ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 249 สังหารอีกครั้ง : เหล่าศัตรูจากชาติภพก่อน
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 249 สังหารอีกครั้ง : เหล่าศัตรูจากชาติภพก่อน
คนที่ได้รับสิ่งของกันหนาวต่างก็ดีใจกันมาก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หนาว กางเกงขายาว หรือรองเท้าบูต สิ่งแรกที่พวกเขาทำหลังจาก ได้รับของก็คือสวมใส่ทันที
บางคนเสียดายที่จะทิ้งเสื้อผ้าเก่า แต่บางคนก็รีบโยนทิ้ง แล้วสวม เสื้อผ้าใหม่ จากนั้นกอดผ้าห่มไว้แน่น และกลับบ้านไปอย่างมี ความสุข
เสื้อผ้าเก่าและรองเท้าเก่าถูกโยนทิ้งเป็นกอง ๆ
“เหนื่อยจังเลย ดีนะที่ช่วงก่อนหน้านี้มีคนย้ายออกจากหมู่บ้าน ไปเยอะ ไม่งั้นคงแจกไม่เสร็จภายในสามวัน และอาจต้องวุ่นวายเป็น อาทิตย์แน่ ๆ” แม่เซียวพูดพลางเช็ดเหงื่อ
เธอพูดต่อว่า “อีกเดี๋ยวก็จะมืดแล้ว ฟ้ามืดเมื่อไหร่จะยิ่งหนาวเย็น รีบกลับบ้านกันเถอะ”
“แม่คะ แม่กลับไปก่อนได้เลย หนูมีธุระนิดหน่อย” เซียวหมิง เยวี่ยตอบกลับ
แม่เซียวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ ลูกสาวบอกว่ามีธุระ ก็คงจะมีธุระจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าลูกอยากบอกเดี๋ยวก็บอกเอง
“ได้จ้ะ ระวังตัวด้วยนะ เสร็จแล้วรีบกลับบ้านเร็ว ๆ”
หลังจากแม่เซียวจากไป เซียวหมิงเยวี่ยก็มุ่งหน้าไปยังที่อยู่ ปัจจุบันของหลี่ชุ่ยฮวาและคนอื่น ๆ บุญคุณต้องทดแทน ความแค้น ต้องชำระ
เสื้อกันหนาวสีชมพูของเซียวหมิงเยวี่ยดึงดูดสายตาผู้คนได้เป็น อย่างดี โดยเฉพาะผู้หญิง เธอมีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว จึงได้รับความ สนใจอย่างมากไม่ว่าผ่านไปทางไหน
บางคนจำได้ว่า เธอคือหญิงสาวที่แจกสิ่งของกันหนาวเมื่อครู่ บางคนกล่าวทักทายและยิ้มให้เซียวหมิงเยวี่ยด้วย
พอเดินมาถึงบันไดใต้ตึก เซียวหมิงเยวี่ยสังเกตเห็นครอบครัว สามคนนั้น ซึ่งกำลังทะเลาะกันอยู่ที่ชั้นล่าง
หลี่ชุ่ยฮวาลากหลิวโส่วหวาพลางร้องไห้โฮ “ทั้งหมดเป็นเพราะ แกคนเดียว แกให้ฉันไปขโมยเสื้อผ้า ตอนนี้ส่วนแบ่งของฉันถูกยึดไป แล้ว แกต้องชดใช้เสื้อผ้าให้ฉัน แกต้องชดใช้…”
หลี่ชุ่ยฮวาถูกตัดสิทธิ์รับสิ่งของกันหนาว เธอสวมเสื้อผ้าขาดลุ่ย ตัวเดิม เมื่อท้องฟ้ามืดลง อากาศก็เริ่มหนาว เสื้อผ้าบาง ๆ ที่เธอสวม อยู่นั้นไม่สามารถกันหนาวได้ ทำให้เธอตัวสั่นเทาไม่หยุด
หลิวโส่วหวาผลักเธอออกอย่างแรง และดึงเสื้อหนาวมาห่อตัว แน่นพร้อมพูดว่า
“ไปให้พ้น ฉันบอกให้แกเอามาเพิ่มอีกตัว ไม่ได้บอกให้แกถูกจับ ได้ แกมันโง่เอง จะมาโทษฉันได้ยังไง”
แม่สามีของหลี่ชุ่ยฮวาช่วยพูดเสริม “จริงด้วย แกทำอะไรได้บ้าง บอกให้เอาเสื้อเพิ่มอีกตัว แต่ดันทำให้ตัวเองถูกจับได้ แล้วมันเกี่ยว อะไรกับลูกชายฉันด้วย เลิกโวยวายซะ แล้วขึ้นไปบนตึกได้แล้ว เดี๋ยว ก็หนาวตายหรอก”
“ฉันไม่มีแม้แต่ผ้าห่ม พวกแกต้องแบ่งให้ฉันครึ่งหนึ่ง ไม่งั้นฉันจะ ทำยังไง!” หลี่ชุ่ยฮวาตะคอก
หลิวโส่วหวาพูดด้วยความรำคาญ “แกจะทำยังไงก็เรื่องของแก”
แม่สามีของหลี่ชุ่ยฮวามองดูด้วยความสะใจ เธอชอบดูลูกชายสั่ง สอนนางลูกสะใภ้ตัวดี ยิ่งทั้งสองทะเลาะกันเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เป็นผู้หญิงก็ ควรต้องถูกควบคุมแบบนี้
“ทำไมแกถึงได้โง่ขนาดนี้ ผ้าห่มเก่าก็ยังมี มันใช้ได้เหมือนกัน นั่นแหละ” แม่สามีของหลี่ชุ่ยฮวาพูดด้วยน ้าเสียงไม่ยี่หระ
หลี่ชุ่ยฮวาตะโกนเสียงดังว่า “ทำไมไม่ใช้เองล่ะนางเฒ่าหนัง เหนียว! แกนั่นแหละที่ยุยงฉันให้ทำ ถ้าฉันไม่มีผ้าห่มให้ใช้ พวกแก อย่าหวังจะได้ใช้สักคน ฉันจะเผาทิ้งให้หมดเลย จะได้หนาวตายไป ด้วยกัน!”
