ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 264 สิ่งที่ทำได้ยากลำบากที่สุดในสภาพอากาศหนาว เย็น : การลุกออกจากเตียง
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 264 สิ่งที่ทำได้ยากลำบากที่สุดในสภาพอากาศหนาว เย็น : การลุกออกจากเตียง
“มาแล้ว มาแล้ว เวลาอาหารต้องต่อคิวลิฟต์นานหน่อย”
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยมาถึงห้องอาหาร พ่อกับแม่เซียว คุณปู่และ คุณย่าต่างก็รอเธออยู่แล้ว วันนี้ไม่ได้ทานบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรม แต่เป็น ร้านอาหารจีนตามสั่ง
แม่เซียวส่งเมนูให้ “พวกเราสั่งมาบ้างแล้วนะ ลูกลองดูว่าอยาก กินอะไรก็สั่งเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าและพลิกดูเมนูอาหาร
เธอหันไปพูดกับพนักงานเสิร์ฟในชุดกี่เพ้าสีชมพูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ว่า
“เอาข้าวเหนียวปั้นไส้กระดูกหมู หมูสับทอดกรอบ เนื้อตุ๋นหม้อ ไฟ สุดท้ายเป็นต้มปลากับเต้าหู้ ขอบคุณค่ะ”
“ค่ะ โปรดรอสักครู่นะคะ” พนักงานเสิร์ฟรับเมนูแล้วหันหลัง กลับไป
คุณยายเห็นราคากับเมนูแล้วรู้สึกเสียดายเงิน สีหน้าเหมือน กำลังเคี้ยวแตงกวาขมสองลูก ราวกับว่าตัวเลขบนเมนูไม่ใช่ราคา อาหาร แต่เป็นกรงเล็บเล็ก ๆ ที่กำลังตะปบหัวใจเธอ
“ไม่ต้องสั่งเยอะหรอก พวกเราสั่งไว้หลายอย่างแล้ว มันแพงนะ อาหารที่นี่แพงมากเลย กินอะไรที่ถูก ๆ ก็ได้”
คุณยายจิบชาฟรี “กินที่บ้านยังไงก็ดีกว่า ที่บ้านเราทำกับข้าว ทานเอง อาหารที่นี่ทั้งแพงทั้งได้น้อย แถมไม่อร่อยเท่าที่เราทำเองอีก ด้วย”
คุณยายเป็นคนมัธยัสถ์มาทั้งชีวิต และไม่ค่อยคุ้นเคยกับวิถีชีวิต แบบ ‘ฟุ่มเฟือย’ เธอจึงรู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่โรงแรม อยากจะกลับไปที่
บ้านเดี่ยวของครอบครัวเซียว หรือกลับไปชนบทก็ได้
ขอแค่มีลานเล็ก ๆ ให้ปลูกผัก คุณยายก็สามารถอยู่ได้ไม่ว่าจะ เป็นที่ไหน
แม่เซียวหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “แม่คะ หิมะข้างนอกตก หนักขนาดนี้ ถ้าเรายังอยู่บ้าน คงถูกหิมะกลบจนมิดหลังคาแล้ว แถม น ้าก็ไม่มีให้ใช้ ท่อประปาคงแข็งไปหมด ที่นี่ดีกว่าเยอะเลย มีทั้ง อาหารและน ้า ไม่ต้องทำอะไรเองด้วย หนูว่าสะดวกดีนะ”
พ่อเซียวพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ครับ ตอนผมกลับมาที่นี่ เห็นบาง สถานที่หิมะทับถมสูงถึงตึกสองชั้นแล้ว บนถนนจากกรมเกษตรกรรม มายังเมืองบันเทิงมีการว่าจ้างคนงานคอยตักหิมะออก แต่คาดเดา ไม่ได้เลยว่าตอนนี้ชุมชนหวาฮั่นจะเป็นยังไงบ้าง คงถูกหิมะกลบไป หมดแล้วละมั้ง”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ คุณพ่อเซียวก็มีสีหน้าเคร่งเครียด
