ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 250 คำเตือนพายุหิมะ
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “ใช่ค่ะ ถอนมันได้เลย ไม่ต้องปลูกแล้ว”
คุณยายกับคุณตาสบตากัน ก่อนถามพร้อมกันว่า “ทำไมล่ะ?”
ก่อนที่เซียวหมิงเยวี่ยจะตอบกลับ แม่เซียวก็เร่งรีบออกจากบ้าน
“เดี๋ยว ๆ ๆ ดึกดื่นขนาดนี้ ข้างหน้ามืดหมดแล้ว ลูกจะไปไหน อีก?” คุณยายคว้าแขนเธอไว้
แม่เซียวดูทำอะไรไม่ถูก “ก็ผู้จัดการซูน่ะสิคะ เขาโทรมาบอกว่า ประชุมด่วน และขอให้พวกเราไปเดี๋ยวนี้”
“ดึกขนาดนี้จะประชุมอะไรกัน เอาไฟฉายไปด้วยนะ ปืนล่ะเอาไป หรือยัง?” คุณยายถาม
“เอาไปแล้วค่ะ เอาไปแล้ว ฉันไปก่อนนะ” แม่เซียวพูดพลางวิ่ง ออกจากบ้าน
เซียวหมิงเยวี่ยมองแผ่นหลังแม่เซียวที่วิ่งจากไป เธอคาดเดา อย่างคลุมเครือว่าผู้จัดการซูเรียกประชุมเพื่อพูดเรื่องอะไร คงจะเป็น เพราะทางการตรวจจับสัญญาณเตือนว่ากำลังจะมีพายุหิมะรุนแรง พัดถล่ม
เป็นไปได้ว่าทั้งเมืองเผิงจิงกำลังเร่งมือประชุมเพื่อหาแนวทาง รับมือ เสียงสัญญาณเตือนภัยดังก้องไปทั่วผืนแผ่นดิน พร้อมกับเสียง
แตรสัญญาณเตรียมพร้อมรบดังกังวาน ผู้คนจะตกอยู่ในความ โกลาหลขณะเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
คุณตาถามอย่างจริงจังว่า
“กลับไปเรื่องเดิมก่อน ทำไมถึงเลิกปลูกผักล่ะ?”
“อากาศหนาวเย็นลงทุกวัน ไม่รู้ว่าอุณหภูมิจะลดลงไปถึงกี่องศา เพื่อนของหนูมีข้อมูลภายในและบอกว่า อีกไม่นานจะมีหิมะตกหนัก ถึงตอนนั้นหิมะจะปิดถนน ของใช้จำเป็นจะส่งมาไม่ได้ บ้านเราไม่ ปลอดภัยอีกแล้ว” เซียวหมิงเยวี่ยพูดคลุมเครือ
ตามเส้นเวลาของชีวิตภพก่อน หิมะจะตกในสัปดาห์หน้า ซึ่งก็คือ อีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น
ความจริงแล้วเรื่องของใช้จำเป็นไม่สำคัญเท่าไร เธอไม่ได้ห่วง เรื่องนั้น สิ่งที่เธอกลัวคือหิมะจะทับถมบ้านจนถูกฝังอยู่ข้างใต้ แม้จะมี สารละลายหิมะ แต่ก็ต้องออกไปตักหิมะอยู่ตลอดเวลา การย้าย ออกไปจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
“อะไรนะ?” คุณยายตกใจ
คุณตาถามด้วยสีหน้ากังวล “ถ้าบ้านไม่ปลอดภัย แล้วเราจะไป อยู่ที่ไหนล่ะ?”
ครอบครัวรู้ดีว่าเซียวหมิงเยวี่ยมีเพื่อนเก่ง ๆ หลายคน ไม่ใช่เรื่อง แปลกที่คนประเภทนี้จะมีข้อมูลภายใน ดังนั้นคุณยายกับคุณตาจึง เชื่อคำพูดหลานสาว
เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างจริงจังว่า “ไปที่เมืองบันเทิงค่ะ ครอบครัว เราจะย้ายไปอยู่ที่นั่น”
“เมืองบันเทิง? สถานที่ระดับนั้น เราจะไปอยู่ได้เหรอ?” คุณยาย ทั้งลังเลและกังวลใจ
เธอถอนหายใจซ ้าแล้วซ ้าเล่า “พระเจ้าช่วย สวรรค์ไม่ต้องการให้ หนทางรอดแก่เราเลยหรือไง ปีแล้วปีเล่า ไม่จบสิ้นสักที!”
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งลงบนโซฟา “รอดแน่นอนค่ะ เรื่องนี้หนูจัดการ เอง ทุกคนแค่ต้องฟังหนูก็พอ รอแม่กลับมาบ้านก่อน แล้วค่อยคุยกัน ถึงรายละเอียดอีกที หนูเดาว่าแม่คงไปประชุมเรื่องหิมะนี่แหละ”
คุณยายจับมือเซียวหมิงเยวี่ยแน่น “หลานเอ๊ย เพื่อนหลานบอก หรือเปล่าว่าหิมะจะตกนานแค่ไหน?”
