ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 251 เก็บข้าวของ แล้วย้ายบ้าน!
คุณตาพูดขึ้นเนิบช้า “หมิงเยวี่ยได้ยินมาจากเพื่อน เรื่องนี้เราคุย กันเรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มเก็บข้าวของกันพรุ่งนี้”
แม่เซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย หลังครุ่นคิดพักหนึ่งก็พูดว่า
“ผู้จัดการซูบอกว่าวันอังคารหน้าจะมีหิมะตกหนัก และจะตกหนัก มากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมากก่อน ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เราก็ไม่ สามารถอยู่ที่นี่ต่อไป ถนนหนทางจะถูกปิด เสบียงอาหารเข้ามาส่ง ไม่ได้ ไม่รู้เลยว่าผู้คนจะเอาชีวิตรอดอย่างไร ถ้าย้ายออกไปได้ก็เป็น เรื่องดี”
เซียวหมิงเยวี่ยจิบน ้าเงียบ ๆ วันอังคารหน้าเหรอ? วันนี้วันศุกร์ แล้ว เหลือเวลาแค่สามวันเอง
“ว่าแต่ งานของแม่ล่ะจะทำยังไง? ผู้จัดการซูบอกว่าอีกไม่กี่วัน ข้างหน้าจะยุ่งมาก” แม่เซียวรู้สึกหนักใจ
เซียวหมิงเยวี่ยคิดเรื่องนี้ไว้แล้วเหมือนกัน “ไม่มีทางอื่นค่ะ ต้องลา หยุดยาว บอกไปตามตรงว่าเรากำลังจะย้ายบ้าน”
“แล้วต้องลาหยุดนานแค่ไหน?” แม่เซียวถามต่อ
เซียวหมิงเยวี่ยกล่าวน ้าเสียงจริงจัง “อย่างน้อยสามเดือนค่ะ”
“แบบนั้นไม่ดีหรอกมั้ง ลาหยุดตอนที่งานยุ่งที่สุดและต้องการ กำลังคนมากที่สุด ถ้าขอหยุดนานขนาดนั้น…” แม่เซียวลังเล
คุณตาตบต้นขาโพล่งออกว่า “โธ่เด็กโง่ ชีวิตจะสูญสิ้นอยู่แล้ว ยังมัวกังวลอะไรอีก? ถ้าไม่ขอลาหยุด แล้วจะทำอะไร? จะรอให้หิมะ ทับถมบ้านจนมิดหลังคาค่อยหาทางออกเหรอ? แล้วจะกินจะดื่ม อะไร?
ถ้าถึงขนาดต้องลาออกก็ต้องทำ! สิ่งไหนสำคัญกว่ากันยังแยก ไม่ออกอีกเหรอ? ตอนนี้ยังมาห่วงเรื่องงาน ผู้นำเขาก็จัดการเรื่อง ผู้ประสบภัยไว้แล้ว ขาดแกคนเดียวพวกเขาจะตายกันเลยหรือไง?”
แม่เซียวคิดถึงเรื่องนี้และพูดอย่างรวดเร็ว
“พ่อพูดถูก ฉันสับสนไปชั่วขณะ เดี๋ยวฉันไปขอลาหยุด ถ้าไม่ให้ ลาหยุด ฉันก็จะลาออก”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดขึ้น “ลาออกเลยก็ได้ค่ะ ครอบครัวเราไม่ได้ขัด สน”
เดิมทีเพียงหวังผลประโยชน์จากอาชีพเจ้าหน้าที่จัดสรรที่พัก แต่ ตอนนี้มีโทษมากกว่าประโยชน์ งั้นคงต้องเลิกทำงานนี้
เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นและพูดว่า “หนูจัดการเรื่องเมืองบันเทิง เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เริ่มเก็บของได้เลย”
“พรุ่งนี้เหรอ? เร่งรีบขนาดนั้นเลย?”
