ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 263 คู่รักไร้บุตรที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 263 คู่รักไร้บุตรที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์
ได้ยินมาว่าที่พักพิงฉุกเฉินมีการแจกอาหารแห้งแบบครั้งเดียวให้ เพียงพอสำหรับหนึ่งสัปดาห์ โดยได้นำของเก่าในคลังมาแจกทั้งหมด อาหารที่แจกประกอบไปด้วยหนอนฟันอบแห้งและเห็ดอบเกลือ ซึ่ง เป็นอาหารแห้งที่สามารถเก็บไว้ได้นาน
ด้วยจำนวนผู้ประสบภัยที่มากมาย การจัดหาอาหารสด เช่น ผัก และเนื้อสัตว์ คงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ในช่วงเวลาที่ขาดแคลนทรัพยากร การเข้าถึงสิ่งอำนวยความ สะดวกและอาหารที่ดีย่อมจำกัดอยู่แค่กลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งเป็น สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้หนอนฟันอบแห้งและเห็ดอบเกลือจะไม่ใช่ของที่ดีที่สุด แต่ หากบริโภคอย่างประหยัดก็สามารถประทังชีวิตได้ระยะหนึ่ง แต่ไม่มี ใครทราบแน่ชัดว่าเมื่อไหร่จะมีรถส่งเสบียงมาอีก
ในฐานะบริษัทชั้นนำของเมืองเผิงจิง จี้กรุ๊ปซึ่งมีบริษัทลูกอย่าง กรมเกษตรกรรมและโรงงานต่าง ๆ จึงเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการ จัดหาอาหาร สิ่งของเครื่องใช้ และวัสดุกันหนาวให้กับผู้ประสบภัย
ดังนั้น ด้วยภาระหน้าที่อันหนักหน่วงในฐานะผู้บริหารจี้กรุ๊ป จี้เห วินซีจึงต้องเผชิญกับความเหน็ดเหนื่อย เพราะมีงานมากมายที่รอให้ เขาจัดการ
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูเขาที่นอนหลับสนิทบนโซฟา ลังเลใจว่าควร ปลุกเขาดีหรือไม่ เพราะการอยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบชายหญิงดูไม่ ค่อยเหมาะสมนัก
แต่เมื่อลองคิดอีกที ช่างเถอะ ปล่อยให้เขานอนหลับพักผ่อนเสีย บ้าง
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบผ้าห่มมาห่มให้เขาอย่างเบามือ โดยพยายาม ไม่รบกวนการนอนของชายหนุ่ม
เช้าวันรุ่งขึ้น เซียวหมิงเยวี่ยตื่นนอนตอนสิบโมงเช้า เธอเห็นผ้า ห่มพับวางไว้บนโซฟาอย่างเรียบร้อย และรู้ทันทีว่าจี้เหวินซีได้ออกไป แล้ว
คนใหญ่คนโตแบบเขาย่อมมีธุระมากมายให้จัดการ
ในกลุ่มแชตของผู้เข้าพักโรงแรมเต็มไปด้วยข้อความที่พูดถึง เหตุการณ์วุ่นวายเมื่อวานนี้ ซึ่งตอนนี้ได้รับการคลี่คลายแล้ว และเอมี่
กำลังแสดงความขอโทษในกลุ่ม
จางฟู่บังเอิญได้ยินคนอื่นพูดว่าเจออดีตภรรยาของเขาที่นี่ และ เขารู้ดีว่าเมืองบันเทิงเป็นสถานที่แบบใด ซึ่งนั่นทำให้เขาขุ่นเคือง และ ตัดสินใจใช้ความรุนแรงโดยไม่คิดให้รอบคอบ
เนื่องจากเขาสนิทกับช่างไฟฟ้าคนหนึ่งที่เมืองบันเทิง จึงขโมย เสื้อผ้าและบัตรพนักงานของช่างไฟฟ้าคนนั้น เพื่อที่จะผ่านเข้าไปใน
เมืองบันเทิงโดยไม่ถูกสงสัย ปัจจุบันช่างไฟฟ้าคนนั้นถูกไล่ออกจาก งานแล้ว ด้วยเหตุผลว่าให้ผู้อื่นยืมบัตรพนักงาน
ตอนนี้อีกฝ่ายเสียชีวิตแล้ว เรื่องราวนี้จึงถือว่าจบลง และช่าง ไฟฟ้าที่ประมาทเลินเล่อก็ถูกไล่ออกจากงาน
สมาชิกในกลุ่มแชตของผู้เข้าพักต่างมีความเห็นไปในทิศทาง เดียวกันคือ ต้องการให้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย หลายคนเสนอแนะแนวทางการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม บรรยากาศการสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นและมีการแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
เมื่อเห็นข้อความในกลุ่มแชต เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจ เล็กน้อย คนพวกนี้ทั้งใจเย็นและมีเหตุผลขนาดนี้เลยเหรอ?
