ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 254 แฟนใหม่ของคุณน้า สวีซง
กลุ่มแชตสำหรับผู้อยู่อาศัยในโรงแรมเมืองบันเทิงเต็มไปด้วย บรรยากาศที่อบอุ่น ผู้คนต่างทักทายและทำความรู้จักกันอย่างสุภาพ กลุ่มแชตที่ควรจะเป็นพื้นที่สำหรับผู้อยู่อาศัยสื่อสารกัน กลับ กลายเป็นกลุ่มแชตสำหรับพบปะสังสรรค์ คำพูดราบรื่นและสุภาพ ของพวกเขา แม้แต่เซียวหมิงเยวี่ยก็ต้องยอมแพ้
[ภูผาสูงสายน ้าไหล] : สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทุกคน (หน้ายิ้ม) กระผมชื่อว่าเกาเฉิงไฉ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นเพื่อนบ้านกับทุกคน ภัยพิบัติหิมะถล่มทำให้เราได้มารวมตัวกัน นี่คือโอกาสที่โชคชะตา ลิขิตไว้ หวังว่าในอนาคตพวกเราจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ พร้อม ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน! (จับมือ จับมือ จับมือ)
[สุรามังสาผ่านลำไส้] : (ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ) พูดถูกต้อง ที่สุด!
[สี่ตำลึงปาดพันชั่ง] : ที่แท้ก็คุณเกานี่เอง! (สุดยอด สุดยอด สุด ยอด) ผมได้ยินชื่อคุณเกามานานแล้ว ผมชื่อเสี่ยวหยวนที่ทำงานอยู่ เจี้ยนเฟิงกรุ๊ป เราเคยเจอกันตามงานเลี้ยง ไม่ทราบว่าคุณเกายังจำ ผมได้ไหมครับ?
[ภูผาสูงสายน ้าไหล] : ผมจะลืมคุณหยวนได้อย่างไรครับ (หน้า ยิ้ม) ถ้าอย่างนั้นชวนเหล่าหวังกับคนอื่น ๆ แล้วไปทานอาหารค ่า ด้วยกันดีไหมครับ?
สี่ตำลึงปาดพันชั่ง: ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ!
[จิตรกรพเนจร] : ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา คืนนี้จะเริ่ม มีหิมะตก ไม่รู้ว่าภัยพิบัติหิมะครั้งนี้จะยาวนานแค่ไหน ทุกคนล้วนมอง การณ์ไกลและคิดตรงกัน จึงมาหลบภัยที่โรงแรมเมืองบันเทิงแห่งนี้ (เฉลิมฉลอง เฉลิมฉลอง เฉลิมฉลอง)
[หญิงสาวในชุดสีชมพู] : จริงค่ะ พอทราบข่าว ฉันก็รีบจองห้อง ทันที โชคดีที่จองทัน หากเกิดภัยพิบัติหิมะขึ้นจริง บ้านของฉันคงถูก หิมะทับถมจนมิดหลังคา ฉันยังไม่อยากตายค่ะ
[นางฟ้าอสรพิษ] : จริงด้วยค่ะ
[ภูผาสูงสายน ้าไหล] : พูดถูกต้องครับ (กดไลก์) ผมกลัวว่าถนน จะถูกหิมะปิด หากอยู่บ้านโดยไม่มีอาหาร คงอดตายไม่ช้าก็เร็ว ผม ได้ยินจากคุณเจี่ยว่า เมืองบันเทิงได้รับการสนับสนุนจากกรม เกษตรกรรม และจะไม่มีทางขาดแคลนอาหาร ผมจึงพาครอบครัวมา ที่นี่
[จิตรกรพเนจร] : ใช่แล้วครับ พี่เกาเป็นคนฉลาดและมองการณ์ ไกล เรามาเพิ่มเพื่อนกันไว้เถอะครับ
[ผู้ดูแลอาคารเอมี่] : @สมาชิกทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่โรงแรม เมืองบันเทิง นอกจากห้องอาหารบุฟเฟ่ต์จู่หลานและห้องอาหารบุฟ เฟ่ต์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนชั้น 14 ของโรงแรมแล้ว ทางโรงแรม ยังเปิดห้องอาหารบุฟเฟ่ต์เพิ่มอีกสองแห่งบนชั้น 30 เพื่อบริการ
อาหารเช้า กลางวัน และเย็นแก่แขกทุกท่าน ขอเชิญมาลิ้มลองได้เลย ค่ะ!
