ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 255 ไฟฟ้าดับ หิมะตก!
“ไม่ใช่ว่าแม่จะไปห้ามเธอ แต่ว่าเธอมักลุ่มหลงจนหัวปักหัวปำ เวลามีความรัก ลูกเองก็เคยเห็นมาแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจเบา “ก็แล้วแต่บุญวาสนา คนเรามี โชคชะตาแตกต่าง หวังเพียงว่าสวีซงจะเป็นคนดี ไม่อย่างนั้นคุณน้าก็ โชคร้ายเกินไป ที่เจอแต่ผู้ชายเลว ๆ”
แม่เซียวยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “ก็จริงนะ มาเถอะ เอาน่องไก่ไปกิน ด้วย”
เธอตักน่องไก่ต้มซีอิ๊ววางลงบนจานของเซียวหมิงเยวี่ย
ขณะที่แม่ลูกกำลังตักอาหาร ทันใดนั้นไฟฟ้าก็ดับลง!
“กรี๊ด!”
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ไฟดับเหรอ?”
บริเวณโดยรอบมืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรเลย กลุ่มคนที่
กระสับกระส่ายเริ่มตะโกนโวยวาย โดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ท่ามกลางความโกลาหล เป็นเรื่องปกติที่ผู้คนจะเหยียบเท้ากันไป มา
“ใครน่ะ ใครเหยียบฉัน!”
“ขอโทษครับ ผมมองไม่เห็นทาง”
“โอ๊ยร้อน แสบร้อนไปหมดแล้ว เดินถือน ้าซุปร้อน ๆ มาทำไม!”
“อย่าเดินพล่านไปทั่วสิ มองอะไรก็ไม่เห็น”
“ใครแต๊ะอั๋งฉัน ไอ้โรคจิต!”
เซียวหมิงเยวี่ยดื่มน ้าค้างแจ่มชัดจากมิติอยู่ตลอด สายตาของ เธอจึงดีกว่าคนทั่วไป และมองเห็นในที่มืดได้ชัดเจน แม้แต่แม่เซียว เองก็ไม่ได้ตาบอด เธอมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว
เซียวหมิงเยวี่ยรีบดึงคุณแม่ไปยืนชิดกำแพง เพื่อหลีกเลี่ยงการ ได้รับบาดเจ็บโดยไม่ได้ตั้งใจ ที่นี่เป็นห้องอาหารที่เต็มไปด้วยของ ร้อนมากมาย และยังมีชั้นวางของหวานอีกด้วย
เนื่องจากมองไม่เห็นทาง จึงควรยืนนิ่งอยู่กับที่และหยุดเดินพล่าน ทว่าบางคนก็เดินชนกันเหมือนแมลงวันหัวขาด โดยวิ่งเตลิดไปรอบ ๆ บ้างก็พยายามหาที่ที่จะนั่งลง เพราะกลัวที่จะชนกับข้าวของ
เด็กหญิงคนหนึ่งมาหยิบของหวานด้วยตัวเอง แต่เธอกลัวจน ร้องไห้โฮในความมืด พ่อแม่ของเธอรีบร้อน วิ่งวนไปมา หาตัวลูกสาว ไม่เจอ
“จ่าวจ่าว ลูกอยู่ไหน?”
