ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 242 ฉันจะคบกับเขา
จี้ซานซานยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก เห็นได้ชัดว่าเธอสนิทกับพี่หมิง เยวี่ยมากกว่า แล้วพวกเขามีอะไรต้องคุยกันนะ?
“ซานซาน มานั่งด้วยกันไหม?” เซียวหมิงเยวี่ยรีบโบกมือให้ พนักงานเสิร์ฟเพื่อขอเมนูอาหาร
“ดีเลยค่ะ นั่งรวมกันจะได้ครึกครื้น ม่านม่านมานั่งด้วยกันสิ” จี้
ซานซานตอบตกลงอย่างดีใจ
เนื่องจากเซียวหมิงเยวี่ยกับจี้เหวินซีนั่งตรงข้ามกัน จี้ซานซานจึง นั่งลงด้านข้างพี่ชายอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนอู๋ม่านไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากมานั่งข้าง ๆ เซียวหมิงเยวี่ย
“สวัสดีค่ะพี่จี้”
อู๋ม่านกัดริมฝีปาก นั่งลงอย่างไม่เต็มใจ เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายที่
แอบชอบ เธอไม่กล้าแสดงอารมณ์ออกมามากนัก
เซียวหมิงเยวี่ยงเกตเห็นการแสดงออกของอู๋ม่านทั้งหมด ก่อน ลอบถอนหายใจออกมา หล่อนอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ
จี้ซานซานและอู๋ม่านสั่งอาหารของตัวเอง หลังจากพนักงานเสิร์ฟ ไปแล้ว จี้ซานซานจึงถามขึ้นว่า
“พี่ พี่หมิงเยวี่ย พวกพี่กำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่เหรอ?”
เธอรู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ พี่ชายของเธอไม่เคยทานข้าวกับ ผู้หญิงตามลำพัง ยกเว้นว่าจะเป็นเรื่องงาน
จี้เหวินซีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “เด็ก ๆ อย่าถามซอกแซกเรื่อง ผู้ใหญ่สิ”
จี้ซานซานเม้มปาก “…”
เธอเบ้ปากด้วยความไม่พอใจ และพูดเสียงเบาว่า “ไม่บอกก็ไม่ ต้องบอก แปลกจริง ๆ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เห็นพี่ออกมาทานข้าวกับ ผู้หญิง ถ้าไม่รู้จักมาก่อนคงคิดว่าพวกพี่กำลังออกเดตกันอยู่”
เมื่อได้ยินคำพูดของจี้ซานซาน อู๋ม่านเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน รู้สึกทั้งน้อยใจทั้งโมโห
“พวกคุณกำลังออกเดตกันจริง ๆ เหรอคะ?” อู๋ม่านถามเสียงแข็ง กร้าว
“แค่ก! พูดล้อเล่นกันหรือไง?” เซียวหมิงเยวี่ยสำลักน ้า
จี้เหวินซีวางช้อนส้อมลงช้า ๆ แล้วพูดขึ้นอย่างใจเย็น
“อย่ามาพูดมั่วซั่ว”
เซียวหมิงเยวี่ยหันไปมองเขา สายตาของทั้งคู่สบกันเพียงเสี้ยว วินาที ก่อนจะละสายตาออกจากกัน
จี้ซานซานพ่นลมออกจากจมูกเบา ๆ พลันยักคิ้วให้เซียวหมิง เยวี่ย
“ฉันแกล้งเล่นค่ะพี่หมิงเยวี่ย ดูสิ ตกใจจนสำลักน ้าเลย อย่าโกรธ ฉันเลยนะ”
“ไม่เป็นไร เมื่อครู่เรากำลังพูดถึงนวัตกรรมละลายหิมะที่ฉันซื้อ ในงานประมูลครั้งก่อนน่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยเปลี่ยนหัวข้ออย่างเนียน ๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ย จี้ซานซานก็หันมองพี่ชาย ด้วยความสงสัย
“พี่คะ พี่เองก็สนใจนวัตกรรมละลายหิมะนั้นด้วยเหรอ?”
จี้เหวินซีส่งเสียงอืม “นั่นคือเหตุผลที่ฉันนัดพี่หมิงเยวี่ยของเธอ มาคุยวันนี้ไง”
“ทำไมถึงต้องสนใจมันด้วยล่ะ มีหิมะตกหรือไง? ไม่เห็นจะเข้าใจ เลยว่าพวกพี่คิดอะไรอยู่” จี้ซานซานจิ้มสลัดในชาม
อู๋ม่านเหลือบมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างยิ่ง หาก เธอรู้ว่าพี่จี้สนใจนวัตกรรมละลายหิมะ เธอคงจะประมูลมันไปแล้ว ตอนนี้ไม่รู้ว่าบริษัทยังมีขายอยู่หรือเปล่า เธออยากจะเหมาซื้อมัน ทั้งหมด
“ว่าแต่พี่หมิงเยวี่ย พี่ซื้อมาทั้งหมดกี่ถุงเหรอคะ?” จี้ซานซานถาม
เซียวหมิงเยวี่ยตอบกลับ “ตอนงานประมูลมีขาย 50 ถุง แล้ว หลังจากนั้นมีคนสองคนมาหาฉัน ฉันเลยขอซื้อทั้งหมดในโกดังของ พวกเขาไป ประมาณ 5,000 กว่าถุง”
เธอไปดูที่โกดังมาแล้ว และเปลี่ยนกุญแจโกดังเรียบร้อย เมื่อถึง เวลาที่ต้องใช้ก็สามารถไปหยิบมาได้เลย
อู๋ม่านรับฟังแล้วมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความขุ่นเคือง เธอรู้สึกไม่ สบายใจสุด ๆ ผู้หญิงคนนี้ซื้อไปทั้งหมดเลยจริง ๆ เหรอ?
