ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 245 การมาถึงของเสี่ยวฮุยฮุย
เมื่อเวลาผ่านไป น ้าท่วมก็ค่อย ๆ ลดลง พื้นดินหลายแห่งที่เคย จมอยู่ใต้น ้าเริ่มกลับมาแห้งอีกครั้ง
เนื่องจากงานฟื้นฟูหลังภัยพิบัติต้องการแรงงานจำนวนมาก รัฐบาลจึงเริ่มระดมพลคนหนุ่มสาวที่แข็งแรงเต็มคันรถ และมุ่งหน้าสู่ ทางเหนือเพื่อฟื้นฟูบ้านเรือน
ด้วยสวัสดิการที่ดี ผู้คนจากชุมชนหวาฮั่นจึงอพยพออกไปไม่ น้อย
บางคนอพยพไปทั้งครอบครัว โดยไม่คิดจะเดินทางกลับมา พวก เขาต้องการตั้งถิ่นฐานใหม่ในพื้นที่ทางเหนือ เพื่อที่จะได้สะดวกต่อ การทำงาน
พวกเขาไม่ได้เป็นประชาชนดั้งเดิมในเขตทางใต้ของเมืองอยู่ แล้ว ตอนที่อพยพไป ไม่เพียงไร้ความกังวลใด ๆ แต่กลับรู้สึกตื่นเต้น ดีใจอีกด้วย ราวกับว่าพวกเขาได้หลุดพ้นจากทะเลแห่งความทุกข์ ยาก
ช่วงนี้ ประชากรในชุมชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากกลุ่มแชตเจ้า บ้านในชุมชนจะเห็นได้ว่า หลายคนพูดถึงเรื่องผู้ประสบภัยในบ้านที่
บางส่วนอพยพออกไปแล้ว มีทั้งมากและน้อย บางห้องเหลือ ผู้ประสบภัยไม่กี่คนเท่านั้น
เจ้าบ้านเหล่านั้นรู้สึกดีใจมาก รู้สึกว่าพื้นที่กว้างขวางขึ้นเยอะ พวกเขาคาดหวังว่าผู้ประสบภัยเหล่านี้จะย้ายออกไปให้หมด ไม่ หลงเหลือแม้แต่คนเดียว
เนื่องจากงานฟื้นฟูบ้านเรือนจำเป็นต้องมาจากการสมัครใจเข้า ร่วม จึงมีคนขี้เกียจจำนวนไม่น้อยที่ยังคงอยู่ พวกเขาเกียจคร้าน ไม่ อยากทำงาน แม้แต่การพลิกตัวบนที่นอนยังรู้สึกเหนื่อย อย่างไรพวก เขาก็สามารถรับอาหารฟรี และไม่มีทางอดตาย
นอกจากนี้ยังมีผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการที่ไม่สามารถย้ายไป ไหนได้ จึงทำให้ยังมีผู้ประสบภัยในชุมชนมากพอสมควร
วันนี้ เจี่ยงย่วนส่งข้อความมาบอกว่า พวกเขาจะกลับมาพักผ่อน ที่บ้านในวันพรุ่งนี้และแวะมาหาลูก แล้วพวกเขาอยากเอาของ บางอย่างกลับไปด้วย เลยขอให้เซียวหมิงเยวี่ยช่วยค้นหาให้หน่อย
ตั้งแต่ลุงใหญ่และลุงรองย้ายออกไป บ้านทั้งสองก็รกร้างว่างเปล่า ไม่มีใครอาศัยอยู่
พวกเขารีบร้อนย้ายเข้าไปทำงานในเมืองบันเทิง จึงมีข้าวของ หลายอย่างที่ไม่ได้เอาไป แล้วคิดว่าจะค่อย ๆ ทยอยเอาไปทีหลัง
เซียวหมิงเยวี่ยไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว จึงไปบ้านลุงรองเพื่อเอาของที่
เจี่ยงย่วนต้องการ บังเอิญลุงใหญ่มีของที่อยากได้และขอร้องเธอมา เช่นกัน เธอจึงจะรวบรวมมันไปพร้อมกัน
เธอถือของออกมาและล็อกประตูบ้านลุงรอง เมื่อเดินมาที่บ้านลุง ใหญ่ เธอก็เห็นเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ยืนอยู่หน้าบ้านของเขา
เด็กผู้ชายคนนั้นยืนนิ่งราวกับรูปปั้น เขามายืนทำอะไรอยู่หน้า บ้านลุงใหญ่?
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกแปลก ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนหยิบกุญแจ ออกมาเตรียมเปิดประตู
เด็กผู้ชายตัวเล็กสังเกตเห็นเซียวหมิงเยวี่ยและถามว่า “คุณเป็น ใคร? ครอบครัวนี้หายไปไหนแล้ว?”
