ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 265 สุนัขดุร้ายเห่ากรรโชก
“โฮ่ง! โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!”
ขณะที่ครอบครัวกำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ ทันใดนั้น เสียงเห่า ด้วยความโกรธเกรี้ยวของสุนัขก็ดังขึ้นจากหน้าประตู เสียงนั้นดัง มาก มันเต็มไปด้วยพลัง และแฝงไปด้วยเสียงแยกเขี้ยวขู่ ส่งผลให้ บรรยากาศพลันตึงเครียด
“อุ๊ยตาเถร!”
คุณยายตื่นตกใจจนอาหารที่คีบไว้หลุดจากตะเกียบ
“ตกใจแทบตาย สุนัขมาจากไหนกันเนี่ย?”
แขกที่โต๊ะอื่นในร้านอาหารต่างตกใจกลัวไม่มากก็น้อย เด็ก ทารกคนหนึ่งร้องไห้จ้า พ่อของเด็กต้องรีบอุ้มลูกขึ้นมาปลอบโยน อย่างใจเย็น แต่แววตาของเขากลับแฝงไปด้วยความไม่พอใจ
สุนัขเข้ามาอยู่ในร้านอาหารได้อย่างไร?
ผู้จัดการร้านอาหารรีบวิ่งออกมาขอโทษแขก และเดินไปที่ประตู เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น
พนักงานเสิร์ฟสองคนที่ประตูต่างร้องไห้ด้วยความกลัว ยืนนิ่งไม่ กล้าขยับเขยื้อน เพราะสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์กำลังเห่ากรรโชก ใส่พวกเธอ
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” ผู้จัดการร้านอาหารถาม
พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งมองไปที่ผู้จัดการด้วยสายตาขอความ ช่วยเหลือ เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความกลัว
“ไม่ทราบว่าสุนัขมาจากไหน จู่ ๆ ก็วิ่งออกมาเห่าพวกเรา ฉัน กลัวจะตายแล้ว…”
ผู้จัดการมองไปที่สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ด้วยความ หวาดกลัว และพูดว่า
“ที่แท้ก็สุนัขตัวนี้นี่เอง พวกเธอระวังตัวหน่อยนะ ได้ยินมาว่า เจ้าของรับมือยากยิ่งกว่าสุนัขตัวนี้เสียอีก ดูแล้วมันอาจจะหิว เดี๋ยว ฉันจะไปเอากระดูกมาให้มันกิน อย่าปล่อยให้มันเห่าอีกนะ เดี๋ยวจะไป ทำให้ลูกค้าตกใจ”
พนักงานร้านอาหารทุกคนในเมืองบันเทิงติดต่อสื่อสารกันผ่าน กลุ่มแชตของร้าน สุนัขตัวนี้โด่งดังในกลุ่มแชตมาก ตัวสุนัขไม่ได้น่า กลัวอะไร แค่ใช้กระดูกหลอกล่อก็คงจะสงบลงได้ แต่เจ้าของสุนัข ต่างหากที่เป็นปัญหา
ดังนั้นร้านอาหารหลายแห่งจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากตกลง กันว่าห้ามให้สุนัขเลี้ยงเข้ามาในร้าน
สิ้นเสียง โดยไม่รอให้พนักงานเสิร์ฟสองคนตอบกลับ ผู้จัดการก็ หันหลังกลับและเดินจากไป ราวกับกำลังวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด
“ผู้จัดการ…” หญิงสาวร่างเล็กตะโกนด้วยความกลัว
“โฮ่ง!” สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์เห่าใส่เธออีกครั้ง
หญิงสาวตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวสุดขีด โดยมีน ้าตา ไหลนองหน้า
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้จัดการก็หยิบกระดูกหมูมาสองสามชิ้น แล้วโยนลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์คาบ กระดูกไปแทะ และเสียงเห่าก็เงียบลงไป
ผู้จัดการกับหญิงสาวสองคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในเวลานั้นเอง หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วพูดว่า “เชร็ค มา ทำอะไรอยู่ที่นี่?”
เมื่อเห็นว่าเชร็คกำลังแทะกระดูก หญิงสาวก็ขมวดคิ้วมุ่น
“นี่คุณเอามาให้ลูกชายฉันกินเหรอ?”
ผู้จัดการยิ้มอย่างเป็นมิตร “ใช่ครับคุณผู้หญิง สุนัขของคุณ น่าจะหิว มันเห่าอยู่หน้าร้านผมไม่หยุด เลยเอากระดูกให้มันกินนิด หน่อย ไม่ต้องเกรงใจครับ”
นี่คือเจ้าของสุนัขในตำนาน ดูแล้วน่าจะรับมือได้ยาก ผู้จัดการ พยายามพูดจาดี แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้หญิงสาวพอใจได้
หญิงสาวขมวดคิ้วตวาดเสียงแหลมสูง
“ใครบอกว่าฉันเกรงใจ? ดูยังไงนี่มันก็กระดูกเหลือทิ้งจากหลัง ร้านของคุณ หยิบมาจากถังขยะแล้วให้เขากินใช่ไหม? ลูกชายฉันไม่
เคยกินของเหลือนะ! ถ้าลูกชายฉันเป็นอะไรไป คุณจะรับผิดชอบไหว เหรอ?!”
