ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 266 เสี่ยวฮุยฮุย ถึงตาของแกออกโรงแล้ว
หญิงเจ้าของสุนัขไม่ยอมแพ้ หล่อนเท้าสะเอวแล้วตะโกนใส่
“ใครพูดอะไรรู้ดีอยู่แกใจ ฉันทนพวกแกมานานแล้ว พวกแกก็แค่ อิจฉาที่ฉันมีลูกชายน่ารัก แล้วมาสุมหัวกลั่นแกล้งฉัน เข้ามาเลย ถ้า อยากทะเลาะวิวาทก็เข้ามา จะต่อยจะตีก็เข้ามาเลย ฉันไม่กลัวพวก แกหรอก!”
สิ้นเสียง เธอพูดขึ้นอีกครั้ง “เชร็ค มานี่เร็วลูก มีคนกำลังรังแก แม่”
สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์แทะกระดูกจนอิ่มเอมใจ เดินตรงไป หาหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของ ผู้จัดการร้านถอยหลังครั้งแล้วครั้งเล่า มองดูสุนัขเดินเข้าร้านอาหารท่าทีน่าเกรงขาม ก่อนจะยืนขวางอยู่ที่
ประตู
สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ดูดุร้ายมาก ราวกับว่าจะอ้าปากกัด คนได้ทุกเมื่อ
ใบหน้าของลูกค้าเต็มไปด้วยความตึงเครียด พวกเขาหยุดพูด เพราะกลัวว่าจะโดนสุนัขกัด
เมื่อเห็นสีหน้าของทุกคน หญิงสาวเจ้าของสุนัขรู้สึกพึงพอใจ เหมือนได้ระบายความโกรธแค้น
“พูดสิ พูดกันต่อสิ กลัวกันทำไมล่ะ?”
คุณตาขมวดคิ้วแน่น “แม่หนูเอ๋ย ยังเด็กยังเล็ก ทำไมถึงได้วางท่า หยิ่งยโสไม่สมเหตุสมผลขนาดนั้น เธอคิดว่ากำลังทำอะไร? จะใช้ สุนัขมาข่มขู่พวกเรางั้นเหรอ?”
“จะไร้สาระเกินไปแล้ว!” พ่อเซียวหน้าดำเคร่งขรึม
แม่เซียวและคุณยายก็ไม่พอใจมากเช่นกัน
หญิงสาวยังคงไม่หยุด “ตาเฒ่าหนังเหนียว แน่จริงก็ลองพูดอีกสิ แล้วก็แกอีกคน ใครกันแน่ที่ไร้สาระ? คอยดูเถอะ ฉันจะให้ลูกชายไป กัดแกให้ตายเลย”
ผู้จัดการหน้าซีดเหงื่อไหลโทรมกาย พยายามห้ามปราม
“คุณผู้หญิงครับ โปรดอย่าทำแบบนี้เลยครับ”
หญิงสาวจ้องเขม็งไปทางเขา “แล้วจะทำไม? ฉันแค่อยากกินข้าว ทำไมถึงไม่ให้ฉันเข้าไปตั้งแต่แรก ฉันทำอะไรผิด? ถ้าก่อนหน้านี้แก ให้ฉันเข้าไปในร้าน มันก็คงไม่มีเรื่องอะไร แต่ตอนนี้สายเกินไปแล้ว แกพอใจแล้วใช่ไหม?”
ผู้จัดการไม่รู้จะพูดอะไร
หญิงสาวขมวดคิ้วแล้วตะโกนขึ้น “พวกแกทุกคนต้องขอโทษฉัน ไม่อย่างนั้นห้ามใครออกไปไหนทั้งสิ้น”
พ่อเซียวทนไม่ไหวอีกต่อไป ขณะที่อ้าปากคิดกล่าวคำ แม่เซียว ก็รั้งเขาไว้ก่อน
แม่เซียวส่งสัญญาณให้เขาอย่าหุนหันพลันแล่น ก่อนลุกขึ้นยืน แล้วพูดว่า
“น้องสาว พูดจารุนแรงแบบนี้ไม่ดีเลย เรียกผู้อาวุโสว่าตาเฒ่า หนังเหนียว บ้านคุณไม่มีผู้อาวุโสหรืออย่างไร? หวังว่าคุณจะพูดจาดี ๆ กว่านี้นะ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของกฎระเบียบร้านอาหาร
พวกเราทุกคนกำลังทานอาหารที่ร้าน สุนัขของคุณน่ากลัวซะ ขนาดนั้น ไม่แปลกหรอกที่พวกเราจะไม่อยากให้สุนัขเข้ามา ดังนั้น หวังว่าคุณจะไม่ใช้สุนัขมาข่มขู่พวกเรา และอย่าปล่อยให้มันทำร้าย คนอีก”
แม่เซียวหยุดชั่วครู่ แล้วพูดเสริม
“คุณคงไม่กลัวสุนัขของตัวเอง แต่พวกเราทุกคนกลัวสุนัขตัว ใหญ่ แถมในร้านยังมีเด็กทารกอยู่ด้วย ถ้าสุนัขของคุณไปเห่า
กรรโชกใส่เด็กจะทำยังไง หวังว่าคุณจะเข้าใจความรู้สึกของพวกเรา ด้วยนะ
แน่นอนว่าคนที่เลี้ยงสัตว์ย่อมรักสัตว์ของตัวเองมาก ฉันเข้าใจดี ค่ะ คุณสามารถสั่งอาหารให้ไปส่งที่ห้องได้นะ ด้วยวิธีนี้สุนัขของคุณ ก็ไม่ต้องอดอาหาร และไม่ต้องออกไปเห่าใส่แขกของโรงแรม แบบนี้
จะดีกว่าไหม?”