หากเป็นกลุ่มแชตของลูกบ้านในชุมชนหวาฮั่นคงมีคนออกมา โวยวาย เรียกร้องค่าเสียหาย หรือสร้างความวุ่นวายไปแล้ว
หลังจากเหตุการณ์นั้น ทางเมืองบันเทิงได้เพิ่มการฝึกอบรม พนักงาน เปลี่ยนระบบเข้าออกจากการใช้บัตรพนักงานเป็นการ สแกนใบหน้า พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยมี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธคอยตรวจตราจุดสำคัญ และ เพิ่มจำนวนพนักงานรักษาความปลอดภัยในชุดลายพรางภายใน เมืองบันเทิง
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว กว่าจะรู้ตัวก็ผ่านมาแล้วหนึ่งเดือน
เซียวหมิงเยวี่ยเริ่มคุ้นเคยกับชีวิตที่แสนสบายในเมืองบันเทิงแล้ว
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หิมะตกหนักอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิ ค่อย ๆ ลดลง กระทั่งเช้าวันนี้อุณหภูมิตามเวลาจริงวัดได้ที่ -35 องศา เซลเซียส
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูหิมะโปรยปรายลงมาอย่างหนาแน่น จน เผลอคิดอะไรไปเรื่อย
ถนนหนทางบริเวณใกล้เคียงเมืองบันเทิงยังพอใช้สอยได้ เนื่องจากมีคนงานคอยเก็บกวาดหิมะอยู่เป็นประจำ แต่สำหรับพื้นที่ที่
ไม่มีการเก็บกวาด หิมะทับถมจนหนาถึง 8 เมตร!
ความหนาของหิมะ 8 เมตรถือเป็นสถิติใหม่ของประเทศจีน นี่
เป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นของภัยพิบัติความหนาวเย็นสุดขีด ซึ่ง กำลังคืบคลานเข้ามา
และนี่เพิ่งผ่านไปเพียงแค่หนึ่งเดือน พายุหิมะผ่านไปได้ครึ่งทาง เท่านั้น
โครม โครม โครม!
เจ้าสุนัขทิเบตันมาสทิฟฟ์ห้องข้าง ๆ กำลังเล่นซนอีกแล้ว
ห้องข้างเธอมีคู่สามีภรรยาหนุ่มสาวอาศัยอยู่ ทั้งคู่ตัดสินใจที่จะ ไม่มีลูก และเลี้ยงสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์เสมือนลูกชาย
โดยตามใจมันทุกอย่าง
พวกเขาเลี้ยงสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์แบบไร้กฎระเบียบบังคับ สุนัขพันธุ์ใหญ่มีพลังเยอะ ทว่าคู่สามีภรรยาไม่สามารถพาสุนัข ออกไปเดินเล่นได้ ผลก็คือเจ้าสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ปลดปล่อย พลังในห้องและกระโดดขึ้นลงตลอดทั้งวัน
นอกจากนี้คู่สามีภรรยาไร้บุตรไม่ชอบผูกเชือก ปล่อยให้สุนัข พันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์วิ่งพล่านไปมาในโถงทางเดิน โดยบอกว่าให้ มันปลดปล่อยพลังงานออกมา แล้วยังอวดว่าสุนัขของพวกเขาน่า เกรงขามเป็นพิเศษ
ผู้พักอาศัยบนชั้น 22 จำนวนมากไม่พอใจ เนื่องจากโถงทางเดิน มีกลิ่นเหม็นของสุนัขจาง ๆ เป็นกลิ่นแบบเฉพาะตัวของสุนัข ผสมกับ กลิ่นฉี่
ผู้พักอาศัยร้องเรียนมาหลายครั้งแล้ว เอมี่เองก็ไปเตือนพวกเขา นับครั้งไม่ถ้วน พยายามพูดคุยด้วยรอยยิ้มจนปากแทบจะฉีกถึงหู แต่ สามีภรรยาคู่นั้นไม่สนใจเลย
ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะมีเส้นสายใหญ่โตอยู่เบื้องหลัง จึงทำอะไรก็ได้ ตามใจชอบ และไม่สนใจใคร เอมี่เองก็รู้สึกจนปัญญา
