ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 256 พบกู้หลงซีอีกครั้ง
หิมะตกหนักตลอดทั้งคืน อากาศหนาวเหน็บจัด ปกคลุมไปทั่ว ผืนดิน
อุณหภูมิล่าสุดวันนี้ : -10 องศาเซลเซียส
บ้านเรือน ถนนหนทาง ต้นไม้ และสิ่งต่าง ๆ ล้วนถูกปกคลุมด้วย หิมะสีขาวโพลน อากาศภายนอกหนาวจัดจนหายใจเป็นไอ แหล่งน ้า ทั้งหลายกลายเป็นน ้าแข็ง
สภาพบนบกเป็นเช่นนี้ ส่วนเมืองที่ยังมีน ้าท่วมขังอยู่ถูกปกคลุม ด้วยน ้าแข็ง ทั่วทั้งเมืองกลายเป็นโลงศพผลึกน ้าแข็งขนาดใหญ่
โชคดีที่เมืองเผิงจิงโผล่พ้นจากน ้าได้ทัน
ส่วนพวกแมลงทั้งสามชนิดที่เคยอาละวาดอยู่ เมื่อเจออากาศ หนาวจัดก็แข็งตายไปเป็นส่วนใหญ่ พวกที่ยังไม่ตายก็หนีไปหลบอยู่ ในน ้าที่ยังไม่กลายเป็นน ้าแข็ง แม้แต่ราชาแห่งน ้าที่โหดเหี้ยมอย่าง ปลาสากครีบแดงก็ยังต้องจำกัดการเคลื่อนไหว โดยอยู่แค่บริเวณน ้า ที่ไม่กลายเป็นน ้าแข็ง
แม้แต่เหล่าแมลงยังทนสภาพอากาศหนาวจัดนี้ไม่ได้ มนุษย์ก็ยิ่ง ลำบากไปใหญ่
ผู้คนมากมายในชุมชนหวาฮั่นต่างถูกปลุกด้วยความหนาวเหน็บ พวกเขามีอาการน ้ามูกไหลขณะก่นด่าสาปแช่ง
ภายในห้องพักผู้ประสบภัยแห่งหนึ่ง…
“บ้าชิบ ข้างนอกหิมะตกเหรอ? ทำไมมันหนาวจังวะ”
“มันเริ่มตกตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เอ็งเพิ่งจะรู้เหรอ”
“พี่น้องทุกคน เข้ามาใกล้ ๆ กันหน่อย พวกเรามานอนเตียง เดียวกันเพื่อให้ความอบอุ่นกันเถอะ ฉันแทบทนหนาวไม่ไหวแล้ว” ชายร่างผอมที่นอนอยู่ใกล้ระเบียงรู้สึกหนาวจนฟันกระทบกัน
“ไปไหนก็ไปเลย ใครเขาอยากจะร่วมเตียงกับแก ถ้าเป็นผู้หญิงก็ ว่าไปอย่าง ว่าแต่มีผู้หญิงคนไหนอยากนอนร่วมเตียงกับฉันไหม? ร่างกายฉันร้อนมากนะ กอดอบอุ่นดีด้วย ไม่เชื่อก็ลองแตะดูสิ”
เสียงหัวเราะระเบิดขึ้น และผู้หญิงบางคนถึงกับหน้าแดงก ่า
“แกมันคนอันธพาล ใครจะอยากนอนร่วมเตียงกับแกเล่า”
ชายร่างผอมกอดตัวเองแน่น “ฮัดชิ้ว! หนาวจะตายอยู่แล้ว ใน บ้านเรามีคนตั้งเยอะตั้งแยะ หน้าต่างยังปิดอยู่ ไม่น่าจะหนาวขนาดนี้”
ทันใดนั้น เขาเห็นมุมหนึ่งของหน้าต่างที่ปิดด้วยแผ่นพลาสติก หลุดลงมา หลังจากผ่านฤดูฝนมาหนึ่งปี หน้าต่างเก่า ๆ นี้ก็ เสื่อมสภาพลงไปมาก ลมหนาวพัดโชยเข้ามาในบ้านอย่างแรง
เขานอนอยู่ใกล้ระเบียง ทำให้เผชิญกับความหนาวเย็นเป็นคน แรก
“ใครหน้าไหนมันแกะแผ่นพลาสติกออกวะ? ฉันหนาวแทบตาย แล้ว รีบปิดมันซะ!”