เมื่อคุณแม่เซียวพูดจบ หลายคนก็เห็นพ้องต้องกัน
“ใช่แล้ว พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะกลั่นแกล้งคุณนะ พูดจาดี ๆ หน่อย ก็ได้นี่ มันเป็นเรื่องจริงที่สุนัขของคุณน่ากลัวเกินไป”
“ถ้าเป็นสุนัขตัวเล็ก ๆ ก็คงพอไหว แต่สุนัขของคุณตัวใหญ่ซะ ขนาดนั้น แถมยังดุร้ายอีกด้วย ใครเห็นก็ต้องกลัวเป็นธรรมดาแหละ คุณผู้หญิง”
“รีบพาสุนัขออกไปก่อนเถอะ”
ทุกคนล้วนได้รับการศึกษาดีและมีมารยาท ไม่จำเป็นต้องทำให้ สถานการณ์ยุ่งยาก โดยพยายามพูดเหตุผลกับผู้หญิงเจ้าของสุนัข
ทว่าหญิงสาวกลับดื้อดึง ไม่ยอมอ่อนน้อม เธอโกรธจนหน้าแดง ก ่า พูดด้วยความโมโหว่า
“ฉันไม่ต้องการให้พวกแกมาสั่งสอนหรอก! แกคิดว่าตัวเองเป็น ใครกันฮะ ถึงได้กล้าเสนอหน้ามาสั่งสอนฉันแบบนี้?”
พ่อเซียวเริ่มโมโหมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาหันไปพูดกับแม่เซียว
“คุณอย่าไปพูดเรื่องเหตุผลกับเธอเลย มันไม่มีประโยชน์ คนไร้ การศึกษาฟังไม่เข้าใจหรอก!”
แม่เซียวอ้าปากจะพูด แต่สุดท้ายก็เงียบไป มื้ออาหารแสนสุข ของครอบครัวกลับกลายเป็นแบบนี้ ช่างโชคร้ายจริง ๆ
“ช่างเถอะ เรากลับกันดีกว่า จะมัวมาทะเลาะกับคนแบบนี้ทำไม” คุณยายพูด
“แต่หมิงเยวี่ยยังไม่กลับมาจากห้องน ้าเลย”
แม่เซียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพูดว่า “ฉันจะส่งข้อความไป บอกลูก”
หญิงเจ้าของสุนัขจ้องมองคุณพ่อเซียวด้วยความเกลียดชัง พูด ช้า ๆ ทีละคำว่า “เมื่อกี้แกบอกว่าใครไม่มีการศึกษา?”
พ่อเซียวโยนตะเกียบลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน “ก็พูดถึงคุณไง! แล้วทำตัวเหมือนคนมีการศึกษานักหรือไง? แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ตั้งแต่อายุยังน้อย พ่อแม่ไม่สั่งสอนบ้างหรือไง ถึงได้กลายเป็นคน มารยาททราม และพูดจาเหลวไหลแบบนี้!”
พ่อเซียวตัดสินใจที่จะพูดเรื่องนี้ให้หมดเปลือก พูดให้สะใจโดย ไม่กั๊กอะไร
“อย่าคิดว่ามีสุนัขอยู่ตัวเดียวแล้วจะมาอาละวาดที่นี่ได้นะ คุณคิด ว่าตัวเองกำลังขู่ใครอยู่? แทบทุกคนในร้านอาหารอายุมากกว่าคุณ แต่กลับเรียกผู้อาวุโสกว่าว่าตาเฒ่าหนังเหนียว แล้วบอกให้ทุกคนขอ โทษคุณ คุณยังมีหน้าพูดแบบนี้อีกเหรอ?”
หญิงเจ้าของสุนัขโกรธจนตัวสั่นระริก เธอกัดฟันแน่น
“แกกล้าดียังไงมาต่อว่าฉัน? งั้นอย่าโทษฉันแล้วกัน เชร็ค ไปกัด เขาซะ!”