“หม่าม๊า หม่าม๊า…”
เด็กหญิงยืนร้องไห้ข้างโต๊ะของหวาน ในมือเธอยังคงถือจานมูส มะม่วง
จู่ ๆ ชายคนหนึ่งก็วิ่งมาชนโต๊ะของหวาน ชั้นวางน ้าตก ช็อกโกแลตบนโต๊ะสั่นคลอน ทำท่าจะเทลงบนตัวเด็กหญิง
เซียวหมิงเยวี่ยผลักผู้ชายที่วิ่งพล่านออกไป แล้วดึงตัวเด็กหญิง เข้ามากอดไว้ทันที
เกิดเสียงดังสนั่น ชั้นวางน ้าตกช็อกโกแลตสี่ชั้นพังทลายลงบน พื้น หากมันหล่นลงทับคนโดยตรง อาจจะทำให้บาดเจ็บถึงขั้น กะโหลกแตกได้เลย
เธอโอบกอดเด็กหญิงไว้แล้วกดผู้ชายคนนั้นไว้กับผนัง “ยืนชิด กำแพงไว้ อย่าวิ่งพล่าน หรือสร้างความวุ่นวายไปทั่ว”
ลูกค้าที่มาทานอาหารส่วนใหญ่ไม่มีใครพกโทรศัพท์มือถือมา ด้วย บรรยากาศจึงโกลาหลวุ่นวายอยู่สักพัก แต่เมื่อเริ่มมีคนทยอย หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดไฟฉายเพื่อส่องสว่าง สถานการณ์ใน ร้านอาหารจึงค่อย ๆ ดีขึ้น
เด็กหญิงตัวเล็กซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเซียวหมิงเยวี่ยพลาง ร้องไห้งอแงเรียกหาพ่อแม่
เซียวหมิงเยวี่ยคอยปลอบโยนเธอ “ไม่ต้องกลัวนะ”
ทันใดนั้น ไฟในห้องอาหารก็สว่างจ้า เซียวหมิงเยวี่ยต้องหรี่ตาลง เพื่อปรับสายตา บรรดาแมลงวันหัวขาดต่างเริ่มสงบลง และหยุดวิ่งไป มา
ในเวลานี้ เสียงจากระบบกระจายเสียงดังก้องไปทั่ว
[เรียนแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน โปรดอย่าตื่นตระหนก เนื่องจาก ช่างไฟฟ้าที่มาใหม่ทำการต่อสายไฟผิดพลาด ส่งผลให้เกิดไฟดับ เมื่อสักครู่ ทางเราขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้…]
“ที่แท้ก็ต่อสายไฟผิดนี่เอง”
“นึกว่าจะไฟดับทั่วเมืองบันเทิงซะแล้ว ถ้าเมืองบันเทิงไม่มีไฟฟ้า แล้วเราจะมาที่นี่ทำไม? เชื่อถือไม่ได้เลยจริง ๆ”
“ไม่มีทางที่ไฟจะดับทั่วทั้งเมืองบันเทิงหรอก พ่อบอกว่าที่นี่มี เครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง และเพิ่งติดตั้งระบบทำความร้อนแบบใหม่ ล่าสุด พวกมันล้วนเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง คงเป็นแค่เหตุการณ์ไม่ คาดคิดเท่านั้นแหละ”
“ดีนะที่ไฟดับไม่นาน น่ากลัวชะมัด”
“จริงด้วย”
นี่เป็นเพียงอุบัติเหตุ ทุกคนต่างตกใจขวัญเสีย ก่อนจะกลับไปนั่ง ที่โต๊ะเพื่อตั้งสติ ทิ้งไว้เพียงพนักงานที่ต้องเก็บกวาดความวุ่นวาย
“จ่าวจ่าว อยู่นี่เองเหรอลูก หม่าม๊ากลัวแทบแย่”
“บาดเจ็บตรงไหนไหมคะ?”
คู่สามีภรรยาหนุ่มสาววิ่งหาลูกสาวไปทั่ว เมื่อเห็นเด็กหญิงอยู่ใน อ้อมกอดของเซียวหมิงเยวี่ย พวกเขาทั้งดีใจและประหลาดใจ
จ่าวจ่าวส่ายหน้า “ป่าป๊าหม่าม๊า หนูไม่เป็นไร”
“ขอบคุณค่ะพี่สาว” จ่าวจ่าวยิ้มหวานให้เซียวหมิงเยวี่ย
จ่าวจ่าวชี้ไปยังซากน ้าตกช็อกโกแลตที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น “หนูอยู่ตรงนั้นเมื่อกี้ พี่สาวช่วยหนูไว้ค่ะ”
พ่อแม่ของจ่าวจ่าวหันไปมองตาม ตกใจแทบสิ้นสติ โครงน ้าตก ช็อกโกแลตนั้นทำจากสเตนเลส หนักมาก โชคดีที่มันไม่ทับตัว เด็กหญิง
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากจริง ๆ!”
