ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 246 อุณหภูมิค่อย ๆ ลดลง
“รู้สึกไหมว่าอากาศช่วงนี้มันหนาวเย็นลงทุกวันเลย?”
แม่เซียวพูดขณะพับเสื้อคลุมของเธอ “โดยเฉพาะตอนเย็นช่วง เลิกงาน ลมหนาวพัดเย็นเข้าไปถึงกระดูก จนอดไม่ได้ที่จะต้องเอา กางเกงบุขนออกมาใส่ แล้วก็เสื้อขนเป็ดอีก เอาไปเก็บไว้ที่ไหนนะ?”
แม่เซียวพูดจบก็เดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อหาเสื้อผ้า
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูปฏิทิน เวลาช่างเดินผ่านไปรวดเร็วเสีย เหลือเกิน รวดเร็วเกินไป อีกไม่นานแล้วสินะ
เธอส่งข้อความถึงจี้เหวินซี [แจ้งเตือนอย่างเป็นมิตร : อากาศ ช่วงนี้เริ่มเย็นลงแล้ว]
เธอสื่อเป็นนัยให้เขาเข้าใจว่า การคาดเดาของพวกเขาทั้งคู่เป็น จริง ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นต่อไปนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นภัย หนาวเหน็บรุนแรง พวกเขาควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์นี้
ก่อนหน้านี้ จี้ซานซานมาถามเธอเกี่ยวกับเรื่องที่อู๋ม่านร้องไห้ เซียวหมิงเยวี่ยเพียงบอกไปว่าเธอโมโหอู๋ม่าน จึงพูดจาแดกดันเพื่อ เอาคืน
จี้ซานซานรู้สึกหนักใจ เพราะเธอต้องอยู่ตรงกลางระหว่างเพื่อน ทั้งสองคน เธอพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์ และทำได้เพียง ปลอบโยนอู๋ม่าน
หลังจากเหตุการณ์นั้น อู๋ม่านยิ่งทวีความมุ่งมั่นหาวิธีแย่งชิงจี้เห วินซีมาจากเซียวหมิงเยวี่ยให้จงได้
ในห้องประชุมแห่งหนึ่ง จี้เหวินซีใช้ปลายนิ้วเรียวแตะหน้าจอ โทรศัพท์ พิมพ์ข้อความตอบกลับว่า
[เข้าใจแล้ว ดูเหมือนว่าการคาดเดาของเราสองคนจะเป็นจริง ช่วงนี้ผมยุ่งมาก คุณดูแลตัวเองด้วยนะ]
ทางการเองก็สังเกตเห็นถึงอุณหภูมิที่หนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว ที ละวัน ทีละวัน พวกเขาเริ่มมีการวางแผนและจัดเตรียมรับมืออยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ประกาศให้ประชาชนทราบ เพราะเกรงว่าจะเกิด ความตื่นตระหนก
บนโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ เก้าอี้ตัวกลางเป็นที่นั่งของผู้ว่า ราชการเมืองเผิงจิง ยามนี้เขามีสีหน้าเคร่งขรึม
“เรียกทุกคนมาประชุมดึกขนาดนี้ ขออภัยในความไม่สะดวกนะ ครับ ทุกท่านที่มานั่งอยู่ตรงนี้ ล้วนเป็นบุคลากรสำคัญของชาติ ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง เช่นกัน
ยามเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ เราต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่นี้ เพื่อ ชาติ เพื่อประชาชนชาวจีน เราจำเป็นต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ และ เดินหน้าต่อไป…”
หัวหน้ากรมอุตุนิยมวิทยาเริ่มรายงานว่า “สวัสดีครับทุกท่าน นี่
คือรายงานอุณหภูมิล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงหนึ่งเดือนที่
ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ยลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อคืนวานนี้ อุณหภูมิ ต ่าสุดอยู่ที่ 4 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าผิดปกติ
จากข้อมูลนี้ แสดงให้เห็นว่าฤดูกาลต่าง ๆ ยังไม่กลับมาเป็นปกติ ทั้งที่อุณหภูมิควรจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นทางหน่วยงานของเราจึง คาดการณ์ว่า ภัยพิบัติยังไม่สิ้นสุด และภัยพิบัติครั้งต่อไปมีความ เป็นไปได้สูงว่าจะเป็นภัยหนาวเหน็บที่รุนแรง”
หลังจากสิ้นคำพูด เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังขึ้นในห้องประชุม
“ผมคิดว่าเป็นไปได้มากทีเดียว พวกเราจำได้ไหมตอนที่เกิดภัย คลื่นความร้อน อากาศก็ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดภัยพิบัติความร้อนที่
ยาวนานถึงหนึ่งปี ตอนนี้อุณหภูมิก็ลดลงทุกวัน ไม่รู้เลยว่าจะหนาว เย็นถึงระดับไหน” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“หวังว่าจะไม่หนาวเหน็บเกินไป ถ้าแค่ติดลบไม่เกินสิบกว่าองศา ก็พอทนได้ แต่กลัวว่า…”
ชายคนนั้นพูดไม่จบ แต่ทุกคนก็เข้าใจความหมายของเขา
ถ้าอุณหภูมิยังคงลดต ่าลงอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีจุดสิ้นสุด ลดไป จนถึงติดลบหลายสิบองศา หรืออาจจะถึงหลักร้อย มนุษยชาติคงไม่มี ทางรอด
โลกของเรากำลังเริ่มต้นกระบวนการทำลายล้างมนุษยชาติจริง ๆ หรือ?