นางผู้หญิงเจ้าเล่ห์ตั้งใจทำแบบนั้นแน่ ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยเช็ดปากแล้วพูดว่า “ฉันขอตัวไปเข้าห้องน ้าสักครู่ นะ”
เธอเดินตรงไปที่ห้องน ้า พอเปิดก๊อกน ้าก็เห็นอู๋ม่านเดินตามเข้า มาด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง
อู๋ม่านยังคงสงวนท่าทียโสพลางออกคำสั่งว่า
“นี่ อยู่ให้ห่างจากพี่จี้ซะ คนเราต้องรู้จักประมาณตัวเองบ้าง เธอ ไม่คู่ควรกับเขา อย่าแม้แต่จะฝันถึงคนที่ตัวเองไม่คู่ควร มิฉะนั้นอย่า หาว่าฉันไม่เตือน”
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเบา ๆ โดยไม่ได้สนใจคำขู่ของคุณหนูผู้นี้
“เธอมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับฉันแบบนี้เหรอ ในฐานะคนใน ครอบครัวเขา? ภรรยาของเขา? หรือแฟนสาวของเขา?”
อู๋ม่านเริ่มโมโหพร้อมขึ้นเสียง “ไม่ว่ายังไงก็ไม่ได้!”
เซียวหมิงเยวี่ยหันไปมองเธอ แล้วพูดน ้าเสียงเรียบเฉย
“เป็นอะไรของเธอ? แล้วเธอเป็นใคร? เขาไม่ใช่สิ่งของที่ไร้ชีวิต จิตใจ แค่เพราะถูกใจก็จะแย่งชิงมาให้ได้ เธอไม่มีอำนาจในควบคุม สิทธิ์ในการเลือกคู่ครองของเขา และยิ่งไม่มีสิทธิ์มาวีนเหวี่ยงออก คำสั่งกับฉัน คุณหนูใหญ่ผู้สูงส่ง ฟังเข้าใจไหมคะ?”
อู๋ม่านตะคอกอย่างเหยียดหยาม “คนอย่างเธอจะรู้อะไร ฉันชอบ เขา! ชอบเขามาก่อนใคร ๆ”
“แต่จากที่ฉันสังเกต ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ชอบเธอเท่าไหร่นะ การกระทำของเธอนั้นช่างไร้ความหมายสิ้นดี”
เซียวหมิงเยวี่ยเตือนด้วยความหวังดี
อู๋ม่านโกรธจัดจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง เธอกัดฟันพูด
“แล้วมันทำไม? เธอไม่เข้าใจหรอก ฉันพยายามอย่างหนักเพื่อ ไล่ตามเขามาตลอด หากฉันชอบใครสักคน ฉันก็จะลงมือทำทันที แม้จะไร้ความหมาย แต่มันสำคัญอะไร?
ฉันรู้แค่ว่าตอนนี้ฉันมีความสุข ฉันเต็มใจ และฉันจะไม่เสียใจใน ภายหลัง! เธอรู้ไหมว่าฉันทุ่มเทไปมากแค่ไหน? สักวันเขาจะเห็น ความดีของฉัน”
เซียวหมิงเยวี่ยเบ้ปาก ดัดเสียงพูดอย่างเหน็บแนม
“โอ้~ เธอนี่สุดยอดไปเลย ถ้าชอบมากก็ไล่ตามเขาต่อไปสิ ไม่ได้ เกี่ยวอะไรกับฉัน แล้วมาบอกฉันทำไม”
อู๋ม่านโมโหกับน ้าเสียงประหลาดที่เซียวหมิงเยวี่ยจงใจทำ
“ฉันขอเตือนเธอ! อยู่! ให้! ห่าง! จาก! เขา! ซะ! ห้ามเธอไปกิน ข้าวกับเขาอีกเด็ดขาด ได้ยินแล้วใช่ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยเผยยิ้มบาง “น้องสาวคะ ฉันแค่มากินข้าวกับคุณจี้
แค่ครั้งเดียวเอง ไม่ได้แต่งงานกับเขาซะหน่อย เธอจะปฏิบัติต่อฉันใน ฐานะศัตรูความรักเหรอ? ถ้าว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ก็ลองไปหาหมอ ตรวจสมองดูหน่อยนะ เผื่อจะรักษาได้”
อู๋ม่านกระทืบเท้า แล้วพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชา “นี่! ปากคอ เราะรายนักนะ! พี่จี้ไม่มีทางชอบคนแบบเธอหรอก อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
ห้ามเธอเข้าใกล้พี่จี้อีกเป็นอันขาด และห้ามคิดจะเกลี้ยกล่อมเขา ด้วย คนระดับเราให้ความสำคัญกับเรื่องความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ฉันขอเตือนให้เธอรู้จักประมาณตนบ้าง และฉันไม่อนุญาตให้เธอคบ หากับพี่จี้!”