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้อยู่ห้องบนชั้น 22 ทุกวัน การอาศัยอยู่คน เดียวมันช่างเหงาเหลือเกิน เธอจึงมักไปหาแม่ที่ชั้น 15 บ่อย ๆ บางครั้งเธอก็อยู่กับแม่ นอนบนเตียงเดียวกัน พูดคุยเรื่องราวส่วนตัว ระหว่างแม่ลูก
ดังนั้นเซียวหมิงเยวี่ยจึงอาศัยอยู่ที่ชั้น 15 บ่อยกว่า อีกทั้งชั้น 14 ยังเป็นชั้นที่มีร้านอาหาร ซึ่งการอยู่ชั้นนี้ค่อนข้างสะดวกกว่า
บางครั้งเธอก็ไปเล่นไพ่กับแม่เซียว ช่วงนี้เซียวหมิงเยวี่ยได้เรียนรู้ วิธีเล่นไพ่นกกระจอก มันสนุกดีเหมือนกัน
และเธอยังเข้ากันได้ดีกับเพื่อนวงไพ่นกกระจอกของแม่เซียว โดยเฉพาะป้าหงที่ดูจะชอบเธอมาก
ถึงแม้ว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะไม่ค่อยได้อยู่ที่ชั้น 22 แต่แปดในสิบ ครั้งต้องได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทระหว่างเพื่อนบ้านกับคู่สามีภรรยาไร้ บุตรที่อยู่ห้องข้าง ๆ
เรียกได้ว่าได้ยินแทบทุกครั้งที่กลับมา
บรรดาผู้พักอาศัยชั้น 22 ยังตั้งกลุ่มแชตเพื่อพูดคุยระบายความ อัดอั้นตันใจ กลุ่มนี้มีสมาชิกเป็นผู้พักอาศัยชั้น 22 ทั้งหมด รวมถึง เซียวหมิงเยวี่ยด้วย
ผู้พักอาศัยชั้น 22 มักบ่นในกลุ่มแชตบ่อย ๆ ว่า เวลาออกจาก ห้องต้องแอบมองก่อนว่ามีสุนัขอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่มีจะรีบวิ่งไปที่ลิฟต์ ทั้ง ๆ ที่จ่ายเงินค่าที่พักเอง แต่กลับต้องแอบซ่อนตัวอยู่เหมือนขโมย ต้องหวาดกลัวทุกวี่วัน เพราะรูปร่างหน้าตาของสุนัขพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์นั้นน่ากลัวจริง ๆ
มีครั้งหนึ่งเซียวหมิงเยวี่ยเดินผ่านประตูห้องข้าง ๆ แล้วประตูเปิด พอดิบพอดี กลิ่นเหม็นโชยมาจนเธอแทบหายใจไม่ออก
เธอนึกภาพไม่ออกเลยว่าคู่รักไร้บุตรข้างบ้านจะทนอยู่ร่วมกับ สุนัขกลิ่นเหม็นหึ่งได้อย่างไร ทั้งที่ต้องอยู่ร่วมห้องเดียวกัน ทำไมถึง ไม่ดูแลความสะอาดของสุนัขให้ดี?
เหม็นขนาดนี้ อยู่ไปได้ยังไง?
นอกจากนี้ กลิ่นเหม็นในโถงทางเดินก็แรงมาก เธอจึงยิ่งไม่ชอบ อยู่ชั้น 22 แต่เมื่อวานพ่อเซียวลาพัก เธอจึงต้องกลับมานอนที่ชั้น 22
เซียวหมิงเยวี่ยเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างง่าย ๆ และเตรียมไปทาน อาหารเย็นที่ร้านอาหาร เป็นเรื่องยากที่พ่อเซียวจะลางานมาได้ ครอบครัวจึงต้องการทานข้าวเย็นฉลองกัน
ทันทีที่เธอเปิดประตู ประตูห้องข้าง ๆ ก็เปิดออกในเวลาเดียวกัน สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ตัวใหญ่วิ่งออกมาจากประตูตรงมาหา เซียวหมิงเยวี่ยและเห่าใส่เธออย่างบ้าคลั่ง
คู่สามีภรรยาไร้บุตรเดินตามออกมา ผู้เป็นภรรยามองเซียวหมิง เยวี่ยแวบหนึ่งแล้วพูดว่า
“เชร็คเป็นเด็กเรียบร้อยและน่ารัก ไม่กัดคนหรอกค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยมองสุนัขดุร้ายที่กำลังแยกเขี้ยวขู่เธอ ขนของมัน ตั้งชัน แววตาดุร้าย ชัดเจนว่ามันมีเจตนาจะโจมตี และดูท่าทางจะ โจมตีอย่างรุนแรงด้วย
ฟันสีเหลืองอมส้มของมันยังมีน ้าลายเหนียว ๆ ไหลย้อย จนหยด ลงบนพื้นขณะที่มันแยกเขี้ยวขู่
ไม่น่าแปลกใจเลยที่โถงทางเดินถึงมีกลิ่นเหม็น ที่แท้ก็ด้วยสาเหตุ นี้นี่เอง
สุนัขที่แยกเขี้ยวดุร้ายนี้เรียกว่าเรียบร้อยได้เหรอ? กล้าเรียกว่า น่ารักได้อย่างไร?