ผู้ว่าราชการขมวดคิ้วมุ่น “สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก เราต้องเริ่มต้น แผนสามทันที แม้ว่ามันจะเป็นการคาดการณ์ผิดก็ตาม แต่เราไม่ สามารถนิ่งเฉยรอคอยความตายได้ คุณจี้ครับ คุณมีความคิดเห็นว่า อย่างไร?”
จี้เหวินซีนั่งอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งขวามือของผู้ว่าราชการ
เขาประสานมือ แล้วพูดอย่างใจเย็นว่า
“ผมจะสั่งให้โรงงานเริ่มผลิตเสื้อผ้าและผ้าห่มนวมจากใย สังเคราะห์จำนวนมากวันพรุ่งนี้ พลาสติกที่เก็บสะสมไว้ช่วงนี้เพียงพอ สำหรับการผลิต แม้ว่าภัยพิบัติครั้งต่อไปจะไม่ใช่ภัยหนาวเหน็บ รุนแรง แต่เสื้อผ้าและผ้าห่มนวมก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น จะได้ไม่เสีย เปล่า”
ประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนมาก แน่นอนว่าไม่สามารถ ทำผ้าห่มจากผ้าฝ้ายได้ เนื่องจากผลผลิตต ่าเกินไป หากใช้ฝ้าย ผู้ประสบภัยในเมืองเผิงจิงคงจะแข็งตายก่อน
แม้กระทั่งก่อนเกิดภัยพิบัติ การใช้พลาสติกผลิตเสื้อผ้าและ เครื่องนอนก็เป็นเรื่องปกติ เช่น โพลีเอสเตอร์
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่รัฐบาลรณรงค์ให้ประชาชนเก็บพลาสติก หลังจากการฟื้นฟูบ้านเรือน พลาสติกมีประโยชน์มากมาย นอกจาก
จะนำไปใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ แล้ว ยังสามารถนำมาทำเป็นเสื้อผ้า และผ้าห่มกันหนาวได้อีกด้วย
ผู้ว่าราชการพยักหน้ารับ “ดีเลยครับ ถ้าสถานการณ์เลวร้ายลง อุณหภูมิต ่ากว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เราจำเป็นต้องผลิตแผ่นพลา สติกใสจำนวนมากเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนใช้ปิดหน้าต่าง
นี่เป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุด ช่วยลดการสูญเสียความ ร้อนและรักษาอุณหภูมิภายในห้องให้คงที่ แต่แน่นอนว่าถ้าต้อง เผชิญกับสถานการณ์เช่นนั้น ทุกชุมชนต้องเตรียมการแจ้งเตือนการ ตรวจสอบ และเตรียมช่องระบายอากาศไว้ด้วย”
“รับทราบครับ” ผู้นำชุมชนพยักหน้ารับ
หัวหน้ากรมอุตุนิยมวิทยาดูเคร่งขรึม “ตอนนี้เรายังไม่รู้แน่ชัดว่า อุณหภูมิจะลดลงไปถึงเท่าไหร่”
จี้เหวินซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “แล้วถ้าเกิดหิมะตกขึ้นมา ล่ะครับ? ภัยพิบัติหิมะ หรือลูกเห็บ เราต้องเตรียมรับมือไว้ด้วย”
เขานึกถึงคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ย
หัวหน้ากรมอุตุนิยมวิทยาเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน “จริงด้วย! ทำไมผมถึงนึกเรื่องนี้ไม่ได้นะ คิดแต่เรื่องอุณหภูมิที่ลดลงเท่านั้น เรา ไม่ควรมองมุมแคบเกินไป การมีหิมะตกในฤดูหนาวเป็นเรื่องปกติ ถ้า เกิดภัยพิบัติหิมะขึ้นมา ผลที่ตามมาจะร้ายแรงแค่ไหน…”
คำพูดของพวกเขาทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างร้อนแรง
ผู้ว่าราชการเคาะโต๊ะด้วยปากกา “คำพูดของคุณจี้มีเหตุผล อุณหภูมิที่ต ่าลงมากอาจนำมาซึ่งภัยพิบัติอื่น ๆ ถ้าเกิดหิมะตกขึ้นมา สถานการณ์คงยุ่งแน่”
“หน่วยงานเกี่ยวข้องกับถนน รวบรวมรถขุดหิมะที่ใช้งานได้ ทั้งหมด เตรียมพร้อมใช้งานเสมอ รวมไปถึงอุปกรณ์ขุดหิมะด้วย ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งาน เตรียมมันไว้เผื่อยามจำเป็น” เขาพูด ต่อ
“รับทราบครับ” หัวหน้าหน่วยงานนั้นพยักหน้ารับ
“แล้วโครงการฟื้นฟูบ้านเรือนหลังภัยพิบัติที่กำลังดำเนินการอยู่ จะให้ทำต่อไปหรือเปล่าครับ?” มีคนถามขึ้น
ผู้ว่าราชการตอบโดยไม่ต้องคิด “แน่นอนสิ!”
เขาหันไปมองทุกคน “สิ่งที่ผมเพิ่งพูดไปเมื่อครู่คือแผนสาม เท่านั้น การวางผังเมืองยังคงดำเนินการต่อไป บ้านยังคงต้องสร้าง พวกคุณทุกคนจงทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
เราต้องดำเนินการหลายแนวทางพร้อมกัน แผนหนึ่งและแผน สามดำเนินการควบคู่กันไป เพื่อป้องกันทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และเอาชนะสงครามครั้งนี้ให้ได้!”
แผนหนึ่งคือสถานการณ์ที่ดีที่สุด โลกกลับมาเป็นปกติ สามารถ ดำเนินการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติได้ และประชาชนสามารถกลับมาใช้ ชีวิตปกติได้โดยเร็วที่สุด
แผนสามคือสถานการณ์ที่อากาศหนาวเย็นจัด แล้วยังมีแผนสอง แผนสี่และแผนห้ารองรับอยู่อีก…
“ครับ” ชายคนนั้นตอบรับ
“…”
การประชุมดำเนินไปจนดึกดื่น ทุกคนต่างแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น และพูดคุยกันไม่หยุด พวกเขาทุ่มเทอย่างเต็มที่ เสนอแนะ แนวทางและความคิดเพื่อประเทศชาติ และเพื่อผู้คนบนผืนแผ่นดินนี้
หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง ผู้ว่าราชการรู้สึกเหนื่อยล้าจนยก มือบีบนวดขมับ
“ขอบคุณทุกท่านสำหรับความทุ่มเท วันนี้พอก่อนแล้วกัน เลิก ประชุมได้”
ผู้คนทยอยออกจากห้องประชุม ผู้ว่าราชการเรียกจี้เหวินซีไว้
“เหวินซี เรื่องของกรมเกษตรกรรมและโรงงานคงต้องฝากเธอ รับผิดชอบ เธอทำงานหนักกว่าคนอื่นมาก กลับไปพักผ่อนให้ เพียงพอ ฝากทักทายคุณปู่ของเธอด้วยนะ”
เหวินซีเป็นชื่อที่คนใกล้ชิดใช้เรียกเขา
จี้เหวินซีพยักหน้ารับเล็กน้อย “ครับ คุณเองก็ต้องพักผ่อนให้ เพียงพอ อดนอนหลายคืนแล้ว อายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ ด้วย ร่างกาย อาจจะรับไม่ไหว”
ผู้ว่าราชการยิ้มอย่างพอใจ เขาตบไหล่จี้เหวินซีเบา ๆ
“เจ้าเด็กเหลือขอ กลับบ้านไปได้แล้ว”