“ขอบคุณครับ ขอบคุณ!”
พ่อแม่ของจ่าวจ่าวขอบคุณเธออย่างล้นหลาม พวกเขาแทบ อยากจะโค้งคำนับให้เซียวหมิงเยวี่ย
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ช่วยนิดหน่อยเอง”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างสุภาพแล้วหันไปบอกแม่เซียวว่าจะ กลับไปที่นั่ง โชคดีที่คุณตากับคุณยายยังคงนั่งอยู่ที่เดิมและไม่ได้รับ บาดเจ็บ
ชายที่แอบสังเกตการณ์อยู่นานพลันเดินเข้ามา เมื่อเห็นว่ามีแค่ ผู้หญิงสองคน เขาจึงพูดด้วยน ้าเสียงไม่ดีว่า
“เมื่อกี้คุณเป็นคนผลักผมใช่ไหม อย่าพยายามปฏิเสธเลย ผมจำ เสียงคุณได้”
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูเขา “แล้วจะทำไมคะ?”
ชายผู้นั้นพูดจาข่มขู่ว่า “คุณทำให้ผมบาดเจ็บ คุณจะรับผิดชอบ ยังไง?”
“ฉันจะผลักคุณได้ยังไงถ้าคุณไม่วิ่งพล่านไปทั่ว? มองไม่เห็นทาง ก็ยังวิ่งไปมาอยู่ได้ ดูซิว่าคุณทำอะไรไว้ คุณควรรู้สึกโชคดีที่ฉันผลัก คุณออกไป รู้หรือเปล่าว่ามันอาจตกมาทับคนได้?”
เซียวหมิงเยวี่ยชี้ไปยังของที่กระจัดกระจายบนพื้น เสียงดังสนั่น จากน ้าตกช็อกโกแลตที่ตกลงพื้นเมื่อสักครู่ หลายคนต่างก็ได้ยิน
ชายผู้นั้นยังคงยืนกรานว่า “ผมจะกลัวไม่ได้หรือไง? ผมกลัวก็ ต้องวิ่งสิ แต่คุณผลักผม เพราะงั้นต้องชดใช้!”
“คุณนี่มันยังไง ทำไมถึงไร้เหตุผลได้ขนาดนี้?” แม่เซียวขมวดคิ้ว
พ่อของจ่าวจ่าวยังคงอยู่ใกล้ ๆ เขาได้ยินบทสนทนาและเข้าใจ เรื่องราวทั้งหมด
“คุณครับ คุณเกือบจะทำให้สิ่งนั้นทับลูกสาวผมเมื่อครู่ ถ้าไม่ใช่ คุณผู้หญิงคนนี้ช่วยไว้ ลูกสาวผมคงถูกโครงเหล็กนั่นทับไปแล้ว”
“แล้วไง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม?”
ชายคนนั้นหัวเราะเยาะแล้วถามกลับ น ้าเสียงที่ไม่ใส่ใจของเขา ทำให้พ่อของจ่าวจ่าวหมดความอดทน
พ่อของจ่าวจ่าวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาใครบางคน
“ครับ ผมเอง เรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยมาที่ห้องอาหาร บุฟเฟ่ต์จู่หลานด้วย ด่วนที่สุด”
หลังจากวางสาย พ่อของจ่าวจ่าวมองเขาอย่างเย็นชา “เช่นนั้น ผมจะยกเลิกสิทธิ์การเข้าพักของคุณในเมืองบันเทิงแห่งนี้ โปรด ออกไปจากที่นี่ด้วยครับ”
ชายคนนั้นตกตะลึง “แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาทำ แบบนี้?!”
พ่อของจ่าวจ่าวกอดลูกสาวไว้ “ผมมีสิทธิ์ในฐานะหนึ่งในนัก ลงทุนของเมืองบันเทิง เพียงพอไหมครับ?”
