ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 272 เชร็คตายแล้ว
“ลูกชายของฉันตายแล้ว แกจะต้องชดใช้ให้ลูกชายฉัน! แกมัน ฆาตกรอำมหิต แกจะต้องชดใช้ ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต!”
หญิงสาวเจ้าของสุนัขตะโกนเสียงแหลม ดวงตาเต็มไปด้วยความ เกลียดชัง
ชายหนุ่มผู้เป็นสามีสีหน้าเคร่งขรึม ยืนเท้าค ้ากรอบประตูไม่พูด อะไร
ทั้งคู่ตะโกนโวยวายอยู่หน้าห้องของเซียวหมิงเยวี่ย เสียงดังสนั่น จนคนในห้องอื่น ๆ ได้ยิน แล้วพากันออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเห็นว่าเซียวหมิงเยวี่ยอยู่คนเดียว ชายหนุ่มก็มีความกล้ามาก ขึ้น ดวงตาสองมืดมน พยายามจะพุ่งเข้าไปในห้องของเธอ
“เข้าไปคุยกันในห้องเถอะ อย่าทำให้ตัวเองอับอายอยู่ที่โถง ทางเดิน”
เซียวหมิงเยวี่ยยกขาเตะอย่างแรง “ฉันอนุญาตให้คุณเข้าไปแล้ว หรือ?”
ชายหนุ่มเสียหลักล้มกลิ้งลงบนพื้นด้วยความอับอาย ก่อนจะลุก ขึ้นยืนด้วยท่าทีโกรธจัด
เซียวหมิงเยวี่ยหันมองหญิงสาวแล้วพูดว่า “แน่จริงคุณก็พูดอีก ครั้งสิ?”
ในเวลานี้ เสี่ยวฮุยฮุยเข้ามายืนอยู่ด้านหลังเซียวหมิงเยวี่ย พยายามเอียงคอมองออกไปข้างนอก
ดวงตาสีเทาเข้มเปล่งประกายแสงเย็นยะเยือก ทำให้หญิงสาว หลังไปหลายก้าว น่าจะเป็นเพราะนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านอาหาร เธอจึงรู้สึกกลัวและไม่กล้าด่าอีกต่อไป
“แม่หนูเอ๊ย เกิดเรื่องร้ายอะไรขึ้นหรือเปล่า? สามีภรรยาไร้เหตุผล คู่นี้ อย่าไปรังแกเด็กผู้หญิงตัวคนเดียวนะ” หญิงชราที่พูดคุยกับ เซียวหมิงเยวี่ยเมื่อวันก่อนถามขึ้น
เธอไม่ทราบความเป็นมาของเรื่องนี้ และคิดว่าคู่สามีภรรยามาหา เรื่องคนอื่นก่อน
ผู้คนที่ออกมามุงดูเหตุการณ์ต่างก็คิดเช่นเดียวกัน เพราะสอง สามีภรรยาคู่นี้มีชื่อเสียงที่ไม่ดีนัก
“คุณกำลังพูดถึงเรื่องไร้สาระอะไร นางนี่เป็นคนฆ่าสุนัขของฉัน นะ” หญิงสาวโต้กลับทันที
เมื่อทุกคนได้ยิน ใบหน้าของพวกเขาก็แฝงไปด้วยความยินดี
“ตายจริงเหรอ? โอ้ น่ายินดีเสียเหลือเกิน!”
“สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์แยกเขี้ยวขู่ทุกคนที่เห็น ลูกของฉัน ถูกมันขู่ใส่จนมีไข้สูงมาสองวันแล้ว”
“ไม่ใช่แค่เด็กหรอก ผู้ใหญ่ก็กลัวกันตัวสั่น วันนั้นผมเพิ่งออก จากห้อง มันก็วิ่งตรงเข้ามาทำท่าจะกัดผม ช่วงนี้ผมออกไปข้างนอก ไม่ได้เลย เพราะกลัวว่าจะเจอหมาตัวนั้น ตอนนี้คงไม่เป็นไรแล้ว ใน ที่สุดก็จะได้ออกจากห้องสักที”
“บางทีอาจจะเป็นหมาบ้าก็ได้ เห็นใครก็จะกัดลูกเดียว ช่างดุร้าย เสียจริง ๆ บอกแล้วว่าคงมีคนทนไม่ได้ ตายไปได้ซะก็ดี”
“ในที่สุดเราก็สามารถออกไปข้างนอกได้ตามปกติแล้ว”
“ใช่ ๆ ต่อไปจะไม่มีกองอึหรือปัสสาวะของหมาตามโถงทางเดิน คราวที่แล้วพนักงานทำความสะอาดมาบ่นว่าพรมบนพื้นชั้นเรามี กลิ่นเหม็นตุ ๆ อย่างกับนรก”
“รูปที่ส่งมาในกลุ่มคงมาจากแม่หนูคนนั้นนั่นเอง ดูเป็นเด็กสาวที่
อ่อนแอมาก เธอฆ่าหมาตัวใหญ่ขนาดนั้นได้ยังไง? น่าทึ่งมากเลยนะ”
ผู้คนต่างพูดคุยกันด้วยความดีใจ ทุกคนรู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้อง กังวลหรือกลัวอะไรอีกต่อไป
หญิงสาวเจ้าของสุนัขได้ยินเสียงพูดคุยของผู้คน พลันรู้สึกโกรธ จนตัวสั่น
“พวกแก! พวกแกอยากให้ลูกชายของฉันตายงั้นเหรอ?”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งพยักหน้าและพูดน ้าเสียงจริงจัง
“ถูกต้อง พวกเราต่างก็อยากให้พวกคุณย้ายออกไปซะ! พูดตาม ตรง สุนัขมันไม่รู้เรื่องอะไรหรอก มันก็แค่ถูกพวกคุณเอาใจจนเสีย นิสัย กล้าพูดว่าสุนัขตัวเองเรียบร้อยนิสัยดีได้ยังไง? สุนัขบ้าตัวนั้น ถูกพวกคุณฆ่าตายต่างหาก!”
“จริงด้วย วันนั้นสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์เกือบกัดฉัน แต่ ผู้หญิงคนนั้น หล่อนยังภาคภูมิใจกับสุนัขของตัวเอง โทษว่าฉัน ขวางทาง น่าโมโหชะมัด” ผู้หญิงสวมชุดนอนผ้าไหมพูดเสริม
“ก็คุณเข้ามาขวางทางเองนี่ ถ้าไม่ได้ยืนขวางทาง ลูกชายของ ฉันจะไปกัดคุณโดยไม่มีเหตุผลได้ยังไง? ลูกชายของฉันทั้งเก่งและ สง่างาม วันนั้นเขาน่าจะกัดคุณให้ตายไปเลย” หญิงสาวตะโกนตอบ โต้
“ถึงจะเก่งแค่ไหนแต่ก็ตายไปแล้ว สมควรแล้วล่ะ! ถ้าคิดถึงลูก ชายนัก ก็ไปอยู่กับเขาเลยสิ ชาติหน้าขอให้เขาเกิดเป็นมนุษย์ ส่วน คุณเกิดเป็นหมา จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป”
ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมแพ้เช่นกัน
…
ก่อนที่เซียวหมิงเยวี่ยจะได้พูดอะไร ผู้พักอาศัยชั้น 22 ก็กรูกัน เข้ามารุมล้อมและเริ่มทะเลาะวิวาทกัน
พวกเขาถึงขีดจำกัดของความอดทน และเต็มไปด้วยความขุ่น เคือง มองคู่สามีภรรยาคู่นี้ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร หญิงสาวมัวแต่ยุ่ง
อยู่กับการโต้เถียงกับคนอื่น กระทั่งลืมวัตถุประสงค์ที่เธอมาที่นี่ เซียวหมิงเยวี่ยยืนมองด้วยความสบายใจ
ต่างจากหญิงสาวที่มัวแต่ทะเลาะกับคนอื่น ชายหนุ่มผู้เป็นสามีสี หน้ามืดมน ไม่พูดอะไร เขาจ้องมองเซียวหมิงเยวี่ยไม่วางตา แววตา นั้นแปลกประหลาดอย่างอธิบายไม่ได้
ขณะที่ภรรยาถูกด่าทอ เขากลับทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร แทนที่
จะช่วยจัดการเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของตัวเอง เขาพูดกับเซียวหมิงเยวี่ยว่า
“สุนัขของฉันถูกสุนัขของคุณกัดตาย คุณจะต้องจ่ายค่าชดเชย”
เซียวหมิงเยวี่ยยืนพิงกรอบประตู “มันเป็นการป้องกันตัว แล้วจะ ชดเชยได้ยังไง คุณจะแจ้งตำรวจก็ได้นะ”
ดูเหมือนว่าระหว่างคู่รักไร้บุตรนี้ อารมณ์ของผู้ชายจะคงที่
มากกว่า ไม่เหมือนกับหญิงสาวที่ตะโกนด่าทอผู้คนอย่างบ้าคลั่ง เขา ไม่พูดคำสกปรกซ ้าซาก
สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์มีนิสัยเหมือนกับหญิงผู้เป็นภรรยาไม่ มีผิด
ชายหนุ่มหน้าซีดลง “ไม่ว่ายังไงก็ตาม สุนัขของฉันตายแล้ว ถึง จะแจ้งตำรวจ คุณก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่พูดอะไร มองเขาด้วยสายตาเย็นชาพลางยิ้ม เยาะ
“คุณต้องการค่าเสียหายเท่าไหร่?”