“น่าจะเพราะมันคลายตัวแล้ว ค้อนอยู่ไหนล่ะ รีบมายึดมันให้แน่น เร็ว”
ชายหนุ่มหลายคนเข้าช่วยกัน ในที่สุดก็ปิดรูที่ลมโชยเข้ามาได้
“ไอ้เวรเอ๊ย ใครมีน ้าร้อนบ้าง เทให้ฉันหน่อยได้ไหม? อยากดื่ม ให้ท้องอุ่นขึ้นหน่อย”
ไม่มีใครสนใจเขา
ทุกคนต่างก็มุดตัวอยู่ในผ้าห่มของตัวเอง ม้วนผ้าห่มรอบตัวให้ มิดชิด ไม่ให้ลมหนาวเล็ดลอดเข้ามาได้เลย
หากใครขยับตัวแม้เพียงเล็กน้อย ลมหนาวจะแทรกเข้ามาใต้ผ้า ห่มจนหนาวแสบผิว
…
เซียวหมิงเยวี่ยตื่นขึ้นมาและเปิดผ้าม่านหน้าต่างบานใหญ่ ทุกสิ่ง ที่เธอมองเห็นล้วนกลายเป็นสีขาว เกล็ดหิมะขนาดใหญ่ล่องลอยลง มา ทำให้การมองเห็นของเธอพร่ามัว
แต่เธอยังพอเห็นได้เลือนรางว่าบนถนนมีคนงานกำลังขุดหิมะอยู่ เช่นเดียวกับรถขุดหิมะที่กำลังทำงาน หิมะที่ตกหนักเพียงแค่คืนเดียว
กลับสูงถึงระดับเข่าของคนแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา หิมะตกหนักแค่ไหน
อากาศในห้องอบอุ่นกำลังดี เซียวหมิงเยวี่ยยืดเส้นยืดสาย
“หิมะตกหนักขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ดื่มกาแฟร้อน ๆ สักแก้วคงน่า เสียดายแย่”
เซียวหมิงเยวี่ยตื่นนอนค่อนข้างสายและพลาดอาหารมื้อเช้า ตอนนี้ได้เวลามื้อเที่ยงพอดี เธอจึงรวมอาหารเช้าและอาหารกลางวัน เป็นมื้อเดียวกัน
เมื่อเธอไปถึงร้านอาหาร มื้อเที่ยงก็เริ่มแล้ว เธอสั่งคาปูชิโนร้อน ๆ แก้วหนึ่ง แล้วหยิบของกินเล่นมานิดหน่อย ก่อนหาที่นั่งริมหน้าต่าง
เธอเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ทานอาหาร กลางวันด้วยความอิ่มเอมใจ
“โอ้โห เพื่อนเซียวคนสวย! ไม่ได้เจอกันนานเลย คิดถึงฉันบ้าง ไหม?” เสียงอันไร้กังวลดังขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยหันไปมองตามเสียง พบว่าเป็นกู้หลงซี ชายหนุ่ม เจ้าสำราญจากตระกูลเศรษฐี
“นายมาทำอะไรที่นี่?”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจ แต่พอคิดดูอีกที ด้วยฐานะของกู้ หลงซี การมาหลบภัยที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
กู้หลงซีดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเซียวหมิงเยวี่ยและนั่งลงอย่างสบาย ๆ เขาเหยียดขาออกแล้วพูดว่า
“ฉันมาที่นี่ก็ปกติไม่ใช่เหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเบา ๆ “ใช่ จริงของนาย”
ชายที่มากับกู้หลงซีก้มหัวทักทาย “สวัสดีครับคุณผู้หญิง พบกัน อีกแล้ว”
“สวัสดีค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยเพ่งมองชายหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง คราวนี้เธอจำได้ แล้ว เขาคือคนที่ใส่ชุดกีฬาที่เจอในลิฟต์ ตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลอง จึงเกือบจำไม่ได้
“พวกเธอรู้จักกันเหรอ?” กู้หลงซีมองสลับไปมาที่เซียวหมิงเยวี่ย และอาจิ่น
เซียวหมิงเยวี่ยจิบกาแฟ “เคยเจอกันหนหนึ่ง”
กู้หลงซีโบกมือ “งั้นคงเป็นโชคชะตาที่ต้องได้พบกัน นี่คืออาจิ่น เพื่อนของฉันเอง”
“ส่วนนี่เพื่อนของฉันเช่นกัน เซียวหมิงเยวี่ย เพื่อนเซียวคนสวย แต่นายอย่าดูถูกเธอเขียว เธอเก่งมากเลยนะ ผู้หญิงคนนี้เนี่ย”
กู้หลงซียกนิ้วโป้งขึ้น
“งั้นเหรอ…”
อาจิ่นยิ้มบาง แววตาเต็มไปด้วยความสนใจ
“นายอย่ามาอวยฉันนักเลยน่า” เซียวหมิงเยวี่ยพูดขึ้น
กู้หลงซีหัวเราะ “จริงด้วย มะรืนนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับ มาร่วมงาน ด้วยกันสิ! เธอน่ะเก็บตัวเกินไปแล้ว เดี๋ยวฉันพาเธอไปรู้จักเพื่อนคน อื่น ๆ มาดื่มและเล่นไพ่กัน เดี๋ยวก็สนิทกันเองนั่นแหละ!”