“ผมได้ยินจากเพื่อนร่วมงานว่า มีหลายชุมชนที่อยู่ห่างไกล เกินไป และไปส่งเสบียงไม่ทันเวลา ทำให้มีคนอดตายไปหลายคน แล้ว”
อันที่จริงพ่อเซียวไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมด เขาเกรงว่าจะทำให้ทุก คนตกใจกลัว
รถขนส่งเสบียงไม่สามารถไปส่งได้ทันเวลา ผู้ประสบภัยต้องทน ทุกข์ทรมานจากความหิวโหยและความหนาวเย็น ขณะที่สภาพ อากาศหนาวเย็นยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ความชั่วร้ายจึงบัง เกิดขึ้นในใจผู้คนบางกลุ่มยอมทำทุกวิถีทางแม้จะเป็นการก้าวข้าม มนุษยธรรมเพื่อพยายามเอาชีวิตรอด
ทุกคนอาศัยอยู่ในที่พักชั่วคราว ปิดประตูแน่นเนื่องจากด้านนอก หิมะตกหนัก แม้แต่ตำรวจก็เข้าไปไม่ได้
คนจิตใจชั่วช้าปล้นสะดมแย่งชิงทรัพย์สิน และถึงขั้นใช้มีดทำ ร้าย โดยต้องการอบอุ่นร่างกายด้วยเลือดเนื้อของผู้อื่น ขณะที่คน อ่อนแอไม่มีแม้แต่แรงผูกเชือกไก่ ร้องเรียกฟ้าดินแทบตายก็ไม่มีใคร ได้ยิน นี่คือสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุด และน่ากลัวยิ่งกว่าความหนาวเหน็บ ด้านนอก
เหตุการณ์ร้ายแรงพุ่งสูงขึ้น ยากต่อการติดตามและควบคุม ไร้ หนทางแก้ไข รัฐบาลเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้
หลายคนไม่ได้อดอาหารจนตาย แต่เสียชีวิตด้วยน ้ามือเพื่อนร่วม ชาติของตนเอง ช่างเป็นเรื่องที่น่าขันอย่างยิ่ง
“ฉันเห็นผู้จัดการซูส่งข้อความในกลุ่มแชต ร้องขอให้ทุกคนลง ไปช่วยกันตักหิมะ โดยแลกกับการแจกข้าวต้มร้อนสองมื้อ แต่ก็ไม่ ได้ผล หลายคนกินข้าวต้มเสร็จก็เช็ดปากแล้วเดินจากไป คนที่
ทำงานก็ไม่ตั้งใจทำ” แม่เซียวเล่าให้ฟัง
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งฟังเงียบ ๆ และไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไร หากไม่มีมาตรการจัดการที่ดีพอ สถานการณ์แบบนี้ก็ยากที่จะ หลีกเลี่ยง
ถนนสายหลักมีรถกวาดหิมะ แต่จำนวนรถมีจำกัด แม้จะมี สารละลายหิมะ แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งหมดในเมืองเผิง จิง
มันจึงเป็นเรื่องปกติที่ชุมชนจะต้องการระดมผู้ประสบภัยให้ ช่วยกันตักหิมะด้วยพลั่ว
แต่เมื่ออุณหภูมิภายนอกต ่ากว่าศูนย์หลายสิบองศา ใครเล่าจะ อยากลุกจากเตียงนอน แล้วออกไปทำงานกลางหิมะ? เวลารองเท้าถุง เท้าเปียกจะรู้สึกไม่สบายตัว แถมข้าวต้มสองมื้อก็ไม่ค่อยอยู่ท้อง เท่าไหร่
พวกผู้ประสบภัยบางคนเจ้าเล่ห์มาก หลังจากรับข้าวต้มเสร็จก็ แอบหนีกลับบ้าน มุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม อากาศในบ้านพักพิง
ค่อนข้างอบอุ่นเพราะมีผู้คนอยู่หนาแน่น แล้วใครจะอยากออกไปทน หนาวข้างนอก?
อากาศหนาวเหน็บจนปวดกระดูกขนาดนี้ การลุกออกจากเตียง นั้นยากพอ ๆ กับการปีนขึ้นไปบนฟ้า หลายคนแทบไม่อยากลุกจาก เตียงไปเข้าห้องน ้าด้วยซ ้า แล้วคิดดูสิว่าจะให้พวกเขาไปโกยหิมะได้ ยังไง?