เธอนึกสงสัยจริง ๆ ว่า ไอ้คนหน้าด้านแบบนี้จะพูดอะไรออกมา บ้าง
ชายหนุ่มเหลือบมองภรรยาโดยไม่รู้ตัว “เราคุยกันดี ๆ ได้นะ”
เซียวหมิงเยวี่ยหรี่ตามองเขา สัญชาตญาณบอกเธอว่าชายคนนี้
ไม่มีเจตนาดีแน่ ๆ
หญิงสาวกำลังโต้เถียงกับใครบางคนจนหน้าแดงก ่า ทันใดนั้น เธอก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงชี้นิ้วไปที่เซียวหมิงเยวี่ยและตะโกนว่า
“พวกแกเกลียดฉันที่เลี้ยงสุนัขใช่ไหม จะบอกอะไรให้นะ นาง ผู้หญิงนี่ก็เลี้ยงสุนัขเช่นกัน วูล์ฟด็อกของเธอโหดร้ายกว่ามาก วันนี้
มันกัดลูกชายฉันจนตาย วันพรุ่งนี้มันก็กัดพวกแกตายได้เหมือนกัน”
ทุกคนเงียบลง แล้วมองหน้ากันไปมา เนื่องจากเสี่ยวฮุยฮุยยังคง ยืนอยู่ด้านหลังเซียวหมิงเยวี่ยและอยู่ด้านในห้อง เว้นแต่คนที่ยืนหัน หน้าเข้าหาประตูตรง ๆ พวกเขาก็แทบมองไม่เห็นว่าด้านหลังเซียวห มิงเยวี่ยมีสุนัขยืนอยู่
ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงไม่เห็นเสี่ยวฮุยฮุย
วูล์ฟด็อก? นั่นไม่ใช่สัตว์ที่ควรไปยุ่งด้วยเลย
หญิงไร้บุตรหัวเราะด้วยความพึงพอใจกับปฏิกิริยาของทุกคน “ที นี้พวกแกจะยังมีความสุขอยู่ไหม? ยังกล้าพูดเข้าข้างหล่อนอีกนะ ไอ้ พวกโง่!”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดอย่างใจเย็น “เสี่ยวฮุยฮุย ออกมาทักทายทุก คนหน่อยสิ”
เสี่ยวฮุยฮุยค่อย ๆ เดินออกจากห้องแล้วนอนหมอบที่หน้าประตู มันกระดิกหางไปมา มองทุกคนด้วยดวงตาสีเทาเข้มที่ดูไร้เดียงสา ซึ่ง น่าเอ็นดูมาก
“โห วูล์ฟด็อกตัวใหญ่มากเลย”
“ฉันว่าแล้ว ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้จะฆ่าสุนัขพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ได้ยังไง ที่แท้ก็ถูกวูล์ฟด็อกกัดตายนี่เอง”
“อยู่มาตั้งนาน ทำไมพวกเราถึงไม่รู้เลยว่าเธอก็เลี้ยงหมา เหมือนกัน? เงียบมากเลยนะ ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยกระแอมในลำคอ “ทุกคนไม่ต้องห่วงนะคะ ฉัน เลี้ยงสุนัขอย่างมีวินัย โดยปกติ จะไม่ปล่อยสุนัขออกไปข้างนอก ดังนั้นพวกคุณเลยไม่เคยเห็น และฉันสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เขา ออกมาเพ่นพ่าน
เสี่ยวฮุยฮุยไม่ส่งเสียงดังและค่อนข้างประพฤติตัวดี ไม่เห่าหรือ รบกวนใคร วันนี้สุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์พยายามจะกัดครอบครัว ฉัน ฉันก็เลยปล่อยให้เขาไปโจมตีเพื่อสั่งสอนบทเรียนสุนัขตัวนั้น”
ทุกคนเพิ่งรู้ความจริง ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
หญิงชราต่อว่าหญิงไร้บุตร “คุณตะโกนอะไรนักหนา ในโรงแรม ก็มีคนเลี้ยงสัตว์เยอะแยะ ที่เรารำคาญคือเจ้าของหมาอย่างคุณ ต่างหาก คนอื่นเขาเลี้ยงสุนัขมันไปรบกวนอะไรคุณเหรอ คุณคิดว่า ทุกคนจะเหมือนกับตัวเองหรือไง?”
หญิงชรารู้สึกประทับใจในตัวเซียวหมิงเยวี่ย จึงเข้ามาพูดแทน เธอ