ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 260 ชายแปลกหน้าที่ดูรุงรัง
“ไม่รู้จักหรอก แต่ฉันรู้จักอู๋ซั่งหนาน เราเคยไปดื่มด้วยกันมา ก่อน” กู้หลงซียิ้มอย่างเป็นกันเอง
เซียวหมิงเยวี่ยตอบรับสั้น ๆ “อ๋อเหรอ”
อู๋ม่านและคนอื่น ๆ ส่งเสียงดังขนาดนั้น แถมยังตบหน้าฉาดใหญ่ หลายคนเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงไม่แปลกที่กู้หลงซีจะเห็นเช่นกัน
กู้หลงซียกแก้วไวน์ขึ้น “อู๋ซั่งหนานคนนั้นไม่เลวร้าย แต่สายตา ย ่าแย่ไปหน่อย ในบรรดาคนเหล่านี้ ไม่ว่าคนไหนก็ไม่ดีไปกว่าผู้หญิง คนนั้น ผู้หญิงที่ร้องไห้งอแงและเจ้าแผนการแบบนี้ไม่ใช่สเปคฉันเลย”
“ส่วนหน้าตาก็แค่พอใช้ได้” เขากล่าวเสริมอีกประโยค
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขา แทบไม่เชื่อว่านี่คือคำพูดที่ออกจากปาก ของเพื่อนชายจอมทะเล้น
“นายเข้าใจเรื่องความงามด้วยหรือ? ผู้หญิงที่อยู่รอบตัวนายเอง ก็… ช่างเถอะ ฉันไม่พูดดีกว่า”
เธอระงับความปรารถนาที่จะบ่น ผู้หญิงรอบตัวกู้หลงซีไม่ได้ดีไป กว่าว่านโม่ลี่ หรืออาจจะแย่ยิ่งกว่า
ว่านโม่ลี่เป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์ที่มีมันสมอง แต่คนรอบตัวกู้หลงซี ล้วนไร้สมองกันหมด
เซียวหมิงเยวี่ยนึกถึงเหตุการณ์ที่ถูกปาหิมะใส่เมื่อไม่กี่วันก่อน พวกหล่อนล้วนมีหัวไว้คั่นหูเฉย ๆ
“เธอไม่เข้าใจอะไรเลยใช่ไหมเนี่ย? ผู้หญิงแบบนั้นคบหาเป็น แฟนเล่น ๆ ได้ แต่ถ้าจะคบหาจริงจังหวังแต่งงานเป็นคู่ชีวิต จำเป็นต้องมีสิ่งนี้”
กู้หลงซีใช้ปลายนิ้วแตะศีรษะเบา ๆ “ผู้หญิงที่มีสติปัญญาเท่านั้น จึงจะสมควรได้รับความเคารพ โอเคไหม?”
“มีนายนี่แหละที่เถียงเก่ง” เซียวหมิงเยวี่ยไม่อยากต่อล้อต่อเถียง กับเขา
กู้หลงซียิ่งกระตือรือร้นมากขึ้นเรื่อย ๆ “ฉันอยู่ท่ามกลางบุปผา นับพัน แต่ไม่เคยจริงจังกับใครเลย อู๋ซั่งหนานโง่เขลาจริง ๆ ที่ฆ่าตัว ตายแบบนั้น จุ๊ ๆ ๆ ด้วยภูมิหลังครอบครัวของเขา เขาสามารถหาแม่ ของลูกที่ดีกว่านี้ได้ง่ายดาย น่าเสียดายจริง ๆ รอดูได้เลย ผู้หญิงคน นั้นไม่ธรรมดา คงจะเกาะเขาไปจนวันตาย”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างสบาย ๆ “ถ้าอย่างนั้นนายหาแม่ที่ดี สำหรับลูกในอนาคตได้แล้วเหรอ?”
“เอ่อ… ยังไม่ได้ ฉันยังหนุ่มอยู่เลย ไว้อายุสามสิบแล้วค่อยว่ากัน” กู้หลงซีรู้สึกไปไม่ถูกกับคำถามนี้
เซียวหมิงเยวี่ยตบไหล่เขาเบา ๆ “คุณชายเจ้าขา ถึงเวลาที่นาย ต้องดูแลสุขภาพของตัวเองแล้ว ให้ความสำคัญกับร่างกายบ้างนะ”
มิฉะนั้นก่อนจะอายุสามสิบ เขาคงต้องทนทุกข์ทรมานจากภาวะ ไตบกพร่องอย่างรุนแรง เมื่อถึงตอนนั้นนับประสาอะไรกับการมีลูก แม้แต่ภรรยาก็อาจปฏิเสธ
กู้หลงซีรู้สึกสับสน ไม่เข้าใจอะไรเลย ระหว่างที่เขากำลังงุนงงอยู่ ชั่วครู่ เซียวหมิงเยวี่ยก็ลุกขึ้นเดินไปห้องน ้า เธอดื่มเครื่องดื่มสีชมพู มากเกินไปหน่อย
หลังจากที่เซียวหมิงเยวี่ยจากไป กู้หลงซีก็เพิ่งเข้าใจความหมาย ของสิ่งที่เธอพูด
“เฮ้ย เธอเหน็บแนมฉันนี่นา”
…
เซียวหมิงเยวี่ยเดินเข้าไปในห้องน ้า บังเอิญเจอนักแสดงสาวชื่อ ดังหนานไต้ เธอกำลังล้างมือด้วยใบหน้าที่เฉยเมย ไร้รอยยิ้ม บรรยากาศต่างจากบนเวทีโดยสิ้นเชิง
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น หนานไต้หยิบขึ้นมากดตัดสาย โดยไม่ลังเล
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง หนานไต้จึงกดรับด้วยความหงุดหงิด ลดเสียงลงและพูดว่า
“มีอะไร?”