เซียวหมิงเยวี่ยได้ยินสิ่งนี้พลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา จงใจพูดเพื่อ แกล้งอีกฝ่ายว่า
“ไม่อนุญาตงั้นเหรอ? ฉันไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังเธอ และฉันจะคบ กับเขา เธอจะทำอะไรฉันได้?”
ล้อเล่นน่ะ คนอย่างเซียวหมิงเยวี่ย มีหรือจะจะยอมแพ้ต่อคำขู่ ของผู้หญิงคนหนึ่ง?
แน่นอนว่าผู้ชายก็ไม่ต่างกัน ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์มาขู่เธอ
“นี่! แกพูดว่าอะไรนะ?”
อู๋ม่านชี้หน้าเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความโกรธจนแทบควบคุม อารมณ์ไม่ได้ เธอกัดฟันแน่นจ้องมองอีกฝ่ายตาแข็ง ดวงตาค่อย ๆ แดงก ่าคล้ายกับกำลังจะร้องไห้
“ไม่ได้ยินเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ไปตรวจหูด้วยเลยดีไหม?” เซียวห มิงเยวี่ยพูดเย้ยหยัน
อู๋ม่านพลันเขื่อนน ้าตาแตก น ้าตาไหลรินเป็นสาย เหมือนดอก สาลี่อาบหยาดฝน แต่เธอยังคงจ้องมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความโกรธ เคือง
“แกอย่าเพ้อฝันนักเลย! ฉันไล่ตามเขามานานขนาดนี้ยังไม่ สำเร็จ แล้วแกคิดว่าจะคบกับเขาได้ง่าย ๆ งั้นเหรอ คิดว่าตัวเองเป็น ใครมาจากไหน ทำไมคนระดับพี่จี้ต้องชอบแกด้วย”
ในที่สุดอู๋ม่านก็เพิ่งเข้าใจ ความรู้สึกนั้นต้องเกิดจากการยินยอม ของทั้งสองฝ่าย เซียวหมิงเยวี่ยจงใจพูดจาเหน็บแนมเพื่อยั่วโมโหเธอ
เซียวหมิงเยวี่ยเช็ดมือด้วยกระดาษทิชชู ก่อนพูดเย้ยหยัน
“เธอเองก็รู้ความจริงข้อนี้เหมือนกันนี่ แล้วพี่จี้เขาชอบเธอหรือ เปล่าล่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดแทงใจดำอู๋ม่านอีกครั้ง
อู๋ม่านทนไม่ไหวอีกต่อไป ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธ น ้าตา ไหลอาบแก้ม ก่อนจะวิ่งหนีออกไปทันที เธอไม่เคยเจอความอัปยศอด สูขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
เมื่อมองดูแผ่นหลังของอู๋ม่านวิ่งออกไป เซียวหมิงเยวี่ยก็ส่ายหน้า อย่างเหนื่อยหน่าย สิ่งสำคัญคือต้องรักษาจิตใจให้สงบ
“ผู้ชายนี่น้า รูปงามเป็นเหตุจริง สาว ๆ คลั่งไคล้เพียบ!”
เซียวหมิงเยวี่ยโยนทิชชูใช้แล้วลงในถังขยะ จากนั้นเดินออกมา จากห้องน ้าโดยไม่เร่งรีบ
เพียงสามวินาทีหลังจากเซียวหมิงเยวี่ยเดินออกมา ประตูห้องน ้า ห้องหนึ่งก็เปิดออกเงียบงัน หมอหลี่ก้าวเดินออกมาพร้อมดวงตาเปล่ง ประกาย แฝงไปด้วยกลิ่นอายของการซุบซิบนินทา
มือของเธอที่ถือกระเป๋าสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น
“พระเจ้า! ห้องน ้าหญิงนี่เป็นแหล่งข่าวลือชั้นดีจริง ๆ แล้วยังเป็น ข่าวของจี้เหวินซีอีกด้วย ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันนะ?”
เนื้อเสียงช่างฟังดูคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
หมอหลี่แอบย่องออกจากห้องน ้า ตัดสินใจไปยังที่เกิดเหตุเพื่อ เก็บข้อมูลข่าวฉาว