกรรมละลายหิมะในงานประมูล”
“ใช่ค่ะ ฉันซื้อมันมา คุณทราบข่าวไวจริง ๆ”
จี้เหวินซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “วันนั้น คุณบอกว่าอากาศเริ่มเย็นลง และบอกให้ผมใส่เสื้อผ้าหนา ๆ คุณคิดว่าภัยพิบัติคงยังไม่ผ่านพ้นไป ง่าย ๆ ใช่ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าเล็กน้อย พูดอย่างจริงจังว่า
“ใช่ค่ะ ฉันคิดแบบนั้นจริง ๆ ฉันเชื่อว่านอกจากตัวเองแล้ว ยังมี คนอีกมากที่คิดแบบเดียวกัน คุณจี้เองก็คงเคยได้ยินมาบ้างแล้วใช่ ไหมคะ?”
“เป็นความจริง ช่วงนี้สภาพอากาศแปลก ๆ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมองโลกในแง่ดีอย่างเดียว อาจจะเป็นไปได้ว่า แสงแดดที่ปรากฏขึ้นมานี้ เป็นเพียงโอกาสให้มนุษย์ได้หยุดพัก หายใจหายคอ อนาคตจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครล่วงรู้ได้เลย” จี้เหวินซี สีหน้าดูเคร่งขรึมลง
“หากโลกกลับสู่ภาวะปกติจริง ๆ ฤดูกาลนี้เราควรสวมแจ็กเกตบุ นวม ดังนั้น…”
เซียวหมิงเยวี่ยยักไหล่ เธอสื่อความหมายในถ้อยคำอย่างชัดเจน แล้ว
“ดังนั้นคุณเลยเตรียมพร้อม ซื้อไว้ก่อนสินะ” จี้เหวินซีพูดต่อ ประโยคของเธอ
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “ใช่ค่ะ เป็นแบบนั้นจริง ๆ”
จี้เหวินซีเงยหน้ามองเธอ “ต้องบอกเลยว่า คุณมีวิสัยทัศน์ กว้างไกลมาก”
หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้ม “ถือว่าคุณกำลังชมฉันแล้วกัน”
ในตอนนี้ พนักงานเสิร์ฟยกอาหารเรียกน ้าย่อยมาวางบนโต๊ะ ทั้ง สองคนรับประทานอาหารไป พูดคุยกันไป จี้เหวินซีเป็นคนช่างพูด ช่างเจรจา ช่วยให้บรรยากาศไม่เงียบเหงาอีกต่อไป บทสนทนาของ พวกเขาเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยเองก็ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนตอนแรกแล้ว กลับ กลายเป็นสนทนาเกี่ยวกับประเด็นนี้กับเขาอย่างจริงจัง เธอพบว่า พวกเขามีอะไรหลายอย่างที่สามารถพูดคุยกันอย่างถูกคอ และมี มุมมองที่คล้ายกันหลายประการ
จี้เหวินซีจิบไวน์แดงเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ดังนั้น นี่คือเหตุผลที่
คุณซื้อนวัตกรรมละลายหิมะหรือ? คุณคาดเดาว่าภัยพิบัติครั้งต่อไป คืออากาศหนาวจัดหรือ?”
“ใช่ค่ะ เพราะก่อนหน้านี้มีคลื่นความร้อนแล้ว” เซียวหมิงเยวี่ย พูดอย่างตรงไปตรงมา
นี่ไม่ใช่แค่การคาดเดา แต่เป็นความจริงที่ชัดเจน ภัยพิบัติครั้ง ต่อไปคืออากาศหนาวจัด และจะเริ่มต้นด้วยพายุหิมะที่รุนแรง
จี้เหวินซีพูดเนิบช้า “การคาดเดาของคุณมีเหตุผล ในสภาวะที่สี่
ฤดูแปรปรวน อุณหภูมิไม่มีรูปแบบ ปีแรกเป็นคลื่นความร้อน ปีที่สอง เป็นน ้าท่วมในฤดูฝน และปีที่สามมีโอกาสสูงที่จะเป็นอากาศหนาว จัด”
“คุณก็คิดแบบเดียวกันใช่ไหมคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยเงยหน้าถาม
จี้เหวินซีหั่นสเต๊กด้วยท่าทางที่สง่างาม “ไม่ใช่แค่ผมหรอก ผู้เชี่ยวชาญต่างก็คาดเดาแบบเดียวกันนี้ แน่นอนว่านอกจากอากาศ หนาวจัด ยังมีความเป็นไปได้อื่น ๆ อีกด้วย รัฐบาลเองก็กำลังเตรียม รับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ อยู่”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็เริ่มเข้าใจ รัฐบาลมีความคิดอ่าน ที่ก้าวไกล คิดรอบคอบกว่าประชาชนทั่วไปเสมอ แน่นอนว่าต้องมี มาตรการรับมือที่เหมาะสมอยู่แล้ว พวกเราควรเชื่อมั่นในรัฐบาล
เซียวหมิงเยวี่ยแอบมองจี้เหวินซีอย่างเงียบ ๆ เห็นว่าทุกการ เคลื่อนไหวของเขาช่างสง่างาม ดูมีระดับ เธอเผลอยืดหลังตรงโดยไม่ รู้ตัว เธอคุ้นเคยกับการทำตัวสบาย ๆ อยู่ที่บ้าน และไม่ค่อยคุ้นเคยกับ การทานอาหารแบบตะวันตกเท่าไหร่
“มนุษย์ช่างเป็นสิ่งเล็กจิ๋วเมื่อเทียบกับภัยพิบัติ ฉันแค่กังวล เท่านั้น ถ้ารอจนถึงเวลานั้นจริง ๆ แล้วค่อยเตรียมตัว มันอาจจะสาย เกินไปแล้ว” เธอพูดเสียงเบา
จี้เหวินซีหยุดสิ่งที่เขาทำอยู่ และพูดหยอกล้อว่า
“งั้นผมคงต้องหาซื้อนวัตกรรมละลายหิมะไว้บ้างแล้วใช่ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มตาหยี “คุณหาซื้อไม่ได้แล้วล่ะ สต๊อกของ หมดแล้ว ฉันเหมาซื้อมาหมดเลย แต่ว่า ฉันขายต่อให้คุณได้นะ ราคาต่อรองกันได้”
จี้เหวินซีหัวเราะออกมา “ได้สิ เงื่อนไขตามใจคุณเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยตกใจเล็กน้อย “จริงเหรอคะ?”