กู้หลงซีหยุดชั่วคราว ก่อนพูดหยอกล้อว่า
“แล้วนี่เธอมีแฟนหรือยัง เดี๋ยวพี่ชายแนะนำให้เอง เพื่อนพี่มีแต่ หนุ่มหล่อบ้านรวยทั้งนั้น! เลือกได้ตามใจชอบเลย รับรองว่าต้อง ถูกใจแน่นอน!”
แม้จะเป็นแค่คำพูดล้อเล่น แต่แฝงไว้ด้วยเจตนาแอบลองใจ
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะ “ขอบคุณนายมาก ไม่ได้เจอกันเกือบปี แล้ว แต่นายยังนิสัยเสียเหมือนเดิมเลยนะ”
“ด้วยความยินดี”
รอยยิ้มของกู้หลงซีดูเหมือนจะซ่อนอะไรบางอย่างไว้
“เมื่อกี้นายพูดถึงงานเลี้ยงต้อนรับอะไรนะ?” เซียวหมิงเยวี่ยไม่ พลาดประเด็นสำคัญในคำพูดของเขา
“ก็งานเลี้ยงต้อนรับที่ทางเมืองบันเทิงจัดขึ้นไง เธอไม่รู้หรอก เหรอ? มีแจ้งในกลุ่มแชตของแขกที่เข้าพักในโรงแรมนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู พบว่ามีข้อความจากเอ มี่อยู่จริง มันเป็นการแจ้งเกี่ยวกับงานเลี้ยงต้อนรับที่ทางโรงแรมจัดขึ้น เพื่อต้อนรับลูกค้าที่เข้าพัก
นี่มันงานปาร์ตี้ชัด ๆ เลย ในเมืองบันเทิงมีกิจกรรมมากมาย และ ชีวิตของคนรวยก็เต็มไปด้วยสีสันจริง ๆ
“ไปกันเถอะ ไปด้วยกันนะ ดื่มไวน์ให้เมามัน เต้นรำแบบแนบชิด เผลอ ๆ อาจจะเจอรักแท้ก็ได้ใครจะรู้? เธออยากจะหมกตัวอยู่ในห้อง แล้วรอให้โชคชะตามาบุกเข้าไปหาเองหรือไง? ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า หน่อยสิ!” กู้หลงซีพูดต่อ
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกขบขันกับคำพูดของเขา “ก็ได้ ฉันจะไป ยังไง ก็ว่างอยู่แล้ว”
แต่เธอไม่ได้คิดจะไปหาผู้ชายนะ แค่ไปดูให้รู้ว่างานเป็นอย่างไร เท่านั้นเอง
กู้หลงซีพอใจกับคำตอบของเซียวหมิงเยวี่ย เขาโยนการ์ดใบ หนึ่งให้เธออย่างใจดี
“เป็นการตัดสินใจที่ดี นี่คือบัตรสมาชิกบาร์ของฉัน เธอรับไปสิ แค่บอกชื่อฉันตอนเธอไปที่นั่นก็พอ”
“มาคนเดียวก็ได้นะ แต่ถ้ามาพร้อมเพื่อนจะดีกว่า หรือพาแฟน มาด้วยก็ดี” เขาพูดเพิ่มเติม
เซียวหมิงเยวี่ยรับบัตรมาดู บาร์ยั่วสวาท?
ชื่อนี้มัน… ฟังดูสมกับที่กู้หลงซีเป็นคนตั้งเอง
“เหมือนกับบาร์เมืองใต้ดินตอนนั้นเลย ครอบครัวของนายก็ถือ หุ้นในเมืองบันเทิงด้วยเหรอ?” เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาด้วยความสงสัย
“แค่หุ้นส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้มากมายอะไร แต่บาร์นี้ฉันเป็น เจ้าของเอง อยู่ชั้นหนึ่งของโซนเมืองบันเทิง ยินดีต้อนรับเพื่อนเก่ามา เยือนเสมอนะ”
เซียวหมิงพยักหน้า และรับบัตรสมาชิกมาเก็บไว้ “ขอบคุณนะ”
พูดตามตรง เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกอิจฉาคนอย่างกู้หลงซีที่มี ความสุขกับชีวิตมาก การกิน ดื่ม และเที่ยวเล่นคือภารกิจหลักของ เขา ทุกอย่างในชีวิตมีครอบครัวจัดการให้เรียบร้อย
พวกเขาเกิดมาปีเดียวกัน แต่ชะตากรรมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พระเจ้าไม่ยุติธรรมเลยจริง ๆ
กู้หลงซีพิงพนักเก้าอี้ วางมือไว้ที่ท้ายทอยพลางทอดสายตามอง ออกไปนอกหน้าต่าง
“อื้อฮือ~ วิวหิมะนี่สวยจริง ๆ! ตั้งแต่เด็กจนโตฉันไม่เคยเห็นหิมะ ตกหนักขนาดนี้มาก่อนเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยมองออกไปนอกหน้าต่างเช่นกัน แต่เธอไม่ได้พูด อะไร