“ใช่ค่ะ ต้องเริ่มพรุ่งนี้เลย” น ้าเสียงของเซียวหมิงเยวี่ยค่อนข้าง เด็ดขาด
…
วันต่อมา
“หมิงเยวี่ย เอาหม้อ กระทะ ชาม ตะหลิวไปด้วยไหม?” คุณยาย ตื่นแต่เช้าเพื่อจัดข้าวของ
เซียวหมิงเยวี่ยส่ายหัว “ไม่ต้องค่ะ ที่เมืองบันเทิงเราไม่ต้อง ทำอาหารเอง และไม่มีที่ให้ทำอาหารด้วย”
เธอหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “เอาไปแค่เสื้อผ้าและของใช้ จำเป็นก็พอค่ะ ของอื่น ๆ เก็บไว้ที่บ้านนี่แหละ ยังไงก็ต้องกลับมาอยู่ แล้ว”
“แล้วเอาผ้าห่มผืนใหม่ของเราไปด้วยไหม เคยได้ยินว่าปกติ โรงแรมจะมีผ้าห่มให้” คุณยายถามต่อ
เซียวหมิงเยวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เอาติดไปก็ได้ค่ะ เอาไปเผื่อไว้สัก สองผืนกำลังดี”
คุณยายกับคุณตากำลังเก็บของและทำความสะอาดบ้าน แม่ เซียวยังมีงานต้องส่งมอบ คงจะใช้เวลาสักหนึ่งหรือสองวัน ดังนั้นคุณ ตากับคุณยายจึงไม่ได้รีบร้อน และเก็บของไปเรื่อย ๆ
ของที่ต้องเอาไปรวบรวมไว้ที่เดียวกัน ของที่ไม่เอาไปก็จัดเก็บให้ เป็นระเบียบ เผื่อไว้ใช้ตอนกลับมา ทั้งหมดนี้คงไม่สามารถทำเสร็จ ภายในวันเดียว
ขณะเดียวกัน เซียวหมิงเยวี่ยยังคงใจเย็น เธอเก็บของที่จำเป็น ส่วนใหญ่ใส่เข้าไปในมิติส่วนตัวแล้ว รวมถึงเนื้อสัตว์ในตู้แช่ใต้ดิน ด้วย อย่างไรเสียคุณยายก็ไม่ค่อยลงไปที่ห้องใต้ดินบ่อยนัก เพราะ ปกติจะหยิบของจากตู้เย็นในห้องครัว
คุณยายคิดว่าตัวเองตาฝาด “ครั้งก่อนฉันยังเห็นว่ามีเนื้ออยู่ เยอะแยะ ทำไมเหลือแค่นี้เองล่ะ?”
“เธออายุมากแล้ว คงจำผิดกระมัง” คุณตาพูด
หลังใช้เวลาสองวันเต็ม ในที่สุดครอบครัวเซียวก็เก็บข้าวของ เสร็จเรียบร้อย ของที่ไม่เอาไปล้วนถูกเก็บและปิดผนึกเป็นอย่างดี
เซียวหมิงเยวี่ยให้คนขับจอดรถบรรทุกไว้หน้าบ้าน แล้วจึงค่อย ๆ ขนของขึ้นรถทีละอย่าง
“แล้วจะทำยังไงกับผักที่เหลือ และไก่พวกนี้ล่ะ ถ้าจะให้ทิ้งก็น่า เสียดาย” คุณยายลังเลที่จะทิ้งพวกมัน
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้พูดอะไร มันคงโจ่งแจ้งเกินไปถ้าเธอจะเก็บ ของพวกนี้ใส่มิติส่วนตัว
คุณตาเกิดความคิดขึ้นจึงพูดว่า “เอาอย่างนี้สิ เอาไปให้ ผู้จัดการซูกันเถอะ ถือว่าเป็นการเลี้ยงอาหารค ่าทุกคน เรายังไม่ได้ ขอบคุณที่ชิงหว่านต้องลาหยุดเลย”
ตอนที่แม่เซียวไปบอกผู้จัดการซู เธอรู้สึกอึดอัด และคิดว่า ลาออกไปเลยก็ได้
ทว่าผู้จัดการซูไม่เพียงไม่ตำหนิเธอเท่านั้น เขายังเข้าใจ สถานการณ์เป็นอย่างดี เพราะครอบครัวกำลังจะลี้ภัยไปที่อื่น มัน เป็นไปไม่ได้ที่จะทิ้งแม่เซียวให้อยู่ตามลำพัง ดังนั้นผู้จัดการซูจึง อนุมัติให้แม่เซียวลาหยุดยาว
ผู้จัดการซูบอกว่า รอให้ครอบครัวย้ายกลับมาเมื่อใด แล้วจึงค่อย กลับมาทำงานต่อ
แม่เซียวรู้สึกขอบคุณมาก เธอคิดว่าคำแนะนำของคุณตานั้นฟัง ดูเข้าท่า จึงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ได้ค่ะ งั้นฉันจะเอาพวกมันไปให้ผู้จัดการซูตอนนี้เลย”
แน่นอนว่าเซียวหมิงเยวี่ยไม่คัดค้าน และคุณยายก็ไม่คัดค้าน เช่นกัน เธอหันกลับไปหากระสอบเพื่อใส่ผักและไก่ แต่เนื่องจากมี ของเยอะเกินไป และแม่เซียวแบกมันไปคนเดียวไม่ไหว เธอจึงขับรถ ไปแทน
…
“เกรงใจจริง ๆ คุณเอาของมาให้เยอะแยะขนาดนี้” ผู้จัดการซูพูด ปฏิเสธ แต่บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
แม่เซียววางของลงบนโต๊ะทำงานของผู้จัดการซูแล้วพูดว่า “รับ ไว้เถอะค่ะ ครอบครัวของเรารู้สึกขอบคุณคุณมาก ขอบคุณหัวหน้าที่
คอยดูแลฉันมาตลอด ของพวกนี้เป็นเพียงอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้ มีอะไรเลยค่ะ”