คุณตาสีหน้าเคร่งเครียด “เธอคิดว่ายังไงล่ะ ภัยพิบัติแบบนี้
เกิดขึ้นทุกปี คิดว่าปีที่แล้วฝนตกนานแค่ไหนกัน?”
คุณยายสูดหายใจเข้าลึก “ที่รัก แล้วเราจะไม่ถูกหิมะฝังไว้ข้างใต้ หรือ? ต้องย้าย ต้องย้าย อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว เราต้องย้ายบ้าน”
เซียวหมิงเยวี่ยและคุณตาหันมองหน้ากัน “นี่ก็คือสิ่งที่หนูกังวล อยู่เหมือนกันค่ะ ถ้าแค่หนาวก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าหิมะตกหนัก มันจะ เป็นอันตรายมากที่สุด ที่เมืองบันเทิงเป็นตึกสูง มีทั้งอาหาร น ้าดื่ม และเครื่องทำความร้อน อยู่ที่นั่นสบายกว่าอยู่บ้านเยอะ”
“เอาล่ะ ตกลงกันตามนั้น เราย้ายไปที่นั่นกันเถอะ” คุณตา ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเรื่องย้ายบ้าน
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกโล่งอกและสบายใจทุกครั้งที่พูดคุยหรือ เสนอแนะอะไรกับครอบครัว พวกเขาจะยอมรับและสนับสนุนเธออย่าง เต็มที่ โดยไม่ตั้งคำถามใด ๆ กับเธอเลย
เธอแทบไม่ต้องพูดอะไรมาก ความรู้สึกแบบนี้ดีมากจริง ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เสียก่อน เธอจึงเดินออกไปรับโทรศัพท์ที่สนามหญ้า
[คุณเดาถูกจริงด้วยคุณหนูเซียว กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศเตือนฉุกเฉินแล้วว่า พายุหิมะที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ กำลังมาเยือนเร็ว ๆ นี้ แล้วคุณจะย้ายมาที่เมืองบันเทิงเมื่อไหร่? ห้องที่
ผมให้คำสัญญากับคุณถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว]
เสียงของจี้เหวินซีดังขึ้น มันฟังดูสดใสและชัดเจน คล้ายกับว่า เขากำลังมีความสุข
เซียวหมิงเยวี่ยเม้มริมฝีปาก “อีกไม่นานก็จะย้ายแล้วค่ะ ขอบคุณ สำหรับความกรุณาของคุณจี้ ขอแค่ห้องธรรมดา ๆ ก็พอแล้วค่ะ ไม่ จำเป็นต้องหรูหราเกินไป”
[แน่นอน ผมจะจัดการตามความต้องการของคุณหนูเซียวทุก ประการ ไม่กล้าขัดคำสั่ง]
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะ “เลิกเรียกฉันว่าคุณหนูเซียวได้ไหมคะ? มันฟังดูแปลก ๆ สำหรับฉัน มาพูดเรื่องจริงจังกันบ้างดีกว่า คุณ ติดต่อบริษัทที่ผลิตนวัตกรรมละลายหิมะหรือยังคะ? ของที่ฉันมีพอใช้ แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เราต้องให้พวกเขาผลิตเพิ่มแบบเร่งด่วน”
[คุณก็เรียกผมว่าคุณจี้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?]
จี้เหวินซีเก็บท่าทีขี้เล่นไว้และพูดต่อว่า [โรงงานเริ่มดำเนินการ แล้ว พวกเขาเร่งการผลิตตลอดทั้งวันทั้งคืน คาดว่าจะสามารถ นำไปใช้ได้ในเร็ววันนี้ และด้วยของจำนวนหนึ่งที่คุณให้มา จึงไม่น่า หนักใจนัก อย่างน้อยก็เพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ได้ ชั่วคราว]
“ดีแล้วค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง ด้วยความช่วยเหลือของ นวัตกรรมละลายหิมะ หิมะที่ตกลงมาคงจะถูกกำจัดได้เร็วขึ้น ผู้ประสบภัยก็จะได้รับสิ่งของช่วยเหลือได้เร็วขึ้นเช่นกัน จากนั้นพวก
เขาจะไม่ต้องล้มตายจากความอดอยากและความหนาวเหน็บเหมือน ชาติภพก่อน
จี้เหวินซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง [นับตั้งแต่มีการประกาศเตือนพายุ หิมะ ผู้คนที่ได้รับข่าวสารต่างก็มาจองห้องที่เมืองบันเทิงกันเป็น จำนวนมาก ตอนนี้ไม่มีห้องว่างแม้แต่ห้องเดียว คุณจะต้องรีบย้ายเข้า มานะ รู้ไหม?]
ไม่เพียงห้องพักสำหรับแขกเท่านั้น แม้แต่ห้องพักสำหรับ พนักงานก็เต็มไปหมด บางคนถึงกับขนสมาชิกในครอบครัวมาอยู่ รวมกันในห้องเดียว ใครจะทำอะไรได้?