ฝันไปเถอะ
คุณตาถอนหายใจ “ลำบากจริง ๆ เลย ปีแล้วปีเล่าที่ต้องเจอกับ ภัยธรรมชาติ สวรรค์ทรมานผู้คนด้วยสารพัดวิธี ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะ สิ้นสุดเสียที”
แล้วเขาก็เปลี่ยนหัวข้อ “ยายเฒ่า เธอก็อย่าบ่นให้มันมากเลย นึกถึงพวกผู้ประสบภัยที่อยู่ข้างนอกสิว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เรา กินอยู่ที่นี่แทบไม่ต่างจากสรวงสวรรค์เลยนะ”
“ฉันไม่ได้บ่นเพราะไม่พอใจ และฉันรู้ด้วยว่าอยู่ที่นี่สุขสบายแค่ ไหน พอมันว่างเลยเบื่อ อยากหาอะไรทำก็เท่านั้น” คุณยายอธิบาย
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อน คุณยายเป็นคนขยัน ขันแข็ง ปกติอยู่ที่บ้านก็ออกมาดูแลสวน ปลูกผัก เลี้ยงไก่ ชีวิตมีอะไร ให้ทำตลอด แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่ คุณยายไม่ต้องทำอะไรเลย รอถึงมื้อ อาหารก็ลงมาทานอาหารฟรี ซึ่งคงทำให้เธออึดอัด
เธอเข้าใจดีว่าทำไมคุณยายถึงรู้สึกอึดอัด
“งั้นเอาแบบนี้ดีไหม เดี๋ยวหนูไปถามแผนกบุคคลของโรงแรมดู ว่ายังรับคนเพิ่มหรือเปล่า หางานเบา ๆ ให้คุณยายทำ ไม่อย่างนั้น คุณยายคงจะเหงาแย่”
คุณยายยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก “ดีเลย เอาแบบนั้นแหละ หมิง เยวี่ยหลานรักรู้ใจยายเสมอ”
คุณพ่อและคุณแม่เซียวหันมองหน้ากันแล้วยิ้ม
“พ่อครับ แล้วพ่อจะทำด้วยไหม?” พ่อเซียวถาม
ก่อนที่คุณตาจะตอบ แม่เซียวก็ชิงพูดก่อน “พ่อเขาไม่อยาก ทำงานหรอก เขาไปสโมสรหมากรุกทุกวัน เล่นหมากรุกกับกลุ่มคน แก่จนกลับห้องดึกดื่นตลอด!”
เขตสันทนาการของเมืองบันเทิงมีทั้งหมด 4 ชั้น ชั้นที่ 2 สุด ทางเดินมีสโมสรหมากรุก เหล่าคนที่ชื่นชอบการเล่นหมากรุกเป็น ชีวิตจิตใจต่างมารวมตัวกัน และแน่นอนว่ายังมีหมากล้อมด้วย
รอบ ๆ โต๊ะหมากรุกแต่ละตัวล้อมรอบไปด้วยชายชราที่มามุงดู เป็นบรรยากาศที่คึกคักมาก
“พ่อมีนัดเล่นกับเหล่าซุนตอนบ่าย” คุณตาพูดเบา ๆ
คุณตาเหลือบมองแม่เซียวแล้วพูดว่า “ทำมาเป็นพูด ลูกเองก็ไป เล่นไพ่นกกระจอกทุกวัน แล้วยังพาหมิงเยวี่ยออกไปด้วยอีกต่างหาก”
แม่เซียวหัวเราะแห้ง ๆ “หมากรุกกับไพ่นกกระจอกก็คล้าย ๆ กัน นั่นแหละ แทบไม่ต่างกันเลย”
เมื่ออาหารถูกนำมาวางบนโต๊ะ ครอบครัวก็ทานอาหารกันอย่าง อบอุ่น หัวข้อสนทนาหนีไม่พ้นพายุหิมะ
“ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว หิมะยังไม่หยุดตกเลย เหมือนที่เราเคย พูดไว้จริง ๆ” คุณตาพูด
“ปีที่แล้วฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานานเกือบปี แล้วปีนี้หิมะจะตก ติดต่อกันเป็นปีเลยไหมนะ?” แม่เซียวพูด
เมื่อได้ยินคำพูดของแม่เซียว สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป ยกเว้น เพียงเซียวหมิงเยวี่ย พ่อเซียวและคนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกหวาดกลัว
พ่อเซียวเบิกตากว้าง “ตอนนี้หิมะหนาถึง 8 เมตรแล้ว ถ้าหิมะตก ติดต่อกันเป็นเวลานานเกือบปี มันจะทับถมจนหนาขนาดไหนกัน…”
“ถ้าเกิดขึ้นจริงก็แค่ต้องอยู่กับมัน ดูแลตัวเองและมีชีวิตรอดใน แต่ละวันก็ดีมากแล้ว คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงอู้อี้ขณะที่กำลังกินข้าวเหนียวปั้นไส้ กระดูกหมู
ถ้าหิมะตกหนักเป็นเวลาเกือบปี โลกจะกลายเป็นลูกบอลหิมะ ขนาดใหญ่ การพยายามตักหิมะออกจะไม่มีประโยชน์ใด ๆ อีก และ
เป็นเพียงการเสียเวลาเปล่า ทุกคนควรเตรียมเชือกมาผูกคอตัวเองได้ เลย
รีบตายรีบมาเกิดใหม่ ขอให้ได้คิวแรก ๆ และหวังว่าชาติหน้าจะ ได้เกิดมาในครอบครัวเศรษฐี
คุณตามองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะถอนหายใจ
“พูดถูกแล้ว อย่าคิดมากไปเลย กินเถอะ ๆ กินให้อิ่มท้องแล้วมี ความสุขกับวันนี้”
เซียวหมิงเยวี่ยเช็ดปากแล้วพูดว่า “หนูไปเข้าห้องน ้าก่อนนะ”