ที่มุมด้านนอก เซียวหมิงเยวี่ยเห็นการทะเลาะวิวาททั้งหมด สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเย็นชา ในเมื่ออีกฝ่ายมาหาเรื่องเอง เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงมือ
เซียวหมิงเยวี่ยหาจุดอับสายตาของกล้องวงจรปิด แล้วปล่อย เสี่ยวฮุยฮุยออกมา
มันเป็นแค่สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ตัวเดียว ให้เสี่ยวฮุยฮุย จัดการก็พอ และไม่จำเป็นต้องถึงมือของฟู่กุ้ย
ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เสี่ยวฮุยฮุยก็มีรูปร่างเหมือนหมาป่าโต เต็มวัย ดูดุดันเย็นชา ดวงตาสีดำสนิทแฝงแววลึกลับ เต็มไปด้วย สัญชาตญาณสัตว์ป่า
แถมขนาดตัวของมันยังใหญ่กว่าหมาป่าโตเต็มวัยที่รังรื่นรมย์สุข ฤดี อาจเป็นเพราะใช้ชีวิตอยู่ในมิติส่วนตัว
ท้ายที่สุด เนื้อสัตว์และน ้าในมิติมีความพิเศษกว่า
เซียวหมิงเยวี่ยแตะหัวของเสี่ยวฮุยฮุย แล้วชี้ไปทางสุนัขพันธุ์ทิเบ ตันมาสทิฟฟ์ในร้านอาหาร ก่อนออกคำสั่ง
“เสี่ยวฮุยฮุย เห็นสุนัขตัวนั้นไหม ไปสั่งสอนบทเรียนสักหน่อยสิ”
เสี่ยวฮุยฮุยคลอเคลียกับมือของเซียวหมิงเยวี่ยอย่างเสน่หา จากนั้นมันพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วดั่งลูกกระสุนปืน
ภายในร้านอาหาร สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ได้รับคำสั่งและ กำลังเดินตรงไปหาพ่อเซียว มันแยกเขี้ยวขู่ ส่งเสียงคำรามฟังดูน่า หวาดหวั่น
หญิงเจ้าของสุนัขเชิดคางขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง “ถ้าขอโทษฉันและ ตบหน้าตัวเองสิบครั้ง ฉันจะยอมยกโทษให้ก็ได้ อย่าปล่อยให้ตัวเอง โดนสุนัขกัดเพียงเพราะทำเป็นเก่งเลย จริงไหม?”
“บ้าไปแล้ว! โหดร้าย เธอมันใจจืดใจดำอะไรขนาดนี้!” คุณยาย พูดด้วยเสียงสั่นเครือ
สีหน้าคุณตาเข้มขึ้นราวกับน ้าหมึก “แม่หนู รู้ไหมว่าการกระทำ ของเธอมีผลร้ายแรงแค่ไหน?”
หญิงสาวพูดพลางชื่นชมเล็บมือตัวเอง “ผลร้ายแรง? อย่างมากก็ แค่จ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่านั้นเอง ฉันมีเงินเยอะแยะ”
สิ้นเสียง เธอก็ยักไหล่เยาะเย้ย แสดงรอยยิ้มที่ท้าทายว่า ใครจะ ทำอะไรฉันได้
พ่อเซียวคลำปืนในกระเป๋าแล้วพูดน ้าเสียงเย็นชา
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ยังต้องพูดอะไรกันอีก ราคาของสุนัขตายตัว หนึ่ง ฉันจะจ่ายมันเอง!”
เขาไม่ต้องการสร้างปัญหา แต่คนเลวกลับมาหาเรื่องเอง ครอบครัวของเขาไม่อยากให้เรื่องบานปลาย พยายามพูดเหตุผลกับ เธอ แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ยังทำตามใจตัวเอง
เมื่อเหตุการณ์ดำเนินมาถึงจุดนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก ต้องใช้ปืน
เซียวหมิงเยวี่ยแลกเปลี่ยนปืนพกหลายกระบอกจากผู้กำกับเห ยียน แน่นอนว่าเธอต้องมอบปืนกระบอกหนึ่งแก่พ่อเซียวเพื่อให้เขา ป้องกันตัว พ่อเซียวพกปืนติดตัวตลอดเวลา แต่ไม่เคยหยิบออกมาใช้ เลย เว้นแต่จะถึงคราวคับขันจริง ๆ เขาถึงจะใช้ปืน
หญิงสาวหัวเราะเย็น ๆ “ยังพูดมากอยู่อีก คิดว่าเก่งนักเหรอ เชร็ค ยืนนิ่งอยู่ทำไม ลุยเลย!”
สิ้นเสียงของเธอ เชร็คก็อ้าปากกว้างพร้อมพุ่งตัวเข้าหาพ่อเซียว ท่าทางดุร้ายเหมือนต้องการกัดเขาให้ตายในคราวเดียว
ทุกคนในร้านอาหารต่างอ้าปากค้าง ผู้หญิงคนนี้กล้าสั่งให้สุนัข ไปกัดคนจริง ๆ อำมหิตเกินไปแล้ว!
ขณะที่พ่อเซียวกำลังจะหยิบปืนออกมา เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
หมาป่าสีเทาตัวใหญ่กระโจนเข้ามาทันใด มันกดสุนัขพันธุ์ทิเบ ตันมาสทิฟฟ์ลงบนพื้นและแยกเขี้ยวขย ้าอีกฝ่ายอย่างดุเดือด
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนในร้านอาหารหวาดผวาอย่างยิ่ง