หลี่ชุ่ยฮวาและแม่สามีของเธอต่อสู้กัน หลิวโส่วหวาเข้าข้างแม่ ตัวเอง จึงเตะคนเป็นภรรยาหลายครั้ง หลี่ชุ่ยฮวาไม่ยอมแพ้ เธอ กระชากผมแม่สามีและพยายามฉีกเสื้อกันหนาวของอีกฝ่าย
เซียวหมิงเยวี่ยเฝ้าดูฝูงหมาแว้งกัดกันเองจากระยะไกล และอด หัวเราะไม่ได้
ระหว่างการต่อสู้ หลี่ชุ่ยฮวาสังเกตเห็นเงาสีชมพู ทันใดนั้นเธอก็ โกรธจนหน้าบิดเบี้ยว ยกมือขึ้นชี้ไปที่เซียวหมิงเยวี่ยและตะโกนว่า
“แกนั่นเอง!”
นางคนจุ้นจ้านน่ารำคาญ ยังกล้าเสนอหน้ามาถึงที่นี่อีกเหรอ
เซียวหมิงเยวี่ยเดินเข้าไปหาช้า ๆ “อ้าว กำลังตีกันอยู่เหรอ”
หลิวโส่วหวากับเหมียวเสี่ยงหนานจำเซียวหมิงเยวี่ยได้ สีหน้า ของพวกเขาแปรเปลี่ยนกะทันหัน รีบปัดความสัมพันธ์กับหลี่ชุ่ยฮวา เพราะกลัวว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะทวงสิ่งของกันหนาวคืน
เหมียวเสี่ยงหนานดึงเสื้อผ้าของตัวเองให้แน่น “คุณคะ เราไม่ รู้จักเธอ เธอเป็นเพียงหัวขโมยที่พยายามขโมยเสื้อผ้าไป ตอนนี้เธอ คิดจะมาปล้นจากฉันไปอีก คุณต้องรีบจับตัวเธอไปนะคะ”
หลี่ชุ่ยฮวาโกรธจนตัวสั่นเทา “นางเฒ่าปลิ้นปล้อน แกนั่นแหละที่
สั่งให้ฉันไปขโมยเสื้อผ้า แกจะมาโทษฉันคนเดียวไม่ได้นะ ฉันจะฟ้อง คุณเจ้าหน้าที่ให้ยึดสิ่งของของพวกแกไปด้วย!”
หลิวโส่วหวาได้ยินก็ตบหน้าเธออย่างแรง “เพ้อเจ้ออะไรของแก ถ้ายังกล้าพูดจาไร้สาระอีก ฉันจะตีแกให้ตายคามือ คุณเจ้าหน้าที่
ครับ พวกเราไม่ได้สั่งหล่อน หล่อนพูดจามั่วซั่วไปเอง”
หลี่ชุ่ยฮวานอนร้องไห้บนพื้น “ไอ้คนใจไม้ไส้ระกำ ถ้าแกกล้าก็ ทุบตีฉันให้ตายเดี๋ยวนี้เลยสิ”
“พวกแกรวมหัวกันเล่นงานฉัน ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว ฉัน แค่หยิบเสื้อเกินไปตัวเดียวเท่านั้น ไม่ได้ปล้นสะดมบ้านแกสักหน่อย ทำไมถึงไม่ปล่อยฉันไป แค่แกล้งทำเป็นไม่เห็นมันจะตายหรือไง? พวกแกมันหน้าเนื้อใจเสือ จงใจปล่อยให้ฉันหนาวตาย งั้นฉันก็จะ ตายไปพร้อมกับพวกแก!”
หลี่ชุ่ยฮวามองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ แค้น
“พอได้แล้ว หยุดทะเลาะกันเถอะ เมื่อกี้ฉันผิดเอง ตอนนี้ยังมีผ้า ห่มเหลืออยู่ เดี๋ยวฉันไปเอามาให้” เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างใจเย็น
ทันทีที่เธอพูดจบ หลี่ชุ่ยฮวาและเหมียวเสี่ยงหนานก็หยุดด่าทอ ทั้งสามคนหันมามองเซียวหมิงเยวี่ยพร้อมกัน
“พะ… พูดจริงหรือ?”