ผู้จัดการถึงกับแข็งค้างเป็นรูปปั้น สองสาวพนักงานต่างก็หน้า ซีดเผือด
นี่มันอะไรกัน? พวกเขาให้อาหารสุนัขด้วยกระดูก แล้วมันผิด ด้วยเหรอ?
กระดูกนี่ยังมีเนื้อติดอยู่ไม่ใช่น้อยนะ รู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้เนื้อราคา แพงแค่ไหน คนยากจนข้างนอกแทบจะไม่ได้กินเนื้อด้วยซ ้า นับประสาอะไรกับกระดูก แม้แต่เศษกระดูกก็ยังหาไม่เจอ
และดูเหมือนว่าสุนัขตัวนี้จะกินมันอย่างเอร็ดอร่อยด้วย
ท้ายที่สุดผู้จัดการร้านอาหารก็คือตำแหน่งผู้นำ จึงมีทักษะการ รับมือที่ดี เขายิ้มอีกครั้ง ท่าทางสุภาพยิ่งขึ้น
“คุณผู้หญิงครับ กระดูกพวกนี้ไม่ได้มาจากถังขยะ แต่เป็น กระดูกใหญ่ที่ใช้ต้มน ้าซุปกระดูกหมู มีสารอาหารสูงมาก และสุนัข ของคุณก็…”
“พอเลย พอเลย พูดมากจริง! ตัดสินใจเอาเองทุกอย่าง ให้ อาหารลูกชายฉันมั่ว ๆ โดยไม่ได้ขออนุญาต แล้วยังมีหน้ามาเถียง อีก”
ก่อนที่ผู้จัดการจะพูดจบ เธอก็พูดแทรกด้วยความหงุดหงิด
พนักงานหญิงบ่นพึมพำด้วยความเสียใจ “สุนัขของคุณน่ากลัว มาก พวกเราถูกมันขู่จนขวัญเสีย คุณจะมาพูดแบบนี้ได้ยังไง”
หญิงเจ้าของสุนัขกลอกตาอย่างหยามเหยียด “แค่สุนัขตัวเดียวก็ ขวัญเสียแล้วเหรอ? ขวัญอ่อนยิ่งกว่าไก่ ทำไมไม่กลัวจนช็อกตายไป เลยล่ะ”
“นี่คุณ!” พนักงานเสิร์ฟกัดริมฝีปากด้วยความอับอาย
หญิงเจ้าของสุนัขโบกมือไปทางสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ “มา เถอะ ลูกรักของแม่ ไม่ต้องกินของเขานะ เดี๋ยวแม่สั่งอาหารใหม่ให้ลูก เอง กินของสด ๆ ดีกว่าเนอะ”
หญิงสาวเดินไปหยิบกระดูกที่ปากของมัน เพื่อห้ามไม่ให้มันกิน ต่อ
แต่สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย มันมี สัญชาตญาณการหวงของ เมื่อมีคนมาแย่งกระดูก มันย่อมไม่ยอม ง่าย ๆ
“โฮ่ง!”
จู่ ๆ สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ก็โกรธจนเห่าใส่เจ้าของอย่าง ดุเดือด จากนั้นจึงเดินไปที่มุมห้องโดยมีกระดูกอยู่ในปาก แล้วกิน ต่อไป
“ลูกรักมาเห่าใส่แม่ได้ยังไง? อยากกินก็กินเถอะ แม่ไม่แย่ง หรอก”
หญิงสาวตัวสั่นเทาด้วยความกลัว แต่เธอยังคงพูดปลอบโยน สุนัขด้วยน ้าเสียงที่อ่อนโยน เพราะท้ายที่สุดมันก็เป็นลูกชายสุดที่รัก ของเธอ
พนักงานเสิร์ฟทั้งสองคนเห็นท่าทางนั้นก็มองหน้ากัน ยิ้มร่าด้วย ความสะใจและแอบหัวเราะคิกคัก ผู้จัดการรีบขัดคอเตือนพวกเธอให้ เก็บอาการ
หญิงสาวเจ้าของสุนัขรู้สึกขายหน้า หันไปมองผู้จัดการและ พนักงานแล้วตะคอกใส่
“ทั้งหมดก็เพราะพวกคุณนั่นแหละ!”
