ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 261 นัดเดียวสองเท่า ว่านถง
ผู้คนรอบข้างต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความสงสัยและ หวาดระแวง ขณะพากันถอยห่างออกจากชายคนนั้นที่ดูมีอาการไม่ ปกติ
พิธีกรดำเนินงานแจ้งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามา ควบคุมสถานการณ์ แต่คาดว่าคงใช้เวลาสักพักกว่าจะมาถึง
หลี่หงจ้องมองจางฟู่ที่บ้าคลั่งอย่างเย็นชา “คุณใจเย็น ๆ ก่อนนะ มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากัน”
“ฉันไม่ใจเย็นแล้วโว้ย!”
จางฟู่ตาแดงก ่า ทันใดนั้นเขาก็คว ่าโต๊ะลงอย่างแรง ส่งผลให้ เครื่องดื่มบนโต๊ะหกเรี่ยราดพร้อมเกิดเสียงดังสนั่น และทำให้หลาย คนรอบข้างตกใจกลัว
หลี่หงตะคอกเสียงดัง “แกมาอาละวาดที่นี่ทำไม! เราหย่ากันตั้ง สิบปีก่อนแล้ว ชีวิตที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้ ฉันสร้างมันขึ้นมาด้วย น ้าพักน ้าแรงตัวเอง มันเกี่ยวอะไรกับแกด้วย ต่อให้แกนึกอิจฉาแค่ ไหน มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว”
“รีบออกไปซะ อย่ามาทำตัวขายขี้หน้าที่นี่!” หลี่หงไม่สามารถ ซ่อนความรังเกียจในสายตาของเธอได้
“เงินที่แกหามาได้ทั้งหมดก็ล้วนเป็นของลูกชาย แล้วยังมีหน้ามา บอกว่าไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน ตอนนี้แกเอาแต่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เงินทอง ที่ลูกชายควรได้ใช้ เงินที่ฉันควรได้ใช้ แล้วเราจะใช้อะไร!” จางฟู่ ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย
“ลูกชาย? นั่นมันลูกชายของแกต่างหาก เขาเข้าข้างแกกับนาง เมียน้อย วางแผนต่อต้านเพื่อเขี่ยฉันออกจากบ้านระหว่างการหย่า ร้าง เจ้าหมาป่าตาขาวนั่น จะอยากให้ฉันเลี้ยงมันไปเพื่ออะไร?”
หลี่หงไม่สามารถระงับความโกรธไว้ได้อีกต่อไป ภาพความทรง จำอันเลวร้ายในอดีตย้อนกลับมาหลอกหลอนเธอจนกลายเป็นฝัน ร้าย เธอกับจางฟู่แต่งงานกันและเปิดร้านขายซาลาเปา โดยที่พวก เขามีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน
หลังจากที่ธุรกิจดีขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคู่ก็ขยายสาขาเพิ่มเติม หลี่หงยุ่ง อยู่กับงานทุกวันจนแทบไม่ได้พักผ่อน ขณะที่จางฟู่สามีของเธอหาย ออกจากบ้านไม่เว้นวัน เขากำลังมองหาเมียน้อยและเที่ยวเล่นกับ เหล่าโสเภณี เขาเบื่อหน่ายภรรยาที่กลายเป็นคนขี้ระแวง จึงยืนกราน ที่จะหย่ากับเธอ
ลูกชายคนเดียวของเธอดันสืบทอดยีนเลวของพ่อมาอย่าง สมบูรณ์แบบ ไม่เพียงช่วยพ่อปิดบังเรื่องเมียน้อย แต่ยังร่วมมือกัน วางแผนกับพ่อเพื่อเอาเปรียบเธอจนเธอต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เธอทุ่มเททำงานหนักด้วยตัวเองจนสร้าง ธุรกิจร้านอาหารแบบแฟรนไชส์ขึ้นมาหลายแห่ง เริ่มต้นจากบริษัท เล็ก ๆ จนขึ้นเป็นบริษัทมหาชน เธอต้องเผชิญความยากลำบากและ ความทุกข์ทรมานมากมายจนไม่สามารถบรรยายได้
ตอนนี้เธอประสบความสำเร็จแล้ว สองพ่อลูกคู่นี้คิดจะมาเก็บ เกี่ยวผลประโยชน์ คิดง่ายเกินไปไหม!
ในเวลานี้ พนักงานรักษาความปลอดภัยร่างกำยำสองสามคนรีบ วิ่งมาเพื่อพาจางฟู่ไป
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”
จางฟู่คว้ามีดปังตอขึ้นมาจากไหนไม่รู้แล้วเหวี่ยงไปมาอย่างน่า หวาดเสียว “ใครกล้าแตะต้องฉัน ฉันจะฆ่าแม่งให้ตาย มาสิ เข้ามา เลย!”
“กรี๊ด!”