เซียวหมิงเยวี่ยพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“ถึงแม้ว่ามันจะไม่กัด แต่มันก็ยังทำให้ผู้คนหวาดกลัว พวกคุณ ควรผูกเชือกไว้ด้วยนะคะ” เธอพูดเตือนด้วยความหงุดหงิด
ภรรยาแสดงท่าทางไม่พอใจ “ฉันก็นึกว่าคุณจะแตกต่างจาก พวกเขาซะอีก ที่แท้ก็ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเหมือนกัน ลูกชายของฉัน ทำให้คุณขุ่นเคืองหรือไง? เขาไปกัดคุณหรือไง? ฉันล่ะไม่เข้าจริง ๆ พวกคุณจะตื่นตระหนกอะไรกันนักหนา!”
สิ้นเสียง เธอยังกลอกตาใส่อีกด้วย
“พูดกับคนไร้หัวใจแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร เชร็ค ไปกันเถอะ” สามีพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชา
คู่สามีภรรยาเดินจากไป สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์เห่าอีกสอง สามครั้ง ก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่แยแส
เซียวหมิงเยวี่ยแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ก่อนจะรู้สึกขำขึ้นมา ทันใด แม้จะพักที่เมืองบันเทิงมานับเดือนแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอ ได้พูดคุยกับสามีภรรยาคู่นี้
นี่เธอกำลังโดนวิพากษ์วิจารณ์อยู่เหรอ?
ไม่แปลกใจที่คนในกลุ่มจะบ่นขนาดนั้น มันมีเหตุผลว่าทำไม พวกเขาถึงทำให้ทุกคนโกรธ สองสามีภรรยาคู่นี้ฟังภาษาคนไม่ เข้าใจหรืออย่างไร?
ขณะที่เซียวหมิงเยวี่ยกำลังตั้งคำถามกับชีวิต สามีภรรยาคู่นั้นก็ เลี้ยวโค้งและเดินเข้าลิฟต์ไปแล้ว
ทันใดนั้น ประตูบานหนึ่งก็เปิดออกเงียบ ๆ ผู้หญิงวัยกลางคนที่
ยิ้มแย้มแจ่มใสเดินออกมาพูดเสียงเบาว่า
“แม่หนู อย่าพยายามใช้เหตุผลพูดกับพวกเขาเลย พวกเขาไม่ ฟังหรอก พวกเราเคยทะเลาะกับสองสามีภรรยาคู่นั้นมาหลายครั้งแล้ว พวกเขาถึงกับจะปล่อยสุนัขมากัดฉันด้วยซ ้า”
ผู้หญิงวัยกลางคนถอนหายใจ “ต้องเป็นคนแบบไหนกันนะ โชค ร้ายจริง ๆ กระทั่งเวลาออกไปกินข้าวก็ต้องคอยหลบหน้าพวกเขา”
เซียวหมิงเยวี่ยเม้มริมฝีปาก มองดูทิศทางที่สามีภรรยาคู่นั้นจาก ไปอย่างไตร่ตรอง ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป จะต้องเกิดเรื่องแน่
ในอากาศ กลิ่นเหม็นสาบของสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ยังไม่ จางหายไป บริเวณพื้นที่สุนัขยืนอยู่เมื่อสักครู่ยังมีรอยน ้าลายเปียก พร้อมกับส่งกลิ่นเหม็นหึ่ง
เซียวหมิงเยวี่ยใช้มือปิดจมูกด้วยความรังเกียจ
เธอทนไม่ไหวแล้ว ต้องทำอะไรสักอย่าง