ทุกคนต่างผ่านประสบการณ์ความเลวร้ายของวันสิ้นโลกมาแล้ว สองปีก่อนเป็นภัยแล้ง ปีที่แล้วเป็นพายุฝนโหมกระหน ่า ผู้คนเกิด ความหวาดกลัวในจิตใจ แล้วใครบ้างจะไม่กลัวหิมะตกหนักในปีนี้?
คนเหล่านั้นฉลาดเหมือนกรด ใครที่ไหนจะอยากรอหิมะตกหนัก จนถนนหนทางปิด บ้านถูกหิมะทับจนมิดแล้วค่อยหาทางออก?
หากเซียวหมิงเยวี่ยคิดได้ว่าเมืองบันเทิงเป็นสถานที่หลบภัยชั้นดี คนเหล่านั้นก็คิดได้เช่นกัน ใครจะไม่รู้ว่าเมืองบันเทิงได้รับการ สนับสนุนจากกรมเกษตรกรรม อยู่ที่นั่นไม่มีทางอดตายแน่ ๆ
ผู้คนต่างมุ่งหน้าไปที่เมืองบันเทิงเพื่อหลบภัย คนที่ไปช้าก็ร้อน รนจนหน้าแดง พยายามหาทางเข้าเมืองบันเทิงและขอร้องทุกคนที่
พอจะช่วยเหลือได้ โดยหวังว่าจะมีห้องว่างเหลืออยู่สักห้อง
ครอบครัวไหนที่แย่งชิงห้องมาได้สักห้อง ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว
แต่ใครเล่าจะรู้ได้ว่า เซียวหมิงเยวี่ยมีถึงสามห้อง คุณตาคุณยาย หนึ่งห้อง พ่อและแม่เซียวหนึ่งห้อง และตัวเธอเองอีกหนึ่งห้อง
หากใครรู้เข้า จะไม่คิดว่าเธอฟุ่มเฟือยเกินไปเหรอ?
“ทราบแล้วค่ะ ฉันจะจัดการเก็บของภายในสองสามวันนี้ คุณจี้
คะ รบกวนคุณช่วยส่งรถบรรทุกมาให้ฉันหนึ่งคันได้ไหมคะ? เพื่อเอา มาขนย้ายข้าวของ” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
[ได้สิ เรื่องแค่นี้เอง]
หลังจากที่ทั้งสองพูดจบ เซียวหมิงเยวี่ยก็วางสายและเริ่มวาง แผนการย้ายบ้าน เนื่องจากครอบครัวของเธอมีข้าวของเครื่องใช้ มากมาย
“หมิงเยวี่ย หลานคุยโทรศัพท์กับใครเหรอ?” คุณตาถามขึ้นเมื่อ เห็นเธอเดินกลับเข้ามา
เซียวหมิงเยวี่ยเก็บโทรศัพท์และตอบว่า “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่ คุยกับเพื่อนที่อยู่ในเมืองบันเทิง ถามว่าหนูจะย้ายไปเมื่อไหร่”
เป็นเพื่อนกันก็จริง แต่ก็เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้วย
คุณตาพยักหน้ารับ “อ๋อ ๆ”
กลางดึก แม่เซียวเพิ่งกลับมาจากการประชุม เซียวหมิงเยวี่ย คุณ ยาย และคุณตาต่างรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นด้วยความกังวล เพราะว่าเป็น เรื่องใหญ่ พวกเขาจึงนอนไม่หลับ
แม่เซียวกลับมาถึงบ้านด้วยความเหนื่อยล้า แต่เมื่อเห็นว่าคนใน บ้านยังไม่นอน จึงไม่คิดเก็บความลับใด ๆ พร้อมโพล่งออกไปว่า
“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว เร็ว ๆ นี้จะมีพายุหิมะ!”
ต่างกับปฏิกิริยาที่แม่เซียวคาดหวังไว้โดยสิ้นเชิง คนทั้งสามบน โซฟากลับนิ่งเฉย ไม่มีท่าทีตกใจ
“พวกเรารู้แล้วจ้ะ เลยอยู่รอลูกกลับมานี่แหละ” คุณยายบอกให้ เธอนั่งลง
“ทุกคนรู้ได้ยังไงคะ? ฉันเพิ่งรู้ตอนประชุมเมื่อครู่เองนะ”
แม่เซียวนั่งลงด้วยความงุนงง ขณะที่ยังไม่เข้าใจอะไรเลย ก็ได้ยิน เซียวหมิงเยวี่ยพูดว่า
“แม่คะ เราจะย้ายไปอาศัยอยู่ที่เมืองบันเทิง วันพรุ่งนี้ต้องเริ่มเก็บ ของกันแล้ว”
“ฮะ?” แม่เซียวยิ่งสับสน
“พวกเราจะไปเมืองบันเทิงเพื่อหลบภัยค่ะ ถ้ายังอยู่ที่บ้านต่อ คง ถูกพายุหิมะฝังอยู่ข้างใต้ พวกเราอาจขาดอากาศหายใจตายได้นะ” เซียวหมิงเยวี่ยอธิบาย