เซียวหมิงเยวี่ยหันมองอีกฝ่าย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
“พวกเขาย้ายออกไปแล้ว ตอนนี้มันเป็นบ้านของฉัน”
เธอไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นใคร จึงไม่จำเป็นต้องอธิบายให้เขาฟัง แค่ พูดปัดไปว่าเธอเป็นเจ้าของบ้านใหม่ก็น่าจะพอแล้ว
“เธอมีธุระอะไรกับพวกเขาหรือเปล่า?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
เด็กชายตอบ “เอ่อ ไม่มีอะไรครับ แค่รู้จักพวกเขาเฉย ๆ เห็น พวกเขาหายไปทั้งครอบครัว เลยลองถามดู”
เด็กชายเม้มริมฝีปาก ดูเหมือนไม่ค่อยพอใจ
“พวกเขาจะกลับมาอีกไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบ “น่าจะไม่กลับมาแล้วล่ะ พวกเขาเป็นแค่ ผู้ประสบภัย มาพักพิงที่นี่ชั่วคราวเท่านั้น”
เด็กชายรีบถามต่อ “แล้วพวกเขาย้ายไปอยู่ที่ไหน?”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบคลุมเครือ “ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน ช่วง นี้มีคนย้ายออกจากหมู่บ้านไปเยอะ”
“พวกเขาไปทางเหนือหรือเปล่า? กลับไปบ้านเหรอ?” เด็กชาย เดาตามคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ย
“อาจจะ”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบส่ง ๆ แล้วไขกุญแจเดินเข้าไปในบ้าน โดยไม่ คิดจะคุยกับเขาต่อ
หน้าประตู เด็กชายรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง เขากำหมัดแน่น เจี่ยง ลี่เจียว ทำไมถึงไม่รอฉัน ไหนเธอบอกว่าอยากเป็นเพื่อนกับฉันไง?
เธอเองไม่ใช่เหรอที่เคยชมว่าฉันน่ารัก?
ทำไมเธอถึงย้ายออกไป ทำไมไม่รอฉัน ผู้หญิงทุกคนล้วนพูด โกหก แม้แต่เธอก็ยังทอดทิ้งฉันไป
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบของเสร็จแล้วเดินออกมา เธอก็ต้องประหลาด ใจเมื่อพบว่าเด็กชายยังคงยืนอยู่หน้าประตู
“ทำไมเธอถึงยังอยู่ที่นี่ล่ะ?”
เด็กชายไม่สนใจเซียวหมิงเยวี่ย ก่อนหันหลังกลับและเดินจากไป อย่างหดหู่ เขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะไปทางเหนือและต้องหาเธอให้เจอ!
เมื่อเห็นว่าเด็กชายตัวเล็กเดินจากไป เซียวหมิงเยวี่ยก็ไม่ได้พูด อะไร เธอล็อกประตูแล้วหยิบของกลับบ้าน
ก่อนที่จะกลับเข้าบ้าน เซียวหมิงเยวี่ยเห็นกล่องใบหนึ่งวางอยู่ หน้าประตู ดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างขยับอยู่ข้างใน
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย เดินเข้าไปข้างหน้าแล้วใช้เท้าเตะ ฝาออก พบว่าข้างในมีลูกสุนัขตัวหนึ่ง ลูกสุนัขตัวนั้นดูเหมือนจะเพิ่ง คลอดได้ไม่นาน ขนสีเทา ตัวอ้วนกลม ดวงตาเปียกชื้น ตัวเล็กจิ๋วจน สามารถอุ้มขึ้นมาด้วยมือเดียว
“ลูกสุนัขตัวนี้มาจากไหนนะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกงุนงง ใครกันที่มาวางลูกสุนัขไว้หน้าประตู บ้าน เธอหันมองไปรอบ ๆ แล้วเห็นร่างเงาหนึ่งเดินเข้ามา สายตาเธอ พลันแข็งค้างทันใด
“นายเองเหรอ?”
หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่ามีรถจอดอยู่ที่หัวมุมตรงนั้น
“ผมเอง แปลกใจไหมที่เจอผม?”
ไป่หลี่โม่เฉินเดินเข้ามาช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้า
เซียวหมิงเยวี่ยอ้าปากค้าง “แปลกใจจริง ๆ นั่นแหละ นายมาหา ฉันมีอะไรหรือเปล่า?”
เซียวหมิงเยวี่ยแปลกใจที่เห็นเขา แต่ก็ไม่แปลกใจที่เขาจะหาเธอ เจอ เพราะคนจากรังรื่นรมย์สุขฤดีรู้ที่อยู่บ้านเธอ
ไป่หลี่โม่เฉินชี้ไปที่กล่องกระดาษและพูดว่า “เห็นว่าครั้งก่อนคุณ ชอบหมาป่า เลยเอามาให้ตัวหนึ่ง เพิ่งคลอดได้ไม่นาน ชอบไหม ครับ?”
“นี่หมาป่าหรอกเหรอ ขอบคุณนะ มันน่ารักมากเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยเข้าไปมองใกล้ ๆ และเห็นว่าลูกหมาป่ามีความ คล้ายคลึงกับลูกสุนัขมาก จนยากที่จะแยกออกในช่วงแรกเกิด
ไป่หลี่โม่เฉินมองด้วยสายตาที่ซับซ้อนและพูดว่า “ผมต้องไปแล้ว ลูกหมาป่าตัวนี้ถือเป็นของขวัญอำลา ให้มันอยู่เป็นเพื่อนคุณ ไว้เจอ กันใหม่นะ พี่สาว”
“นายกำลังจะไปไหน?”