เมื่อเห็นจางฟู่คว้ามีดออกมา บรรยากาศรอบข้างพลันเกิดความ โกลาหล ผู้คนแตกตื่นหนีไปคนละทิศละทาง ส่วนหลี่หงและแม่เซียว อยู่ใกล้กัน พวกเธอถูกจางฟู่บีบบังคับให้จนมุม
แม่เซียวก้าวถอยหลังครั้งแล้วครั้งเล่าจนแผ่นหลังชิดผนัง และไม่ สามารถถอยได้อีก และเนื่องจากเธอมางานเลี้ยงต้อนรับ จึงไม่ได้พก อะไรป้องกันตัว
ระบบรักษาความปลอดภัยของสถานบันเทิงแห่งนี้ค่อนข้าง เข้มงวด แล้วชายคนนี้เข้ามาได้อย่างไร?
เซียวหมิงเยวี่ยลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจ เธอจะเดินเข้าไป ช่วย แต่กู้หลงซีรีบคว้าตัวเธอไว้
“เธอจะทำอะไร จะเล่นบทฮีโร่หรือไง ชายคนนั้นถือมีดนะ”
“ปล่อยนะ แม่ฉันอยู่ตรงนั้น” เซียวหมิงเยวี่ยตะคอกเสียงดัง
ขณะเดียวกัน จางฟู่คว้าตัวหลี่หงแล้ววางมีดไว้บนคอของเธอ ก่อนพูดด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
“แกมีสิทธิ์อะไรมาใช้ชีวิตดี ๆ ที่นี่ แกไม่มีสิทธิ์ทิ้งฉันให้อดอยาก อยู่ข้างนอก เอาเงินของแกมา เอาเงินทั้งหมดมาให้ฉัน! เอามา เดี๋ยวนี้!!!”
มีดปังตอกดลึกลงที่คอของหลี่หงจนเลือดสีแดงสดไหลย้อยลงมา ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
หลี่หงไม่กล้าขยับ เพราะกลัวจะทำให้เขาหงุดหงิด และเผลอปาด มีดจนคอเธอขาด
“เอาล่ะ ๆ ๆ ฉันจะเอามาให้ แต่ช่วยวางมีดลงก่อนได้ไหม?”
จางฟู่กระชับมือแน่นขึ้น “แกคิดว่าฉันโง่หรือไง? แกเอามาให้ฉัน เดี๋ยวนี้ ถ้าแกไม่ยอมให้ ฉันจะฆ่าแกทิ้ง จากนั้นก็ฆ่าพวกมันทุกคน!”
เขาชี้มีดไปที่แม่เซียวและคนอื่น ๆ ตรงมุมห้อง ยกเว้นแม่เซียวที่
ยังคงสงบนิ่ง คนอื่น ๆ ต่างหวาดกลัวจนขาแข็งกลายเป็นอัมพาต
แววตาของเซียวหมิงเยวี่ยเย็นเยือกจนน่ากลัว เธอชักปืนพก ออกมาโดยไม่ลังเลและเล็งไปที่หัวของจางฟู่
ปัง! ปัง!
เสียงกระสุนปืนถูกยิงออกไปสองนัด จางฟู่ผู้คลุ้มคลั่งเมื่อครู่นี้ จู่ ๆ ก็ปรากฏรูเลือดสองรูบนศีรษะของเขา
“กรี๊ด!!!”
“ตายแล้ว!”
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว สร้างความหวาดกลัวให้กับแขกในงาน เลี้ยงยิ่งกว่าเดิม หลายคนพยายามวิ่งหนีออกไป
กู้หลงซีตกตะลึงจนตาเบิกกว้าง ร้องตะโกนถามว่า
“ทำไมเธอถึงมีปืนล่ะ? เธอเอาปืนออกมาจากไหน?”
สีหน้าของเซียวหมิงเยวี่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอยิงออกไปเพียง นัดเดียว แล้วใครเป็นคนยิงอีกนัด?
เธอหันไปมองทางประตู เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีบุคลิกสง่างามเก็บ ปืนอย่างใจเย็น และกำลังพยายามหาที่มาของเสียงปืนอีกนัดเช่นกัน
สายตาของทั้งคู่สบตากัน รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เซียวหมิงเยวี่ยรีบวิ่งไปหาคุณแม่เพื่อดูว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง
“แม่คะ ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
แม่เซียวโบกมือ “แม่ไม่เป็นไร แล้วลูกล่ะ ตกใจหรือเปล่า?”