ไม่เพียงแค่ชายคนนั้นเท่านั้น เซียวหมิงเยวี่ยก็ไม่คาดคิดเช่นกัน แต่เมื่อเธอคิดดูอีกครั้ง คนที่สามารถมาพักในเมืองบันเทิงแห่งนี้ได้ ล้วนไม่ใช่คนธรรมดา เผลอ ๆ อาจเป็นคนที่ไม่ควรทำให้ขุ่นเคืองด้วย
ดังนั้น มีแค่คนโง่เท่านั้นที่ไปหาเรื่องทะเลาะ
คนปกติทั่วไปคงจะยุ่งกับการหาเพื่อน หาพวก หาเส้นสาย เหมือนกับกลุ่มคนวัยกลางคนในแชตนั่นแหละ
จ่าวจ่าวยิ้มให้เซียวหมิงเยวี่ย แล้วกระซิบว่า
“พี่สาวไม่ต้องกลัวนะคะ คุณพ่อหนูจัดการได้ค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยอดขำไม่ได้ เธอไม่ได้พูดอะไร แต่เด็กหญิงคนนี้
ดันคิดว่าเธอกลัว
ไม่นานนักพนักงานรักษาความปลอดภัยร่างกายกำยำก็ปรากฏ ตัวขึ้น หลังตรวจสอบข้อมูลของชายคนนั้น ก็พบว่าเป็นเศรษฐีใหม่ ชายคนนั้นพร้อมกับครอบครัวห้าคนถูกขับไล่ออกจากเมืองบันเทิง และเงินค่าห้องพักก็ถูกคืนให้เขาไปด้วย
“ฉันไม่ไป ฉันเพิ่งมาถึงเองนะ ฉันฝากเพื่อนส่งของขวัญมาตั้ง เยอะแยะ! หิมะกำลังจะตกแล้ว ฉันไม่ไป! พวกคุณคิดจะฆ่าผมทั้งเป็น เหรอ ผมผิดไปแล้ว…”
เสียงขอโทษของชายคนนั้นค่อย ๆ เบาลง ขณะที่ถูกพนักงาน รักษาความปลอดภัยลากตัวออกไป
หลังจากชายคนนั้นถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยพาตัว ออกไป จ่าวจ่าวก็ส่งเสียงฮึดฮัดอย่างสะใจ ทันใดนั้นเธอก็ชี้ไปที่
หน้าต่างแล้วตะโกนด้วยความดีใจ
“ดูนั่น หิมะตกแล้ว!”
เซียวหมิงเยวี่ยมองออกไปนอกหน้าต่าง แม้ว่าท้องฟ้าจะมืดแล้ว แต่ด้วยแสงไฟจากภายในห้อง ยังพอเห็นเกล็ดหิมะขนาดใหญ่ที่ร่วง หล่นลงมาเป็นแผ่นข้างนอกได้
หิมะกำลังตกหนัก
หลายคนหันไปมองนอกหน้าต่าง พลางส่งเสียงร้องด้วยความ ประหลาดใจ
“หิมะตกแล้ว สวยจัง สองปีแล้วที่นี่ไม่เคยหิมะตกเลย”
“รีบถ่ายรูปสิ เอาไว้ไปโพสต์ลงในบอร์ด”
“พรุ่งนี้เราไปปั้นตุ๊กตาหิมะกันเถอะ หรือไม่ก็เล่นสโนว์บอลกันดี ไหม?”
“ได้เลย”
เซียวหมิงเยวี่ยมองเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นลงจากท้องฟ้าด้านนอก เงียบงัน นึกสงสัยว่าทำไมความทุกข์และความสุขของคนเราช่าง แตกต่างกันนัก
หิมะโปรยปรายลงมาอย่างหนัก ลมแรงพัดผ่านจนรู้สึกหนาว เหน็บ!
สำหรับประชาชนผู้ประสบภัย พายุหิมะและอากาศหนาวจัดกำลัง เริ่มต้นขึ้น พวกคุณเตรียมพร้อมรับมือกันแล้วหรือยัง?