ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 262 จี้เหวินซีผู้เหนื่อยล้า
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้กลับห้อง แต่ไปที่โรงพยาบาลแทน ซึ่งเป็น โรงพยาบาลในเมืองบันเทิง
แม่เซียวและป้าหงน่าจะไปที่โรงพยาบาลเพื่อทำแผล
ตามคาด เซียวหมิงเยวี่ยเห็นแม่เซียวและป้าหงอยู่ในโรงพยาบาล แผลบนคอของป้าหงได้รับการปฐมพยาบาลโดยแพทย์เรียบร้อยแล้ว
“ห้ามโดนน ้านะครับ วันมะรืนนี้ค่อยมาเปลี่ยนยาตัวใหม่” แพทย์ หนุ่มที่สวมหน้ากากอนามัยพูด
เมื่อป้าหงเห็นเซียวหมิงเยวี่ย เธอก็แสดงท่าทางขอบคุณ
“หนูเอ๊ย เรื่องก่อนหน้านี้ขอบคุณมากเลยนะ ธะ… เธอช่วยไว้ได้ ทันเวลาพอดี”
เธอไม่รู้ว่าทำไมเซียวหมิงเยวี่ยถึงมีปืน แต่ก็ไม่กล้าถาม คนที่มา หลบภัยในเมืองบันเทิงต่างมีวิธีการและความสามารถของตัวเอง จึง ไม่ควรถามซอกแซก
“ไม่เป็นไรค่ะป้าหง แค่ป้าหงปลอดภัยก็พอแล้ว” เซียวหมิงเยวี่ยต อบ
แม่เซียวมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความโล่งใจ “เมื่อกี้แม่ตกใจแทบ ตาย ดีนะที่ลูกพกปืนมา ไม่มีใครเป็นอะไรก็ดีแล้ว แต่ทำไมเมือง บันเทิงถึงปล่อยคนแบบนั้นเข้ามาได้?”
ป้าหงพูดด้วยน ้าเสียงเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “ไอ้สารเลวนั่น กล้าเกลียดฉันได้ยังไง? มันมีสิทธิ์อะไรมาเกลียดฉัน? มันเป็นคน นอกใจ มันวางแผนให้ฉันสูญเสียทุกอย่าง ไม่สำนึกผิด แล้วยังกล้า มาข่มขู่เอาชีวิตฉันอีกเหรอ?”
“เฮอะ! คนเลว พวกผู้ชายชั่ว ๆ! ผู้ชายมันก็เลวเหมือนกันทุก คน!” ป้าหงพูดด้วยความกระตือรือร้น
แพทย์หนุ่มที่กำลังเก็บเครื่องมือแพทย์ถึงกับชะงัก ทำไมถึงรู้สึก เหมือนกำลังถูกด่าไปด้วย?
ป้าหงสังเกตเห็นว่าแววตาของแพทย์หนุ่มดูแปลกไป เลยพูด เสริมว่า
“ขอโทษค่ะ ยกเว้นคุณ”
แพทย์หนุ่มทำตัวไม่ถูก “…”
เขาหัวเราะแห้ง ๆ “ไม่เป็นไรครับ”
แม่เซียวถอนหายใจ “ก็เพราะความอิจฉาน่ะสิ ชีวิตเขาถึงตกต ่า ลงทุกวัน เอาแต่คิดว่าทำไมชีวิตคุณพี่ถึงเจริญขึ้นอย่างต่อเนื่อง จน กลายเป็นเศรษฐินี มันก็แค่อาฆาตพยาบาท ไม่อยากให้พี่มีความสุข การเห็นพี่มีความสุขคงทรมานยิ่งกว่าฆ่าเขาให้ตาย มนุษย์นี่นะ! คน แบบนี้มีอยู่เยอะแยะจริง ๆ ใช่ไหมลูก?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับ “ใช่ค่ะ”
มีเยอะแยะไปหมด ก็เหมือนกับพวกญาติอย่างลุงใหญ่และคุณย่า พอเห็นเธอมีความสุขหน่อย เขาก็อิจฉาจนบ้าคลั่ง
ใครบ้างที่ไม่มีคนเลวอยู่ใกล้ตัว ทั้งเพื่อน ญาติสนิท ญาติห่าง ๆ หรือแม้แต่คนในครอบครัวด้วยกันเอง จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง
พูดถึงเรื่องนี้ ป้าหงก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันใด
“เธอพูดถูกนะชิงหว่าน สมัยนั้นตอนที่ฉันได้ยินว่าเมียน้อยหอบ เงินหนีไปจนหมด ฉันดีใจมากเลย! ฮ่า ๆ ๆ ๆ พอมานึกถึงก็รู้สึกยังขำ ตัวเองทำอะไรไว้ สวรรค์มองดูอยู่ตลอดนั่นแหละ สักวันก็ต้องได้รับ ผลกรรม”
แม่เซียวกระซิบ “จริงเหรอคะ? เมียน้อยขโมยเงินเขาไปเหรอ? แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไง?”