[ผู้ดูแลอาคารเอมี่] : นอกจากห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ทั้งสี่แห่งแล้ว ห้องอาหารชั้นนำของโรงแรมเมืองบันเทิงยังเปิดให้บริการแก่แขกผู้ เข้าพักอีกด้วย มีเมนูหลากหลายให้ท่านเลือกสรร ขออวยพรให้ทุก ท่านมีความสุขกับการพักอาศัยที่นี่!
[กล้วยไม้หุบเขาที่ว่างเปล่า] : (ปรบมือ) สมกับเป็นโรงแรมเมือง บันเทิงจริง ๆ บริการดีเยี่ยม มีห้องอาหารเยอะขนาดนี้ คงไม่มีทางอด ตายแน่
[กาลเวลาอันสงบสุข] : อยากลองชิมอาหารฝรั่งเศสที่นี่มานาน แล้ว ได้ยินจากเพื่อนว่าอร่อย เดี๋ยวต้องพาลูกสาวไปลองชิม
…
ในกลุ่มแชตยังคงมีการพูดคุยอย่างคึกคัก ผู้คนที่เพิ่งย้ายเข้ามา พักในโรงแรมเมืองบันเทิงต่างรู้สึกตื่นเต้นแปลกใหม่ มันจึงเป็นเรื่อง ปกติที่พวกเขาจะคุยทักทายกัน และอยากพูดคุยกับผู้อื่น
อย่างไรก็ตาม สมาชิกในกลุ่มแชตที่คุยทักทายกันอย่าง กระตือรือร้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ที่อายุมากแล้ว คนรุ่นใหม่แทบจะไม่ พูดอะไรเลย
เซียวหมิงเยวี่ยปิดแชตกลุ่มสำหรับผู้อยู่อาศัยในโรงแรม แล้วเปิด แชตกลุ่มสำหรับเจ้าบ้านในชุมชน บางคนบ่นว่าอากาศหนาวเกินไป
บางคนบ่นว่าแผ่นพลาสติกบนหน้าต่างไม่ได้ตอกตะปูแน่น ทำให้ลม โกรกเข้ามา บางคนบ่นว่าหนอนฟันที่แจกวันนี้รสชาติแย่มาก
ในโลกนี้มีคนหลากหลายประเภทเสมอ
เซียวหมิงเยวี่ยปิดโทรศัพท์มือถือ แม่เซียวได้ส่งข้อความมา หลายข้อความกระตุ้นให้พวกเขาไปร้านอาหารบุฟเฟ่ต์จู่หลานบนชั้น 14 เพื่อทานอาหารด้วยกัน
เซียวหมิงเยวี่ยเพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ทันใดนั้นก็ได้รับโทรศัพท์ จากแม่เซียว
[หมิงเยวี่ย ลูกรีบมาหน่อยสิ น้าเขามาถึงแล้วนะ แถมยังพาผู้ชาย มาด้วยคนหนึ่ง!] แม่เซียวพูดเร่งรัดเธอ
เซียวหมิงเยวี่ยตกใจ “ผู้ชาย? คุณน้ามีแฟนใหม่แล้วเหรอ? หน้าตาดีไหมคะ?”