เซียวหมิงเยวี่ยเผลอถามออกไปโดยไม่รู้ตัว แต่ในวินาทีต่อมาก็รู้ ว่าไม่ควรถาม จึงรีบพูดประโยคต่อมาว่า
“ระวังตัวด้วยนะ”
ไป่หลี่โม่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม “ครับ ผมจะระวังตัวให้ดี”
เขาถอยหลังออกไปสองก้าว หมุนตัวแล้วเดินจากไป เขาโบกมือ ไปข้างหลังอีกครั้ง ก่อนจะขึ้นไปบนรถสีดำที่ส่งเสียงคำรามหลัง สตาร์ท และแล่นหายออกไปตรงมุมถนน
ภายในรถ
“ไวเปอร์ เราน่าจะออกไปเงียบ ๆ ทำไมถึงต้องกลับมาหานางนี่
อีก?” พี่เหมิ่งถามด้วยความไม่เข้าใจ
ไป่หลี่โม่เฉินเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา “นายมีข้อกังขางั้น เหรอ?”
สีหน้าของพี่เหมิ่งเปลี่ยนไปทันใด “ไม่ครับ ไม่มี ผมไม่กล้าครับ อย่างไรก็ตามคงไม่มีโอกาสได้กลับมาเมืองเผิงจิงอีกแล้ว”
ไป่หลี่โม่เฉินเอนหลังบนที่นั่ง แล้วหลับตาเพื่อพักผ่อน
หลังจากไป่หลี่โม่เฉินจากไป ความคิดเซียวหมิงเยวี่ยสับสน วุ่นวายไปหมด เธอพยายามละทิ้งความคิดเหล่านั้นออกจากหัว อุ้ม ลูกหมาป่าตัวน้อยกลับเข้าบ้าน เธอไม่อยากคิดเรื่องยุ่งยาก เธอเป็น เพียงคนธรรมดา แค่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็เพียงพอแล้ว
เธอไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว
ช่างมันเถอะ
เซียวหมิงเยวี่ยพาลูกหมาป่าเข้าไปในมิติ พื้นที่ภายนอกมีจำกัด หมาป่าชอบอิสระ การเลี้ยงไว้ในมิติจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ฟู่กุ้ยมีน้องชายเพิ่มอีกตัวแล้ว ลูกหมาป่าแรกเกิดนี้ตัวเล็กยิ่งกว่า ลิ้นของฟู่กุ้ยซะอีก
บนพื้นหญ้า ฟู่กุ้ยมองลูกหมาป่าตัวน้อยด้วยความสงสัยพลาง คิดในใจว่า ทำไมแกถึงตัวเล็กจัง เล็กขนาดที่สามารถกลืนลงท้องใน คำเดียว
ลูกหมาป่าตัวน้อยสั่นเทาด้วยความกลัว ขดตัวอยู่บนพื้นหญ้า แทบจะก้าวขาไม่ออก
เซียวหมิงเยวี่ยเทนมสดลงในชามและวางลงบนพื้นหญ้า แม่วัวใน มิติกำลังให้นมลูกวัวแรกเกิด น ้านมจึงมีสารอาหารอุดมสมบูรณ์
“ฟู่กุ้ย จำหมาป่าสี่ตัวก่อนหน้านี้ได้หรือเปล่า เจ้าตัวนี้ก็เป็นหมา ป่าเหมือนกัน ต่อไปนี้ฉันจะมอบหมายให้แกดูแล แกต้องเลี้ยงดูเขา ให้เติบโตขึ้นมา เข้าใจไหม?”
ลูกหมาป่าค่อย ๆ เดินเข้ามา แลบลิ้นพยายามชิมนมนั้น ก่อนจะ ลองชิมอีกครั้ง ในที่สุดก็ฝังหัวของมันลงในน ้านม เห็นได้ชัดว่ากำลัง หิวโซ
เซียวหมิงเยวี่ยคิดว่ามันน่ารักมาก เธอพูดด้วยรอยยิ้ม “ฟู่กุ้ย ตอนแกเด็ก ๆ ก็ดื่มนมแบบนี้เหมือนกัน”
ฟู่กุ้ยกลอกตาใส่เซียวหมิงเยวี่ย จากนั้นใช้อุ้งเท้าแตะลูกหมาป่า เบา ๆ ต่อจากนี้พี่ชายจะดูแลแกเอง ถ้าฉันได้เนื้อ แกก็จะได้กระดูก
เซียวหมิงเยวี่ยเม้มริมฝีปาก ไม่เชื่อกันหรือไง ตอนเด็ก ๆ เขาเคย ดื่มนมแบบนี้จนนมเปื้อนเต็มหน้า และต้องให้เธอคอยเช็ดทำความ สะอาดเสมอ
“จะเรียกว่าอะไรดีนะ? เอาเป็นเสี่ยวฮุยฮุยแล้วกัน เจ้าลูกหมาป่า จากนี้ไปแกชื่อเสี่ยวฮุยฮุยนะ”