“นางนั่นเอาไปได้แค่เงินส่วนตัวของเขา แท้จริงแล้วฉันเป็น ผู้จัดการร้านทั้งหมด ถ้าไม่มีฉัน ไอ้จางฟู่คนขี้แพ้คงเอาตัวไม่รอด หรอก จากนั้นธุรกิจก็แย่ลงเรื่อย ๆ แล้วนางเมียน้อยนั่นก็สลัดเขาทิ้ง”
แม่เซียวหัวเราะ “มันเป็นเวรกรรมจริงด้วย เหมือนคำพูดที่ว่าอะไร นะ ผู้ใดทรยศเมีย เงินทองจะไม่เข้าบ้าน”
พี่หงพ่นลมหายใจ “ถ้าไม่มีฉัน เขาก็ไม่มีค่าอะไรเลย แล้วยังมา หลงคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายหาเงินเก่งอยู่ได้”
เธอถอนหายใจอีกครั้ง “จางฟู่สมควรตายแล้ว! สิ่งที่ฉันเสียใจ มากที่สุดในชีวิตคือการให้กำเนิดเจ้าหมาป่าตาขาว ไม่เหมือนเธอที่มี บุญวาสนา ลูกสาวของเธอช่างกตัญญูจริง ๆ”
“ลูกชายของฉันเหมือนพ่อเขาไม่มีผิด เย็นชา ไร้หัวใจ แต่ช่าง มันเถอะ เลิกพูดถึงเขาดีกว่า คิดเสียว่าฉันไม่เคยมีลูกคนนี้อยู่”
แม้ว่าพี่หงจะพูดแบบนั้น แต่แววตาที่แสดงถึงความเจ็บปวดนั้น ไม่ใช่ของปลอม เธอกำลังฝืนกลั้นความรู้สึกไว้ ถูกทรยศโดยสามีก็ ว่าแย่แล้ว ยังมาโดนลูกชายแท้ ๆ ร่วมมือกับพ่อวางแผนต่อต้านแม่ผู้ บังเกิดเกล้าอีก
เพียงแค่คำพูดหวาน ๆ สองสามประโยค และของเล่นนิดหน่อย จากเมียน้อย ก็ทำให้เขาเกลียดแม่ของตัวเองได้แล้ว
การถูกคนที่กำเนิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองหักหลัง จะ ไม่ให้เจ็บปวดใจได้อย่างไร?
แม่เซียวรู้สึกเห็นอกเห็นใจอย่างมาก แต่ไม่รู้จะปลอบโยนเธอ อย่างไร
“พี่หง อย่าพูดแบบนั้นเลย พี่ก็มีวาสนาของพี่ คนไม่ดีก็อย่าไป เสียดายเลย ดูตอนนี้สิ พี่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แสดงว่า สวรรค์ก็ยังเมตตาพี่อยู่ ไม่อยากให้พี่ไปลำบากกับพ่อลูกคู่นั้นอีก ต่อไป และช่วยพี่หลุดพ้นจากทะเลแห่งความทุกข์ยาก!”
“ตอนนี้เขาตายไปแล้ว และเขาก็สมควรตาย” แม่เซียวพูดเสริม
แม่เซียวอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ มันเป็นความจริงที่ทุกคนล้วนมี เรื่องราวของตัวเอง ทุกบ้านล้วนมีบททดสอบที่ยากลำบาก เมื่อนึกถึง ครอบครัวของเธอเอง ถึงแม้จะไม่ได้ร ่ารวยล้นฟ้า แต่ก็มีความสุขดี เธอมีความสุขกับชีวิตปัจจุบันมาก การได้ทานอาหารร่วมกันกับ ครอบครัว ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
พี่หงรู้สึกประทับใจมาก จึงเอื้อมไปจับมือแม่เซียวแน่น
“ชิงหว่าน เธอพูดจาไพเราะจริง ๆ ทุกประโยคพูดตรงใจพี่มาก”
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยเห็นสิ่งนี้ เธอเข้าใจว่าแม่เซียวคงมีเรื่องจะคุย กับพี่หงอีกมาก และคงยังกลับไปไม่ได้อีกสักพัก เธอจึงไม่คิดรบกวน ทั้งสองต่อ
“แม่คะ หนูกลับห้องก่อนนะ แม่ค่อยกลับไปทีหลังก็ได้”
แม่เซียวโบกมือ “จ้ะ ๆ ๆ ลูกกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ”
…
เซียวหมิงเยวี่ยขึ้นลิฟต์กลับชั้น 22 ก่อนจะเดินชนกับจี้เหวินซีอ ย่างแรงทันทีที่ออกจากลิฟต์
“คุณมาทำอะไรที่นี่?”