แม่เซียวลังเลที่จะพูด [ลูกมาดูเองก็แล้วกัน]
เซียวหมิงเยวี่ยไม่รอช้า รีบเข้าลิฟต์ลงไปชั้น 14
ภายในห้องอาหารบุฟเฟ่ต์จู่หลานชั้น 14 บนโต๊ะกลมโต๊ะหนึ่ง คุณน้านั่งซุกตัวอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง คุณตากับคุณยายเฝ้ามองอยู่ เงียบ ๆ ขณะที่แม่เซียวจิบน ้าเพื่อกลบความอึดอัด
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยมาถึง เธอก็เห็นภาพฉากน่าอึดอัดนี้
“คุณน้า นี่ใครหรือคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยดึงเก้าอี้มานั่งลง
น้าหญิงรีบแนะนำ “หมิงเยวี่ยมาแล้วเหรอ นี่แฟนน้าเองจ้ะ และจะ เป็นน้าชายของเธอในอนาคต เขาชื่อสวีซง”
สวีซงพยักหน้าอย่างสุภาพและยิ้ม “สวัสดีครับ”
สวีซงสวมสูทลำลอง ผมถูกหวีเก็บเรียบร้อย ทุกการเคลื่อนไหว ล้วนละเอียดอ่อน ดูเป็นคนมีมารยาท
เซียวหมิงเยวี่ยแอบพิจารณาเขาอย่างละเอียด
สวีซงลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “ขอตัวสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมไปตัก อาหารมาให้ เชิญพวกคุณคุยกันไปก่อน”
เมื่อสวีซงออกไป แม่เซียวแทบรอไม่ไหวที่จะถาม
“ฟางฟาง พวกเธอรู้จักกันได้ยังไง? ต้องแยกแยะคนดีกับคนชั่ว ให้ออกนะ อย่าให้ใครมาหลอกได้อีก”
“แล้วครอบครัวเขาทำอะไร ที่บ้านมีสมาชิกกี่คน นิสัยใจคอเขา เป็นยังไง และนิสัยใจคอคนในครอบครัวเขาเป็นยังไง?” คุณยายรัว คำถามใส่
น ้าเสียงคุณตาแดกดัน “ลูกไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ ควรฉลาดเลือก คู่ครอง และอย่าถูกผู้ชายหลอกอีก!”
คุณน้าพูดอย่างใจเย็น “ฉันรู้ว่าทุกคนกังวลอะไรอยู่ อย่าห่วงเลย ค่ะ ฉันเคยทำงานเป็นช่างแต่งหน้าให้คนรวยมาก่อน พอไป ๆ มา ๆ
ฉันก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณหนูจากครอบครัวนั้น เธอแนะนำฉัน ให้รู้จักกับอาชาย แต่ไม่คาดคิดว่าจะลงเอยแบบนี้”
คุณน้าเงยหน้าขึ้นและพูดอย่างตรงไปตรงมา
“ตอนนี้สวีซงอายุ 38 ปี แก่กว่าหนู 6 ปี ครอบครัวเขาร ่ารวยมาก เคยทำธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ไม่ได้เป็นพวกเด็กหนุ่มหน้าใสที่ไร้ ประสบการณ์ เขามีพร้อมทุกอย่าง ร ่ารวยมาทั้งชีวิต แล้วคนแบบนี้จะ อยากได้อะไรจากหนู? หนูไม่มีอะไรเลย”
“หนูเคยชอบชายหนุ่มอายุน้อยและหน้าตาหล่อเหลา แม้พวก เขาจะยากจนก็ไม่เป็นไร แต่หนูได้รับบทเรียนแล้ว และจะไม่มีทางมอง หาผู้ชายยากจนอีก ดังนั้นหนูจึงหาผู้ชายที่มีเงินและอายุมากกว่า”
สิ้นเสียงน้าหญิง แม่เซียว คุณยาย และคุณตาหันมองหน้ากัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
“พวกเราไม่ได้จะคัดค้านเรื่องคู่ครองของลูกหรอก แต่ว่าคน ก่อนที่ลูกคบหาด้วยน่ากลัวมากจริง ๆ” คุณยายยังคงหวาดกลัวทุก ครั้งเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อออกมา แต่ทุกคนก็รู้ว่าหมายถึงลู่หนานซาน
แม่เซียวไม่รู้จะพูดอะไรดี เลยหันไปถามเซียวหมิงเยวี่ยว่า
“หมิงเยวี่ย ลูกคิดว่ายังไงเกี่ยวกับแฟนใหม่ของคุณน้าเขา?”
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่นานก่อนตอบว่า “จากการเจอกันครั้ง แรกยังไม่สามารถบอกอะไรได้มากนัก แต่เขาดูเป็นคนฉลาดทาง อารมณ์ รู้ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน จึงริเริ่มหาข้ออ้างออกไปก่อน คุณ น้าบอกว่าเขาอายุ 38 ปีใช่ไหม? งั้นเขาคงเคยแต่งงานมาก่อนใช่ ไหมคะ?”