หญิงสาวโกรธมาก
เธอจ้องมองผู้จัดการด้วยสายตาโกรธแค้น ก่อนแกล้งทำเป็นจะ เดินเข้าไปในร้านอาหารแล้วออกคำสั่ง
“ไปสิ รีบเอาเมนูมาให้ฉัน”
ผู้จัดการก้าวเท้าไปข้างหน้า ยื่นมือออกไปขวางทางหญิงสาว และพูดด้วยน ้าเสียงที่สุภาพ
“ขออภัยเป็นอย่างยิ่งครับคุณผู้หญิง ร้านอาหารของเราไม่ อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในร้าน หากไม่สะดวก คุณผู้หญิงลอง ไปทานร้านอื่นดูนะครับ”
หญิงสาวพูดจาดูร้ายกาจ “นี่พูดจริงเหรอ ร้านอาหารของพวก คุณคงรวมหัวกันมาแล้วใช่ไหม? ตั้งใจกลั่นแกล้งฉันสินะ? เมื่อสอง วันก่อนยังเข้าได้อยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้ถึงเข้าไปไม่ได้? งั้นลูกชาย ฉันจะกินอะไร พวกคุณอยากให้ลูกชายฉันอดตายใช่ไหม ช่างไม่มี หัวใจกันบ้างเลย!”
“คุณผู้หญิงครับ นี่เป็นกฎของทางร้านเรา ถ้าหากนำสัตว์เลี้ยง เข้ามา อาจจะทำให้ลูกค้าในร้านตกใจได้ ทางเราแค่ทำตามหน้าที่
เท่านั้นครับ” ผู้จัดการอธิบาย
หญิงสาวยกมือขึ้นกอดอก “ฉันขอถามเป็นครั้งสุดท้าย จะปล่อย ให้ฉันเข้าไปดี ๆ ไหม?”
ผู้จัดการรู้สึกลำบากใจ “ขออภัยครับคุณผู้หญิง เข้าไม่ได้จริง ๆ ครับ”
หญิงสาวแค่นหัวเราะด้วยความโกรธ “คุณมันก็แค่สุนัขเฝ้าบ้าน กล้าดียังไงมาขวางฉัน? คุณรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ไปเรียกเจ้านายของ คุณออกมาเดี๋ยวนี้!”
ผู้จัดการเริ่มหน้าเสีย แต่พยายามยิ้มแย้มอย่างเต็มที่
“ขออภัยครับคุณผู้หญิง นี่คือกฎของทางร้านเราจริง ๆ และ ตอนนี้เจ้านายไม่อยู่ที่ร้านครับ”
หญิงสาวหน้าถมึงทึง “ฉันจะจำหน้าคุณไว้”
ในเวลานี้ มีแขกคนหนึ่งในร้านที่ทนดูไม่ได้อีกต่อไป
“เขาก็บอกแล้วไงว่าไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าร้าน คุณก็แค่ เปลี่ยนไปร้านอื่น แล้วไปหาเรื่องพนักงานทำไม?”
“หมาตัวใหญ่ขนาดนั้น น่ากลัวจะตายไป”
“จริงด้วย หมาตัวนั้นน่าเกลียดจริง ๆ ร้านอาหารไม่อนุญาตให้ เข้าไปย่อมมีเหตุผลของเขาอยู่แล้ว ถ้าเอาหมาเข้ามาในร้าน ฉันคง ไม่กล้ากินข้าวที่นี่อีก”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว ผู้จัดการเขาก็รับผิดชอบดีนี่ แล้วมาโวยวาย อะไร? น่าโมโหชะมัด”
ลูกค้าบางคนเริ่มตำหนิหญิงเจ้าของสุนัข บอกให้เธอเลิกสร้าง เรื่องวุ่นวาย แม้ลูกค้าคนอื่น ๆ จะไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ก็พากันพยัก หน้าเห็นด้วยกับคำพูดเหล่านั้น
หนึ่งในนั้นคือคุณตา “สุนัขดุร้ายขนาดนั้น แต่กลับไม่ใช้สายจูง แล้วถ้ามันไปกัดคนขึ้นมาจะทำยังไง แม่หนู ฟังคำเตือนของพวกเรา เถอะ”
เมื่อเห็นสายตาแปลก ๆ จากลูกค้าในร้าน หญิงสาวก็ยิ่งทวีความ โกรธ
“พวกแกพูดไร้สาระอะไร! ไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกันเลยหรือ ไง?”
หญิงสาวมองไปรอบ ๆ สุดท้ายสายตาของเธอก็มาหยุดอยู่ที่คุณ ตา เพราะโต๊ะของพวกเขาอยู่ใกล้ประตูที่สุด และคุณตาก็อายุมาก แล้วด้วย
“ตาเฒ่าหนังเหนียว แก่แล้วไม่รู้จักผูกเชือกไว้ล่ะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น สายตาของทุกคนในครอบครัวเซียวพลัน เย็นชา พ่อเซียวลุกพรวดพร้อมตบโต๊ะเสียงดัง
“พูดจาอะไรระวังปากด้วย!”
คุณตาหน้าซีดเซียว รู้สึกรังเกียจคนประเภทนี้มาก