“คุณไปอยู่ไหนมา?”
จี้เหวินซีมีเหงื่อไหลซึมบนหน้าผาก สีหน้าของเขาเต็มไปด้วย ความกังวล เขาจับตัวเซียวหมิงเยวี่ยแล้วพิจารณาดูทั้งซ้ายและขวา เมื่อเห็นว่าเธอปลอดภัยดี เขาก็โล่งใจ
“เดี๋ยว ๆ ๆ กำลังทำอะไร?”
เซียวหมิงเยวี่ยถูกเขาจับหมุนไปมาจนเวียนหัว
“คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ผมได้ยินมาว่ามีคนร้ายใช้อาวุธมีคมใน ห้องจัดเลี้ยง ผมตามหาคุณจนทั่วห้องก็ไม่เจอ ส่งข้อความไปก็ไม่ ตอบ เลยออกมาตามหาคุณที่นี่ไง”
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ก่อนพูดด้วย ความละอายใจ
“มันปิดเสียงอยู่น่ะ เลยไม่เห็น”
“ฉันจัดการคนร้ายเรียบร้อยแล้ว นัดเดียวเข้าหัวเต็ม ๆ แม่น ไหม?” เธอถามด้วยน ้าเสียงภูมิใจเล็กน้อย
จี้เหวินซีอดกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ได้ “แม่นมาก”
“ต้องขอบคุณโค้ชที่สอนเก่งด้วย” เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้มมุมปาก
“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ” จี้เหวินซีพูด
เซียวหมิงเยวี่ยจึงเชิญชวน “งั้นคุณเข้ามานั่งในห้องของฉันก่อน สิ”
ภายในห้อง
“มีอะไรเหรอ คุณพูดมาได้เลย” เซียวหมิงเยวี่ยเทน ้าให้เขา
จี้เหวินซีรับมันมาจิบแล้วพูดว่า “จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่ อยากถามว่าคุณอยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “ดีมากเลยค่ะ กินอิ่มนอนหลับ ให้ห้า ดาวเลย”
“ดีแล้วครับ ผมยังกลัวว่าคุณจะไม่ค่อยชินกับที่นี่” จี้เหวินซีรู้สึก โล่งอก
“คุณจี้ ทราบข่าวล่าสุดของว่านโม่ลี่หรือยังคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยล องถามดู
“เล่ามาสิ”
จี้เหวินซีไม่ได้สนใจเท่าไหร่ แต่ก็อยากฟังเธอพูด
เซียวหมิงเยวี่ยเล่ารายละเอียดทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้องจัดเลี้ยง รวมไปถึงเรื่องซุบซิบนินทาของว่านโม่ลี่ให้เขาฟัง
หญิงสาวพูดจ้อไม่หยุด ขณะที่จี้เหวินซีนั่งบนโซฟาและตั้งใจฟัง โดยโต้ตอบด้วยคำพูดสองสามคำเป็นครั้งคราว
เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยความตื่นเต้น และรอคำตอบของเขา แต่จู่ ๆ จี้เหวินซีก็เงียบไป
เธอหันกลับไปมอง พบว่าชายหนุ่มหลับตา และเผลอหลับไป ตอนไหนไม่ทราบ
เธอค่อย ๆ เดินเข้าไป มองใบหน้าของเขาอย่างระมัดระวัง ใบหน้าของจี้เหวินซีเต็มไปด้วยความอ่อนเพลีย
ช่วงนี้เขาคงทำงานหนักมาก จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน
ดูเหมือนว่าเขาจะเหนื่อยมากจริง ๆ แม้จะอยู่ในสถานการณ์แบบ นี้ เขายังคงใส่ใจเธอและเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ
เซียวหมิงเยวี่ยสามารถทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง การดูแลตัวเองและ ครอบครัวให้ปลอดภัยในช่วงโลกาวินาศถือว่ายากมากแล้ว แต่จี้เห วินซีแตกต่างออกไป ยิ่งมีความสามารถมากเท่าไหร่ ความรับผิดชอบ ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
เขาต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้ง
พายุหิมะถล่มหลายวันติดต่อกัน เหล่าผู้ประสบภัยที่อยู่ด้านนอก กำลังเผชิญกับความยากลำบาก หิมะบนท้องถนนหนาขึ้นเรื่อย ๆ แม้ จะตักหิมะออกตลอดเวลา แต่ก็ยังส่งผลกระทบต่อการขนส่งเสบียงอยู่ ดี
บางพื้นที่ไม่สามารถส่งเสบียงได้อีกต่อไป ตอนนี้หิมะเพิ่งตกมา แค่ไม่กี่วันเท่านั้น อีกสักพักสภาพข้างนอกคงจะเลวร้ายกว่านี้มาก