คุณน้าพยักหน้า “ใช่จ้ะ เขาเคยแต่งงาน แต่หย่าร้างไปแล้ว เขา มีลูกสาวหนึ่งคน อายุ 13 ปี ชื่อสวีเถียน น้าเข้ากับเธอได้ดีเลยล่ะ”
สีหน้าคุณตาอ่านไม่ออกว่าดีใจหรือเสียใจ “ลูกคิดเรื่องนี้ดีแล้ว ใช่ไหม? ฟางฟาง ลูกต้องรับผิดชอบกับการตัดสินใจของตัวเองนะ ถ้ามันเหมือนครั้งที่แล้ว…”
น้าหญิงรู้ว่าครอบครัวกำลังกังวลอะไร “ฉันเข้าใจค่ะ พ่อแม่ พี่สาว ไม่ต้องห่วงฉันนะ พอเขาได้ยินข่าวว่าจะมีพายุหิมะ เขาก็รีบ ถามว่าบ้านเรามีกันกี่คน เพื่อที่จะได้จัดเตรียมห้องพักให้ทุกคนมา หลบภัย”
“ไม่คิดไม่ฝันว่าหมิงเยวี่ยจะจัดการทุกอย่างให้แล้ว เขาจริงใจกับ ฉันเหมือนกับคนในครอบครัว และเขาก็ขอฉันแต่งงานแล้วด้วย”
บนนิ้วของน้าหญิงสวมแหวนเพชรเม็ดโต ดึงดูดสายตาเป็นอย่าง มาก
แม่เซียวตกใจร้องออกมา “ขอแต่งงานแล้วเหรอ?”
เธอรู้ตัวว่าพูดเสียงดังเกินไป จึงลดเสียงลง “นี่เธอจะแต่งงานแล้ว เหรอ?”
น้าหญิงพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่คะ ทำไมถึงตกใจขนาดนั้น ปีนี้ฉัน อายุ 32 แล้วนะ การแต่งงานในวัยนี้ถือเป็นเรื่องปกติ”
คุณตาคิดอยู่นานแล้วจึงพูดว่า “มันเป็นชีวิตของลูก ลูกตัดสินใจ เองแล้วกัน ตราบใดที่เขาเป็นคนดี เราทุกคนก็จะได้วางใจ”
คุณยายเห็นด้วยอย่างยิ่ง “ขอแค่เขาเป็นคนดีก็พอแล้ว เขายัง คิดจะจัดการเรื่องห้องพักให้พวกเราด้วย แสดงว่าเขาใส่ใจลูกจริง ๆ ไม่งั้นคงไม่คิดถึงครอบครัวของลูกหรอก ถ้าลูกมั่นใจแล้ว เราก็ไม่มี อะไรจะพูดอีก เคยแต่งแล้วก็แต่งงานครั้งที่สองได้”
น้าหญิงพยักหน้ารับด้วยความซึ้งใจ
“ว่าแต่ เธอกับเขาอาศัยอยู่ห้องไหนเหรอ?” แม่เซียวถาม
น้าหญิงหยิบการ์ดห้องสีดำออกมา “4803”
แม่เซียวร้องอุทาน “นั่นมันห้องสวีตเพรสซิเดนเชียลนี่”
ในเวลานี้ สวีซงยกถาดอาหารสองถาดกลับมา พูดด้วยท่าทีขอ โทษเล็กน้อยว่า “ผมไม่รู้ว่าทุกคนชอบทานอะไร เลยเอามาเฉพาะ ส่วนของผมกับฟางฟางเท่านั้น”
แม่เซียวพูดด้วยความเกรงใจ “อ้อ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพวกเราไป หยิบกันเองได้! ไปเถอะ เราไปหยิบอาหารมากินกัน”
เซียวหมิงเยวี่ยตามแม่เซียวออกไปหยิบอาหาร สองแม่ลูกถือคน ละจาน และเลือกหยิบอาหารด้วยที่คีบ
แม่เซียวหยิบปลาทอดสองชิ้นแล้วพูดว่า “หมิงเยวี่ย ลูกคิดยังไง กับสวีซงคนนั้น น่าเชื่อถือไหม?”
“ถ้าน้าชอบ ก็ปล่อยเธอไปเถอะค่ะ เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว แม่จะไป ห้ามเธอไม่ให้คบหากับใครได้ยังไง?”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบแบบส่ง ๆ เธอชอบทานผัก จึงคีบผักใบเขียว มาเพิ่ม