หลี่ชุ่ยฮวาเปลี่ยนสีหน้าทันที “ดีค่ะ ดีเลย ฉันคิดไว้แล้วว่าคุณ เจ้าหน้าที่เป็นคนดี คงไม่ปล่อยให้ฉันหนาวตายหรอก”
เหมียวเสี่ยงหนานเหลือบมองไปรอบ ๆ ก่อนพูดเอาใจ
“เหลืออยู่เท่าไหร่คะ? นี่คือลูกสะใภ้ของฉันเอง เธอคงเอามาไม่ ไหว พวกเราไปช่วยเธอได้นะคะ”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยน ้าเสียงอ่อนโยน “เหลือเยอะเลยล่ะ พวก คุณทั้งสามคนมาด้วยกันก็ได้ เอาผ้าห่มไปคนละหลาย ๆ ผืน จะได้ อบอุ่นหน่อย”
“ครับ ๆ ๆ แล้วเสื้อกันหนาวกับรองเท้าก็ยังมีเหลือใช่ไหมครับ?” หลิวโส่วหวาถาม
สายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความโลภ
“มีสิ” เซียวหมิงเยวี่ยตอบ
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็ดีใจมาก พากันเรียกเซียวหมิงเยวี่ยว่า ท่านหัวหน้ารัว ๆ พวกเขาต้องการประจบสอพลออย่างถึงที่สุด และ ลืมเรื่องที่เพิ่งทะเลาะกันไปเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง แม้แต่หลี่ชุ่ยฮวาก็ลืมไป แล้วว่าเมื่อกี้เธอเพิ่งด่าทอเซียวหมิงเยวี่ยว่าอะไรไปบ้าง
เซียวหมิงเยวี่ยเดินนำหน้า ตามมาด้วยกลุ่มคนทั้งสาม ตอนนี้ฟ้า มืดแล้ว พวกเขามองไม่เห็นทาง จึงต้องเดินตามเธออย่างใกล้ชิด
“หัวหน้าครับ พวกเรากำลังไปไหนกันหรือ นี่มันทางดินโคลน พวกเราไม่เคยมาทางนี้เลย” หลิวโส่วหวาอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยหยุดเดินและพูดว่า “ที่นี่คือป่ารกร้างหลังภูเขา”
“ป่ารกร้างหลังภูเขา? ไม่ใช่ว่าพวกเราจะไปเอาผ้าห่มเหรอ” หลี่
ชุ่ยฮวาถาม
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มบาง “ไม่ได้ไปเอาผ้าห่มหรอก”
เหมียวเสี่ยงหนานพูดอย่างร้อนรน “ถ้าไม่ได้ไปเอาผ้าห่ม แล้วแก หลอกพวกเรามาที่นี่ทำไม?”
เซียวหมิงเยวี่ยจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา “ก็ส่งพวกแก ไปสรวงสวรรค์ไง”
ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ไม่คาดคิดเลยว่าชีวิต กำลังจะถูกพรากไป
…
สิบนาทีต่อมา เซียวหมิงเยวี่ยปัดฝุ่นออกจากมือ
“ชาติภพก่อนพวกแกฆ่าฉันตาย ชาติภพนี้ฉันฆ่าพวกแกตาย ถือว่าหายกันแล้ว เมื่อไปถึงนรก ไม่มีใครควรตำหนิใครทั้งนั้น”
หลังจากแก้แค้นสำเร็จ เซียวหมิงเยวี่ยฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ระหว่างกลับบ้าน
เมื่อกลับถึงบ้าน เซียวหมิงเยวี่ยเห็นคุณยายยืนอยู่ข้างแปลงผัก พลางถอนหายใจ
“น่าเสียดายจัง ผักสวย ๆ ต้องแข็งตายหมด แล้วจะทำยังไงดีนะ”
คุณยายสังเกตเห็นเซียวหมิงเยวี่ย จึงพูดว่า
“อ้อ หมิงเยวี่ย หลานเคยบอกไว้ว่าที่บ้านมีเตาเผาถ่านใช่ไหม เอามาตั้งไว้ในสวนหน่อยสิ ยายรู้สึกว่าเตาเผาถ่านให้ความร้อนได้
ดีกว่าเครื่องปรับอากาศ ไม่งั้นผักของเราคงตายหมดแน่ ไก่เองก็ อาจจะหนาวตายด้วย”
เซียวหมิงครุ่นคิดแล้วตอบไปว่า “ไม่ต้องหรอกค่ะ ถอนผักพวกนี้
ทิ้งไปได้เลย พวกเราจะย้ายบ้านเร็ว ๆ นี้แล้ว”
“อะไรนะ ย้ายบ้านเหรอ?” คุณยายเบิกตาโพลงด้วยความ ประหลาดใจ