ผู้จัดการซูไม่ปฏิเสธอีกต่อไป ไก่ในกระสอบยังคงดิ้นและส่งเสียง ดัง สมัยนี้ข้าวปลาอาหารมีค่ามากกว่าทองคำ นานมากแล้วที่ไม่ได้ เห็นไก่ตัวเป็น ๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นแม่ไก่อีกด้วย
ช่างเป็นการให้ที่ใจกว้างจริง ๆ
“งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ ขอให้พวกคุณเดินทางปลอดภัย ยังไงก็ ต้องยกความดีความชอบให้หมิงเยวี่ย เธอเก่งมากจริง ๆ แม้แต่ห้องใน เมืองบันเทิงก็ยังหามาได้ ผมได้ยินมาว่ามีคนใหญ่คนโตหลายคนจอง ห้องพักไม่ทัน พวกเขากำลังร้อนใจและพยายามหาของขวัญไปติด สินบน” ผู้จัดการซูถอนหายใจ
แม่เซียวตกใจ “จริงเหรอคะ…”
“ก็จริงน่ะสิ พวกเราก็จะย้ายที่ทำงานเร็ว ๆ นี้ คงทำงานชั้นล่าง ไม่ได้อีกแล้ว” ผู้จัดการซูพูด
แม่เซียวมองออกไปเห็นพนักงานกำลังเก็บของอยู่ข้างนอก เธอ รีบบอกลาผู้จัดการซู เพราะไม่อยากรบกวนเวลาทำงาน
เธอไปทักทายและพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานสั้น ๆ ก่อนจะกลับบ้าน
“ผู้จัดการซูครับ ทำไมพี่เจี่ยงถึงลาออกล่ะ?” พนักงานคนหนึ่ง ถาม
ผู้จัดการซูถอนหายใจยาว “ลูกหลานของเธอช่างมีศักยภาพจริง ๆ”
“หือ?” ชายคนนั้นไม่เข้าใจ
ผู้จัดการซูไม่ได้พูดอะไรต่อ “รีบเก็บของสิ ห้องทำงานที่โน่นติด หม้อต้มน ้าร้อนเรียบร้อยหรือยัง? ย้ายถ่านหินไปแล้วหรือยัง? ต่อไปนี้
พวกเราจะย้ายไปอยู่ที่หอพักกันหมด อย่าลืมอะไรไว้ล่ะ…”
…
“น่าเสียดายต้นผลไม้นี้จริง ๆ” คุณยายพูดอย่างไม่เต็มใจ
ต้นผลไม้นี้ถูกต่อกิ่งไว้จนสามารถออกผลไม้ได้ถึงสี่ชนิด ในช่วง สองปีที่ผ่านมา ผลไม้ส่วนใหญ่ที่พวกเขากินก็มาจากต้นไม้นี้ แต่ ตอนนี้ถ้าต้องทิ้งต้นไม้ไว้ที่บ้าน มันคงถูกแช่แข็งจนตายแน่ ๆ
“ไม่มีทางอื่นแล้วค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยล็อกประตูบ้าน มวลความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกผุด ขึ้นมาในใจ บ้านที่ปกป้องพวกเขามาตลอดสองปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็น ป้อมปราการที่ปลอดภัยที่เธอสร้างขึ้นด้วยน ้ามือตัวเอง ในที่สุดก็ถึง เวลาพักผ่อนเสียที
คงอีกนานกว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง เร็วสุดก็สามเดือน ช้าสุดก็ไม่ รู้ว่าเมื่อไหร่
“คุณหนูเซียวครับ พร้อมจะออกเดินทางแล้วหรือยัง?” คนขับ รถบรรทุกถาม
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าเล็กน้อย “พร้อมค่ะ”
บนหลังรถบรรทุกเต็มไปด้วยสัมภาระของครอบครัวเซียว ส่วน พวกเขาจะขับรถไปเอง ในเวลานี้แม่เซียวกลับมาพอดี เธอจึงขึ้นนั่งที่
เบาะข้างคนขับ แล้วให้เซียวหมิงเยวี่ยเป็นคนขับรถ
คุณยาย คุณตา และเจี่ยงจ้วงนั่งอยู่ที่เบาะหลัง ขณะที่คุณยาย อุ้มจื่อจื่อนั่งบนตัก
“พวกลุงใหญ่รู้หรือเปล่าคะว่าพวกเรากำลังจะไปที่เมืองบันเทิง?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
คุณตาพยักหน้า “รู้สิ เมื่อกี้โทรไปบอกแล้ว เดี๋ยวพวกเขาจะมา ช่วยเราขนของ”
“ดีเลยค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่รอช้าอีกต่อไป เธอสตาร์ทรถ แล้วออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่เมืองบันเทิง เนื่องจากอากาศหนาวเย็น ผู้คนจึงเก็บตัวอยู่ ภายในบ้าน บนถนนในชุมชนว่างเปล่าไร้ผู้คน รถจึงแล่นไปอย่าง ราบรื่น
“ไปกันเลย!” เจี่ยงจ้วงตื่นเต้นมาก เขาไม่เคยไปเมืองบันเทิงมา ก่อน
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มน้อย ๆ “ดูเธอจะมีความสุขมากเลยนะ”