ชายหนุ่มวางมีดหั่นเนื้อลง น ้าเสียงจริงจังกว่าที่เคยเป็นมา
“ยังไงก็ได้ พูดมาได้เลย”
เซียวหมิงเยวี่ยวางมีดลงเช่นกัน “ในเมื่อคุณพูดแบบนี้ งั้นฉันไม่ เกรงใจแล้วนะคะ”
เธอพูดเสียงดังฟังชัด “ฉันอยากได้คำมั่นสัญญาจากคุณ”
“คำมั่นสัญญาอะไรหรือ?”
“คือว่า ฉันแค่คิดเผื่อไว้ ถ้าเกิดวันหนึ่ง อุณหภูมิโลกลดต ่าลงจน เกิดภัยพิบัติอากาศหนาวจัดขึ้นมา อากาศมันคงหนาวเหน็บมาก
และคงอาศัยอยู่ในชุมชนเดิมไม่ได้แน่ เมืองบันเทิงของคุณมีอุปกรณ์ ครบครัน น่าจะเหมาะกับการไปพักอาศัย”
จากนั้นเธอชูสามนิ้วขึ้นและพูดต่อว่า “ถ้าวันนั้นมาถึง ฉันอยาก ให้คุณช่วยเหลือ โดยจองห้องสามห้องให้กับครอบครัวของฉันพัก อาศัย ได้ไหมคะ? คำขอนี้คงไม่น่าเกลียดเกินไปใช่ไหม?”
จี้เหวินซีมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ “คุณคิด การณ์ไกลดีนะ คิดไปถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบอย่างใจเย็น “มันจำเป็นค่ะ ลองนึกย้อนดูตอน คลื่นความร้อนและน ้าท่วมสิ ภัยพิบัติไหนบ้างที่ไม่รุนแรง? ถ้าอากาศ หนาวจัดเกิดขึ้นจริง ๆ แน่นอนว่าต้องมีอะไรอีกมากมายที่เราไม่รู้ นี่
เรียกว่าการคิดวิเคราะห์เชิงเชื่อมโยง”
คำพูดของเธอมีเหตุผล น่าเชื่อถือ และจับผิดไม่ได้
“ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า เราต้องคิดเผื่อไว้ มีวิสัยทัศน์ เตรียมตัว ให้พร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉินใด ๆ นี่คือแนวทางของฉัน”
จี้เหวินซีพยักหน้าด้วยความชื่นชม “ผมชื่นชมคุณจริง ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างสดใส “ถ้าอย่างนั้น คุณจี้ ตกลงกับ ข้อเสนอของฉันเมื่อครู่หรือเปล่าคะ?”
“ตกลง” จี้เหวินซีตอบตกลงโดยไม่ลังเล
เขาเปลี่ยนน ้าเสียง “จริง ๆ แล้ว… ถึงคุณไม่เอานวัตกรรมละลาย หิมะมาแลกเปลี่ยน ผมก็จะเก็บห้องทั้งสามไว้ให้คุณ ท้ายที่สุดแล้วเรา ก็เป็นเพื่อนกัน แต่คุณเป็นคนมีน ้าใจจริง ๆ ผมจึงไม่มีทางเลือก นอกจากต้องตกลง”
“… งั้นหรือคะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน พยายามจะพูดอะไร บางอย่าง แต่ก็อึกอักอยู่หลายครั้ง ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าตัวเองเสียเงิน ไปเป็นพันล้านเลยล่ะ?
จี้เหวินซีมองท่าทางของเธอ เขากลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ได้
“ตกลงแล้วนะ พอใจกันทั้งสองฝ่าย ห้ามเปลี่ยนใจทีหลัง ทาน อาหารต่อเถอะ”
เซียวหมิงเยวี่ยนิ่งเงียบ “…”
ก็ได้ ก็ได้ ผู้ชายคนนี้จงใจพูดจาแกล้งเธอแน่ ๆ
ท่ามกลางแสงไฟสีเหลืองอ่อน ดนตรีจังหวะช้า ๆ ดังก้องกังวาน ไปทั่วบรรยากาศ
ผิวน ้าทะเลสาบที่สงบราบเรียบดูเหมือนจะเกิดริ้วคลื่นระลอกเป็น วงกว้าง วนเวียนอยู่ไม่จางหาย
“พี่ พี่หมิงเยวี่ย ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?”
จี้ซานซานเดินเข้าด้วยความประหลาดใจ เธอเพิ่งเข้ามาใน ร้านอาหารและเห็นพวกเขาทั้งสองคน ตอนแรกยังนึกว่าตัวเองตา ฝาดไปแล้วหรือเปล่า
อู๋ม่านเดินตามหลังมา สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปมาหลายครั้ง ทำไมพี่จี้ถึงมาทานข้าวกับผู้หญิงคนนี้ตามลำพัง?
เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก คิดว่าพวกเธอมาถูก จังหวะจริง ๆ
จี้เหวินซีพูดเสียงเรียบ “พวกเรากำลังคุยธุระกันอยู่”