ไม่รู้ว่าอีกฝั่งของโทรศัพท์พูดว่าอะไร แต่เสียงของดาราสาวเต็ม ไปด้วยความโกรธเคือง
“ไอ้แซ่หยาง ยังกล้าเรียกตัวเองว่าผู้ชายอีกเหรอ!”
“พอแล้ว พอแล้ว อย่ามาพูดไร้สาระกับฉัน บอกมาเลยว่าห้อง ไหน?”
หลังจากพูดจบ เธอก็วางโทรศัพท์ลงอย่างแรง หลังสูดหายใจเข้า ลึกหลายครั้ง อารมณ์ของเธอจึงกลับมาปกติ ก่อนจะเดินออกมาจาก ห้องน ้าด้วยท่วงท่าที่สง่างาม
เซียวหมิงเยวี่ยฟังแล้วสับสน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เรื่องของคน อื่น ไม่เกี่ยวข้องกับเธอ
หลังออกมาจากห้องน ้า ขณะที่กำลังเดินกลับไป เธอก็ถูกผู้ชาย คนหนึ่งเดินชน
ชายคนนั้นสวมชุดช่างไฟฟ้า สวมหมวกแก๊ป ท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ดูตื่นตระหนก เสื้อผ้าสกปรกเปื้อนคราบต่าง ๆ โดยรวมแล้วดูไม่เป็น มืออาชีพสักเท่าไหร่
หลังจากเดินชน แทนที่จะขอโทษ เขากลับเร่งฝีเท้าวิ่งหนีไปอย่าง รวดเร็ว พริบตาเดียวก็หายไปที่มุมหนึ่ง
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ต้องเป็นคนแบบไหนกัน?
เมื่อเธอเดินกลับมาที่เดิม ก็พบว่ากู้หลงซียังคงนั่งอยู่
“ทำไมนายยังอยู่ที่นี่ล่ะ?”
กู้หลงซียักไหล่ “ไม่ได้เหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งลง “ทำไมนายไม่ไปหาเพื่อน ๆ ของนายล่ะ?”
“เหนื่อยแล้ว อยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ สักหน่อย” กู้หลงซีพูด
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบเครื่องดื่มสีชมพูขึ้นมาอีกแก้ว “อยู่ตรงนี้ฉันก็ คิดว่าสงบเงียบดี แล้วนายมีเรื่องกังวลใจอะไรเหรอ?”
กู้หลงซีขมวดคิ้วแล้วพูดน ้าเสียงเศร้า “บอกฉันหน่อยสิ ทำไมไม่ มีผู้หญิงคนไหนรักฉันเลย?”
“แค่ผู้หญิงที่อยู่รอบตัวนายยังไม่พอหรือไง”
จู่ ๆ กู้หลงซีก็เหยียดหลังตรง “ฉันพูดจากใจจริงนะ ไม่มีใครเข้า หาฉันโดยไม่หวังสิ่งใด ไม่มีผู้หญิงดี ๆ อยู่รอบตัวฉันเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยแทบกลั้นขำไม่อยู่ “นายเสพสุขสำราญกับชีวิตที่
ผับบาร์ทุกวัน แล้วมาบ่นเรื่องนี้เนี่ยนะ?”