“หนูไม่เป็นไรค่ะ สบายดี” เซียวหมิงเยวี่ยตอบ
แม่เซียวรู้สึกโล่งใจ เธอเหลือบมองจางฟู่ที่นอนตายอยู่บนพื้น ด้วยความหวาดหวั่น เมื่อครู่อันตรายมากจริง ๆ “พี่หง รีบพัน ผ้าพันแผลเถอะค่ะ”
บาดแผลบนคอพี่หงยังคงมีเลือดไหลออกมา แต่เธอกลับมีสี หน้าที่เย็นชาผิดปกติ
“ฉันบอกได้เลย ผู้ชายไม่มีดีสักคน พวกเธอถามฉันตลอดว่า ทำไมฉันถึงหย่าร้าง นี่แหละคือเหตุผล”
แม่เซียวถอนหายใจ “หมิงเยวี่ย แม่จะพาป้าหงไปทำแผลก่อนนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูบาดแผลของป้าหงแล้วพยักหน้ารับ “ค่ะ รีบ ไปเถอะ”
หญิงสาวสุดเท่ตำหนิพนักงานรักษาความปลอดภัยสองสามคน “นี่พวกคุณ ทำไมถึงยืนนิ่งเป็นรูปปั้น? แล้วปืนอยู่ไหน?”
พนักงานรักษาความปลอดภัยก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าเถียง
“พวกเราเป็นแค่พนักงานรักษาความปลอดภัยภายใน ไม่มีปืน ครับ การพกปืนจะทำให้แขกกลัว…”
“นี่คือข้ออ้างที่ไม่พกปืนงั้นเหรอ? แม้แต่อาชญากรคนเดียวก็ยัง ปราบปรามไม่ได้ ไร้ประโยชน์จริง ๆ”
ผู้หญิงคนนั้นกลอกตาด้วยความรำคาญ ก่อนจะเดินตรงเข้ามา หาเซียวหมิงเยวี่ย “เมื่อครู่คุณยิงได้แม่นมากเลยค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณเองก็ยิงแม่นไม่แพ้กัน”
หญิงสาวยิ้มตอบ “ว่านถงค่ะ”
“เซียวหมิงเยวี่ยค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยจับมือเธอเบา ๆ
ชื่อว่านถงฟังดูคุ้นเคยมาก คล้ายกับว่าเคยได้ยินมาจากที่ไหน สักแห่ง
“ที่แท้ก็คุณเซียวหมิงเยวี่ยนี่เอง” ดวงตาของว่านถงแฝงไปด้วย ความหมาย
เซียวหมิงเยวี่ยประหลาดใจ “คุณรู้จักฉันหรือคะ?”
ว่านถงยกมือกอดอก “ฉันได้ยินเจ้าโง่ซ่งเทียนกังนั่นพูดถึงอยู่ บ่อย ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยตกตะลึงเล็กน้อย “…”
ซ่งเทียนกัง กัปตันซ่งเหรอ?
ทั้งสองพลันเข้าใจกันโดยปริยาย
ในเวลานี้ กู้หลงซีรีบวิ่งมาด้วยความตื่นเต้น สายตาจับจ้องอยู่ที่
ว่านถงตลอดเวลา ใบหูทั้งสองแดงก ่า เขายื่นมือออกไปและพูดว่า
“ผมชื่อกู้หลงซีครับ”
ว่านถงประหลาดใจ และหันไปจับมือของเขา “สวัสดีค่ะ”
เธอมองดูผู้คนที่ยังไม่ออกไป “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกคุณออกไป ก่อนได้เลยค่ะ งานเลี้ยงต้อนรับคืนนี้ยกเลิกชั่วคราว มันเป็นอุบัติเหตุ และฉันต้องจัดการกับมันก่อน”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับ “ค่ะ”
หลังจากพูดจบ ว่านถงก็ไปหาพิธีกรเพื่ออธิบายสถานการณ์
กู้หลงซียังคงมองตามว่านถงด้วยสายตาหลงใหล
เซียวหมิงเยวี่ยสะกิดเขา “นี่ มัวมองอะไรอยู่ ไม่ออกไปเหรอ?”
กู้หลงซีกลับมาได้สติอีกครั้งและพูดว่า “เธออย่ามารบกวนฉันสิ หัวใจฉันเหมือนถูกศรปักลงเต็ม ๆ นี่สินะคือความรู้สึกของรักแรก พบ”
เซียวหมิงเยวี่ยเผยสีหน้าประหลาด “นายนี่มันบ้าชะมัด”
กู้หลงซีเศรษฐีรุ่นสอง แต่ดันไปหลงรักว่านถง นักแม่นปืนสุดเท่ และเฉลียวฉลาด ดูแล้วไม่น่าจะเข้ากันได้เลย
“เธอยังไม่ได้ตอบฉันเลยว่าไปเอาปืนมาจากไหน? เซียวหมิง เยวี่ย เธอยิงปืนเป็นด้วยเหรอ แล้วเรียนมาจากใคร?”
เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวยังไม่ตอบ กู้หลงซีจึงหันกลับมามอง แต่ก็ ต้องพบว่าเซียวหมิงเยวี่ยเดินจากไปไกลแล้ว
“อ๊ะ…”
กู้หลงซีเหลือบมองร่างไร้วิญญาณบนพื้นอีกหน เขาพลันรู้สึก หนาวสะท้านไปทั้งตัว ก่อนจะรีบวิ่งออกจากที่เกิดเหตุทันที