“เธอไม่เข้าใจหรอก เงินไม่สามารถซื้อความรักที่แท้จริงได้” กู้ หลงซีเงยหน้าขึ้นพลางถอนหายใจยาว
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มเยาะ นี่มันใช่คำพูดของคนที่อยากได้ทั้งสอง อย่างในเวลาเดียวกันเหรอ เที่ยวเล่นกับผู้หญิงไปทั่ว แต่กลับอยากมี แฟนดี ๆ รออยู่ที่บ้าน ช่างโลภมากจริง ๆ
เปลี่ยนผู้หญิงข้างกายไม่ซ ้าหน้า แต่ต้องการมีรักแท้ ผู้ชายนี่นะ
“ถ้าเจอรักแท้ขึ้นมา นายจะยอมละทิ้งชีวิตที่รายล้อมไปด้วย ผู้หญิงสวย ๆ ได้เหรอ?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
กู้หลงซีคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องนี้ “ใช่ ฉันเบื่อหน่ายกับชีวิต แบบนี้มานานแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยร้องอ๋อ “นายนี่ช่างพูดจริง ๆ”
กู้หลงซีเงียบไปครู่หนึ่ง “…”
เขาลังเลที่จะพูดว่า “เธออย่าดื่มเยอะนะ เครื่องดื่มนี้ปริมาณ แอลกอฮอล์ไม่น้อยเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยมองแก้วในมือด้วยความประหลาดใจ “นี่คือเหล้า เหรอ? ฉันนึกว่ามันเป็นน ้าอัดลมซะอีก ไม่ได้รู้สึกถึงรสชาติของเหล้า เลย”
“ค็อกเทลสูตรพิเศษน่ะ” กู้หลงซีพูด
ทั้งสองนั่งคุยกันที่มุมหนึ่งถึงเรื่องต่าง ๆ นานา ตั้งแต่สมัยมัธยม จนถึงปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ในปัจจุบัน กู้หลงซีเป็นคนพูดซะส่วน ใหญ่ ส่วนเซียวหมิงเยวี่ยรับฟังและพูดเสริมเป็นครั้งคราว
กู้หลงซีเป็นคนช่างพูดและเปิดฉากการสนทนาต่อเนื่อง ขณะที่
เซียวหมิงเยวี่ยเป็นผู้ฟังที่ดี คอยนั่งฟังอย่างตั้งใจ
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงวุ่นวายจาก ฝูงชนในระยะไกล เหมือนมีคนทะเลาะกัน และเสียงนั้นมาจากทาง ทิศทางที่แม่เซียวอยู่
“หลี่หง แกอยู่ที่นี่อย่างสบายใจ เพลิดเพลินกับอากาศอบอุ่น กิน ดีอยู่ดี ดูชีวิตแกเปลี่ยนไปมากเลยนะ ส่วนฉันกลับต้องทนลำบาก ตรากตรำอยู่ข้างนอก!”
ชายร่างผอมสูงสวมชุดช่างไฟปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันใน ห้องจัดเลี้ยง เขาดูไม่เข้ากันกับบรรยากาศหรูหราของที่นี่ สายตา ของเขาจ้องมองไปที่หลี่หงอย่างโกรธแค้น ซึ่งหลี่หงคือคนเดียวกัน กับพี่หงที่เพิ่งคุยกับแม่เซียวก่อนหน้านี้
เซียวหมิงเยวี่ยถูกดึงดูดด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวาย เธอหรี่ตา ลง ชายคนนั้นคือคนเดียวกับที่เดินชนเธอเมื่อก่อนหน้านี้ไม่ใช่เหรอ?
“จางฟู่ คุณมาทำอะไรที่นี่? มีธุระอะไรก็ไปพูดกันข้างนอกเถอะ ที่นี่มีคนอยู่เยอะแยะ”
หลี่หงกำลังพูดคุยอย่างสนุกสนานกับแม่เซียวและคนอื่น ๆ แต่ไม่ คิดว่าจะได้เจอกับอดีตสามี เธอรีบตั้งสติและพูดจาด้วยน ้าเสียงที่
สุภาพ ชวนจางฟู่ออกไปคุยกันข้างนอกดี ๆ
จางฟู่หัวเราะเยาะ “ข้างนอก? แกยังรู้จักละอายอีกเหรอ ฉันไม่ไป ไหนทั้งนั้น! ฉันจะบอกทุกคนในงานเลี้ยงว่าธาตุแท้ของแกเป็นคน ยังไง!”
“ทุกคนเข้ามาดูเร็วเข้า ผู้หญิงคนนี้ทอดทิ้งสามีและลูกไป! ฉัน กับลูกชายต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในบ้านที่ได้รับจัดสรรข้างนอก ไม่ เคยได้กินอาหารร้อน ๆ และได้กินเพียงหนอนฟันเท่านั้น!
แต่นางหลี่หงผู้หญิงเลวทรามไร้ยางอาย เลี้ยงดูเด็กผู้ชายหน้าตา ดีและพามาสุขสำราญที่นี่ โดยไม่สนใจว่าพวกเราพ่อลูกจะเป็นยังไง นี่มันยุติธรรมแล้วเหรอ!”
จางฟู่ยกมือขึ้นชี้หน้าอดีตภรรยาพลางก่นด่าสาปแช่ง
“แกมันน่ารังเกียจ ต ่าช้าต ่าทราม มีเงินเลี้ยงดูเด็กหนุ่มหน้าใส แต่ไม่มีเงินให้ฉันงั้นเหรอ? ถ้าไม่ใช่เพราะชาวบ้านมาบอกฉันว่าเจอ แกที่นี่ ฉันคงไม่รู้ด้วยซ ้าว่ามีที่แบบนี้ในเมืองเผิงจิงด้วย
พวกแกเหล่าเศรษฐีชั่วช้า ช่างมีความสุขกันซะเหลือเกินนะ! ทำไมพวกแกไม่กินหนอนฟัน ทำไมไม่ไปนอนเบียดเสียดในบ้านที่
ได้รับจัดสรร พวกแกมีสิทธิ์อะไรมาสุขสบายอยู่ที่นี่ ทำไมพวกแกถึง ไม่ตาย ๆ ไปซะ?”